มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เมื่อท่านตายแล้วท่านจะไปไหน..๔




การให้ผลของกรรมของบุคคลใกล้ตาย


แม้ว่าอารมณ์ทั้งหลายจะเกิดขึ้นเป็นไปอยู่ตลอดเวลาก็ดี..... แม้กรรมที่ได้ทำมาแล้ว จะเป็นบาปหรือเป็นบุญ...จะต้องกระทบกับจิตแล้วแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมต่างๆอยู่ตลอดเวลาก็ดี แต่ก็หาใช่ว่าจะเกิดตามชอบใจได้ไม่จะต้องอาศัยเหตุปัจจัย

อารมณ์ที่จะเกิดขึ้นมาได้ง่ายนั้นจะต้องเป็นอารมณ์ที่มีกำลังมาก

.... เช่นมีเรื่องกระทบกระเทือนใจอย่างรุนแรง มีผู้คดโกงตัวเองอย่างย่อยยับ มีคดีอาญาที่ตนตกเป็นผู้ต้องหาอยู่ในโรงศาลที่ไม่น่าไว้วางใจว่าศาลจะพิพากษาให้ตนชนะได้

อารมณ์ที่ก่อความเศร้าหมองดังกล่าวนี้....จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ ..จะมากระทบใจให้อดคิด ...อดพูดมิได้ และเกิดขึ้นบ่อยๆ จะเป็นผู้ขาดความสุขไป.. และอารมณ์ที่เกิดขึ้นมาได้ง่าย ช่วงชิงอารมณ์ทั้งหลาย หรือป้องกันอารมณ์ทั้งหลายไว้มิให้เกิดขึ้นได้โดยง่ายนี้ก็เพราะว่าเป็นอารมณ์ที่มีกำลังมาก จึงได้โอกาสจึงชนะในการที่จะกระทบใจ

ด้วยเหตุนี้ท่านทั้งหลาย ก็จะเห็นได้ว่า กรรมที่ได้กระทำลงไปแล้วนั้น มิได้สาบสูญสิ้นไปไหน หากแต่ยังอยู่ และคอยช่วงชิงเอาชนะซึ่งกันและกัน

.....คือกระทบใจออกมาเป็นอารมณ์อยู่ตลอดเวลา....

ในผู้ใกล้จะถึงแก่ความตายเหมือนกัน ถ้ายกเว้นกรรมที่เรียกว่า ครุกรรม คือกรรมหนักออกเสียแล้ว กรรมที่เรียกว่า อาจิณกรรม คือกรรมที่ทำอยู่เสมอๆหรือทำอยู่บ่อยๆ จึงมักจะเกิดขึ้นได้โดยง่าย เช่น ฆ่าสัตว์อยู่เสมอหรือให้ทานอยู่เป็นประจำ

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [2 ก.ย. 2558 , 19:21:03 น.] ( IP = 58.11.11.41 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ลำดับแห่งการให้ผลของกรรมนั้นมี ๔ อย่าง คือ

๑. ครุกรรม ได้แก่ กรรมหนัก

๒. อาสันกรรม ได้แก่ กรรมที่ทำเมื่อใกล้ตาย

๓.อาจิณกรรม ได้แก่ กรรมที่ทำอยู่เสมอเนืองนิจ

๔. กฏัตตากรรม ได้แก่ กรรมเล็กๆน้อยๆ


๑.ครุกรรม .. คือกรรมที่มีน้ำหนักมาก หรือเป็นกรรมที่มีกำลังมาก

ถ้าผู้ใดทำกรรมชนิดนี้แล้วจะเป็นฝ่ายกุศลหรืออกุศลก็ตาม ย่อมจะส่งผลให้ก่อนกรรมอื่นๆทั้งหมดไม่มีกรรมอะไรมาขวางหน้าได้ และจะต้องให้ผลเมื่อตอนใกล้จะตายก่อให้เกิดผล คือการปฏิสนธิในชาติที่ ๒ อย่างแน่นอน

อกุศลครุกรรม ได้แก่ นิยตมิจฉาทิฏฐิกรรม คือมีความเห็นผิดอย่างรุนแรง มีอยู่ ๓ คือ

นัตถิกทิฏฐิ มีความเห็นว่า จะทำบาปทำบุญประการใดก็ตาม ผลที่จะได้รับย่อมไม่มี เป็นคนไม่เชื่อผล

อเหตุกทิฏฐิ เห็นว่า สัตว์ทั้งหลายที่กำลังเป็นไปอยู่นั้นไม่ได้อาศัยอะไรที่เนื่องมาแต่เหตุแต่ประการใดเลย เป็นคนไม่เชื่อเหตุ

และอกิริยทิฏฐิ เห็นว่า การกระทำต่างๆของสัตว์ทั้งหลายนั้น สักแต่ว่ากระทำไปไม่เป็นบุญ ไม่เป็นบาปอย่างใดเลย ไม่เชื่อทั้งเหตุและผล

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [2 ก.ย. 2558 , 19:22:59 น.] ( IP = 58.11.11.41 : : )


  สลักธรรม 2

ไม่เชื่อผลของกรรมที่ทำมาแล้วว่าจะนำให้มาเกิดเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ และได้รับผลเป็นทุกข์เป็นสุขอยู่เสมอ

ไม่เชื่อเหตุที่ได้กระทำลงไปว่าจะนำให้เกิดได้ในชาติหน้าแล้วทำให้ผลเป็นทุกข์เป็นสุขได้

และเห็นว่าสัตว์ทั้งหลายสักแต่ว่ากระทำลงไป หาได้ก่อให้เกิดเหตุผลประการใดไม่

นอกจากนี้ก็ยังมี..ปัญจานันตริยกรรม ๕ คือ
ฆ่าบิดา
ฆ่ามารดา
ฆ่าพระอรหันต์
ทำให้พระพุทธเจ้าห้อพระโลหิต
และทำสังฆเภทกรรมคือทำให้สงฆ์แตกแยกกัน

<
ส่วนครุกรรมทางฝ่ายกุศลนั้น ได้แก่ มหัคคตกุศลกรรม ๙ คือทำสมาธิจนได้ถึงฌานขั้นต่างๆ เมื่อได้ฌานที่สูงขึ้นไป ฌานที่ต่ำกว่าก็หมดโอกาสที่จะให้ผลได้... เช่นผู้ได้ทุติยฌานอันเป็นฌานที่ ๒ ก็จะต้องได้อารมณ์ของฌานที่ ๒ เมื่อเวลาใกล้ตาย ฌานที่ ๑ ปฐมฌานให้ผลไม่ได้ เป็นต้น

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [2 ก.ย. 2558 , 19:24:28 น.] ( IP = 58.11.11.41 : : )


  สลักธรรม 3

สำหรับโลกุตรกุศลกรรม ๔ นั้น ก็จัดว่าเป็นครุกรรมเหมือนกัน แต่ไม่มีหน้าที่นำเกิดได้ มีหน้าที่ทำลายการเกิดเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ดี โลกุตรกุศลกรรม เช่นพระโสดาบันบุคคล ก็ย่อมจะไม่ได้อารมณ์ที่ไม่ดีเมื่อตอนใกล้ตาย เพราะผู้ที่ได้มรรคผลทำลายความเห็นผิดของตนได้เด็ดขาดแล้วก็ย่อมจะไม่เกิด

๒.อาสันกรรม... คือ กรรมที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาใกล้ตาย หรือติดชิดกับความตาย ..เช่น มีเหตุให้ระลึกถึงสิ่งที่ดีที่ชั่ว บุญหรือบาปขึ้นมาเมื่อก่อนตาย เพราะกรรมที่เกิดขึ้นมานี้ ถ้าเป็นอกุศลอาสันกรรม ก็มีอำนาจส่งไปให้ปฏิสนธิในทุคติภูมิ...

เมื่อบุคคลใกล้จะถึงแก่ความตาย ก็มีเหตุจูงใจให้ได้โอกาสคิดนึก หรือได้ประสบกับอารมณ์ที่ดีหรือไม่ดี หรือมีผู้จูงใจมาให้อารมณ์ มาพูดคุยให้คิดถึงเรื่องอันเป็นกุศล

ถ้าบุคคลใดไม่ได้ทำครุกรรมไว้แล้ว อาสันกรรม คือกรรมใกล้ตายนี้ก็จะเป็นผู้ให้ผล

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [2 ก.ย. 2558 , 19:26:08 น.] ( IP = 58.11.11.41 : : )


  สลักธรรม 4

๓.อาจิณกรรม..เป็นกรรมที่ทำอยู่เสมอ จะเป็นบุญหรือบาปก็ตาม เช่นการประกอบอาชีพที่ทำจนชำนาญ..เพราะได้ทำซ้ำๆกันมาในเวลาที่ยาวนาน


ถ้าบุคคลใดไม่ได้ทำครุกรรมไว้แล้ว ทั้งอาสันกรรมก็มิได้มาให้ผลแล้วแต่บุคคลนั้นกระทำกรรมชนิดไหนลงไปจนเกิดความชำนาญ แท้จริง อารมณ์ของผู้ใกล้ตายนั้นก็มีโอกาสที่จะเกิดอาจิณกรรมอยู่เสมอ เพราะสิ่งใดที่ทำมาจนชำนาญแล้ว ก็ย่อมจะเกิดขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย

ด้วยเหคุนี้คนที่ใกล้ตายส่วนมากจึงมักจะหนีอาจิณกรรมไปไม่พ้น

๔.กฏัตตากรรม...ได้แก่ กรรมเล็กน้อย เป็นการกระทำที่โดยมากไม่ครบองค์กรรมบถ หรือไม่ครบองค์ของเจตนา และบางทีก็เป็นกรรมที่เกิดขึ้นมาแล้วในภพก่อนๆ สัตว์ทั้งหลายย่อมหนีจากกรรมเล็กน้อยเหล่านี้ไปไม่ได้

ไม่ว่าจะเป็นบุญหรือบาปอย่างไรก็ตาม เมื่อใกล้จะถึงแก่ความตาย กรรมเล็กน้อยเหล่านี้ก็มีโอกาสปรากฏขึ้นเป็นอารมณ์ และมีโอกาสชักนำกรรมที่มีกำลังมากทั้งหลายให้เกิดขึ้นมาได้โดยง่าย

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [2 ก.ย. 2558 , 19:27:45 น.] ( IP = 58.11.11.41 : : )


  สลักธรรม 5

ตามที่ผม (อาจารย์ บุญมี เมธางกรู) ได้บรรยายมาแล้ว ท่านก็จะเห็นได้ว่า... กรรมทั้งหลายก็มีกำลังหนักหรือเบาลกหลั่นกันเป็นชั้นๆ คอยจ้องสนองตอบต่อผู้กระทำอยู่ตลอดเวลา อาศัยเหตุอาศัยปัจจัยก่อให้เกิดผลขึ้นมา

ถ้าเหตุปัจจัยยังไม่พร้อม...ก็สงบอยู่... ผู้ที่มิได้ศึกษาเล่าเรียน ผู้ที่มิได้คิดพิจารณาให้ลึกซึ้งจึงมองไม่เห็น แล้วก็กระทำอำไรต่างๆลงไปตามแต่ความปรารถนาของจิตใจที่หนุนอยู่ภายในโดยมิได้ไตร่ตรองเสียให้รอบคอบ

ซึ่งโดยมากก็จะเป็นไปในทางที่จะก่อให้เกิดผลเสียหายบังเกิดทุกข์โทษภัยทั้งในชาตินี้และชาติข้างหน้าเป็นอันมาก

แต่แม้จะได้รับผลไม่ดีสักเท่าใด ผู้ที่ได้รับผลอันเป็นทุกข์โทษภัยเหล่านั้นก็หาได้ทราบไม่ว่าผลต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากกรรมที่ตนได้กระทำไว้ จึงได้เศร้าเสียใจอย่างแสนสาหัส แล้วก็พร่ำพูดโทษคนอื่นหรือสิ่งอื่นว่ามาทำให้ตนเดือดร้อน บางทีก็พูดว่าไม่เคยทำบาปกรรมหนักอะไรมาเลย

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [2 ก.ย. 2558 , 19:37:07 น.] ( IP = 58.11.11.41 : : )


  สลักธรรม 6

การที่บุคคลทั้งหลายไม่ทราบได้โดยง่ายถึงผลแห่งกรรมที่ตนได้รับนั้น ก็เพราะอำนาจของกรรมมีกำลังมีความสามาถต่างๆกัน ต่างก็ช่วงชิงโอกาสที่จะให้ได้ผลก่อน

ด้วยเหตุนี้เมื่อได้เห็นผู้ที่ได้กระทำชั่วลงไปแล้ว กลับมีความสุขความสบาย และผู้ที่ได้กระทำความดีมากมาย แต่กลับได้รับผลร้ายอยู่เสมอ จึงคิดว่าผลของกรรมนั้นไม่มี กรรมทั้งหลายให้ผลไม่ได้เลย แล้วบางคนกลับพูดว่า กรรมไม่มีเพราะมองไม่เห็นตัว

เหตุผลนี้ก็ได้แก่กำลังอำนาจของกรรมว่ามากน้อยเพียงใด และกรรมทั้งหลายที่ผู้กระทำได้ก่อเอาไว้มากมายหลายชาตินั้น ....ต่างก็ช่วงชิงที่จะให้ผลซึ่งกันและกัน

บางทีกรรมของชาติในๆเข้าไปหลายชาติได้โอกาสที่จะแสดงผลของมันขึ้นมาในชาตินี้ก็มี

เหมือนการปลูกต้นไม้ เมื่อปลูกลงไปแล้วก็จำเป็นจะต้องรอคอยวันเวลาที่มันจะให้ผลขึ้นมา ปลูกวันนี้แล้วจะเอาผลในวันพรุ่งนี้ได้กระไรได้ บางทีก็ต้องรอคอยถึง ๑ ปี ๕ปี แต่บางชนิดจะต้องคอยถึง ๑๐ ปีหรือมากกว่าก็ได้ อำนาจของกรรมก็เช่นเดียวกัน บางทีก็จะให้ผลในชาตินี้ บางทีก็จะให้ผลในชาติหน้า และบางทีก็จะให้ผลในชาติต่อๆไปเลยชาติหน้าไปอีกหลายชาติก็ได้

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [2 ก.ย. 2558 , 19:39:02 น.] ( IP = 58.11.11.41 : : )


  สลักธรรม 7

การที่บุคคลทั้งหลายไม่ทราบได้โดยง่ายถึงผลแห่งกรรมที่ตนได้รับนั้น ก็เพราะอำนาจของกรรมมีกำลังมีความสามาถต่างๆกัน ต่างก็ช่วงชิงโอกาสที่จะให้ได้ผลก่อน

ด้วยเหตุนี้เมื่อได้เห็นผู้ที่ได้กระทำชั่วลงไปแล้ว กลับมีความสุขความสบาย และผู้ที่ได้กระทำความดีมากมาย แต่กลับได้รับผลร้ายอยู่เสมอ จึงคิดว่าผลของกรรมนั้นไม่มี กรรมทั้งหลายให้ผลไม่ได้เลย แล้วบางคนกลับพูดว่า กรรมไม่มีเพราะมองไม่เห็นตัว

เหตุผลนี้ก็ได้แก่กำลังอำนาจของกรรมว่ามากน้อยเพียงใด และกรรมทั้งหลายที่ผู้กระทำได้ก่อเอาไว้มากมายหลายชาตินั้น ....ต่างก็ช่วงชิงที่จะให้ผลซึ่งกันและกัน

บางทีกรรมของชาติในๆเข้าไปหลายชาติได้โอกาสที่จะแสดงผลของมันขึ้นมาในชาตินี้ก็มี

เหมือนการปลูกต้นไม้ เมื่อปลูกลงไปแล้วก็จำเป็นจะต้องรอคอยวันเวลาที่มันจะให้ผลขึ้นมา ปลูกวันนี้แล้วจะเอาผลในวันพรุ่งนี้ได้กระไรได้ บางทีก็ต้องรอคอยถึง ๑ ปี ๕ปี แต่บางชนิดจะต้องคอยถึง ๑๐ ปีหรือมากกว่าก็ได้ อำนาจของกรรมก็เช่นเดียวกัน บางทีก็จะให้ผลในชาตินี้ บางทีก็จะให้ผลในชาติหน้า และบางทีก็จะให้ผลในชาติต่อๆไปเลยชาติหน้าไปอีกหลายชาติก็ได้

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [2 ก.ย. 2558 , 19:42:50 น.] ( IP = 58.11.11.41 : : )


  สลักธรรม 8

คนที่ไม่ได้ศึกษาสภาวธรรมให้มีความเข้าใจ ต่างก็คิดและถกเถียงกันไปในแง่มุมต่างๆแต่ก็ไม่อาจจะตัดสินได้ถูกต้อง

แม้บางท่านที่ว่าเป็นกรรมเก่าในชาติก่อน ก็พูดไปกระนั้นเอง หาได้มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงที่จะมาสนับสนุนประกอบคำกล่าวของตนแต่ประการใดไม่

แม้ผู้พูดเองก็ลังเลใจแต่ได้พูดไปตามความคิดนึก เพราะไม่ทราบว่าจะออกทางไหน

ยิ่งไปกว่านั้นบางท่านที่ไม่มีความเข้าใจอะไรเลย ก็จะซัดไปยังคนขับรถว่ามีความประมาทซึ่งเป็นกรรมปัจจุบัน



กำหนดเวลาในการให้ผลของกรรมนั้น ย่อมจะมีอยู่ตามอำนาจของกรรมตามอำนาจของเจตนารมณ์ที่เกิดขึ้นมา ในขณะที่เสพอารมณ์ที่เป็นชวนะในวิถีจิตต่างๆ

เพราะชวนะที่เสพอารมณ์ดังกล่าวนั้นย่อมจะมีความหนักเบาไม่เหมือนกัน ดังนั้นกรรมที่มีกำลังน้อยจึงให้ผลได้แต่ในชาตินี้ให้ผลไปในชาติข้างหน้าไม่ถึง เพราะกำลังไม่พอ กรรมบางประเภทให้ผลในชาติหน้าเท่านั้น และกรรมบางประเภทมีกำลังมากที่สุด จึงสามารถให้ผลได้ตั้งแต่ในชาติที่ ๓ เป็นต้นไป (นับชาตินี้เป็นชาติที่ ๑) และกรรมบางประเภทยกเลิกการไม่ส่งผลเลยก็มี จะอธิบายรายละเอียดในครั้งหน้าครับ

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [2 ก.ย. 2558 , 19:50:30 น.] ( IP = 58.11.11.41 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org