| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สวดมนต์คืออะไร
สลักธรรม 1อุ ย่อมาจาก อุฏฐานสัมปทา สมบูรณ์ด้วยความหมั่นขยัน
อา ย่อมาจาก อารักขสัมปทา สมบูรณ์ด้วยการรู้จักรักษาความรู้หรือทรัพย์ที่หามาได้นั้น
กะ ย่อมาจากคำว่า กัลยาณมิตตตา คบเพื่อนที่ดีงาม ไม่ชวนกันไปในทางเสียหาย และ
สะ ย่อมาจากคำว่า สมชีวิตา ครองชีวิตโดยเหมาะสม ไม่ฟุ่มเฟือยหรือฝืดเคืองเกินไป ใครปฏิบัติได้ ก็สามารถตั้งตัวได้ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมโดย เทพธรรม....นำมาฝาก [4 ม.ค. 2559 , 09:26:03 น.] ( IP = 171.96.176.211 : : )
สลักธรรม 2
มนต์อีกบทหนึ่งว่า ทา ปิ อัต สะ เป็นมนต์ผูกมิตร สร้างไมตรีจิตทั่วไป ถ้าสวดโดยไม่รู้ความหมาย ก็คงจะผูกมิตรได้ยาก ต่อเมื่อถอดความว่า
ทา ย่อมาจากคำว่า ทาน หมายถึงการเอื้อเฟื้อให้ปัน
ปิ ย่อมาจากคำว่า ปิยวาจา พูดไพเราะอ่อนหวาน
อัต ย่อมาจากคำว่า อัตถจริยา บำเพ็ญประโยชน์ต่อกัน และ
สะ ย่อมาจากคำว่า สมานัตตตา หมายถึง การวางตนให้เหมาะสมกับผู้ที่ตนเกี่ยวข้องไม่ยกตนข่มผู้อื่น ก็จะผูกมิตรไมตรีได้เป็นอย่างดีโดย เทพธรรม....นำมาฝาก [4 ม.ค. 2559 , 09:27:09 น.] ( IP = 171.96.176.211 : : )
สลักธรรม 3
ในบางกรณี ท่านใช้คำว่า พุทธมนต์ ซึ่งแปลว่า มนต์ของพระพุทธเจ้า ซึ่งฟังดูแล้ว คล้ายจะเป็นเรื่องขลังหรือศักดิ์สิทธิ์อะไรสักอย่าง แต่ในความหมายของท่านพระสารีบุตรเถระ ท่านมุ่งแสดงหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ซึ่งสอนว่าที่เรียกว่าหนึ่ง คือ สิ่งมีชีวิตทั้งปวงเป็นอยู่ได้ด้วยอาหาร และหลักธรรมอื่นอีก เช่นที่เรียกว่าสอง คือนาม (จิตใจ) และรูป (วัตถุ) เป็นต้น
ในกรณีที่จะให้บทสวดขลังหรือศักดิ์สิทธิ์ ความจริงก็มีความเป็นไปได้บางประการ ซึ่งประกอบด้วยเหตุผล ไม่ใช่ขลังหรือศักดิ์สิทธิ์อย่างลอย ๆ ก็คือ ผู้สวดมนต์ทำจิตของตน ให้สงบเป็นสมาธิ และด้วยอำนาจจิตสงบนี้เอง ก็สามารถทำให้เกิดสิ่งที่ไม่น่าเชื่อต่าง ๆ ขึ้นได้
อำนาจจิตเป็นอำนาจที่มองไม่เห็น ถ้าจัดทำให้ถูกส่วน ก็มิใช่แต่พุทธศาสนิกชนเท่านั้นที่ใช้อำนาจจิตได้ เพียงแต่ว่าในพระพุทธศาสนามีกรอบให้ใช้อำนาจจิตเฉพาะในทางที่ดีงาม เป็นไปเพื่อประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตน หรือเบียดเบียนผู้อื่น
รวมความว่าแม้สามารถใช้อำนาจจิตได้ ก็จะต้องควบคุมมิให้ตกอยู่ใต้อำนาจฝ่ายต่ำที่ชักจูงให้เอียงไปในทางชั่วช้าทุจริตโดย เทพธรรม....นำมาฝาก [4 ม.ค. 2559 , 09:28:16 น.] ( IP = 171.96.176.211 : : )
สลักธรรม 4
ความหมายของคำว่า ปริตต์
บทสวดมนต์ที่ว่า ปริตต์ หรือ พระปริตต์ นั้น หมายความว่า บทสวดปกป้องคุ้มครอง ส่วนคำว่า ราชปริตต์ แปลว่า บทสวดปกป้องคุ้มครองพระราชาก็ได้ แปลว่า บทสวดปกป้องคุ้มครองที่สำคัญก็ได้
ในความหมายแรกแสดงว่าในสมัยโบราณพระมหากษัตริย์ทรงนิมนต์พระสงฆ์ไปสวดในพระบรมมหาราชวังเสมอ ต่อมาจึงอำมาตย์ราชบริพารและประชาชน ทั่วไปนิมนต์พระสงฆ์ไปสวดที่บ้านของตนบ้าง
บทสวดมนต์ เจ็ดตำนาน จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า จุลราชปริตต์ และบทสวด สิบสองตำนาน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มหาราชปริตต์ ซึ่งหมายถึงราชปริตต์ชุดเล็ก กับราชปริตต์ชุดใหญ่
คำว่า ปริตต์ เป็นคำเต็มในภาษาบาลี ซึ่งอาจตัดให้สั้นเหลือเพียง ปริต ก็ใช้ได้ ส่วนคำว่า ปริตร มีรูปมาจากภาษาสันสกฤต ที่ว่า ปริตฺราณ หมายถึงป้องกัน, ปกป้อง, คุ้มครอง เช่นกัน
เพียงแต่แยกศัพท์ ปริ = โดยรอบทั่วไป + ตฺราณ = ปกป้อง, ต้านทาน รวมแปลว่า ปกป้องหรือคุ้มครองรอบด้าน
ในทางวิทยาศาสตร์เราสามารถยกของหนัก เช่นข้าวสาร ๑๐ กระสอบให้ลอยขึ้นไปในอากาศได้ ด้วยการใช้ความรู้ทางกลศาสตร์ เช่น ใช้เชือกผ่านลูกกรอกหลายตัว ผูกมัดไว้กับข้าวสาร ๑๐ กระสอบ แล้วค่อย ๆ ดึงปลายเชือกให้ยกขึ้นได้ หรือใช้ความรู้ทางวิชาไฟฟ้ายกของหนักมาก ๆ ให้สูงขึ้น และนำไปวางไว้ในที่ที่ต้องการได้โดย เทพธรรม....นำมาฝาก [4 ม.ค. 2559 , 09:29:52 น.] ( IP = 171.96.176.211 : : )
สลักธรรม 5ย้อนมากล่าวถึงมนต์หรือบทสวดมนต์ ก็พอสรุปได้ว่า เป็นบทแสดงหลักธรรมคำสั่งสอนหรืออุดมคติต่าง ๆ เพื่อให้สามารถทบทวนจดจำหรือเป็นคติเตือนใจสอนใจ สามารถดูแลตัวเอง ให้เป็นไปในทางที่ถูกที่ควร แต่ถ้าใครจะมุ่งไปในทางให้ขลังหรือศักดิ์สิทธิ์ เพราะเหตุที่ทำให้จิตเป็นสมาธิในขณะที่สวดเองหรือฟังสวด ก็ไม่ห้ามคิดเช่นนั้น
เพราะมีความเป็นไปได้ที่อำนาจของจิตสงบ อาจทำให้เกิดผลดีต่าง ๆ อย่างน่าอัศจรรย์ เพียงแต่ล้อมกรอบไว้มิให้ใช้อำนาจจิตไปในทางไม่ชอบ ไม่ควรเป็นเด็ดขาด การล้อมกรอบเช่นนั้นก็มีเหตุผล เพราะเป็นการช่วยป้องกันมิให้ผู้ใช้อำนาจจิตไปในทางผิดนั้น ต้องประสบผลร้าย เพราะความผิดพลาดของตนเอง
มีอีกประการหนึ่ง ที่ควรกล่าวถึงก็คือ ความนิยมที่ว่าบทสวดนั้นก็ดี พระสงฆ์ซึ่งได้รับนิมนต์ไปสวดที่บ้าน หรือสถานที่ประกอบพิธีก็ดี การบำเพ็ญกุศลถวายอาหาร เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้นแด่พระสงฆ์ก็ดี ร่วมกันอวยพรสวัสดิมงคล และความสุขความเจริญแก่เจ้าภาพและผู้ร่วมงาน รวมทั้งผู้ที่ได้รับส่วนกุศลได้โดย เทพธรรม....นำมาฝาก [4 ม.ค. 2559 , 09:30:52 น.] ( IP = 171.96.176.211 : : )
สลักธรรม 6
การสวดมนต์ด้วยปากกับการสวดมนต์ด้วยใจ
การสวดมนต์นั้น บางท่านสวดได้คล่องมาก ถึงขนาดที่ปากสวดจบแล้ว ก็มิได้ส่งใจไปตามบทสวดนั้นเลย ต้องกลับสวดใหม่ เอาใจกำกับไปด้วย
ถ้าจะให้ได้ผลดี แม้สวดด้วยปาก ก็ควรให้ติดตามและรู้ความบ้างกำกับอยู่เสมอ มิใช่ปล่อยให้ปากสวดไปฝ่ายเดียว ทั้งนี้เพื่อให้จิตเป็นสมาธิและใช้สติกำกับตลอดเวลา
ในกรณีที่การสวดมนต์นั้น เป็นการช่วยกันทรงจำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ซึ่งในขั้นแรกยังไม่มีการจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร การท่องจำและสวดทบทวนก็เป็นวิธีการหนึ่ง ซึ่งพระสงฆ์ได้แบ่งหน้าที่กันให้กลุ่มนั้นกลุ่มนี้ท่องจำ และสวดส่วนนั้นส่วนนี้ของพระไตรปิฎก
ก็เป็นการช่วยกันธำรงรักษาพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบมา จนถึงกับได้รวบรวมจารึกลงในคัมภีร์ใบลาน และเมื่อมีการพิมพ์เกิดขึ้น ก็ได้จัดพิมพ์เป็นเล่มพระไตรปิฎกดั่งที่กระทำอยู่ในปัจจุบัน
การท่องจำที่มีความรู้ความเข้าใจกำกับก็ช่วยให้รักษาถ้อยคำสำนวนดั้งเดิมไว้ได้ดี อันแสดงว่าการสวดมนต์ท่องด้วยปากและด้วยใจ ยังมีคุณค่าอยู่เสมอแม้ในปัจจุบัน
ที่มา : คัดลอกมาบางส่วนจากหนังสือธรรมจักษุ
![]()
โดย เทพธรรม....นำมาฝาก [4 ม.ค. 2559 , 09:32:31 น.] ( IP = 171.96.176.211 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |