มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระอภิธรรมสังเขป (๑๓)







พระอภิธรรมสังเขป และธรรมบางประการที่น่าสนใจ
โดย พระนิติเกษตรสุนทร


ตอนที่ (๑๒) อ่านที่นี่

ชวนจิต


ชวนจิต คือจิตที่เสพย์อารมณ์เป็นบุญบาป กุศลอกุศล มีความสำคัญบางประการที่ควรทราบ คือ

๑.กรรมที่เป็นบุญบาป กุศลอกุศลนั้น ย่อมเกิดที่ชวนจิต ขณะเมื่อเสพย์อารมณ์ หาได้เกิดที่จิตดวงอื่นไม่ ทุกคราวที่จิตขึ้นรับอารมณ์ในทวารทั้ง ๖ ชวนจิตต้องเข้าเสพย์อารมณ์ทุกครั้งไป ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์เล็กน้อยปานใด แม้แต่เพียงนึกอยากไปดูภาพยนตร์ ชวนจิตก็เกิดเสพย์อารมณ์ คือความอยากนั่นเอง และนับว่าอกุศลกรรมเกิดแล้ว เพราะความอยากนี้เป็นโลภะอันเป็นอกุศล แม้อกุศลเพียงนี้จะยังไม่ให้ผลเป็นวิบากอันหนัก แต่ก็ย่อมจะถูกเก็บเข้าสะสมเป็น อาสวกิเลสไว้ในจิต

การที่ชวนจิตเสพย์อารมณ์นั้นก็คือ การกระทำซึ่งมีเจตนาเจตสิก ประกอบอันเรียกว่ากรรมนั่นเอง เป็นกฎแห่งสภาวะว่า การกระทำใดๆ อันประกอบด้วยเจตนาเจตสิก ย่อมเป็นกรรมที่ต้องมีวิบากเป็นผล และถูกเก็บสั่งสมไว้ในจิต จะปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงอย่างใดหาได้ไม่ กรรมนั้นแม้จะเล็กน้อยเท่าใดก็ย่อมมีวิบากเป็นผลเสมอ

ในทางกุศลก็เช่นกัน พอนึกจะให้ทานก็ได้บุญแล้ว กุศลคือบุญที่นึกคิดนั้นจะถูกเก็บสั่งสมเข้าไว้ในจิตใจเป็นวิบากในต่อไป ทั้งนี้ไม่จำต้องกล่าวถึงบาปอกุศล หรือบุญกุศลที่ใหญ่กว่ามากกว่าตัวอย่างที่กล่าวแล้ว เพราะย่อมต้องให้ผลเป็นวิบากมากน้อยตามกำลังแห่งกรรมที่ได้กระทำนั้นดุจกัน

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าบาปบุญนั้นเกิดสลับซับซ้อนกันอยู่ในวันหนึ่งเป็นจำนวนครั้งไม่น้อย เพราะเกิดกับอารมณ์ที่มากระทบทุกครั้ง และไม่ควรประมาทว่าเป็นกรรมเล็กน้อย

ส่วนวิบากของกรรมที่จะเป็นผลนั้น มีต่างๆ กันตามกำลังแห่งการกระทำทั้งในฝ่ายอกุศลและกุศล ดังเช่นวิบากของการกระทำบาปอกุศล จะทำให้ไปรับทุกขเวทนาในอบายภูมิ เกิดเป็นเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉานและสัตว์นรก ตามแต่กรรมหนักเบาที่ตนได้กระทำไว้ กรรมฝ่ายบาปอกุศลนี้จะไม่นำให้ไปเสวยสุขในสุคติภูมิได้เลย

ส่วนวิบากของกรรมที่เป็นบุญกุศลจะให้ผลเกิดเป็นมนุษย์ และเทวดาตามกำลังมากน้อยแห่งบุญกุศลที่ได้กระทำไว้ แต่สำหรับท่านที่ได้รูปาวจรกุศล (รูปฌาน) หรืออรูปาวจรกุศล (อรูปฌาน) ก็จะไปเกิดเสวยความสุขอยู่ในชั้นพรหม เป็นรูปพรหมหรืออรูปพรหมตามกำลังของฌาน

โดย ศาลาธรรม [22 ก.ย. 2558 , 15:43:24 น.] ( IP = 182.53.129.231 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


๒. ชวนจิตของบุคคลตามธรรมดามี ๗ ดวง กระทำกิจเสวยอารมณ์อย่างเดียวกันทั้ง ๗ ดวง เช่น ดวงที่ ๑ เสวยอารมณ์ คือ ความอยากได้ ดวงที่ ๒-๓-๔-๕-๖-๗ ก็เสวยอารมณ์คือ ความอยากได้เช่นกัน ความอยากได้นี้เป็นโลภะ และเป็นอกุศลเกิดที่ชวนจิต แต่ถ้าดวงที่ ๑ เสวยอารมณ์ยินดีในการทำบุญ ดวง ที่ ๒-๓-๔-๕-๖-๗ ก็เสวยอารมณ์ยินดีในการทำบุญนั้นเหมือนกันทั้งหมด ความยินดีในการทำบุญนี้เป็นมหากุศล และเกิดขึ้นที่ชวนจิตเป็นต้น

กรรมที่เกิดขึ้นที่ชวนจิตเป็นฝ่ายอกุศลมี ๑๒ ได้แก่ โลภมูลจิต ๘ โทสมูลจิต ๒ และโมหมูลจิต ๒ ส่วนที่เป็นฝ่ายกุศลมี ๒๑ ได้แก่ มหากุศล ๘ รูปาวจรกุศล ๕ อรูปาวจรกุศล ๔ และโลกุตรกุศล ๔

ชวนจิต ๗ ดวงนี้ เป็นกรรมคือการกระทำ ย่อมให้วิบากเป็นผลเกิดขึ้นในเวลาต่างกัน คือ

(ก) ดวงที่ ๑ ให้วิบากเป็นผลเกิดขึ้นเฉพาะในปัจจุบันภพอย่างเดียว ชื่อว่า ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม

(ข) ดวงที่ ๗ ให้วิบากเป็นผลเกิดขึ้นเฉพาะในภพที่ ๒ ถัดจากปัจจุบันภพ ชื่อว่า อุปปัชชเวทนียกรรม

(ค) ดวงที่ ๒ ถึงดวงที่ ๖ ให้วิบากเป็นผลเกิดขึ้นเมื่อมีโอกาสในอนาคต คือ ตั้งแต่ภพที่ ๓ เป็นต้นไป จนกระทั่งบรรลุถึงพระนิพพาน ชื่อว่าอปราปริยเวทนียกรรม

โดย ศาลาธรรม [22 ก.ย. 2558 , 15:43:56 น.] ( IP = 182.53.129.231 : : )


  สลักธรรม 2


๓. ความสำคัญของชวนจิตประการหนึ่ง ก็คือในเวลาที่ใกล้ตาย (จุติจิตดับ) อันเรียกว่า มรณาสันนวิถีนั้น ชวนจิตจะทำหน้าที่ส่งให้ไปปฏิสนธิในภพใหม่ ถ้าชวนจิตนั้นเป็นกุศลก็จะส่งให้ไปปฏิสนธิในสุคติภูมิ ถ้าเป็นฝ่ายอกุศลก็จะส่งไปสู่ทุคติภูมิ

ตามปกติจิตย่อมยึดเกาะอยู่กับอารมณ์ และเมื่อใกล้เวลาจุติจิตจะดับ จิตก็ย่อมมีอารมณ์ยึดเกาะ และในขณะนั้นจิตอาจนึกคิดถึงบุญกุศล หรือบาปอกุศลที่ตนได้ประกอบไว้ หรือบาปบุญนั้นอาจมาปรากฏเป็นภาพนิมิตให้จิตนั้นยึดเอาเป็นอารมณ์ ซึ่งเรียกว่ากรรม กรรมนิมิต และคตินิมิต ตามแต่ที่จะปรากฏ

ถ้าอารมณ์กรรม กรรมนิมิต คตินิมิต นั้นเป็นฝ่ายข้างดีเป็นกุศลปฏิสนธิจิตก็จะไปสู่สุคติภูมิ มีมนุษย์และสวรรค์ ฯลฯ ถ้าเป็นฝ่ายบาปอกุศลแล้วก็ย่อมไปสู่อบายภูมิอันมีนรกเป็นแดนเกิดเป็นต้น ทั้งนี้เป็นไปตามความสมคล้อยของจิตตามอารมณ์ดีหรือชั่วนั้น

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ขณะจุติจิตจะดับและปฏิสนธิจิตจะเกิดเป็นวาระสำคัญที่สุด อาจเปลี่ยนคติภูมิของสัตว์ได้ เช่นผู้ที่ประกอบบุญกุศลมามาก แต่ในขณะใกล้จุติจิตจะดับไป นึกถึงบาปอกุศลใดเข้า ชวนจิตก็จะนำส่งไปปฏิสนธิในทุคติภูมิก่อน

ท่านจึงได้สอนไว้ว่า ให้หมั่นทำบุญกุศลไว้ เมื่อทำบุญกุศลใดไว้แล้ว ก็ให้นึกคิดถึงบุญกุศลที่ได้ทำไว้นั้นให้เสมอเนืองนิจ เพื่อฝึกหัดจิตให้ชำนาญคล่องแคล่ว จะได้นึกถึงบุญกุศลได้ง่ายก่อนบาปอกุศล

ส่วนบาปอกุศลที่ได้ทำไว้แล้ว ก็ให้พยายามลืมเสีย อย่าเอามานึกคิดอีก เพราะนึกขึ้นครั้งใดอารมณ์นั้นก็เป็นอกุศลขึ้นอีก ทั้งจะทำให้สัญญาความจำฝั่งมั่นอยู่ในจิตใจ แล้วก็ให้ตั้งจิตไว้ว่าต่อไปจะไม่ทำบาปอกุศลอื่นใดอีก จะทำแต่ที่เป็นบุญกุศล นี่แหละจะช่วยให้วาระสุดท้ายได้ไปในทางที่จะประสบแต่ความสุข.



ขอนุโมทนากับคุณนวลพรรณ รามวณิช ผู้บันทึกข้อมูล

โดย ศาลาธรรม [22 ก.ย. 2558 , 15:44:20 น.] ( IP = 182.53.129.231 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org