| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พระอภิธรรมสังเขป (๑๗)
![]()
พระอภิธรรมสังเขป และธรรมบางประการที่น่าสนใจ
โดย พระนิติเกษตรสุนทร
ตอนที่ (๑๖) อ่านที่นี่
การงานของกรรม
หน้าที่การงานของกรรม พอแยกออกได้ดังต่อไปนี้
๑.ชนกกรรม มีหน้าที่นำปฏิสนธิ คือทำให้สืบต่อกันระหว่างกรรมกับวิบาก ได้แก่การเกิดขึ้นหรือปรากฏขึ้นเนื่องมาจากกรรมที่ได้กระทำไว้
เช่น กระทำอกุศลกรรม ย่อมนำให้ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย และสัตว์นรก ทำบุญกุศลย่อมนำให้เกิดเป็นมนุษย์และเทวดา และการทำฌาน คือสมถภาวนา ย่อมนำให้เกิดเป็นพรหม เป็นต้น
เมื่อชวนจิตเกิดขึ้นเสพย์อารมณ์ครั้งใด กรรมอันเป็นกุศลหรืออกุศลก็เกิดขึ้น อำนาจหรือวิบากของกรรมก็จะถูกประทับไว้ในจิต โดยสัญญาเจตสิกเป็นผู้จำหมายเก็บเอาไว้ เพื่อผลสนองในต่อไป
กรรมที่ทำลงโดยมีองค์ประกอบครบย่อมเป็นกรรมที่มีผลแรง เช่นการฆ่าสัตว์โดยตั้งใจเอามาเป็นอาหารเป็นต้น สัตว์นั้นมีชีวิต รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต มีจิตคิดฆ่า (บุพพเจตนา) เพียรกระทำการฆ่าเพื่อให้สัตว์นั้นตาย สัตว์นั้นได้ตายลงเพราะการฆ่านั้น
เมื่อครบองค์ประกอบดังนี้ก็เห็นได้ว่า ผู้กระทำกรรมนั้นมีอกุศลเจตนามาแต่เริ่มแรก เจตนาจะเบียดเบียนเจตนาด้วยตัณหาความอยาก เจตนาเพียงกระทำลงด้วยจิตใจอันโหดร้ายปราศจากเมตตา เจตนาไม่เกรงกลัวและละอายต่อบาปจมฝังอยู่ในความหลงผิด ไม่แจ้งในเรื่องบาปบุญคุณโทษ
กรรมอันเกิดจากเจตนาดังกล่าวนี้ จึงเป็นไปเพียบพร้อมด้วยอกุศลมูล คือ โลภะ โทสะและโมหะ วิบากคือผลจึงมีกำลังแรงเป็นไปตามเจตนาอันเป็นแรงส่ง ก่อให้เป็นชนกกรรมนำไปเกิดในทุคติคืออบายภูมิได้
ส่วนในทางกุศลก็เป็นไปในทำนองเช่นกัน ถ้ากุศลกรรมนั้นได้กระทำลงโดยครบองค์ประกอบก็ย่อมมีวิบากให้ผลแรง เช่นมีบุพพเจตนาจะตักบาตร เพียรแสวงหาอาหารมาโดยชอบตั้งอกตั้งใจนำไปถวายแก่ภิกษุสงฆ์ และมีจิตโสมนัสยินดีในการทำบุญนั้น วิบากอันเป็นผลเนื่องมาจากเจตนานั้น ก็ย่อมมีกำลังแรงที่สนองให้เป็นชนกกรรม นำไปปฏิสนธิในสุคติภูมิ เกิดเป็นมนุษย์และเทวดาในต่อไป
การกระทำกรรมใดๆ ถ้ากระทำโดยเจตนาอันแรงกล้าย่อมมีกำลังผลักดันอันแรง ย่อมฝังอยู่ในจิตใจแนบแน่นทั้งจะปรากฏเป็นอารมณ์ขึ้นในจิตใจได้ง่ายก่อนกรรมที่กระทำลงโดยไม่ครบองค์ ทั้งนี้ก็เพราะเจตนานั้นได้เกิดขึ้นกระตุ้นเตือนสัมปยุตตธรรมอื่นให้ทำหน้าที่อยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มากครั้งด้วยกันกว่าจะทำกรรมนั้นสำเร็จ โดย ศาลาธรรม [9 ต.ค. 2558 , 13:49:47 น.] ( IP = 101.51.139.176 : : )
สลักธรรม 1
ชนกกรรม เป็นกรรมที่ทำให้วิบากนามขันธ์ และกรรมชรูป (นามรูป หรือขันธ์ ๕) เกิดในปฏิสนธิกาล (ขณะแรกของการเกิด) และปวัตติกาล (หลังจากขณะแรกของการเกิด)
ชนกกรรมที่ทำให้นามรูปเกิดขึ้นในปฏิสนธิกาล ได้แก่ให้อุปปัตติภาวะเกิดขึ้นในสัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน มนุษย์ เทวดา และพรหม
ส่วนชนกกรรมที่เกิดในปวัตติกาลก็ได้แก่การเกิดขึ้นแห่งอวัยวะใหญ่น้อยตามสมควรแก่สัตว์พร้อมทั้งทวิปัญจวิญญาณ ๑๐ คือ การเห็น การได้ยิน การดมกลิ่น การลิ้มรส และการสัมผัสถูกต้อง
เช่น ชนกกรรม นำปฏิสนธิเกิดขึ้นในครรภ์แล้ว ในปวัตติกาลต่อมาชนกกรรมก็สร้างอวัยวะต่างๆ ให้เจริญเติบโตปรากฏความเป็นอยู่ไปจนตลอดชาตินั้น ทั้งการเห็นการได้ยิน ฯลฯ อันเป็นวิบากนั้น ชนกกรรมก็สร้างอยู่ตลอดชีวิตนั้นเช่นเดียวกัน
โดย ศาลาธรรม [9 ต.ค. 2558 , 13:50:16 น.] ( IP = 101.51.139.176 : : )
สลักธรรม 2
๒. อุปัตถัมภกกรรม มีหน้าที่คอยอุปถัมภ์ค้ำจุน คือเมื่อขณะกำลังเสวยผลของกุศลกรรมหรืออกุศลกรรมอยู่ อุปัตถัมภกกรรมก็มาส่งเสริมอุดหนุนการเสวยผลกรรมนั้นให้ได้รับผลมากขึ้นแรงขึ้น
เช่นผู้ที่กำลังตกยากคับแค้นอยู่แล้ว ก็บังเกิดให้เจ็บไข้ได้ป่วยลงอีก เดือดร้อนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะอุปัตถัมภกกรรมฝ่ายอกุศลมาส่งเสริมให้ผล
หรือผู้ที่มีความเป็นอยู่ในขั้นสบาย ไม่เดือดร้อนในเรื่องเงินทองแล้ว กลับได้ถูกรางวัลล็อตเตอรี่ ทำให้มีความสุขสบายมากยิ่งขึ้นในการใช้จ่าย ก็เนื่องด้วยอุปัตถัมภกกรรมฝ่ายกุศลมาให้ผลสนับสนุน
อุปัตถัมภกรรม เป็นกรรมที่
(๑) ช่วยอุดหนุน ชนกกรรม ให้มีโอกาสส่งผล
(๒) ช่วยอุดหนุนชนกกรรม ที่กำลังให้ผลให้ได้ผลบริบูรณ์ยิ่งขึ้น
(๓) ช่วยอุดหนุน นามรูปที่เป็นวิบากของชนกกรรม มีอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายเป็นต้นให้เจริญและตั้งอยู่ได้นานโดย ศาลาธรรม [9 ต.ค. 2558 , 13:50:39 น.] ( IP = 101.51.139.176 : : )
สลักธรรม 3
๓. อุปปีฬิกกรรม มีหน้าที่คอยเบียดเบียนแทรกแซงคือ เมื่อกำลังเสวยผลของกุศลกรรมหรืออกุศลกรรมอยู่ และการเสวยผลกรรมนั้นต้องถูกเบียดเบียนหรือบั่นทอนให้ลดน้อยลงมิได้เจริญงอกงามขึ้น
เช่นผู้ที่กำลังเสวยความสุขรุ่งโรจน์มีความสำราญในชีวิต อันเป็นผลของกุศลกรรม ต้องกลับเจ็บป่วยได้รับความลำบากเข้าแทรกแซง ทั้งนี้ก็เป็นเพราะอุปปีฬิกกรรมฝ่ายอกุศลเข้ามาเบียดเบียน เป็นต้น
อุปปีฬิกกรรม เป็นกรรมที่
(๑) เบียดเบียนชนกกรรม ซึ่งมีสภาวะตรงข้ามกับตนโดยไม่ให้มีโอกาสส่งผล
(๒) เบียดเบียนชนกกรรมที่ส่งผลอยู่แล้วให้ส่งผลลดน้อยลง
(๓) เบียดเบียนรูปนามที่เกิดขึ้นจากชนกรรม เช่น การเกิดเป็นมนุษย์นั้นย่อมเกิดขึ้นด้วยกุศลชนกกรรม อวัยวะใหญ่น้อยก็เป็นกุศลวิบาก เกิดจากกุศลชนกกรรมตามหลักผู้นั้นย่อมมีความเป็นอยู่ด้วยดี แต่บางครั้งต้องเดือดร้อนมีการเจ็บไข้ได้ลำบากร่างกายพิกลพิการไปก็ต้องเพราะอุปปีฬิกอกุศลกรรมเข้าเบียดเบียนโดย ศาลาธรรม [9 ต.ค. 2558 , 13:50:56 น.] ( IP = 101.51.139.176 : : )
สลักธรรม 4
๔. อุปฆาตกรรม มีหน้าที่ตัดรอนกรรมอื่น และการสืบต่อแห่งขันธ์ ๕ ที่เกิดจากกรรมอื่นๆ นั้น คือเป็นกรรมที่ตัดกรรมอื่น และวิบากของกรรมนั้นให้สิ้นสุดหยุดลง
เช่น ตัดชนกกรรมไม่ให้มีโอกาสส่งผลต่อไป หรือตัดรูปนามวิบากที่เกิดจากชนกกรรมนั้นให้หมดสิ้นไป
ตัวอย่าง เด็กที่คลอดออกมาใหม่ๆ และตายลง หรือจักขุปสาทที่ดีกลับมืดบอดลงทั้งนี้เป็นด้วยอุปฆาตกรรมตัดรอน.
![]()
ขอนุโมทนากับคุณนวลพรรณ รามวณิช ผู้บันทึกข้อมูลโดย ศาลาธรรม [9 ต.ค. 2558 , 13:51:12 น.] ( IP = 101.51.139.176 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |