| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
๐ คิดถึงพ่อ ๐
สลักธรรม 1คำสอนเหล่านี้ลูกยังจำได้ แต่ก็เป็นเพียงความจำเท่านั้น เพราะแรงกรรมที่โหมเข้ามาซัดพาให้คิดผิดพลาด และด้วยการขาดพ่อผู้คอยประคองใจในยามทุกข์จึงทำให้ขาดหลักที่พึ่งพิง ต่างเดินพเนจรไปตามยถากรรมมานาน เพียรสร้างความหวัง และรอการมาของพ่อ ลูกก็จะไม่ท้อเลย เพราะยิ่งรอนานเท่าใด ทำให้ยิ่งรู้คุณค่าแห่งคำพ่อ ยิ่งทวีคูณค่าต่อจิตใจลูกเท่านั้น
"กราบระลึกถึงพ่อด้วยความหวัง กราบครวญผ่านเงาจันทร์ถึงพ่อ"
พอได้รับข้อความนี้จากท่านอาจารย์ ทำให้ต้องกลับมาทบทวนตนเองว่าเราได้นำคำสอนของหลวงพ่อท่านมาใช้มากน้อยเพียงใด เพราะความเป็นไปในชีวิตแต่ละวันที่ต้องประสบกับปัญหาและเรื่องราวต่างๆจนทำให้ขาดสติ ลืมเลือนคำเตือนคำสอนของหลวงพ่อไปแทบหมดสิ้น จนเกิดอกุศลขึ้นบ่อยครั้ง
ครั้นได้อ่านข้อความที่ว่า"ความมั่นคงในอนาคตจึงดูสดใส และเป็นไปได้มากขึ้น" ทำให้ต้องมาพิจารณาในแต่ละข้อ จึงตระหนักว่าเรายังขาดการเฝ้าดูตนเอง การเป็นตัวของตัวเอง การฝึกการให้ และการมีศรัทธาในตนเอง
ก่อนหน้านี้....ในวันเสาร์อาทิตย์เคยได้พบพ่อ ได้รับสิ่งดีๆ ได้ฟังธรรมและคำเตือนจากพ่อ ยามลูกแต่ละคนมีปัญหาดูเหมือนพ่อจะรู้โดยไม่ต้องบอกกล่าว เพราะวันนั้นคำสอนของพ่อจะเป็นคำตอบให้เรายอมรับเหตุผลของความจริงที่เกิดขึ้นจนสามารถเบาบางจากความทุกข์ที่กำลังประสบอยู่ในขณะนั้นได้เป็นอย่างดี
มาวันนี้ ....วันที่พ่อพยายามฝึกให้ลูกทุกคนพึ่งตนเอง ด้วยการหัดให้ลูกได้ใช้ชีวิตตามลำพังโดยไม่มีพ่อคอยตามเตือนเหมือนแต่ก่อน พ่อบอกทุกคนว่า พ่อสอนทุกสิ่งทุกอย่างให้ลูกหมดแล้ว อยู่ที่ว่าใครจะนำสิ่งนั้นมาปฎิบัติที่ตนเองหรือไม่
"ลูกหลายคน....คงปรารถนาจะให้พ่อมาหา มาสอนแบบเก่า พ่อก็ยินดีเสมอ และคงสอนแบบเดิมนั่นแหละลูก ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่พ่อหรือการสอน หากอยู่แต่การใช้ชีวิตของลูกนั้นเป็นหลักว่า ลูกใช้ชีวิตกับธรรมะไหม หรือเป็นผู้มีชีวิตที่ได้เรียนธรรมะ ตรงนี้แหละที่เป็นหนทางชีวิตของแต่ละคน..."โดย วยุรี สุวรรณอินทร์ [30 ม.ค. 2559 , 17:03:00 น.] ( IP = 171.96.176.96 : : )
สลักธรรม 2.....ยามไม่มีปัญหาเกิดขึ้นกับตน ดูเหมือนลูกพ่อแต่ละคนจะมีความสามารถ ทั้งพูดธรรมะ สอนธรรมะให้กับใครๆได้ แต่ยามที่เผชิญปัญหา ข้อธรรมต่างๆที่พ่อเคยสอน คำเตือนที่เคยได้รับมลายหายไปสิ้น ต้องดิ้นรนอยู่กับกิเลส หาทางออกให้กับตนเองไม่ได้ ผลสุดท้ายก็ร้องคร่ำครวญหาพ่อ กว่าจะมีสติระลึกรู้สึกตัวได้ต้องใช้เวลาเป็นนานแสนนาน
ก่อนหน้านี้....จำได้ว่าพอถึงวันศุกร์ ลูกกระตือรือร้นทุกครั้งที่จะได้กลับมาบ้านของเรา "บ้านเสือพิทักษ์" ยิ่งได้รับฟังว่าทุกเช้าวันเสาร์พ่อจะรอคอยการกลับมาของลูกทุกคน เพราะพ่อมีของดีที่จะมอบให้ ยามที่ได้พบกันความอบอุ่นที่ได้รับ ลูกสามารถ สัมผัสได้ถึงกระแสแห่งความห่วงใยที่พ่อมี แทบทุกนาทีที่ได้อยู่กับพ่อช่างเป็นเวลาที่มีค่าและแสนสุขสำหรับลูกๆทุกคน
มาวันนี้....ความจำเป็นทำให้ต้องไปใช้ชีวิตที่ไกลไปจากบ้านของเรา ได้แต่เพียงกราบรูปของพ่อเท่านั้น บางครั้งความรู้สึกคิดถึงพ่อ โดยเฉพาะเวลาที่ประสบปัญหาความอยากพบพ่อประดังเข้าสู่จิตใจ ทำให้นึกถึงกลอนตอนหนึ่งซึ่งอ่านพบในลานธรรมที่ได้เขียนไว้ว่า
ยิ่งเนิ่นนานวันนั้นก็ยิ่งรู้
ว่าขาดครูชี้นำคำแก้ไข
ไม่อาจเดินลำพังบนทางไกล.
ไม่อาจไร้มือพ่อมาต่อทาง
มืดเหลือเกินเดินไปเมื่อไร้พ่อ
ทางยิ่งไกลยิ่งท้อยิ่งอ้างว้าง
หัวใจยิ่งร่ำร้องเสียงครวญคราง
รอพ่อมาร่วมทางอย่างเช่นเดิม.โดย วยุรี สุวรรณอินทร์ [30 ม.ค. 2559 , 17:07:17 น.] ( IP = 171.96.176.96 : : )
สลักธรรม 3แต่สิ่งที่ทำได้ในขณะนั้นก็คือนั่งระลึกถึงคำสอนที่พ่อเคยได้ถ่ายทอดมาให้ด้วยพลังแห่งความรัก แม้ขณะนั้นจะไม่ได้ยินเป็นเสียง แต่เมื่อมีสติคำของพ่อก็ยังคงก้องอยู่ในหัวใจ
"คิดแก้ไข ใจให้มีกุศล มองตนให้มาก เรื่องยุ่งยากจะหมดไป"
"ความวุ่นวายจะไม่มีที่สิ้นสุดถ้าไม่หยุดที่ตน"
"ปัญหาจากวิบากย่อมมีเกิดขึ้นเสมอๆ แต่เมื่อเรามีปัญญาก็จะสามารถแก้ปัญหาได้
"ลูกเอ๊ย...ก็รู้ๆอยู่ไม่ใช่หรือว่า ทุกข์เสมอด้วยขันธ์นั้นไม่มี ลงมีการเกิดแล้วต้องเผชิญทุกข์ตลอดไป ไม่ว่าจะเป็นทุกข์ประจำ คือ เกิด แก่ เจ็บ ตายแล้ว ยังต้องเผชิญกับทุกข์ต่างๆที่จรเข้ามาตลอด และที่สำคัญ ทุกข์ทั้งหลายก็มาจาก"กรรม"ทั้งสิ้น เพราะเราต่างเข้าใจเรื่องกรรมน้อยเกินไป หรือรู้แค่เพียงตื้นๆ ความจริงแล้ว ไม่ว่ากุศลทั้งหลาย หรืออกุศลทั้งหลาย ก็คือกรรมนั่นเอง แต่ที่ทรงแยกแจกแจงออกมาก็เพื่อให้เห็นถึงการกระทำที่ต่างกันไป เช่นต่างกันตามทวาร เกิดที่กายบ้าง วาจาบ้าง ใจบ้าง แต่เมื่อลงได้กระทำลงไปแล้ว ไม่ว่าทางใด ชนิดใด ก็คือ"กรรม"ทั้งสิ้น เมื่อเป็นกรรมแล้วก็ต้องมีผลของกรรมอย่างแน่แท้
ลูกจึงต้องตระหนักในกรรมให้มากๆ และยอมรับให้ได้ว่า....สัตว์โลกต่างมีกรรมเป็นของของตน ใครทำกรรมไม่ดีมา ก็หนีไม่พ้นหรอก อย่าไปวิตกกังวลเกินไป......."
ท่านอาจารย์บอกพวกเราว่า.....หลวงพ่อท่านไม่ได้มองหรือคิดอะไรให้ใหญ่กว่าเรื่อง"กรรมและวิบาก" เพราะจะทำให้มีความเห็นผิดไปจากเหตุและผล ท่านบอกว่า ในเมื่อลงทุนเรียนจนได้พบความจริงแล้วถ้าไม่หมั่นนำมานึกถึง. ก็เหมือนกิ้งก่าได้ทอง เพราะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ท่านอาจารย์จึงย้ำว่า "หลวงพ่อท่านต้องการให้พวกเราได้รับผลจากการที่ศึกษามา ท่านไม่ต้องการให้เพียงแค่เรียนมาเท่านั้น"โดย วยุรี สุวรรณอินทร์ [30 ม.ค. 2559 , 17:11:33 น.] ( IP = 171.96.176.96 : : )
สลักธรรม 4ครั้งหนึ่งหลวงพ่อเคยพูดว่า
"...ในเมื่อเกิดมาเป็นคนแล้ว พ่อจึงอยากจะสอนเรื่องคุณภาพเพราะเราไม่รู้จักคุณภาพจึงใช้ชีวิตสะบักสะบอมไปกับเรื่องไร้สาระ สะเปะสะปะไปกับกิเลส สุ่มสร้างเหตุโดยไม่รู้จักผล ใช้ชีวิตกระเสือกกระสนดิ้นรนไปในวัฏฏะ..."
"ในโลกส่วนตัวของพ่อ พยายามใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงตลอดเวลาเท่าที่จะทำได้ และในโลกส่วนตัวแห่งความคิด ไม่เคยคิดว่าอะไรจะมีค่าไปกว่าชีวิต ชีวิตเป็นของมีค่ามากที่สุด ฉะนั้นเมื่อชีวิตเป็นของมีค่าที่สุด จะต้องสร้างค่าคุณภาพที่ประกอบไปด้วยปัญญาบรรจุไว้กับชีวิต นอกจากชีวิตมีค่าแล้ว ชีวิตมีค่าที่สูงส่ง และกระทำชีวิตที่มีค่าให้เป็นผู้ประเสริฐได้..
..ยากนะที่เราจะมีวันนี้ เพราะว่าเมื่อวานนี้มีหลายๆล้านชีวิตทั้งที่เป็นมนุษย์และสัตว์เดรัจฉานได้ตายไป วันนี้ก็มีอีกหลายๆล้านชีวิตที่ตายไป แต่เรายังอยู่เกินมาได้
ฉะนั้น จึงบอกว่าไม่มีใครช่วยเราได้นะ ถ้าเราไม่ช่วยตัวเอง
พ่อมาเพื่ออุดหนุน ส่งเสริม แก้ไข และให้ปัญญา ทุกคนมาคนเดียว พ่อก็มาคนเดียว อยู่กับพี่ป้าน้าอาเป็นกัลยาณธรรมซึ่งกันและกัน จากไปดีบ้าง จากไปไม่ดีบ้าง ถ้าใครยังไม่มั่นใจว่าในชาติหน้าจะมีสุคติภูมิ...ก็หยุดริทำชั่วเสียที ชั่วเก่าๆก็มากมายแล้ว หยุดเถิด
นอกจากนั้นต้องดูแลสุขภาพ ต้องรักษาสุขภาพจิตไม่ให้ตกต่ำ ป่วยก็หาหมอ ทานอาหารให้พอ พักผ่อนให้พอ ใช้ชีวิตให้พอเหมาะพอควร เหนื่อยก็พัก หนักก็วาง แต่ไม่ให้ว่างจากสติปัญญา เพราสติปัญญาเป็นของที่มีค่าคู่กับชีวิต พ่อไม่มีความปรารถนาเลยที่จะให้ลูกแก้วหญิงชายตายไปอย่างไม่รู้ว่า ตัวเองจะไปไหน"
เพราะเหตุนี้เองพ่อจึงสอนพวกเราทุกๆอย่างเพื่อให้ได้รู้จักเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิตอีกทั้งยังเคี่ยวเข็ญให้พวกเราท่องและจดจำให้ได้ถึงผลของอกุศลกรรมบท 10 และบุญกิริยาวัตถุ10. เพื่อให้ยอมรับในเหตุและผลจากการกระทำของตนเองดังที่พ่อสอนบ่อยๆว่า"ที่กระทบคือวิบาก และที่กำลังกระทำคือกรรม" และยังได้ตอกย้ำให้พวกเราได้ตระหนักถึงความโชคดีที่ได้เกิดเป็นพุทธศาสนิกชนที่มีโอกาสรู้แนวทางแห่งความพ้นทุกข์
"ไม่มีอะไรที่รุ่งเรืองทั้งหมดในโลกนี้เกิดจากความเลวเลย แม้กระทั่งพระนิพพานที่รุ่งเรืองที่สุดหาใดเสมอเหมือนแล้วก็เกิดจากความดีทั้งปวง คือ กาย วาจา ใจที่ดี เพราะฉะนั้นเราจึงต้องสะสมความดี แล้วก็สะสางความชั่ว ด้วยการศึกษาเล่าเรียน เป็นการ Clear ชีวิตทุกอย่าง อะไรที่ไม่รู้ก็ต้อง Clear ด้วยการศึกษา Clear อย่างเดียวไม่พอ ต้อง Clean. ด้วย
ทุกๆ อย่างในโลกนี้โดยเฉพาะโลกของเรานั้น สิ่งที่เรายังไม่รู้ยังมีอีกมาก เช่นทำไมเราถึงเป็นอย่างนั้น ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ทำไมคนนั้นเป็นอย่างนั้น ทำไมคนนี้เป็นอย่างนี้ ทำไมเราต้องรับกรรม ทำไมเราต้องชอกช้ำระกำใจ ก็เป็นปมปัญหามานานตั้งแต่สมัยมนุษย์หิน ทำไมคนเราจึงต่างกัน ฉะนั้นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาเพื่อ Clear. ทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะธรรมทั้งๆหลายย่อมไหลมาแต่เหตุ สร้างเหตุอย่างไร ต้องได้รับผลอย่างนั้น เมื่อบางครั้งเรารู้ไม่ทัน หรือผู้ที่ไม่ได้ศึกษาธรรมะก็จะไม่รู้สาเหตุเลย ฉะนั้นการศึกษาธรรมจึงเป็นการ Clear ปัญหาทั้งหมด เมื่อเราสามารถ Clear ปัญหาทั้งหมดได้แล้ว ก็จะทราบถึงเหตุต่างๆที่ทำให้เรามีการ เวียนว่ายตายเกิด เป็นต้น ฉะนั้นเราจึงต้อง. Clean ความชั่วทำให้เกิดความสะอาดจนเป็นวิสุทธิ เพราะฉะนั้นความรุ่งเรืองทั้งหมดในโลกนี้เกิดขึ้นจากความดีทั้งปวง ชีวิตจะดีและมีสุขสันติภาพได้จึงต้อง Clear และ Clean
ชาติเกิดของเราสำคัญที่สุด การที่มาฟังธรรมะแล้วเกิดกุศลจิตเนืองๆนั้น นี่แหละจัดเป็นการ Clear และ Clean. ในเวลาเดียวกัน การที่เรามาฟังธรรมได้เพราะอำนาจใฝ่ดีมีอยู่มากกว่าจึงทำให้มาได้ และเราเกิดมาลำพัง อยู่ลำพัง แล้วก็ตายลำพัง เพราะฉะนั้นจงตั้งชีวิตของเราให้มีความตั้งมั่น ขยันในบุญ คุ้นกับความจริง และทิ้งบาปทั้งปวงให้ได้ สมกับคำว่า Clear และ Clean
อะไรควรทำ คือ ความดีทั้งปวง
อะไรควรละ คือ ความชั่วทั้งปวง
อะไรเป็นประโยชน์ คือ สิ่งที่ทำให้เกิดสัมมาทิฏฐิ คือความเห็นถูกต้อง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุ
การทำบุญ หรือทำความดี ทุกคนมีโอกาสเหมือนกัน แต่บรรยากาศไม่เหมือนกัน ขอให้บุญคุ้มครองนะลูก เราจะต้องเอาบุญประคองชีวิตต่อไปด้วยการทำความดีทั้งปวง..."โดย วยุรี สุวรรณอินทร์ [30 ม.ค. 2559 , 18:52:12 น.] ( IP = 171.96.176.67 : : )
สลักธรรม 5แม้ช่วงหลังพวกเราจะไม่ได้ยินเสียงจากพ่อโดยตรง แต่เพราะความเมตตาและห่วงใยที่พ่อมี เราจึงได้รับข้อความดีๆผ่านมาทางท่านอาจารย์เสมอๆ ทำให้พวกเรารู้สึกว่า พ่อไม่เคยทอดทิ้งเรา ท่านคอยดูแลความเป็นไปของลูกๆตลอดเวลา
"...จงเลือกทำแต่กรรมดีๆ เพราะนั่นคือ คำแทนคำอวยพรอย่าสูงสุดแล้ว และถ้าประกอบด้วยเหตุผลด้วยแล้ว เมื่อทำกรรมดีไว้มากๆ ถึงไม่มีใครให้พร ก็ต้องได้พรดีเสมอ
แต่ถ้าคนเราลงหลงผิดกระทำกรรมชั่วไป ใครจะมาเสกสรรปั้นแต่งอวยพรอย่างไรให้แก่เรา เราก็ไม่มีทางได้รับพร เพียงได้รับรู้เสียงทางหูเท่านั้น..."
"งานแท้ของพ่อ คืองานดูแลตนเองให้ไม่พลาดไปในทางไม่ดี พ่อสอนให้ลูกเป็นคนดี งานของลูกก็คือ ทำตนเองให้ดี ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะทุกอย่างย่อมหมดไปตามกาลเวลา แม้มูลนิธิจะต้องปิดไปในกาลเวลาข้างหน้าแต่ชีวิตเรายังต้องเวียนว่ายตายเกิด ความดีเท่านั้นที่ได้จากสถานที่ก็ดี จะนำชีวิตของเราไป เพื่อให้ไปพ้นทุกข์
อย่าไปติดสถานที่ อย่าไปยึดอยู่กับสถานที่ เพราะบางครั้งเราพยุงมันไว้ไม่ได้ก็ต้องให้มันเป็นไป พระเชตวันยังเป็นซากปรักหักพังเลย หรือสถานที่ใหญ่โตกว่านี้อย่างกุสินาราที่เคยรุ่งเรืองตอนนี้ก็คือโครงสร้างก้อนอิฐที่หลงเหลืออยู่ ไม่มีใครรั้งเอาไว้ได้ กาลเวลาพาให้ทุกอย่างหมดไป
ถึงเราจะดูแลเราก็ดูแลได้เพียงช่วงชีวิตนี้ แต่สิ่งที่เราต้องดูแลข้ามชีวิตของเราไปคือความดี พ่อจึงสอนให้ทุกคนรักดี เพราะทุกคนต้องเดินทางต่อจากชาตินี้ไปชาติหน้า..."
....นี่คือ เสียงเตือนครั้งสุดท้ายที่ลูกๆมีโอกาสได้พบพ่อโดย วยุรี สุวรรณอินทร์ [30 ม.ค. 2559 , 18:55:42 น.] ( IP = 171.96.176.67 : : )
สลักธรรม 6ครั้งหนึ่งท่านอาจารย์เคยพูดคำว่า"จิตอนาถา". ซึ่งได้คำตอบว่า เป็นจิตที่ไม่ได้ถูกเลี้ยงดูด้วยสติปัญญา โดยครั้งนั้นท่านได้พูดถึงสภาพโดยทั่วๆไปของชีวิตเราว่า
"วันหนึ่งๆ เราแทบจะไม่เคยรู้ตัวว่า ตัวเองมีชีวิตอยู่ทำไม ? แค่กินอยู่ไปวันๆ ไร้สาระจริงๆเลย คิดแล้วน่ากลัว เพราะเดี่ยวเดียวเท่านั้นก็วันหนึ่ง มื้อหนึ่งเผลอแป๊ปเดียวก็ผ่านไปเป็นเดือน เผลอนิดเดียวก็ผ่านไป 6 เดือน อีก 6เดือนก็ผ่านไปอีก 1 ปี ความแก่ก็ตามมา แล้วก็เจ็บ แล้วก็ตาย แค่นี้เอง...นึกแล้วก็เศร้ากับชีวิตเศร้ากับจิตที่ถูกครอบงำด้วยโมหะ จิตที่อนาถา ที่น่าสมเพชเพราะไม่มีการเลี้ยงดูด้วยสติปัญญา"
เพราะหลวงพ่อท่านบอกว่า "หากใจเราไร้การควบคุม ที่ไปชาติหน้าก็ไร้การควบคุม เพราะการควบคุมใจไม่ได้นั้น คือการขาดสติปัญญา เมื่อขาดสติปัญญาทำให้ชีวิตไม่มีความมั่นคง ไม่มีหลักเกาะใจด้วยธรรม ปลายทางก็ไม่มีหลักเกาะอีกเช่นกัน ต้องลอยไปตามอารมณ์ที่ชัดเจน ให้สำรวจดูว่า เรามีความชัดเจนด้วยกิเลสเสมอ....น่ากลัว
หลวงพ่อสอนพวกเรามาโดยตลอดว่า ให้ทุกคนมีเป้าหมาย แต่น้อยนักที่จะรักเป้าหมาย หลวงพ่อจึงบอกว่า เรามักลืมเป้าหมาย จนตัวเองกลายมาเป็นเป้านิ่งของกิเลส
บางครั้งการสอนของหลวงพ่อนั้นดูเหมือนเป็นการเชือดเฉือน(กิเลส)พวกเราตรงๆ
"....จงเป็นผู้ไป ไปให้พ้นความห่วงของพ่อ คือไม่เกิดเท่านั้นเอง ตราบใดยังเกิดอยู่พ่อจะตามล่ากิเลสของลูกต่อไป
ฉะนั้นเราท่านทั้งหลายใช้ชีวิตมานี้ เราท่องเที่ยวกันมานานแล้ว เราท่องเที่ยวในสังสารวัฏกันมานานแล้วนะ เราท่องเที่ยวเวียนว่ายตายเกิดเป็นอนันตชาตินับไม่ถ้วน เราจะท่องเที่ยวต่อไปกันอีกหรือ เที่ยวอย่างไม่มีที่สิ้นสุดไม่มีจุดหมายปลายทางเปรียบเหมือนคนตาบอดนั่นเอง
ชาติหน้าเป็นอะไร ก็ไม่รู้ เพราะเราไม่รู้ว่าอารมณ์ใกล้ตายคืออะไร ถ้าเราไม่สั่งสมให้เกิดความเคยชิน ทุกวันนี้เรานึกอะไรออก ลองถามตัวเองซิ ส่วนใหญ่ความจำดีมีแต่เรื่องอกุศล เรื่องทุกข์ เรื่องเศร้า ภาพทางใจมีแต่เรื่องอกุศลทั้งสิ้น..."โดย วยุรี สุวรรณอินทร์ [30 ม.ค. 2559 , 18:59:49 น.] ( IP = 171.96.176.67 : : )
สลักธรรม 7แต่ทว่าในการสอนส่วนใหญ่พวกเราจะซึ้งใจไปในน้ำคำและน้ำใจของหลวงพ่อซึ่งเป็นเสมือนการให้กำลังใจลูกๆในการต่อสู้กับกิเลสทั้งหลาย
"ท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ตรงนี้ ท่านรู้ตัวไหมว่า ท่านกำลังทำความแตกต่างให้กับโลก เพราะคนในโลกล้วนต้องการลาภ ยศ สรรเสริญ สุข แก่งแย่งชิงดีกันสารพัด แล้วก็มีแต่ความวิปลาสธรรมมากมายก่ายกอง แต่ท่านนั้นกำลังเป็นผู้กระทำความแตกต่างให้เกิดในโลก ซึ่งโลกใบนี้ดูแล้วเป็นที่รวมอัจฉริยชน
แต่คำว่าอัจฉริยชนก็คือ ปุถุชนผู้มีความสามารถ มีความพิเศษ แต่ลูกนั้นเป็นผู้มีคุณวิเศษ คุณที่ได้มาจากคุณของพระมหากรุณาธิคุณ คุณของพระเมตตาธิคุณ คุณของพระบริสุทธิคุณ แล้วก็นำมาใช้กับตนได้ คุณวิเศษคือ หนทางเดินสู่ความพ้นทุกข์ ทำให้กิเลสเบาบาง จางหายไปในที่สุด
ฉะนั้นท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ที่นี่เป็นผู้ที่น่ายกย่องแซ่ซ้องสรรเสริญ ควรแก่การนับถือ เพราะท่านกำลังทำความแตกต่างให้กับโลกใบนี้ด้วยตัวของท่านเอง ขอแสดงความนับถือด้วยความจริงใจ
เมื่อเราเป็นเช่นนี้แล้ว และเรากำลังทำความแตกต่างกับจิตที่ไหลต่ำ จิตที่ทวนกระแสอยู่ทุกวันนี้นั้นต้องมั่นใจและยอมรับว่า การว่ายน้ำตามกระแสง่าย ลงบันไดง่าย คำว่า ทวนกระแส ก็มีความลำบากอยู่ในตัวเองแล้ว เปรียบเหมือนเราพายเรือตามน้ำขึ้นก็ไม่ต้องใช้แรงมากเท่าไร ถือหางเสือไม่ให้เบี้ยวเท่านั้น แต่การพายเรือทวนน้ำตลอดเวลาทั้งขึ้นทั้งลงเป็นของยากเพราะต้องใช้กำลังมาก แล้วต้องทวนกระแส คือ การต่อต้าน แล้วอะไรคือกระแส ก็คือจิตของเราซึ่งมีกระแสแห่งกิเลสที่พัดอยู่ตลอดเวลา โน้มให้เรา กระพือพัดให้เรามีเพลิงโลภะ เพลิงโทสะ เพลิงโมหะ กระพืออยู่ในจิตใจของเราตลอดเวลา ก็เปรียบเหมือนน้ำที่ไหลเชี่ยว แล้วรูปนามขันธ์๕ กับจิตที่ถูกสงเคราะห์ด้วยความดี เราเป็นผู้พายเรือลำนี้เองให้ทวนกระแสก็ต้องออกแรงมากกว่าเดิมเหมือนการพายเรือทวนกระแส
ฉะนั้นการทำความดีจึงต้องอดทน ตั้งใจมากกว่าเดิม ใช้ชีวิตเหมือนเดิมไม่ได้ ต้องอาศัยขันติ วิริยะ ต้องอดทน ต่อสู้ เพราะอะไร ? เพราะเรารู้แล้วว่าชาติหน้ามีจริง ทุกชาติที่เกิดเป็นทุกข์ ฟ้าจะสูง แผ่นดินจะต่ำแค่ไหน ความทุกข์ไม่ได้อยู่ที่สูงที่ต่ำ อยู่ทุกที่ มีเกิดที่ไหน จะเป็นพรหมโลกซึ่งสูง ก็มีความทุกข์ตามไปถึง แผ่นดินจะต่ำขนาดไหน เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ทุกข์ก็ตามไปถึง ต่ำกว่าแผ่นดินคืออบายภูมิ ทุกข์ก็ไปถึง ฉะนั้นทุกข์ไม่เลือกที่ ทุกข์ทุกๆที่ ทุกข์ทุกอย่างเมื่อมีการเกิดโดย วยุรี สุวรรณอินทร์ [30 ม.ค. 2559 , 19:05:07 น.] ( IP = 171.96.176.67 : : )
สลักธรรม 8เมื่อเรายอมรับโดยดุษฎียภาพแล้วว่า ชาติหน้ามีและทุกชาติเป็นทุกข์ เราก็มาเพียรเพิ่มเติมเสริมกำลังเราให้มีความใจเด็ดที่จะใช้ชีวิตทั้งชีวิตเป็นเครื่องต่อรองกับกิเลส "ฉันไม่ยุ่งกับเธอ จะยอมตาย ไม่ตามกิเลส " ต้องลงทุนด้วยชีวิต "ชีวิตฉันจะไม่ชั่ว" ต้องเดิมพันไปเลย ถ้ามีเรื่องต้องชั่วยอมตายดีกว่าผิดศีล..."
"...ความเพียรอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั่น แต่ความเพียรที่ประกอบไปด้วยศรัทธาคือเพียรรู้เรื่องกรรม เพียรยอมรับวิบากกรรม เพียรทำกรรมดี เพียรวางใจให้ถูกต้องตามกาละเทศะ ตามบุคคล และเพียรทำตามคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ความเพียรนั้นย่อมยังประโยชน์อันสำเร็จไพบูลย์ทุกคน
PEOPLE LIKE YOU MAKE A DIFFERENT TO THE WORLD
คนอย่างท่านที่จะสร้างความแตกต่างให้กับโลกของเรา เพราะโลกของเราทั้งโลกเป็นโลกแห่งคนเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ ไม่มีคุณธรรมศีลธรรม พวกคุณนั่นแหละจะเป็นผู้สร้างความแตกต่างให้กับโลกของเรา และโลกใบนี้จะน่าอยู่ขึ้น เพราะมีคนเช่นพวกคุณ ขออนุโมทนา"
หลวงพ่อท่านจึงเตือนพวกเราเสมอว่า"จงอย่าให้อะไรมาเป็นใหญ่ไปกว่ากรรม เพราะถ้าเชื่อว่ากรรมเป็นใหญ่ ความต้องการอะไรๆก็น้อยลง เพราะจะเป็นคนเลี้ยงง่าย และไปจากสังสารวัฏได้"
เชื่อว่าลูกๆทุกคนประจักษ์แก่ใจดีว่า สิ่งที่หลวงพ่อต้องการคือ ให้พวกเราทุกคนเป็นคนดีและหนีไปจากสังสารวัฏด้วยการเดินบนเส้นทางสู่ความพ้นทุกข์ คิดว่าพวกเราหลายคนคงจำคำพูดนี้ของพ่อได้โดย วยุรี สุวรรณอินทร์ [30 ม.ค. 2559 , 19:10:06 น.] ( IP = 171.96.176.67 : : )
สลักธรรม 9"ลูกรัก พ่อเตือนเสมอมาว่า อย่ายึดมั่นอะไรแม้กระทั่งพ่อ อย่ารักและเทิดทูนพ่อไว้บนหัว จำได้ไหม? พ่อบอกเสมอว่า รักพ่อ ศรัทธาพ่อ เดินตามทางพ่อมาซิ พ่อบอกลูกๆทุกคนบ่อยมากนะ บอกจนวันนี้ไม่มีเสียงไปกระทบโสตวิญญาณแล้ว คงเหลือเพียงกำลังใจ และอำนาจใจที่ศรัทธานะลูก....เชื่อพ่อเถอะ ไม่ช้าเราจะได้พบกัน พ่อรอลูกเสมอ รอตรงทางที่พ่อสอนลูกๆให้มาไงล่ะ..."
ด้วยคำว่า"ทางที่พ่อสอนลูกให้มา" จึงขอยกเอาบทกลอน ที่อ่านพบอยู่ในลานธรรมมาให้พวกเราได้ปีติและอบอุ่นใจในสิ่งที่ได้รับจากพ่อ
"นี้คือสิ่งที่พ่อมีให้ลูก"
พ่อรักลูกยิ่งฟ้ามหาสมุทร
พ่อหวังฉุดลูกยาพาสุขสม
พ่อหวังให้ลูกรักไม่ตรอมตรม.
พ่อหวังชมอริยะพระลูกไง
จึงเพียรช่วยลูกสร้างธรรมนำวิถี
จึงได้พลีชีพแม้ม้วยช่วยรักษา
จึงได้ทำทุกอย่างเหมือนวางยา.
จึงนำค่าอภิธรรมมานำทาง
ให้ลูกรักตระหนักในชีวิต
ให้ลูกคิดเป็นสัมมากว่าสิ่งไหน
ให้ลูกเร่งอริยกรรมกว่าสิ่งใด.
ให้ลูกไปพ้นบ่วงกรรมที่ทำมา
รักลูกจริงไม่หวังพิงพึ่งสักนิด
รักลูกด้วยดวงจิตที่สดใส
รักลูกแล้วแน่แน่วพร้อมอภัย.
รักลูกกว่าสิ่งใดใดในโลกา
ทางที่พ่อก่อเจ้าเพื่อเข้ามรรค
ทางที่พ่อก่อด้วยรักตระหนักค่า
ทางที่พ่อสอนเจ้าทางพุทธา
ทางที่พ่อใช้ชีวาแลกมาเอง
นี้คือสิ่งทั้งหมดปรากฏทั่ว.
นี้คือสิ่งหมดเครื่องยั่วเหยื่อหลงไหล
นี้คือมรดกธรรมของพ่อไง.
นี้คือสิ่งพ่อให้เจ้าทุกคน
จึงขอกราบแทบเท้าระลึกถึงพระคุณหลวงพ่อด้วยดวงใจที่เปี่ยมไปด้วยความปีติยินดีที่ชาตินี้ได้มีโอกาสเป็นลูก(ศิษย์)หลวงพ่อมาครบ ๓๐ ปีในวันเด็กปีนี้ และขอบุญกุศลที่ลูกได้กระทำมาจงเป็นพลวปัจจัยให้ลูกได้เดินร่วมทางกับหลวงพ่อทุกภพทุกชาติจนกว่าจะถึงวันสุดท้ายของปลายชีวิตนั่นคือความสิ้นสุดทุกข์อย่างถาวรด้วยเทอญ
ด้วยความคิดถึงพ่ออย่างที่สุด
ลูกวยุรี สุวรรณอินทร์
วันเด็กที่ 9 มกราคม 2559
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย วยุรี สุวรรณอินทร์ [30 ม.ค. 2559 , 19:16:40 น.] ( IP = 171.96.176.67 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |