| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บางเรื่องที่น่าเสียดาย
สลักธรรม 1
หรืออย่างในเรื่องของเจตนาที่หลายคนปล่อยปละละเลยให้เสียโอกาสไป เจตนาก็คือตัวกรรม เป็นการจงใจกระทำทางกาย ทางวาจา และทางใจ
ซึ่งโดยปกติแล้วผู้ที่ศึกษาพระอภิธรรมมาพอสมควรก็จะมีแนวทางในการเลือกกระทำกรรมที่ตนเองปรารถนา เพราะต่างก็ทราบถึงศักยภาพของตนเองดีว่า การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานของตนเองนั้นไม่อาจบรรลุมรรคผลนิพพานได้ในชาตินี้ และก็แน่แก่ใจว่า ภพชาติต่อไปนั้นยังเป็นไปได้ทั้งทุคติและสุคติ
แม้จะรู้ว่า การทำบุญสุนทานนั้นยังนับเนื่องเป็นเจตนาที่ก่อให้เกิดภพชาติอยู่ แต่ส่วนใหญ่ก็ปรารถนาที่จะกระทำกรรมที่สมบูรณ์แบบ คือ ให้ผลอย่างยอดเยี่ยมมีอานิสงส์มาก เป็นการกระทำที่ประกอบไปด้วยปัญญา ต่างก็ปรารถนาที่จะทำกุศลชั้นสูงที่มีกำลังมาก ที่เรียกว่า ติเหตุกอุกกัฏฐุกกัฏฐกุศล
หลายคนได้เรียนรู้ว่า ติเหตุกกุศล เป็นการกระทำกุศลกรรมที่ประกอบไปด้วยปัญญา ซึ่งให้ผลเป็นบุคคลไตรเหตุสามารถเจริญวิปัสสนากรรมฐานให้บรรลุญาณขั้นต่างๆได้ ส่วนการกระทำกุศลที่ไม่ประกอบไปด้วยปัญญานั้นก็จะส่งผลให้เป็นบุคคลทวิเหตุซึ่งไม่อาจบรรลุมรรคผลนิพพานในชาตินั้นได้ โดย เทพธรรม [15 ส.ค. 2559 , 11:17:52 น.] ( IP = 61.90.82.123 : : )
สลักธรรม 2
บางท่านทราบจากทฤษฎีดีว่า ในการกระทำกรรมไม่ว่ากุศลหรืออกุศลล้วนต้องประกอบไปด้วยเจตนา ๓ กาล คือ บุพพเจตนา มุญจเจตนา และอปรเจตนา
ผู้ที่ปรารถนากุศลชนิดเยี่ยมยอดนั้น ในขณะมุญจเจตนานอกจากจะต้องมิให้อกุศลมาแผ้วพานแล้วยังต้องมีปัญญาประกอบกับการกระทำ จึงจะเป็นกุศลประเภทไตรเหตุ และในขณะอปรเจตนาคือระลึกถึงกุศลที่ตนเองได้ทำไปแล้วนั้น ก็จะต้องมีความเบิกบานใจมีศรัทธาและปัญญาเข้ามาประกอบในขณะนั้นด้วยจึงจะเป็นกุศลประเภทอุกกัฏฐะหรือกุศลชั้นสูง รวมการกระทำทั้งสองกาลจึงจะได้กุศลที่เรียกว่า ติเหตุกอุกกัฏฐุกกัฏฐกุศล
เหตุที่บุพพเจตนาไม่มีส่วนเป็นเงื่อนไขกำหนดชั้นของกุศลนั้นก็เพราะว่า บุพพเจตนาเป็นเพียงการตั้งความปรารถนาที่ยังไม่ได้ลงมือกระทำ อาจเปลี่ยนแปลงไปมาได้เรื่อยๆ จะวางแผนให้ยิ่งใหญ่เพียงใดก็เป็นเพียงการนึกคิดในเบื้องต้นเท่านั้น
แต่มุญจเจตนา จะต้องอาศัยความหาญกล้าในการทำกุศล ละคลายความตระหนี่หวงแหนและความโง่เขลาออกไปได้ในระดับหนึ่ง และอปรเจตนาก็เป็นส่วนที่เกิดขึ้นได้ยาก เพราะจิตนั้นเปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ที่เข้ามาอยู่เสมอโดยเฉพาะอารมณ์ที่มีความต้องการรับมากกว่าการสละออก โดย เทพธรรม [15 ส.ค. 2559 , 11:19:08 น.] ( IP = 61.90.82.123 : : )
สลักธรรม 3
อปรเจตนานี้อรรถกถาจารย์ท่านได้แบ่งออกไปอีกเป็น อปราปรเจตนา คือ เจตนาที่ขึ้นในภายหลังอปรเจตนาไปแล้ว และเงื่อนไขสำคัญของการจำแนกกุศลเป็นชั้นสูงและชั้นต่ำนี้ ก็อาศัยอปรเจตนา และอปราปรเจตนาเป็นสำคัญ ถ้าอปรเจตนาดี และอปราปรเจตนาดี ก็จัดเป็น อุกกัฏฐุกกัฏฐะ
ความรู้ในส่วนนี้สามารถนำไปก่อประโยชน์ให้ผู้อื่นได้ เช่น เราอาจใช้วาจากระตุ้นเตือนบุคคลผู้ใกล้ชิดให้ระลึกถึงกุศลที่เคยทำไว้ได้ เพื่อเพิ่มกำลังกุศลของเขาให้ยิ่งขึ้นไป
นอกจากนี้ ในขณะมุญจเจตนา ยังมีข้อปลีกย่อยที่ส่งผลถึงจริตในภพชาติต่อๆไปของแต่ละคนอีกด้วย เช่น ผู้ที่กระทำกุศลกรรมนั้นหากมีการกระทำที่เรียกว่า มีกิเลสล้อมหน้าล้อมหลัง ก็จะส่งผลให้เป็นบุคคลที่มีจริตพื้นสันดานที่แตกต่างกันไป เช่น ผู้ที่ชอบประดิดประดอยก็จะกลายเป็นบุคคลราคจริต ผู้ที่ชอบสนุกสนานเฮฮาก็จะเป็นบุคคลวิตกจริต เป็นต้น
หลายท่านอาจเคยพบกับอุปสรรคในขณะที่กำลังกระทำกุศล เช่น ขณะที่กำลังตั้งเจตนากระทำทาน หรือกระทำกุศลบางอย่าง ก็จะมีบุคคลมารบกวนหรือซักถามในสิ่งที่ไม่เป็นกุศล ทำให้การงานนั้นหยุดชะงัก หรือต้องตั้งเจตนาซ้ำใหม่ บางครั้งมีความรู้สึกไม่พอใจ บางครั้งมีความรู้สึกพอใจ และละทิ้งการกระทำกุศลนั้นทันที
แต่หากพิจารณาสถานการณ์เช่นนั้นแล้วก็จะทำให้รู้ว่าเป็นการสูญเสียโอกาสที่ดีทั้งยังเป็นนำไปสู่จริตที่ไม่สมควร ทั้งยังเป็นข้อเตือนใจตนเองที่จะไม่กระทำเยี่ยงนั้นกับผู้อื่นให้กุศลของเขาต้องเสียหายไป
นี่เป็นบางมุมในทฤษฎีที่หลายคนอาจมองผ่านไปไม่อาจนำมาประยุต์ใช้กับชีวิตตนได้อย่างน่าเสียดาย
![]()
โดย เทพธรรม [15 ส.ค. 2559 , 11:21:03 น.] ( IP = 61.90.82.123 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |