มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ยกคำตอบมาไว้ที่นี่...จากกระทู้..ช่วยหน่อยครับ.




ขอมาแทนพี่ดอกแก้ว ซึ่งกำลังป่วยอยู่นะคะ

ได้อ่านคำถามจาก http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K1705118/K1705118.html แล้ว พบว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นถึง ๒๗ คำตอบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นไปในเรื่อง “สมอง”

มีคุณเฉลิมศักดิ์ในความคิดเห็นที่ ๒๔ เท่านั้นที่ยกเอาเรื่องของพระอภิธรรมมาตอบ

ซึ่งดิฉันขอเพิ่มเติม โดยนำเอาเรื่อง “ธรรมะบางประการที่น่าสนใจ ..
และข้อเปรียบเทียบธรรมะบางประการกับวิทยาศาสตร์”

เขียนในสมัยที่ท่านยังดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงสุธีรา อังคทะวานิช
อาจารย์แผนกกายวิภาคฯ ที่จุฬา

ซึ่งท่านผู้นี้ได้มาศึกษาพระอภิธรรมกับอาจารย์บุญมีเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓

(เมื่อครั้งยังบรรยายอยู่ที่ศาลาโพธิลังกา วัดพระเชตุพนฯ)


จากนั้นท่านและอาจารย์บุญมีก็ได้นำความรู้ทางพระอภิธรรมออกมาขยายเป็นหลักวิชาการทางโลก
โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์

ฉะนั้นเมื่อคุณถามหานักวิทยาศาสตร์ ให้มาช่วยตอบ ในเรื่องการเห็น การได้ยิน

ดิฉันจึงขอนำคำอธิบายของท่านผู้นี้มาตอบ ..คงจะช่วยให้คุณคลายสงสัยได้บ้าง


ท่านได้เขียนไว้ว่า
…เชื่อว่านิสิตทุกคนเคยสังเกตมาแล้วในเวลาจด lecture ขณะที่กำลังตั้งใจจดจะไม่ได้ยินว่าอาจารย์พูดว่าอะไรในระหว่างนั้น เพราะความตั้งใจไปอยู่ที่การเขียนไม่ได้อยู่ที่การฟัง จึงจับถ้อยคำไม่ได้

…ขอให้นิสิตเพ่งความสนใจที่ตรงนี้สักเล็กน้อย ตรงความตั้งใจ ที่ไม่อาจตั้งใจทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมกัน ตั้งใจทำได้เพียงคราวละหนึ่งอย่าง

อันนี้เอง แสดงลักษณะอย่างเด่นชัดที่แยกจิตออกจากระบบประสาท ถ้าการรับรู้เป็นงานของระบบประสาท stimuli ที่เกิดพร้อมๆกันตามทวารต่างๆ ควรจะรับรู้พร้อมกันด้วย ไม่ใช่รับรู้เฉพาะทวารที่ตั้งใจจะรับเท่านั้น ในระหว่างจดเล็คเช่อร์ impulse จากประสาทหูย่อมแล่นไปถึง auditory center ตลอดเวลา

ควรจะจับถ้อยความที่กำลังพูดได้ด้วยในขณะที่กำลังจดงาน แต่นี่ก็จับถ้อยความไม่ได้ เพราะขาดความตั้งใจฟังขณะตั้งใจจด เวลาคิดก็ต้องคิดคนละเรื่อง คิดพร้อมกันหลายเรื่องไม่ได้

น่าจะมีเหตุผลหรือไม่ว่า จิตจะต้องตั้งใจทำงานทีละอย่าง เพื่อทุกอย่าง เพื่อทุกอย่างจะได้รับการประทับลงในจิตโดยไม่ขาดตกบกพร่อง


เมื่อ ๒๕๐๐ ปีเศษล่วงมาแล้ว

พระพุทธองค์ทรงศึกษาด้วยจิตอันละเอียดอ่อนอย่างยิ่งของพระองค์

ทรงหยั่งรู้ด้วยสัพพัญญุตาญาณ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ได้รับการยืนยันจากนักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันเมื่อความเจริญของวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไปถึง

เช่นทรงรู้สึกได้แม้กระทั่งความเคลื่อนไหวของปรมาณูว่า ทุกปรมาณูไม่หยุดนิ่ง แต่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง

แล้วนักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันพบว่า ในปรมาณูมี electron วิ่งวนด้วยอัตราเร็วสูง เป็นการยืนยันพุทธพจน์ข้อหนึ่ง

พระพุทธองค์รู้ได้แม้กระทั่งความถี่ของรูปที่มากระทบ เช่นคลื่นแสง คลื่นเสียง ว่ามีลักษณะเกิดดับ ๆ ตามช่วงคลื่น

แต่ถี่มากจนดูเป็นสันตติ (ต่อเนื่องกันไปตลอด) ข้อนี้ก็ได้รับการยืนยันจากนักวิทยาศาตร์ภายหลังว่า

แสงและเสียงเดินทางเป็นช่วงคลื่นถี่มาก ตรงตามพุทธพจน์ (เพียงแต่พระองค์ไม่ได้ใช้คำว่า ช่วงคลื่นเท่านั้นเอง)
:

ในเรื่องของการได้ยินนั้น ท่านเขียนไว้ว่า

“เมื่อความสั่นสะเทือนของคลื่นมากระทบ hair cells ของ Organ of Corti
hair cells จะทำให้เกิด nerve impulse ขึ้นที่ peripheral process ของ spiral gangloin cells จากนี้จะถ่ายทอด impulse เป็นทอดจนถึง auditory center (ศูนย์รับรู้เสียง)และ auditory association center (ศูนย์พิจารณา และเสพอารมณ์พร้อมบันทึกลงเป็นความจำ) ตามลำดับ

..เมื่อคลื่นเสียงมากระทบอายตนะครั้งหนึ่ง แล้วก็ดับตามความห่างของช่วงคลื่น เรียกว่าเกิดรูปขณะหนึ่ง ในรูปหนึ่งขณะนี้ จิตซึ่งทำหน้าที่รับรู้รูปหนึ่งขณะ
จะทำงานเกิดดับ ๆ ถึง ๑๗ ขณะใหญ่ หรือ ๕๑ ขณะเล็ก ซึ่งเรียกว่า ๑ วิถีจิต (หรืออาจจะเรียกว่า A Neural Reaction)


,มีต่อค่ะ

โดย อจ.วยุรี สุวรรณอินทร์ - [22 ส.ค. 2545 , 18:27:28 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.154.23 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

....อภิธรรมล้ำเลิศประเสริฐค่า
พระสัมมาตราแจ้งแสดงไข
กระบวนจิตคิดเป็นเห็นอย่างไร
ลำดับไว้ให้รู้ได้อยู่เย็น....

โดย ดอกสารภี [23 ส.ค. 2545 , 16:12:54 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.155.210 )


  สลักธรรม 12

ขอบคุณสำหรับกระทู้อันมีค่า เพราะเรื่องราวของจิต ระบบประสาท เป็นเรื่องราวที่ละเอียดละออ นักวิทยาศาสตร์ก็อธิบายเฉพาะที่เขาสามารถจะตรวจสอบได้ แต่ก็ไม่รู้จริงทั้งหมด
มีแต่พุทธศาสนาเท่านั้นที่ตีแผ่ความจริงของชีวิตได้อย่างแท้จริง
ศึกษาทางโลกเรื่องนี้ทีไร ก็ยอมรับไปแบบโลกๆที่เขาให้อยากรู้ แต่ในใจทุกข์นะคะ เพราะเรียนรู้เรื่องปลอมๆ
เช่น สมองซีกขวา ำหน้าที่ จำเกี่ยวกับทักษะคณิตศาสตร์ ซีกซ้าย เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะบ้าง
แต่พระพุทธศาสนา สอนให้รู้เรื่องเหตุ และปัจจัย
จริต และกรรมที่แตกต่างกัน ย่อมทำให้เกิดผลที่แตกต่างกัน

โดย หมออุ๊ [27 ส.ค. 2545 , 12:32:12 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org