มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วิปัสสนาต่างจากสมาธิ




คำบรรยายธรรม
ที่สำนักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอ้อมน้อย
โดย..ท่านเจ้าคุณพระราชปฏิภาณโสภณ
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม


ตอนที่แล้วอ่านที่นี่

ทำไมจึงเรียกกิเลสเหล่านี้ว่าเป็นอย่างหยาบก็เพราะมันแสดงออกมาได้ทางกาย และทางวาจา การฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม มันมีพฤติกรรมให้เห็น การพูดโกหก พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ พูดคำหยาบ สิ่งเหล่านี้มาจากไหน มาจากกิเสสอย่างละเอียด ทุกคนบอกว่าความโกรธมาจากไหน ใครบางอยากจะโกรธ บางคนไม่ชอบโกรธ แต่ทำไมต้องโกรธ แล้วทำไมเราทำลายความโกรธไม่ได้ มันเป็นความสามารถที่เราจะทำลายได้ แต่ไม่กล้าที่จะปฎิบัติขึ้นมา พระพุทธองค์ทรงมอบอาวุธให้เรา ซึ่งความสามารถที่จะทำลายกิเลสได้ แต่การใช้อาวุธนั้นเราต้องเรียนเสียก่อน ให้รู้ว่าวิธีการที่พุ่งออกไปมันเป็นอย่างไร สิ่งนั้นเป็นกิเลสอย่างหยาบ หรือกิเลสอย่างกลาง คือไม่แสดงออกมาแต่จะขุ่นข้องวนอยู่ในใจ เช่น ไม่น่าเลยทำไม่เขาต้องทำอย่างนั้น มันไม่ออกมาทางกายวาจาใจ พักอยู่ในใจ คิดไม่ดี นึกไม่ดีฟุ้งซ่าน เหล่านี้ใครชอบบ้าง

หากเราไม่เรียนก็เหมือนกับ ไฟดับแล้วให้เราไปหาของ ซึ่งเราไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน เราจะทำได้ไหม เราไปไม่ถูกไปโดยไม่รู้หนทาง ไปโดย ไม่รู้อะไร ๆ อยู่ตรงไหนเป็นยิ่งที่น่ากลัว.

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [20 ส.ค. 2558 , 09:37:21 น.] ( IP = 171.97.19.143 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เพราะฉะนั้น สิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านทรงนำแสงสว่างเรานำแสงสว่างแห่งชีวิต ให้รู้ว่าวิปัสสนาต่างจากสมาธิ

ฉะนั้นการที่เรามาปฎิบัติสมาธิมิใช่วิปัสสนา และวิปัสสนาก็มิใช่สมาธิ การกระทำเราไม่เหมือนกัน กฎก็ไม่เหมือนกัน อย่างในขณะที่เราได้ถือศีลอยู่ได้ ศีลก็สามารถช่วยท่านจิตใจสงบได้ ถามว่าศีลช่วยได้ไหมช่วยได้ แต่สมาธิช่วยได้ เพราะสมาธินั้นเป็นการฝึกใจ เช่นการมองออกมา เดี๋ยวเราก็มองจุดนี้ ตั้งใจจะมองจุดนั้น เพื่อหาทางไป แล้วก็มองไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีความหนักแน่น เปรียบเหมือนความร้อนเช่น แสงแดดที่ไม่แรงพอจะเผาผลาญ เพราะอำนาจกระจัดกะจาย จิตของเราก็เช่นเดียวกันเมื่อเราทิ้งไปสติและปัญญาก็ไม่มีอำนาจพลังพอที่จะรู้และขับไล่ไปได้ ไม่สามารถทำได้ ฉะนั้น ต้องทำสมาธิเพื่อหาอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง มากำหนด เช่น การเจริญพุทโธ ท่องสัมมาอรหัง หรือทำสมาธิ โดยเอามือประสานทับกัน หรือการพูดออกเสียงเราต้องมีความตั้งใจ เช่น เช้ากินฟักผัดเย็น เย็นกินฟักผัด ยักษ์ใหญ่ไล่ยักษ์เล็ก ยักษ์เล็กไล่ยักษ์ใหญ่ เหล่านี้ไม่ใช่การนำมาพูดเล่นๆ การฝึกของเราจะทำให้เรามีอำนาจ เพราะมีสมาธิมีความตั้งใจ เมื่อมีความตั้งใจแล้วก็จะมีพลัง

ย้อนกลับไปพูดถึงเรื่องชีวิต บางคนอาจคิดอยากอยู่กับลูกกับหลาน แล้วจะตายด้วยโรคอะไรล่ะ ก็คิอว่าแก่ตายสบายดีที่สุด แต่ใครเลยจะกำหนดได้ เพราะเป็นเรื่องของอนิมิต สำคัญอยู่ที่ว่าเมื่อเราตายแล้วจะไปไหนต่างหาก จึงเป็นความน่ากลัว เราจึงต้องฝึก ต้องเข้าใจ ต้องเรียนรู้ ที่เราเป็นอยู่นี้ เป็นทางบำบัดทุกข์เท่านั้นเอง แต่ไม่ใช่เป็นทางพ้นทุกข์

ทุกข์คืออะไร ทุกข์คือชีวิต เพราะถ้าไม่มีชีวิต ทุกข์ต่างๆ เช่น ความเจ็บเป็นทุกข์ก็ไม่มี พระพุทธเจ้าตรัสว่าทุกข์เสมอเท่าชีวิตนั้นไม่มี ก็คือเป็นทุกข์ที่ตามมา

เพราะฉะนั้นทำอย่างไรล่ะจึงจะหมดทุกข์ได้ ก็คือไม่เกิด จะเกิดเป็นใครอย่างที่พระคุณเจ้าสอนว่า เกิดเป็นวีรสตรี เกิดเป็นวีรบุรุษ ก็ตายหมด แล้วท่านก็ต้องจากตาย ต้องจากลา เราก็ต้องจากกัน จากลา ตายแน่ ๆ เป็นความจริงที่หนีไม่พ้น ส่วนสิ่งที่เราคิดเรามีอยู่ เป็นของไม่แน่นอน เป็นของนอกกาย ดังนั้น สมาธิไม่ใช่อยู่ติดกับความทุกข์ เพราะเป็นการบรรเทาความทุกข์เท่านั้นเอง อย่างที่บอกคือตอนนี้เรากำลังทำสมาธิ
หายใจเข้าหายใจออกพุทโธ อรหัง ได้รับความสงบ ฉะนั้นสมาธิเป็นการช่วยบำบัดความทุกข์ที่เรามีอยู่แต่ไม่ได้ช่วยทำลายกิเลส

ส่วนวิปัสสนาเป็นเรื่องของปัญญา ปัญญาให้เข้าไปเห็นกิเลส เช่น ความอยากได้ที่อยู่กับเราตลอดเวลา อยากเห็น เพราะฉะนั้น ความอยากเห็น ความอยากได้ยิน อยากได้กลิ่น อยากรู้รส ความอยากต่าง ๆ นี้ มันเป็นความสุขมันเป็นตัวปรารถนา ปรารถนาคืออะไรคือความต้องการ ตัวการของความปรารถนาก็คือ เรานั่นเอง เพราะเราปรารถนาเอง

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [20 ส.ค. 2558 , 09:39:28 น.] ( IP = 171.97.19.143 : : )


  สลักธรรม 2

การปฏิบัติวิปัสสนาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเพียงเราเข้าใจแล้วค่อย ๆ ฝึก ทุกอย่างนั้นมีบันได ชีวิตคนเรามีทั้งขึ้นมีทั้งลง อยู่ที่ว่าเราจะทำหรือไม่

การรู้หลักธรรมของสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้เราเป็นคนฉลาดที่จะสงบ ฉลาดที่จะแก้ไข ฉลาดที่จะใช้สิทธิ เพราะว่าไม่มีอะไรที่เราเอาไปได้ ไม่มีอะไรที่จะอิ่ม เพราะมนุษย์เกิดมาทั้งกายและใจ เมื่อทำการศึกษาเข้าใจแล้ว เท่ากับเราเป็นคนดี เพราะหลักธรรมคำสั่งสอน ของพระพุทธเจ้า ให้เราเข้าศึกษาจากบุคคลคนธรรมดา ให้เป็นคนดี เพราะคนดีจะมีชีวิตที่สงบ ราบรื่น และเรียบง่าย เพราะว่าการที่เราได้อะไรมาง่าย ๆ ที่มันดูยากนี้ ต้องเริ่มที่อยู่ง่าย กินง่าย อาหารเหมือนกัน อร่อย หรือไม่อร่อยก็อิ่มได้เหมือนกันเพราะเรามีสติปัญญาที่จะฝึกตนเป็นคนดีให้มีจิตใจสงบและเรียบง่าย

คนดีจะมีภูมิปัญญาที่จะตัดสินทุกอย่าง คนดีจะมีชีวิตสงบและเรียบง่ายราบรื่น ตรงกันข้ามกับคนที่อวดดี เพราะคนที่อวดดี มีแต่สิ่งวุ่นวายและทำร้ายคนอื่น

สติของเรานั้นสำคัญ เราจึงต้องเรียนรู้การเจริญสติและเจริญปัญญาว่าทำอย่างไร ให้สติและเจริญปัญญานั้นเกิดร่วมกัน ซึ่งเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ตอนนี้หลายคนอาจจะง่วง เราก็ยังรู้ว่าเราง่วง หรือที่ขึ้นรถเมล์เราสัปหงกแป๊ปเดียวก็นั่งรถกลับบ้าน พอใกล้ถึงบ้านก็ลืมตาตื่น ก็แปลกนะ เคยเป็นไหม เพราะมันมีสัญญาที่มันบอกไว้ตรงนี้ๆ ค่อยกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา และบ่อยครั้งที่ตื่น ๆ หลับ ๆ จะถึงบ้าน จะเลี้ยวโค้ง เรารู้ว่าจะเลี้ยวโค้งบ้าน

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [20 ส.ค. 2558 , 09:40:44 น.] ( IP = 171.97.19.143 : : )


  สลักธรรม 3

คนเราเหมือนกันไม่มีใครที่แตกต่างกันเลย เรามีรูปคือร่างกายที่นั่งอยู่เรียกว่า รูปธรรม เรามีสัญญาคือความจำ เรามีสังขารที่ปรุงแต่ง ให้เราเดี๋ยวพอใจไม่พอใจ และก็มีวิญญาณคือ จิตที่รับรู้ได้ เป็นส่วนของนามธรรม

ชีวิตคนเราทุกคนประกอบด้วยขันธ์ 5 เหมือนกัน จึงไม่ควรมีใครต่ำต้อยน้อยใจ เพราะขันธ์ 5 นี้ ต้องเสื่อมสลายเหมือนกันหมด ฉะนั้น หลักการพิเศษที่พระพุทธเจ้าให้มา จึงเป็นทรัพย์ที่ไม่มีใครปล้นความรู้จากเราไปได้ เราอยู่ด้วยกันได้ ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าเราต้องอยู่ร่วมกันได้ ทุกสถานการณ์ ไม่ใช่ว่าปล่อยตัวปล่อยใจ ไม่รู้ว่าคิดอะไรเหมือนฟิวส์ขาด เพราะฉะนั้นอาการนี้น่าเป็นห่วง เราจึงต้องไปหาหมอ หมอที่รักษาเราได้ดีที่สุดคือพระธรรม พระธรรมจะสอนให้เรารู้ว่า ที่เกิดมาเพราะเรามีลูกโซ่ที่ร้อยไว้จากอดีตชาติ มีที่มาและก็มีที่ไป ทำไมล่ะคนเราเกิดมามีชีวิตไม่เท่ากัน และมีฐานะไม่เท่ากัน ท่านทั้งหลาย มีเหตุมีผลทั้งสิ้น ไม่มีธรรมไหนเลย ที่ทำโดยปราศจากเหตุ เราสุขเราทุกข์เพราะเหตุที่เราทำไว้ เรารวยเราจนเพราะเราเองทำ เรามีสุขภาพที่ดีหรือไม่ดี เพราะเราเคยเบียดเบียนซึ่งกันและกันเอาไว้ เช่น การฆ่าสัตว์ จึงเกิดมาพิการ เกิดมาทุกข์พลภาพ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้น่ากลัว

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [20 ส.ค. 2558 , 09:41:44 น.] ( IP = 171.97.19.143 : : )


  สลักธรรม 4

พระพุทธศาสนาเป็นคำสอนที่ลึกซึ้ง และก็ก่อให้เกิดวัฒนธรรมที่ดีงาม เช่น ความกตัญญู บางคนไปทำงานเมืองนอก ลำบากลำบนยังไงก็แล้วแต่ ต้องส่งเงินกลับมาให้พ่อให้แม่ เหมือนเราทำงานกรุงเทพ พ่อแม่อยู่ต่างจังหวัดก็ส่งเงินไปให้พ่อแม่ต่างจังหวัด นี้ก็เป็นอิทธิพลของพุทธศาสนา หรือถ้าเราเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นวัฒนธรรม เหมือนที่ประเพณีกับวัฒนธรรมมันแยกกันไม่ออกว่าอะไรเป็นประเพณี อะไรเป็นวัฒนธรรม แยกออกไหมอะไรคือประเพณี อะไรคือวัฒนธรรม แล้วเราก็พูดกันอยู่เสมอ พูดกันจนติดปาก

วัฒนธรรมแปลว่า ธรรมเป็นเหตุให้เจริญแต่สิ่งที่ทำกันจนเคยชิน มันเป็นประเพณี ประเพณีบางอย่างเป็นวัฒนธรรม ประเพณีบางอย่างไม่เป็นวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่ทำตามกันมาด้วยความไม่รู้หรือความเคยชินก็มี บางก็เป็นสิ่งที่ดีงาม ส่วนมากก็เป็นประเพณีที่มีแต่ว่าเป็นเครื่องสนุกสนานกัน เขาทำกันมาก็ทำกันต่อไป อะไรแบบนี้ ฉะนั้นประเพณีบางอย่างก็เป็นวัฒนธรรมแฝงอยู่

ยกตัวอย่างเช่น สำหรับบางคนที่ยังไม่เคยทำ เช่นประเพณีลอยกระทง ลอยกระทงทำไมกัน ก็บอกๆกันว่าไปขอขมาพระแม่คงคา ไปทำอะไรผิดกับพระแม่คงคามาจึงขอขมา บางคนก็ไม่เคยลงไปในคลองนำน้ำมาใช้เลย ทำไมไม่ขอขมาถนน เขาจึงอยากเปลี่ยนใหม่เป็นการขอขมาถนน ถ้าลอยกระทงใช้ลอยกับน้ำ แล้วขอขมาถนนจะทำอย่างไร เพราะขอขมาพระแม่คงคานั้น คนกรุงเทพไม่ค่อยได้ลงน้ำเลย

แต่ขอขมา พระแม่คงคาในประเทศอินเดีย มีแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์คือแม่น้ำคงคาเราเคยได้ยิน มีใครเคยไปไหมอินเดีย แม่น้ำคงคาเขาถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ ก็ไปมา ไปแล้วก็ไปลอยกระทงกับเขาด้วยเหมือนกัน

คนไทยไปทัวร์เขาจะจัดกันเช้า ตื่นเช้ามืดไปตี 4 เตรียมตัวกันแล้ว ตี 5 ออกเดินทาง ประมาณซักตี 5 ครึ่ง ก็ลงไปในเรือพร้อมกันช้า ๆ 6 โมงเช้า เขาก็จะมาอาบน้ำกันแล้วก็ไปดูที่เผาศพ แม่น้ำคงคาเขาถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ล้างบาปได้ ฉะนั้นคนอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูก็คือศาสนาพราหมณ์นั้นเอง เขาก็จะไปอาบน้ำในแม่น้ำคงคากัน ล้างบาปไปไหว้พระอาทิตย์กัน ทำพิธีล้างบาป แล้วก็ประเพณีอย่างนี้ มันมีมาตั้งแต่สมัยนานแล้วก่อนพุทธกาล ก่อนพระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ คนเขาเชื่อว่าน้ำในแม่น้ำคงคานี้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นแม่น้ำคงคาไหลมาจากมวยผมของพระพรหม แล้วก็เล่าเป็นนิพานขึ้นมาว่า น้ำนี้ไหลลงมาจากสรวงสวรรค์ พอเสร็จแล้วก็ผ่านเศียรพระพรหม ไปเชิญลงมา

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [20 ส.ค. 2558 , 09:43:55 น.] ( IP = 171.97.19.143 : : )


  สลักธรรม 5

จริงแล้วถ้าเราดูสารคดี เขาตามไปถึงต้นกำเนิดของแม่น้ำคงคา มันมาจากเขา น้ำมันไหลมาจากภูเขา ซึ่งในประเทศไทยเราก็มีเห็นมีสารคดี เคยดูต้นแม่น้ำ แม่น้ำตก หรือแม่น้ำอะไรอยู่ทางเหนือน้ำ น้ำมันก็ผุดออกมาจากเขาเหมือนกัน ลักษณะเดียวกันมีน้ำไหลออกมา น้ำในแม่น้ำคงคารินออกมาจากหุบเขาหิมาลัย คือน้ำจากหิมะละลายนั้นเอง และอีกส่วนหนึ่งออกมาจากใต้เขา แล้วก็ไหลกันเข้ามาก็กลายเป็นแม่น้ำใหญ่ แม่น้ำคงคาไหลลงตลอดมันไม่ไหลย้อน ไหลจากเหนือลงใต้ แต่ช่วงทางพาราณสีมันไหลย้อนขึ้นเหนือ ย้อนขึ้นเหนือกลายเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ เป็นน้ำที่ล้างบาปได้ คนก็จะไปล้างบาปกัน

คนไทยเราไปก็พากันเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ บางทีตักน้ำมาดื่มบ้าง แล้วก็อธิษฐานล้างบาป ขอขมาพระแม่คงคา คนที่เคยไปอินเดียกับเขา จะไปขอขมาพระแม่คงคา แล้วก็จะมีที่เผาศพ ที่เขาจะเผาอยู่ตลอดเวลา กี่พันปีก็ไม่เคยมอด เพราะคนอินเดียมีเป็นพันล้าน ใครตายก็อยากไปตายใกล้แม่น้ำคงคา ถ้าไปตายใกล้แม่น้ำคงคาก็ถือได้ไปสวรรค์ แล้วก็ไปเผาที่แม่น้ำคงคาไหม้หมด เขาก็เขี่ยลงไปในแม่น้ำนั้นแหล่ะ เสร็จแล้วก็ลอยอังคาร บางทีเขาก็บอกแม่น้ำคงคาเขาก็ไหลลงตลอด

ฉะนั้นน้ำในแม่น้ำคงคา ที่มันไหลมาผ่านป่าไม้ ผ่านป่าไม้ ผ่านอะไรเหมือนกับว่าผ่านแร่หิน อะไรต่าง ๆ น้ำก็เลยใส แล้วน้ำไหลลงตลอด คนเขาเชื่อว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ล้างบาปได้ เขาเชื่อกันมาแบบนี้

พอพระพุทธองค์ตรัสรู้ จึงกล่าวสอนว่า ถ้าน้ำในแม่น้ำคงคาศักดิ์สิทธิ์ล้างบาปได้ บางคนอาบครั้งละหนสองหน ถ้าเช่นนั้น เต่า ปู ปลามันอาบอยู่ทุกวัน มันบริสุทธิ์มากกว่าไม่มีบาป ผลของบาป

ฉะนั้นพระพุทธศาสนาที่ผ่านมา 2,500 ปี สมัยพระพุทธเจ้าตรัสรู้ย่อมตื่นตัวจากความเชื่อที่ผิด ๆ นั้น พอเวลาผ่านมาความเชื่อที่ผิดๆนั้น ก็กลับมาครอบงำได้ง่าย เพราะคนก็ลงไปอาบน้ำไปล้างบาปกันอีก อาบแล้วล้างบาปได้ไหม? ไม่ได้

บาปกรรมชั่วที่ทำไปแล้วมันล้างไม่ได้ แต่จิตนั้นล้างได้ พุทธศาสนาก็สอนล้างบาปเหมือนกันนะ ไม่ใช่ล้างด้วยการไปอาบน้ำ แต่ล้างโดยการไม่ทำบาป ไม่ทำซ้ำเข้าไปอีก แล้วก็ทำความดี ทำความดีแก้ตัว คนเราถ้านิสัยไม่ดีก็จะแก้ด้วยวิธีไหน เปลี่ยนนิสัย เสียใหม่ใช่ไหม จัดนิสัยซะใหม่ จัดความประพฤติเสียใหม่ นั้นแหละคือล้างบาป

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [20 ส.ค. 2558 , 09:45:54 น.] ( IP = 171.97.19.143 : : )


  สลักธรรม 6

วิธีล้างบาป คือ บาปมันเกิดที่ไหน บาปมันเกิดที่ใจใช่ไหม ที่ความประพฤติ เราเป็นทุกข์นี้ที่กาย วาจา ใจ ทั้งนั้น ต้องเปลี่ยนความประพฤติทางกายทางวาจาใจเสียใหม่ บาปมันเกิดที่จิตใจของเรา บาปไม่ได้เกิดจากสิ่งของ

พระพุทธเจ้าสอนให้รู้ สอนให้เห็นโทษของกิเลส สอนให้รู้ถึงภัยความโกรธ เมื่อมีปัญญาดีก็จะไปล้างความโลภความโกรธได้ เพราะความโลภ ความโกรธมันทำให้เราทำอะไรผิด ๆ เพราะความโกรธ เพราะความเกลียด เพราะความโลภ อยากจะร่ำรวยก็ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต บางคนรับจ้างฆ่าคนอื่นได้ แทนที่จะทำมาหากินอื่น ๆ เพราะฉะนั้น ด้วยความโลภ ด้วยความไม่รู้ ด้วยความหลงเป็นปัจจัย

บางคนก็ฆ่าคนอื่นด้วยความโกรธ ความเกลียด ความอาฆาตพยาบาท หักหลังกันในด้านธุรกิจบ้าง แข่งขันกันในด้านธุรกิจบ้าง ทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง ฆ่ากัน เพราะฉะนั้น ทำไปเพราะอำนาจ พอทำบาปลงไปแล้ว บาปเหล่านั้นก็จะตามไปหลอนตัวเราอีก กรรมที่ทำไว้เป็นเหตุ เหตุที่ไม่ดีทำไว้ ผลมันก็ไม่ดี เพราะฉะนั้นเราเองเป็นผู้ทำ แล้วผลของบาป เขาบอกว่ามันไม่ได้ให้ผลชาติเดียว มันให้ไปหลายภพหลายชาติ

เพราะฉะนั้นท่านจึงบอกว่า คนเราต้องมีวินัยในการอยู่ร่วมกัน ศีล 5 นี้เอง ทำให้เราเป็นคนมีวินัย เหมือนกับว่า เราเดินทาง เรานั่งรถคนเดียว ถ้าเขาไม่มีกฎจราจรไว้ ไม่มีไฟเขียวไฟแดงไว้ เป็นไง ก็ชนกันวินาศสันตโร ขนาดไม่ชนกันยังตาย ขนาดเรียกว่าเคารพกฎจราจร เพราะฉะนั้นกฎจราจรเขามีไว้เพื่ออะไร เพื่อความปลอดภัยแก่คนที่ใช้รถใช้ถนน ศีล 5 ก็เหมือนกัน ท่านวางไว้เพื่อความปลอดภัย ของคนที่เดินทาง ถ้าเกิดฆ่ากัน โลกก็ไม่มีความสงบจริงไหม ก็ระแวงไปว่าที่ไหนก็มีแต่ความน่ากลัว

เพราะฉะนั้นศีลข้อที่ 1 ไม่ฆ่าสัตว์ คือหลักประกันชีวิตที่ดีที่สุดเลยไม่ต้องไปทำประกันชีวิตเลย เพราะชีวิตประกันได้ไหม ชีวิตประกันไม่ได้ แต่หลักทรัพย์ประกันไว้ให้คนอื่นใช้

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [20 ส.ค. 2558 , 09:47:16 น.] ( IP = 171.97.19.143 : : )


  สลักธรรม 7

คนเราจะต้องมีศีลข้อที่ 2 ไม่ลักทรัพย์ของผู้อื่นเขาไม่ให้โดยการยักยอกหรือด้วยวิธีการใด ๆ ก็แล้วแต่ ประเทศชาติของเราเศรษฐกิจจะดี ต้องไม่ฉ้อราษฎร์บังหลวง ไม่คดไม่โกงกับทุกคน แม้จะเป็นระดับรากหญ้า ทุกคนมีสิทธิเหมือนกัน

ศีลข้อที่ 3 การไม่ล่วงกาเม ครอบครัวจะอยู่เย็นเป็นสุข ทุกคนจะต้องซื่อสัตย์กับครอบครัวของตัวเอง กับคู่ครองของตัวเอง

ศีลข้อที่ 4 ไม่พูดปด บางทีพูดไปแล้วก็เชื่อกันไม่ค่อยได้อย่างที่ได้ยินข่าวคราวออกมา คนไม่มีศีลข้อ 4 สังคมก็เลยวุ่นวาย สังคมก็เชื่อถือกันไม่ได้ ฉะนั้นสังคม หรือแม้แต่ครอบครัวของเราเอง จะมีความเชื่อมั่นกันได้เพราะว่ามีศีลข้อที่ 4 มันเป็นระเบียบวินัยของชีวิต รักษาแล้วก็ทำให้ชีวิตเป็นปกติ

ศีลข้อที่ 5 เมื่อก่อนนี้เราจะไม่ค่อยเจอผู้หญิงกินเหล้าดูดบุหรี่ เดี๋ยวนี้เป็นเรื่องธรรมดาไปซะแล้ว เราตามชาวตะวันตก ที่เราเรียกว่าวัฒนธรรมนั่นแหละ วัฒนธรรมเป็นส่วนของศีลธรรมกินเหล้า ดูดบุหรี่ ติดยาเสพติด ยาบ้า ยาม้า ยาอี เพราะเราขาดศีลข้อที่ 5 ฉะนั้น เมื่อขาดศีลข้อที่ 5 แล้ว ข้อที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ก็ตามมาเป็นแถวเลย

คนเรามีศีล 5 ข้อ แล้ว สังคมจะมีความสุข ตัวเราเองก็มีความสุข นี่แหละเป็นวิธีการล้างบาป ถึงการไม่ทำบาป และศีลข้อที่ 5 มันเป็นหลักประกันสุขภาพ สตางค์ก็ไม่เสียด้วย ฉะนั้น เป็นประโยชน์ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต แล้วก็ สุขภาพเงินด้วย ทำให้ไม่เปลืองทรัพย์ไปในทางที่ไม่เป็นประโยชน์

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [20 ส.ค. 2558 , 09:48:47 น.] ( IP = 171.97.19.143 : : )


  สลักธรรม 8

เราเป็นชาวพุทธแล้ว เราไม่รู้จักพระพุทธศาสนา คุณค่าของพระพุทธศาสนากับชีวิต พระพุทธเจ้าได้มอบธรรมะไว้เป็นมรดกธรรม เราเป็นคนเกิดมารับมรดกแล้ว เราก็เสียประโยชน์

ถ้าทรัพย์สมบัติที่พ่อแม่ให้ไว้ แต่เรากลับมองไม่เห็นคุณค่าหรือบางที่ต้องมีคนมาบอกให้รู้คุณค่า หรือบางที่ชาวพุทธเราเป็นกัลยาณมิตร ได้รู้ในเรื่องวิปัสสนาที่เราไม่เคยรู้ เหมือนกับเหรียญมีสองหน้า แต่เราจะเห็นแต่หน้าเดียวตลอด

เพราะฉะนั้นการปฎิบัติธรรมทางพระพุทธศาสนา ทำให้เรารู้ปัจจัยชีวิตอีกด้านหนึ่ง และก็สามารถจัดสรรชีวิต ในทางที่ถูกต้องดีงามขึ้น อย่างที่พระพุทธเจ้าได้สร้างสิ่งที่ดีงามทั้งหลาย

ถ้าใครได้แม้แต่ความรู้สึกนิดหนึ่ง เข้าใจปฎิบัติง่ายไหม กินง่าย นอนง่ายอยู่แล้ว นี่คืออุปกรณ์ในการปฎิบัติ สติที่เราไม่เคยมีให้เรามีขึ้น แล้วถ้าใครอยากรู้ก็ลองมาปฎิบัติลองมาปฎิบัติได้เลยหาวันหยุด ไม่ต้องกลัวว่ามาแล้วจะต้องเสียค่าใช้จ่าย ไม่มีค่าใช่จ่ายอะไรทั้งสิ้นและค่าน้ำค่าไฟ อยู่อาศัยได้สบาย

แต่ถ้าทุกคนมาปฎิบัติได้ ก็อยากทำบุญมากขึ้น แต่นั้นมันก็เกิดขึ้นเอง ไม่เหมือนถูกบังคับให้ทำ

ฉะนั้นหวังว่าโอกาสที่ ท่านทั้งหลายได้เข้ามาในสำนักหรือสถานที่นี้ไม่อยากละโอกาสที่ดีงาม พระพุทธเจ้าตรัสว่า อะไรสมควรทำก็ควรทำเสียก่อนที่เราจะตายขอเจริญพร.


โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [20 ส.ค. 2558 , 09:50:35 น.] ( IP = 171.97.19.143 : : )


  สลักธรรม 9

โดย น้องกิ๊ฟ [20 ส.ค. 2558 , 12:09:48 น.] ( IP = 182.52.36.202 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org