มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระอภิธรรมสังเขป (๑๖)







พระอภิธรรมสังเขป และธรรมบางประการที่น่าสนใจ
โดย พระนิติเกษตรสุนทร


ตอนที่ (๑๕) อ่านที่นี่

กรรมนำเกิด


มนุษย์และสัตว์นี้ประกอบด้วยขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ย่อลงได้แก่ รูป ๑ และเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ รวมกันเป็นนาม ๔

รูป – นามนี้เกิดขึ้นโดยอาศัย อวิชชา ตัณหา อุปาทาน กรรม เป็นเหตุเป็นปัจจัยต่อเนื่องกัน

กล่าวคือ อวิชชา ความไม่รู้จักสภาวะตามความเป็นจริงด้วยความโง่ หลงทำให้เกิดความเห็นผิด จึงก่อตัณหาความดิ้นรนอยากมี อยากได้เข้าครอบครอง พอในใจอารมณ์และความเป็นอยู่ มีการยึดมั่นในอารมณ์นั้นๆ และเพื่อจะให้ได้มาซึ่งอารมณ์ตามความปรารถนาพอใจ จึงได้กระทำกรรมลงเป็นกรรมภวะเป็นปัจจัยให้เกิดอุปปัตติภวะ อันเป็นวิบาก คือภพชาติเกิดขึ้น

โดย ศาลาธรรม [5 ต.ค. 2558 , 16:26:58 น.] ( IP = 101.51.142.211 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


เมื่อพิจารณาจะเห็นว่า กรรมเป็นเหตุใกล้สำคัญประการหนึ่งต่อการเกิดขึ้นของสัตว์ เรียกว่า กรรมภวะ อันได้แก่ เจตนาของกุศลและอกุศล

ถ้ากรรมไม่ได้กระทำลง วิบากอันเป็นผลของกรรมก็ไม่มี สังสารวัฏฏ์ความเกิดขึ้นหมุนเวียนของสัตว์ก็ย่อมหยุดลง ภพชาติที่เกิดขึ้นย่อมต้องเป็นไปตามอำนาจกรรมเพื่อให้สมความปรารถนาของผู้ทำ เป็นกฎแห่งสภาวะ หาใช่เทพเจ้าบนสรวงสวรรค์ มีพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกดลบันดาลให้เป็นไปไม่

จิตของผู้นั้นเองเป็นผู้ก่อกรรมทำวิบากให้เกิดขึ้นเป็นไปในภพชาติสมเจตนารมณ์ เช่นการฆ่าสัตว์ ก็โดยเจตนาจะเบียดเบียนปราศจากเมตตาสงสาร เจตนาจะให้เขาตายมีอายุสั้น วิบากที่จะได้รับจากกรรมนั้นมีโทษทุกข์ในอบายภูมิ และความเดือดร้อนอายุสั้น โรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ฯลฯ เป็นไป สมคล้อยตามเจตนา ความพึงพอใจมาแต่แรกของผู้กระทำนั้น

กล่าวคือ เมื่อขณะที่ทำกรรมลง มีความประสงค์เจตนาอย่างใด วิบากก็ย่อมให้ผลตรงตามที่ปรารถนาเจตนานั้นทุกประการ ไม่มีขาดตกบกพร่อง

กรรมมีส่วนเข้าบงการตั้งแต่ขณะแรกแห่งการปฏิสนธิในทุกภูมิที่เกิด มนุษย์และสัตว์ทุกรูปนามย่อมต้องมีชนกกรรมนำให้เกิด ทั้งยังมีอุปถัมภกรรม คือ กรรมเก่าและกรรมใหม่ในปัจจุบันชาติคอยอุปถัมภ์ค้ำชูให้ผลอยู่ทั้งในทางดีและทางชั่วตามกำลังแห่งกรรมนั้นๆ ด้วย

โดย ศาลาธรรม [5 ต.ค. 2558 , 16:27:22 น.] ( IP = 101.51.142.211 : : )


  สลักธรรม 2


ตามที่กล่าวแล้วจะเห็นได้ว่า กรรมมีบทบาทสำคัญที่บงการให้ชีวิตของมนุษย์ และสัตว์ทั้งหลายเป็นไปสมตามเจตนาความมุ่งปรารถนาของผู้กระทำ และได้เริ่มเข้าให้ผลตั้งแต่ขณะแรกแห่งการปฏิสนธิ

ชีวิตมิได้ตั้งต้นจากความว่างเปล่า หากแต่มีกรรมเกิดร่วมนำส่งมาตามกุศลและอกุศลเจตนา และก็มิได้ปล่อยทิ้งไว้เพียงแต่กำเนิด ยังคงคอยติดตามอุปถัมภ์ค้ำจุนไปตลอดชีวิตอีกด้วย มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายจึงต่างมีสุขบ้าง ทุกข์เดือดร้อนบ้างเป็นไปต่างๆ กัน

ในปฏิสนธิขณะของมนุษย์และสัตว์ ในปัญจโวการภูมิ คือภูมิที่มีขันธ์ ๕ จิตและกรรมชรูป (รูปที่กรรมสร้าง) ย่อมเกิดขึ้นในขณะแรก คืออุปาทขณะของปฏิสนธิจิต หมายความว่า จิตเกิดขึ้นพร้อมกับรูปที่กรรมสร้าง

ในขณะแรกที่ถือปฏิสนธินั้น ไม่ใช่จิตแต่อย่างเดียว หรือรูปแต่อย่างเดียว จิตกับกรรมชรูปต้องเกิดพร้อมร่วมกันในขณะแรกของการปฏิสนธิทีเดียว เพราะจิตต้องอาศัยรูปเป็นเครื่องทรงอยู่ หากปราศจากรูปแล้วจิตจะทรงอยู่ไม่ได้ (เว้นจตุโวการภูมิ)

โดย ศาลาธรรม [5 ต.ค. 2558 , 16:27:38 น.] ( IP = 101.51.142.211 : : )


  สลักธรรม 3


จิตนั้นเมื่อถือปฏิสนธิแล้วก็จะเกิดดับเป็นสันตติสืบเนื่องกันไปตลอดชีวิต จนกว่าจะถึงจุติจิต (ตาย) กรรมชรูปก็เช่นเดียวกันกับจิต เมื่อปฏิสนธิแล้วก็เกิดขึ้นสร้างรูปและดับสืบเนื่องต่อกันไปจนถึงเวลาจะตาย และก่อนถึงมรณาสันนวิถีคือตาย ก็หยุดไม่เกิดสร้างรูปอีก

เมื่อกรรมชรูปไม่เกิดเป็นปัจจัยให้ จิตก็ต้องดับลงในท้ายของมรณาสันนวิถีเพราะกรรมชรูปไม่สร้างรูปให้ จิตไม่มีที่อาศัยเพื่อทรงอยู่ มนุษย์หรือสัตว์นั้นจึงชื่อว่าตาย

กรรมชรูป ที่เกิดขึ้นในขณะแรกแห่งปฏิสนธิจิตนั้น คือกายทสกกลาป (กายปสาท) ภาวทสกกลาป (ภาวเพศ) และวัตถุทสกกลาป (ทหยะที่อาศัยของจิต) รูปดังกล่าวนี้รวมกันเป็นจุดหนึ่งในขณะแรกปฏิสนธิ เป็นรูปอันสุขุมละเอียดมองเห็นด้วยตาไม่ได้

ต่อไปกรรมก็จะสร้างและอุปถัมภ์ค้ำชูให้กรรมชรูปนั้นเจริญเติบโตขึ้นตามลำดับ มี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ภาวเพศปรากฏเด่นชัดขึ้น กายทสกกลาปนั้นแยกออกเป็นรูปละเอียดต่อไปได้ ๑๐ รูป คือ ปฐวี อาโป เตโช วาโย วรรณะ คันธะ รสะ โอชะ ชีวิตรูป และกายปสาทะ ภาวทสกกลาปและวัตถุทสกกลาปก็แยกออกไปได้อีกอย่างละ ๑๐ รูป มีรูปละเอียดเหมือนกันกับกายทสกกลาป คงต่างกันที่กายปสาทเปลี่ยนเป็นภาวะหรือหทยะเท่านั้น

มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายดำรงชีวิตอยู่ได้ก็โดยกรรมชรูปยังคงสร้างรูปให้จิตได้อาศัยเกิดอยู่ รูปที่กรรมชรูปสร้างให้นี้ เกิดจากกรรมสมคล้อยตามที่ผู้นั้นปรารถนาเจตนาทำขึ้นไว้ มนุษย์รวมทั้งสัตว์ทั้งหลายจึงต่างกันด้วยรูปร่าง ผิวพรรณ ความเป็นอยู่.




ขอนุโมทนากับคุณนวลพรรณ รามวณิช ผู้บันทึกข้อมูล

โดย ศาลาธรรม [5 ต.ค. 2558 , 16:27:55 น.] ( IP = 101.51.142.211 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org