มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รู้ตัวหรือเปล่าว่า..เกิดมามีค่าน้อย




ในจักรวาลหนึ่งๆ ของหมื่นแสนจักรวาล มีกลุ่มธาตุที่รวมตัวกันเป็นก้อนกลมๆ คล้ายผลของมะกอก เกาะกลุ่มกันโคจรเป็นวงรีรูปไข่ ไล่กันไปตามลำดับ เป็นชั้นในแนวระนาบ ..

โดยมีกลุ่มธาตุไฟเป็นสูญกลาง ธาตุต่างๆที่รวมตัวกันเป็นก้อนนั้น ประกอบด้วยธาตุที่เราสมมุติเรียกว่า "ธาตุดิน" อย่างหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะแข็งกระด้าง "ธาตุน้ำ" อย่างหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเหลวอ่อนนิ่มเกาะกุม "ธาตุลม" อย่างหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะโปร่งใส พัดสะบัดไหว "ธาตุไฟ" อย่างหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะ ร้อนแรง เผาไหม้ ให้แสงสว่าง เป็นเปลว..(ว่าไปตามหลักวิทยาศาสตร์นะคะ)

และในจำนวนก้อนธาตุกลมๆที่มีอยู่ในจักรวาลนี้ ก็จะมีก้อนธาตุที่ประกอบด้วยธาตุทั้งสี่สมบูรณ์ที่สุด ก็จะมีอยู่เพียงดวงเดียว ในจักรวาลที่เราอยู่นี้..... ก็คือโลกที่เราอยู่นี่เอง จึงเหมาะแก่การให้สัตว์ในจักวาล มาอาศัย ธาตุเป็นที่สร้างเรือนกาย และเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงชีวิต บำเพ็ญบารมีให้ถึงพร้อม จนเป็นบุพภัพพะบุคคล มีพระอภิธรรมพร้อมมูล

โดย บุษกร เมธางกูร [9 ธ.ค. 2558 , 09:29:29 น.] ( IP = 171.96.176.185 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

โลกทีมากมายด้วยผู้มีอนุสัย ...และยังมีผู้ที่มีปัญญาอยู่ร่วมด้วย ทีจะเจริญธรรมให้พ้นไปจากความทุกข์ทั้งหลายได้

ดังนั้น สัตว์โลกจึงมีความแตกต่างกันออกไปมากมาย แต่น้อยคนนักที่จะรู้ถึงพื้นฐาน ที่สัตว์ต้องมีความเป็นไปต่างๆกัน

เพราะมีความอยาก(โมหะอวิชชา) ปิดบังไว้ จึงทำให้เกิดความหลง ..แม้ว่าจะพัฒนาตนเองมา จนเป็นสัตว์ที่ประเสริฐสุดแล้วก็ตามที... คือมีความเป็นคน ในรูปลักษณ์ของสัตว์ แต่คนเราก็สนใจแต่การสร้างสรรปัจจัย ที่เป็นรูปธรรมเสียส่วนมาก ด้วยคิดว่า สิ่งที่ตนเองคิดสร้างสรรขึ้นมานั้น จะนำพาให้พ้นทุกข์ จึงสร้างสรรกันไปอย่างไม่สร่างซา ทุกยุคทุกสมัยมาเฉกเช่นกัน

ในโลกของเราจึงมีเทคโนโลยีมากมาย ที่มนุษย์หวังไว้ว่าจะได้รับความสุขสบายจากสิ่งเหล่านี้

แต่ยิ่งมีความเจริญทางวัตถุเท่าไร มนุษย์ก็ยิ่งพบกับความวุ่นวายมากขึ้นเท่านั้น เพราะว่ามนุษย์ยังไม่สามารถเข้าใจ - ใจของตนเอง ที่เป็นนามธรรมได้... จึงหลงศึกษาอยู่แต่รูปธรรม อันเป็นของหยาบๆ ที่มนุษย์สามารถสัมผัสได้ทางอายตนะเท่านั้น

การศึกษาสิ่งเหล่านี้ จึงไม่ทำให้มนุษย์เดินไปถึงที่สุดของการศึกษาได้สักที่.. แม้บ้างโอกาสของโลก มนุษย์จะมีอายุยืนถึงแสนๆปีก็ตามที สิ่งที่มนุษย์ดิ้นรนสร้างสรรมันขึ้นมาด้วยตัณหานั้น โดยมี "อวิชชา" เป็นม่านกั้นมิให้เห็นหลังโรง บรรดาสัตว์ที่ได้เกิดมาอยู่ในโลก จึงเล่นกันไม่รู้จักเลิก ต่างก็พากันแล่นไปตามกิเลศของตน หวังว่าจะใหัถึงจุดหมาย ตรงที่ตนหวังไว้ และตรงที่เขาถึงนั้น.. มันก็ไม่มีใครหยุดอยู่กับที่ได้สักคน จึงแสวงหากันต่อไปอย่างน่าสงสารที่สุด

โดย บุษกร เมธางกูร [9 ธ.ค. 2558 , 09:30:47 น.] ( IP = 171.96.176.185 : : )


  สลักธรรม 2

และเมื่อถึงความแก่เก่าเต็มที ก็ทิ้งร่างอันเป็นหุ่นเชิดของตัณหาไว้ในโลก ที่เขางัดมันขึ้นมาเล่นกันนะแหละ ไปหาที่พักผ่อนกันชั่วคราวในปรโลกกันก่อน ตามกำลังที่สะสมกันมา อันเป็น "กุศลาธรรมมา" อันเป็นกรรมดี และ "อกุศลาธรรมมา" อันเป็นกรรมชั่ว ที่มั่วกันไว้ทุกๆชีวิต เพราะคิดไม่ถึงว่า ยังมีสวรรค์ มีนรก ไว้รองรับการตายของเราท่าน และ ของสัตว์ทั้งหลาย

ถ้ามีกรรมดี อันเป็นอริทรัพย์กันมากหน่อย ก็ไปผักผ่อนเสวยความสุขกันที่สวรรค์ ก็พอที่จะสบายกายสบายใจหน่อย คุ้มเกินคุ้ม ที่รู้จักทิ้งของที่จะต้องทิ้งมันไปอยู่แล้ว ก็ถือว่ามีโชค ..ส่วนพวกชั่วช้าด้วยชาติอกุศล ก็ไปใช้หนี้กรรมชั่วกัน ในที่ซึ่งเขาจัดสรรกันไว้ให้อย่างลงตัว พอดีกับหนี้สินที่ทำกันมา

ทำไม! คนในโลกนี้ของเรา จึงหาคนที่ทำความดีจริงๆกันได้ยากเหลือเกิน .

ก็เพราะต่างลืมๆไป เพราะว่าขณะที่อยู่ในปรโลกนั้น สิ่งที่ทำได้ก็เป็นเพียงแต่การนึกคิด ยังมิได้มีการกระทำทางกายให้เป็นอนุสัย กรรมนั้นจึงไม่สมบูรณ์ ...คล้ายกับบุคคลที่อยู่ในความฝัน

และเมื่อจิตได้ปฏิสนธิในภพใหม่ จึงถูกภพปิดบังไว้ ทำให้ลืมความหลัง เพราะอนุสัยที่ฝังอยู่ในสันดาน..... ย่อมส่งผลที่เด่นชัดออกมา ...เหมือนดังผลไม้ที่มีรสและรูปพันธุ์สันฐาน ตามพืชพันธุ์เดิม ที่ถ่ายทอดพันธุกรรมไว้ในเมล็ดของมัน

วัฎฎะกรรมจึงวนเวียนไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เวรกรรมก็ก่อกันไม่เลิกลา บาปที่หนาก็ยากที่จะขูดออกได้ ชั่วชีวิตที่ต่างคิดว่านาน คิดว่าดี มีความสุขในโลกนี้โลกหน้า อนิจจา.. รู้ตัวหรือเปล่าว่า..เกิดมามีค่าน้อย

ดูได้จากหมูเห็ดเป็ดไก่...ตายแล้วยังมีราคา...ต่างคนต่างก็ซื้อหา...ส่วนตัวท่านเหล่าหนาจะหาใครมาซื้อก็ไม่มี


โดย บุษกร เมธางกูร [9 ธ.ค. 2558 , 09:33:05 น.] ( IP = 171.96.176.185 : : )


  สลักธรรม 3

รู้ตัวหรือเปล่าว่า..เกิดมามีค่าน้อย

อยู่ร่วมกันฉันสิ่งมีชีวิต
อย่าหลงผิดว่าสูงส่งในพงศา
หรือหลงเพ้อในสินทรัพย์นับเงินตรา
แม้หลงว่ามีอำนาจเพื่อฟาดฟัน


ต่างเป็นสิ่งที่เกิดมามีค่าน้อย
มีบุญอยู่นิดหน่อยอย่าเพ้อฝัน
หายใจเข้าหายใจออกไม่กี่วัน
ก็มีอันเป็นไป....ไม่รู้ตัว


จะเป็นคนหรือสัตว์ชนิดไหน
ก็เหมือนกันไม่ห่างไกลในค่าหัว
เพราะเป็นเพื่อนร่วมทุกข์เกิด..แก่ตัว
และตายกันถ้วนทั่วทั้งโลกา


จะหอบยศให้หนักไปทำไม
จะหอบศักดิ์ไปถึงไหนกันหนักหนา
จะหอบทรัพย์เก็บกักไว้ในเงินตรา
จะหอบถึงชาติหน้า...หาได้ไป


คำนึงตนบนความจริงในสิ่งสัจจ์
และเริ่มต้นฝึกหัดใจกันใหม่
พรหมวิหารให้เบิกบานบนลานใจ
มธุรสเปี่ยมในถ้อยวาจาฯ


โดย พี่ดอกแก้ว [9 ธ.ค. 2558 , 09:35:17 น.] ( IP = 171.96.176.185 : : )


  สลักธรรม 4

สวัสดีค่ะพี่ดอกแก้ว

อ่านอย่างช้าๆ ก็สลดใจแล้วนะคะ
นึกถึงว่าทำไมเรายังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่อีก

เวียนเกิด เวียนสร้างกรรม แล้วก็ตาย แล้วก็เกิด อย่างไม่รู้จบ

ยิ่งมาอ่านตอนจบ ..อนิจจาตัวเรา..มีค่าน้อยจริงๆ ตายแล้วก็ยังไม่มีใครซื้อไปเป็นอาหารเหมือนหมูเห็ดเป็ดไก่

น่าเศร้าจัง

โดย พี่ดา [9 ธ.ค. 2558 , 09:37:03 น.] ( IP = 171.96.176.185 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org