| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พระอภิธรรมสังเขป (๒๓)
![]()
พระอภิธรรมสังเขป และธรรมบางประการที่น่าสนใจ
โดย พระนิติเกษตรสุนทร
ตอนที่ (๒๒) อ่านที่นี่
สมถกรรมฐาน
สมถะ คือการบังคับให้จิตยึดเกาะอยู่ที่อารมณ์เดียว มิได้ซัดส่ายแกว่งไปตามอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ทุกขณะจิตอันมีอาการต่างๆ นานา เช่น โลภ รัก อยากได้ ยินดี เสียใจ โกรธ กลัว เศร้าโศก ทุกข์ร้อน ฯลฯ แต่ก็คงรวมอยู่ในอกุศลเหตุ คือ อโลภะ อโทสะ อโมหะ และในอกุศลเหตุ คือ โลภะ โทสะ โมหะ ไม่นอกเหนือไปจากเหตุดังกล่าวนี้
ดังนั้นย่อมเห็นได้ว่าจิตมิได้อยู่นิ่ง แต่คอยวิ่งแส่หาอารมณ์เสพย์เกาะอยู่เสมอ อันเป็นเหตุนำมาซึ่งทุกข์โทษเดือดร้อนในประการต่างๆ อารมณ์ที่เกิดขึ้นได้นี้อาศัยผ่านมาทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ
ถ้าปสาทตาไม่มีแล้ว การเห็นรูปที่นึกว่าสวยงามน่ารัก หรือน่าเกลียดน่ากลัวก็ไม่เกิดขึ้น ถ้าปสาทหูไม่มีแล้ว การได้ยินเสียงที่นึกคิดว่าหวานไพเราะ หรือหยาบคายด่าว่าก็ไม่เกิดขึ้น ดังนี้เป็นต้น
มนุษย์ที่ต้องการกระเสือกกระสนดิ้นรนแข่งแย่ง หากิน หาใช้ หาดี หาเด่น กันอยู่ ก็เพราะ อารมณ์ต่างๆ ที่มากระทบนั้นเป็นปัจจัย ทำให้ฆ่าฟันบั่นทอนเบียดเบียนกันไม่มีที่สิ้นสุด มีความประสงค์อยากมีอยากได้แต่อารมณ์ที่เห็นว่าดีนั้นๆ หาได้เข้าใจถึงสัจธรรมความจริงอันแท้ไม่ ถือเอาตามที่โลกสมมุติบัญญัติว่าเป็นความจริงเป็นสิ่งถูกต้อง
โลกสมมติบัญญัติที่แท้ส่วนมากก็คือ มนุษย์ที่ยังข้องอยู่ด้วย โลภ โกรธ หลง เป็นผู้สมมติบัญญัติขึ้น หาได้เป็นไปมีขึ้นด้วยกฎแห่งสัจธรรมไม่ โดยเหตุที่อารมณ์ต่างๆ มากระทบจิตอยู่เอนกประการดังนี้ จึงทำให้จิตกระสับกระส่ายดิ้นรนไปไม่หยุดหย่อนและไม่มีเวลาสงบระงับเป็นตัวของตัวได้ ต้องตกเป็นทาสอยู่ภายใต้ตัณหา ความปรารถนาพอใจ หลงงมงายรับใช้อยู่ใต้บังคับทนทุกข์ไปตลอดชาติตลอดกัลป์
พระพุทธองค์ทรงเห็นโทษภัยของอารมณ์ที่มากระทบ ทำให้จิตใจหลงเป็นทาสของตัณหาอยู่ดังกล่าวนี้ และทรงเห็นว่าการอยู่ในสิ่งที่สงัดวิเวกมิให้จิตใจส่ายไปในอารมณ์ต่างๆ บังคับให้เข้าอยู่เสียแต่ในอารมณ์ที่จำกัด ก็จะช่วยให้โทษทุกข์เบาบางลงได้ จึงทรงชี้แจงถึงหลักการปฏิบัติสมถะภาวนา คือวิธีที่จะทำให้จิตสงบระงับจากอารมณ์ต่างๆ มากหลาย โดยให้เอาจิตนั้นไปเกาะไว้เสียที่อารมณ์กรรมฐานใดกรรมฐานหนึ่ง โดยเฉพาะมิให้แส่ส่ายไปหาอารมณ์อื่นๆ อีก เรียกว่า สมถภาวนา หรือสมาธิ
เมื่อจิตเกาะอยู่แต่ในอารมณ์เดียวแล้ว อารมณ์อื่นนอกจากนั้น เช่น อารมณ์รักใคร่ พอใจอยากได้ ความขุ่นแค้นพยาบาทขัดใจ ความฟุ้งซ่านเสียใจ รำคาญใจ ความหดหู่ง่วงเหงาใจ ตลอดจนความสงสัยลังเล ลุ่มหลงต่างๆ ก็มิได้เกิดขึ้น ทำให้จิตในขณะนั้นปลอดจากนิวรณธรรมสงบระงับอยู่นับเป็นมหัคคตกุศลจิต โดย ศาลาธรรม [26 ต.ค. 2558 , 15:03:22 น.] ( IP = 101.51.105.21 : : )
สลักธรรม 1
กรรมฐานสำหรับใช้ในการเจริญสมถะมีอยู่ ๔๐ อย่างด้วยกัน คือ
กสิณ ๑๐ ได้แก่การเพ่งดิน น้ำ ไฟ ลม สีขาว สีเขียว สีแดง ฯลฯ
อสุภะ ๑๐ เพ่งซากศพ ๑๐ ชนิด มีศพที่ขึ้นอืดเขียวเปื่อยเน่า ฯลฯ
อนุสสติ ๑๐ เพ่งคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ทาน ศีล ฯลฯ
อัปปมัญญา ๔ เพ่งความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
อาหาเรปฏิกูลสัญญา ๑ เพ่งอาหารเป็นของน่าเกลียด
จตุธาตุววัตถานะ ๑ เพ่งธาตุทั้ง ๔ ที่ประชุมกันเป็นร่างกาย
และอรูป ๔ เพ่งนามโดยไม่ยึดรูปคืออรูปฌาน ๔
โดย ศาลาธรรม [26 ต.ค. 2558 , 15:03:51 น.] ( IP = 101.51.105.21 : : )
สลักธรรม 2
เมื่อต้องการจะเจริญสมถภาวนา เพื่อให้จิตสงบระงับอยู่ในอารมณ์เดียว ก็ให้เลือกเอากรรมฐานใน ๔๐ อย่างดังกล่าวแล้ว ที่ถูกกับอัธยาศัย มาตั้งไว้ให้จิตกำหนด
เช่น เลือกเอาปถวีกสิณ ก็ให้เอาดินแดงบริสุทธิ์มาทำเป็นแผ่นวงกลมกว้าง ๑ คืบ ๔ นิ้ว ตั้งไว้ตรงหน้ามีระยะห่างประมาณ ๓ ศอกคืบ ใช้ดวงตาเพ่งและมีสติอยู่ที่กสิณดินนั้น บริกรรมในใจว่าดินๆ อยู่เรื่อยๆไป
จิตก็จะค่อยๆ มาเกาะรวมอยู่ที่ดินนั้นจนเห็นดินแจ่มชัดอยู่แต่อารมณ์เดียว แม้จะหลับตาเสียนิมิตของดินนั้นก็ยังปรากฏให้เห็นอยู่ จิตก็ไม่ซัดส่ายไปอื่นรวมลงสมาธิแน่วแน่ยิ่งขึ้น
จิตได้สมาธิขึ้นมากเท่าใดก็ยิ่งมีกำลังกล้าแข็งมากขึ้น เป็นจิตที่ปราศจากนิวรณ์รบกวน เหมาะสมที่จะนำไปเป็นบาทฐานในการเจริญวิปัสสนาปัญญาในคุณธรรมเบื้องสูงต่อไป โดย ศาลาธรรม [26 ต.ค. 2558 , 15:04:12 น.] ( IP = 101.51.105.21 : : )
สลักธรรม 3
การเจริญสมถะหรือสมาธิที่พระพุทธองค์ประสงค์ในขั้นสุด ก็เพื่อจะให้นำไปใช้ในการเจริญวิปัสสนา เพื่อเกิดปัญญารู้แจ้งเห็นจริงในอริยสัจจ์ ๔ ซึ่งถึงความพ้นทุกข์ เพราะสมาธิเป็นธาตุใกล้ให้เกิดวิปัสสนาปัญญา หาใช่เพื่อแสดง ฤทธิเดชดูฤกษ์ยามในอย่างใดไม่
การเจริญกรรมฐานชนิดอื่น นอกจากปถวีกสิณก็มีทำนองคล้ายกัน โดยมีหลักสำคัญว่าต้องเอาจิตกำหนดไว้ที่กรรมฐานนั้น มีสติระวังอยู่มิให้จิตนั้นเผลอหรือตกไป จนกว่าจิตนั้นจะสงบเป็นสมาธิแนบแน่นอยู่ในอารมณ์เดียว
อานิสงส์ของสมถะย่อมทำให้จิตเป็นสุขเยือกเย็น ทำให้ได้อภิญญาจิต ๕ คือ ตาทิพย์ หูทิพย์ รู้วาระน้ำจิตของผู้อื่น ระลึกชาติได้ และทำอิทธิฤทธิ์ได้ เมื่อจุติย่อมเกิดในพรหมโลกตามกำลังของฌานที่ได้ โดย ศาลาธรรม [26 ต.ค. 2558 , 15:04:35 น.] ( IP = 101.51.105.21 : : )
สลักธรรม 4จริต ๖
ผู้ที่ประสงค์เจริญสมถภาวนาคือการทำสมาธิ ควรเลือกกรรมฐานที่เหมาะแก่จริตของตน
กล่าวคือ ผู้ที่มีราคะจริตชอบสวยงาม อิริยาบถเรียบร้อย ละเอียดถี่ถ้วน มักอวดถือตัวควรเจริญอสุภ ๑๐ และกายคตาสติ ๑
ผู้ที่มีโทสจริต โกรธง่าย เสียงดัง ไม่สำรวมอิริยาบถ และกระด้าง ควรเจริญอัปปมัญญา (พรหมวิหาร) ๔ และวรรณกสิณ ๔
ผู้ที่มีโมหะจริต อิริยาบถเซื่องซึม หลงลืม ไม่ใคร่มีความคิดเห็นของตนมักตามผู้อื่น ทำการงานไม่สำเร็จ ควรเจริญอานาปานสติ
ผู้ที่มีศรัทธาจริต อิริยาบถสุขุม นิ่มนวล ขวนขวายในกุศลบันเทิงอยู่ในการบุญ มุ่งอยู่ในศรัทธาเลื่อมใส ควรเจริญพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ จาคานุสสติ และเทวดานุสสติ
ผู้ที่มีวิตกจริต คิดนึกมาก อิริยาบถไม่เรียบร้อย จับจดการงานไม่เป็นหลัก ความคิดฟุ้งซ่าน ควรเจริญอานาปานสติ
และผู้ที่มีพุทธิจริต มีปัญญาหนักในธรรม อิริยาบถว่องไว มีกิจการเข้าใจง่าย ชอบอาหารที่ไม่มีโทษ ใช้ปัญญาหาเหตุผลเข้าประกอบในการทำกุศล ควรเจริญมรณานุสสติ อุปปมานุสสติ อาหาเรปฏิกูลสัญญา และจตุธาตุววัตถาน
ส่วนกรรมฐานที่เหลือคือ อรูป ๔ ภูตกสิณ ๔ อาโลกกสิณ ๑ และอากาสกสิณ ๑ ใช้ได้กับทุกจริตที่กล่าวแล้ว
ลักษณะของจริตนี้ กล่าวแต่โดยสังเขป และยกเอาเฉพาะที่ปรากฏได้เด่นชัด จริต ๖ มีกรรมเป็นแดนเกิด สัตว์ทั้งหลายเกิดมาต้องมีเหตุ ๖ (โลภะ โทสะ โมหะ อโลภะ อโทสะ อโมหะ) ปะปนคลุกเคล้ามาตามมากน้อยไม่เสมอกัน
![]()
ขอนุโมทนากับคุณนวลพรรณ รามวณิช ผู้บันทึกข้อมูล
โดย ศาลาธรรม [26 ต.ค. 2558 , 15:04:52 น.] ( IP = 101.51.105.21 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |