| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พระอภิธรรมสังเขป (๑๙)
![]()
พระอภิธรรมสังเขป และธรรมบางประการที่น่าสนใจ
โดย พระนิติเกษตรสุนทร
ตอนที่ (๑๘) อ่านที่นี่
กาลเวลาที่กรรมจะให้ผล
กาลเวลาที่กรรมจะให้ผล พอแยกออกได้ดังต่อไปนี้
๑.ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม คือกรรมที่ให้ผลในปัจจุบันภพ
ทุกครั้งที่จิตเสพย์อารมณ์เป็นกุศลหรืออกุศล ชวนจิตดวงที่ ๑ เท่านั้นที่ให้ผลในปัจจุบันภพ ส่วนชวนจิตอีก ๖ ดวงให้ผลในชาติหน้าและชาติต่อๆ ไป
จึงเห็นได้ว่ากรรมที่ทำลงไปในปัจจุบันภพย่อมให้ผลบางส่วนไม่เต็มที่ และจะไปให้ผลสืบเนื่องในชาติต่อๆ ไปอีกด้วย
นี่เป็นข้อหนึ่งที่น่าคิดสำหรับที่ว่า ทำดีไม่ได้ดี ทำบุญกุศลไม่ช่วย การทำกรรมดีต้องได้รับผลดีตอบนั้นย่อมไม่เป็นข้อสงสัย สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่าธรรมทั้งหลายย่อมไหลมาแต่เหตุ
แต่ที่ไม่ได้แสดงผลให้เห็นสมอกสมใจในเวลาอันเร็ว ก็เพราะการให้ผลนั้นเป็นไปตามลำดับกำลังของกรรมที่แรงหรือไม่แรงและเป็นบางส่วน
เฉพาะชวนจิตดวงที่ ๑ ดวงเดียวเท่านั้นที่ให้ผลในปัจจุบันภพ เป็นวิบากเข้าสนับสนุนหรือผ่อนเบากรรมเก่า โดยผู้เสวยวิบากนั้นมิได้รู้หรือเข้าใจตามสภาวะ วิบากที่เกิดขึ้นย่อมเนื่องมาแต่กรรมเก่ารวมเข้าด้วยกับกรรมใหม่บางส่วนในปัจจุบัน
โดย ศาลาธรรม [13 ต.ค. 2558 , 14:42:43 น.] ( IP = 125.26.106.56 : : )
สลักธรรม 1
๒. อุปปัชชเวทนียกรรม คือกรรมที่ให้ผลในชาติหน้าคือชาติที่ ๒ ถัดจากปัจจุบันภพไป
โดยมากได้แก่ครุกรรมอันเป็นกรรมหนัก ฝ่ายอกุศล เช่น ฆ่าบิดามารดา ฝ่ายกุศล เช่น เจริญสมถภาวนาได้รูปฌาน อรูปฌาน ทั้งนี้ก็เพราะเจตนาอันเป็นอกุศลหรือกุศลนั้นมีกำลังแรง
ดังจะเห็นได้ว่าการฆ่าบิดามารดานั้น ถ้าไม่มีเจตนาแรงกล้าแล้วย่อมกระทำกรรมนั้นไม่ได้ และในฝ่ายสมถภาวนาก็ต้องอาศัยเจตนาอันแรงกล้าเช่นกัน จึงจะทำได้สำเร็จ ถ้าไม่มีครุกรรมก็ต้องเป็นอาสันนกรรมโดย ศาลาธรรม [13 ต.ค. 2558 , 14:43:04 น.] ( IP = 125.26.106.56 : : )
สลักธรรม 2
๓. อปราปริยเวทนียกรรม คือกรรมที่ให้ผลตั้งแต่ชาติที่ ๓ นับแต่ปัจจุบันภพนี้เป็นต้นไปไม่มีกำหนดเวลา
ถ้าภพชาติยังมีอยู่ตราบใด เมื่อมีโอกาสกรรมนี้ก็ย่อมให้ผลเมื่อนั้น เพราะว่ากรรมเมื่อได้กระทำลงแล้ว ย่อมมีวิบากให้ผลสนองไปจนกว่าจะหมดสิ้น
เหตุที่มนุษย์เกิดมามีสุขทุกข์เป็นไปต่างๆ นานาก็เพราะกรรมที่ตนได้กระทำไว้แต่ก่อนนั้นมาให้ผลด้วยโดย ศาลาธรรม [13 ต.ค. 2558 , 14:43:21 น.] ( IP = 125.26.106.56 : : )
สลักธรรม 3
๔. อโหสิกรรม คือกรรมที่ไม่ให้ผล โดย
๑.วิบากไม่เกิด เช่นพระอรหันต์เข้าสู่พระนิพพานแล้ว ไม่มีภพชาติอีก วิบากก็ไม่มีเกิด
๒. ในขณะที่ทำกรรมไว้หลายอย่าง กรรมใดที่มีกำลังให้ผลแล้ว กรรมที่เหลือก็ไม่ให้ผล เช่น การบำเพ็ญฌานได้ถึงฌานที่ ๔ แล้ววิบากของฌานที่ ๑-๒-๓ ก็ไม่ให้ผลเพราะฌานที่ ๔ ให้ผลแล้ว
๓. ไม่มีวิบาก เช่น พระอรหันต์ทำบุญกุศลไม่มีผลเป็นวิบาก เพราะกิเลสอันเป็นเหตุให้ทำกรรมนั้นไม่มี (แต่วิบากที่ติดมาจากปุถุชนให้ผลได้)
กล่าวอีกอย่างหนึ่งได้ว่า ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม ถ้าไม่มีโอกาสให้ผลในปัจจุบันภพก็เป็นอโหสิกรรมไป
อุปฺปชฺชเวทนียกรรม เมื่อไม่มีโอกาสส่งผลในภพที่ ๒ แล้วก็เป็นอโหสิกรรมเช่นกัน
ส่วนอปราปริยเวทนียกรรมส่งผลตั้งแต่ภพที่ ๓ ไป จนกระทั่งเข้าถึงพระนิพพานแล้ว อปราปริยเวทนียกรรมก็เป็นอโหสิกรรมไป.
![]()
ขอนุโมทนากับคุณนวลพรรณ รามวณิช ผู้บันทึกข้อมูล
โดย ศาลาธรรม [13 ต.ค. 2558 , 14:43:40 น.] ( IP = 125.26.106.56 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |