มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อายุวัฒนามีนามาส (๑)





แสงสว่างของชีวิต
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร



การศึกษาพระอภิธรรมปิฎกนั้น เป็นการศึกษาเรื่องของชีวิต แต่มิใช่เป็นเรื่องของชีวิตที่ตื้น ๆ เผิน ๆ และปราศจากเหตุผลข้อเท็จจริงที่จะพิสูจน์ได้ ดังนั้นจึงเป็นการเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับท่านผู้ซึ่งมีความรู้ในวิชาการต่าง ๆ มาเป็นอย่างดี ทั้งมีความปรารถนาใคร่จะพิจารณาหรือชอบค้นคว้าหาความจริงในเรื่องของชีวิตซึ่งเป็นปัญหาที่ออกจะสลับซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง

วิชาการต่าง ๆ ที่ท่านได้ศึกษามาแล้วทั้งหมด แม้ว่าจะก่อให้เกิดความรู้ความสามารถเป็นอันมาก แม้จะเข้าใจแน่วแน่ว่าได้ศึกษาเรื่องของชีวิตมาแล้วก็จริงแต่หากว่ายังมิได้ศึกษาพระอภิธรรมแล้ว ก็นับว่ายังไม่ได้ศึกษาในเรื่องของชีวิตอย่างจริงจังเลย

การที่เราได้ศึกษาในวิชาการต่าง ๆ มาเป็นอันมากนั้น เราเพียงศึกษาพฤติกรรมของชีวิต ทั้งนี้ก็เพราะว่าในวิชาการทางโลกนั้น เรื่องของชีวิตจริง ๆ ไม่มีการศึกษากันเลย ไม่ว่าจะเป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิตหรือนักวิทยาศาสตร์ในวิชาการสาขาใด ๆ ย่อมจะไม่ทราบว่าชีวิตนั้นมีความเป็นมาอย่างไร และจิตใจนั้นคืออะไร

วิชาการในทางโลกนั้นไม่มีหนทางเข้าถึงเรื่องความจริงของชีวิต หรือเรื่องจิตโดยพิสดารเลยทั้งนี้เพราะว่า ในวิสัยของปุถุชน ใช่วิสัยของนักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งหลายจะเข้าถึงได้ แม้ในปัจจุบันนี้เป็นสมัยที่วิทยาการทางโลกเจริญขึ้น ได้สร้างสรรสิ่งใหม่ ๆ แปลก ๆ อันน่าพิศวงขึ้นมามากมายก่ายกอง

แต่ในเรื่องความจริงของชีวิตและเรื่องของจิตอันปรากฏเฉพาะหน้าโดยแท้จริงแล้ว เราเพิ่งจะถึง ก. ไก ข. ไข่ เท่านั้นเอง

โดย ศาลาธรรม [1 มี.ค. 2559 , 17:16:50 น.] ( IP = 101.51.104.148 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

มีนักศึกษาวิชาชีววิทยาและจิตวิทยามากมายที่ได้เหตุผลข้อเท็จจริงจากการทดสอบและจากตำราเล่มใหญ่ ๆ เขามีความเข้าใจผิดคิดว่าได้ศึกษาวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตจิตใจจริง ๆ

แต่ครั้นเขาได้มาศึกษาพระอภิธรรมจนมีความรู้บ้าง จึงได้พบว่า การศึกษาดังกล่าวมาเป็นการศึกษาเพียงพฤติกรรมอันเป็นการแสดงออกเท่านั้น เช่น ชีวิตก็ย่อมแสดงให้เราทราบถึงการกิน การนอน การสืบพันธุ์ ตลอดจนความเป็นไปต่าง ๆ ของชีวิต

และเมื่อพูดเรื่องจิตในทางโลก ย่อมมุ่งหมายถึงการแสดงออกมาทางความคิดอ่านหรือความสะเทือนใจต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาแล้ว แต่ย่อมจะไม่ทราบว่าอะไรคือชีวิตที่แท้จริง ชีวิตมีความเป็นมาและเป็นไปอย่างไร ?

ทั้งย่อมไม่ทราบว่าในขณะที่เกิดความคิดหรือความสะเทือนใจต่าง ๆ นั้น ได้มีเหตุการณ์ที่สำคัญเกี่ยวกับร่างกายและจิตใจอะไรบ้าง?

ในขณะที่จิตทำงานนั้น มันได้ถ่ายทอดอะไรออกมาจากจิตใจอย่างไร? และจิตใจให้กำลังพลังแก่ร่างกายอย่างไร?

โดย ศาลาธรรม [1 มี.ค. 2559 , 17:17:24 น.] ( IP = 101.51.104.148 : : )


  สลักธรรม 2

ผู้ใดเมื่อไม่ความเข้าใจในสิ่งใด ก็จะแก้ปัญหาในสิ่งนั้นไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เองชีวิตของเราแท้ ๆ เราเองก็ไม่เข้าใจและไม่ได้ศึกษามาก่อน แล้วจะแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตได้อย่างไรเล่า

เมื่อผู้ใดได้ศึกษาธรรมะ เฉพาะอย่างยิ่งพระอภิธรรมปิฏกที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตโดยแท้จริงแล้ว จึงจะทราบว่าหนทางที่ดีที่สุดของชีวิตนั้นคือการศึกษาเรื่องชีวิตให้เข้าใจนั่นเอง

เพราะว่าเมื่อเข้าใจชีวิตดีแล้ว ก็จะได้ทราบที่มาและที่ไปของชีวิตอันน่าอัศจรรย์

ก็จะทราบว่ามีอะไรบ้างที่นับว่ามีสาระแก่นสารอันชีวิตจะได้เข้าไปพึ่งพาอาศัยอย่างถาวร

เมื่อเข้าใจเช่นนี้ จิตใจก็จะแช่มชื่นแจ่มใส เมื่อได้ที่พึ่งที่มั่นคงถาวรก็ก่อให้เกิดความสุขความเยือกเย็นใจ แม้ในยามทุกข์ร้อนหรือเจ็บป่วย ก็จะไม่ดิ้นรนกระวนกระวายจนเกินควร

จะพยายามบุกเบิกหนทางที่จะไปสู่ความหลุดรอดจากความทุกข์ หลุดรอดไปจากการเวียนว่ายตายเกิด

โดย ศาลาธรรม [1 มี.ค. 2559 , 17:17:42 น.] ( IP = 101.51.104.148 : : )


  สลักธรรม 3

ทั้งนี้การศึกษาพระอภิธรรมนั้นไม่ได้เลือกว่าจะเป็นบุคคลชั้นไหนหรือมีงานอาชีพอะไร เช่น ทำราชการ ทหาร ตำรวจ หรืออาชีพส่วนตัว ก็ไม่เป็นเหตุสามารถขัดขวางการศึกษาเรื่องของชีวิตแต่ประการใด

ท่านผู้ศึกษาอาจใช้เวลาว่างวันละเล็กละน้อย เพื่อศึกษาชีวิตให้เข้าใจได้อย่างแตกฉานภายในเวลาไม่นานนัก แล้วท่านจะพบความจริงว่ามีความรู้อันไม่เคยได้เรียนรู้มาแต่ก่อนเกิดขึ้นเป็นอันมาก แล้วดูเหมือนมีชีวิตขึ้นมาใหม่ที่น่าภาคภูมิใจ

ท่านทั้งหลายที่ยังไม่เคยได้ศึกษามาก่อน ท่านจะไม่มีความสุขอีกชนิดหนึ่งดังเช่นผู้ที่เคยศึกษามาแล้วหรือกำลังศึกษาอยู่ได้รับ

นั่นก็คือความรู้สึกเยือกเย็นใจอย่างประหลาด มีความรู้สึกว่าชีวิตนี้มีค่า ชีวิตนี้มีความหมาย ได้ที่พึ่งยึดเกาะอย่างมั่นคง จึงเบาสบายคลายจากความเร่าร้อน ซึ่งเป็นไปโดยอัตโนมัติ

ขอให้ท่านทั้งหลายลองพิจารณาดูชีวิตของตนเองที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ แล้วตั้งคำถามขึ้นในใจว่า ชีวิตของเรานี้มีความเป็นมาอย่างไร ต่อไปข้างหน้าจะเป็นอย่างไรชีวิตนี้มาจากไหน ต่อไปข้างหน้าจะไปไหน

ทำไมในบางคราวจึงมีความรู้สึกว่าว้าเหว่ใจขึ้นมา มีความรู้สึกคล้าย ๆ กับว่า ชีวิตนี้ตกอยู่ในความเปล่าเปลี่ยวเสียเหลือเกิน ไม่มีที่พึ่งพาทางใจอันจะทำให้เกิดความมั่นคงได้ หรือมีความรู้สึกว่าชีวิตนี้ยังขาดอะไรสักอย่างยังไม่สมบูรณ์ แล้วก็ครุ่นคิดในเรื่องเหล่านี้ไปต่าง ๆ นานา

แต่เมื่อได้ศึกษาพระอภิธรรมปิฎกแล้ว ความคิดต่าง ๆ เหล่านี้ก็หายไปทีละน้อย ๆ ชีวิตจะมีความหมายมากขึ้น จะมีความสุขความเยือกเย็นใจเป็นอันมาก ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อท่านผู้ใดได้ศึกษาแล้ว จึงมิอาจนิ่งเฉยอยู่ได้ ต้องหาทางขยายความดีของพระอภิธรรมนี้ไปยังญาติมิตรต่อไป

โดย ศาลาธรรม [1 มี.ค. 2559 , 17:17:58 น.] ( IP = 101.51.104.148 : : )


  สลักธรรม 4


พี่ดอกแก้วไขปัญหา
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร


เมื่อศึกษาหลักปฎิจจสมุปบาทแล้ว ได้รู้ว่าการทำบุญก็เป็นมิจฉาปฎิปทาคือข้อปฏิบัติผิด การทำบาปก็เป็นมิจฉาปฎิปทา เมื่อเป็นอย่างนี้ก็ต้องเลือกทำแต่สิ่งที่เป็นบุญ โดยต้องคิดก่อนทำ หมายความว่า ต้องทำบุญเพื่อละกิเลส ไม่ใช่เพื่อพอกพูนกิเลสนะคะ

ต้องทำบุญชนิดที่ทำแล้วละบุญละบาป ไม่ติดในบุญ อย่าทำบุญด้วยการปรารถนากามภพ รูปภพ อรูปภพ ให้มีความปรารถนาพระนิพพานเพียงอย่างเดียวค่ะ จึงจะเป็นสัมมาปฎิปทาคือข้อปฏิบัติถูก

เปรียบเสมือนการโดยสารเรือเพื่อมุ่งไปสู่ฝั่งที่ต้องการ ไม่ใช่มุ่งจะนั่งและนอนอยู่ในเรือตลอดไป ทำบุญแต่ละครั้งก็เพื่ออาศัยบุญเป็นเรือพาข้ามฝั่งไปสู่ฝั่งโน้น คือพระนิพพาน

เมื่อไปถึงพระนิพพานแล้วก็ต้องทิ้งบุญ - ละบุญ ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เรานั่งเรือไปถึงฝั่งที่เราต้องการแล้ว ก็ต้องจากเรือเพื่อขึ้นสู่ฝั่ง แต่ที่บอกว่าทิ้งบุญ หรือละบุญนั้น ไม่ได้หมายความว่า ไม่ให้ทำบุญเลยนะคะ เพราะพระอรหันต์ท่านก็ทำบุญเช่นกัน แต่ท่านไม่ได้ทำด้วยอำนาจกิเลส การกระทำของท่านเป็นเพียงกิริยาเท่านั้นค่ะ

การทำบุญเพื่อละกิเลส เพื่อละบุญละบาป ก็ต้องเจริญวิปัสสนากรรมฐานนั่นเอง เพื่อทำให้ ศีล สมาธิ ปัญญาสมบูรณ์ เพื่อจะได้บรรลุมรรคผลนิพพาน คือถึงฝั่งดังที่เปรียบไว้

โดย ศาลาธรรม [1 มี.ค. 2559 , 17:18:27 น.] ( IP = 101.51.104.148 : : )


  สลักธรรม 5



แล้วทำอย่างไรจึงจะกำหนดรูปนามได้ถูกต้อง? การที่จะปฎิบัติให้ถูกต้องนั้น เบื้องต้นต้องศึกษาให้รู้จักภูมิของวิปัสสนาเสียก่อนค่ะ คือ ขันธ์ อายตนะ ธาตุ อินทรีย์ ปฎิจจสมุปบาท และอริยสัจจ์ ๔ ให้เข้าใจก่อน

และเพียรพยายามเจริญสติปัฏฐาน คือมีสติกำหนดนาม- กำหนดรูป ด้วยความศรัทธาธรรม ถ้ากำหนดถูกได้ คือมีโยนิโสมนสิการดีแล้ว นามรูปจะปรากฏให้ปัญญารู้อย่างเด่นชัดแน่นอนค่ะ

คนเราทุกวันนี้ ต่างคนต่างก็หวังความสุขสบายด้วยกันทั้งนั้น เมื่อตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ต่างคนต่างก็ตั้งหน้าไปทำงาน เพื่อเสาะหาความสุขให้ตนและคอบครัวด้วยกันทั้งนั้น

ก็เพราะมีความเข้าใจว่า..ถ้าตนได้สมบัติ ได้เงินเดือน ได้โบนัสมากๆตามที่ได้ตั้งใจไว้ เมื่อได้มา ก็จะเป็นความสุขดังที่คาดคิด ไม่ว่าใครก็ตามต่างก็ต้องการความสุขด้วยกันทุกคน ก็เลยตั้งความหวังกันไว้ในสุขนั้นๆ มากบ้างน้อยบ้าง

แต่ทุกคนไม่เคยได้ใช้ปัญญาพิจารณาว่า สิ่งนั้นๆ เป็นเพียงการแก้ทุกข์กันไปวันหนึ่งๆเท่านั้น แท้ที่จริงแล้วในแง่ของคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งเป็นสัจจธรรม ความสุขที่เราต้องการนั้นมิได้เป็นความสุขเลยนะคะที่แท้ก็คือความทุกข์นั่นเอง

โดย ศาลาธรรม [1 มี.ค. 2559 , 17:18:51 น.] ( IP = 101.51.104.148 : : )


  สลักธรรม 6



ชื่อว่า "โลก" แล้วไม่มีอะไรเป็นความสุขเลย พูดง่ายๆก็คือ – เราจะไปเสาะหาความสุขในโลก เป็นอันว่าหาไม่พบแน่นอนเพราะความสุขไม่ได้มีอยู่ในโลกไหนๆ

เราจะเห็นถูกตรงต่อความจริงได้ว่าเป็นความทุกข์ ก็จะต้องคอยใช้ปัญญาเฝ้าพิจารณาดูความจริงของทุกข์ที่มันกำลังปรากฏอยู่ ถ้าไม่ทำเช่นนั้นก็ไม่อาจรู้ถึงความเป็นจริงได้เลย

แล้วก็ความทุกข์ที่ว่านั่นน่ะ มันอยู่ที่ไหน? ก็จะต้องตอบว่า ก็อยู่ที่ขันธ์ ๕ หรือรูปนาม เพราะนอกจากขันธ์ ๕ ก็ไม่มีอะไรเป็นทุกข์

ตัวทุกข์ก็คือขันธ์ รูปนามนั่นเอง ดังนั้น การที่เราจำเป็นต้องใช้ปัญญา เฝ้าพิจารณาดูอิริยาบถก็คือ การคอยใช้ปัญญาคอยเฝ้าดูทุกข์ที่ปรากฏขึ้นนั่นเองค่ะ


โดย ศาลาธรรม [1 มี.ค. 2559 , 17:19:07 น.] ( IP = 101.51.104.148 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org