| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
นำเสนอ..พระพุทธเจ้าองค์สุดท้าย..แห่งภัทรกัป
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
เมื่อเสด็จถึงนิโครธาราม ก็เข้าเฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบนมัสการแล้วเปิดฝาผอบแก้วจับพระยุคลพัสตร์ กราบทูลว่า ...
.ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระภาค...! อันว่าสุวรรณวัตถยุคลใหม่นี้
ข้าพระบาทอุตส่าห์หีบดีดปั่นฝ้ายด้วยหัตถ์แห่งตน
ด้วยน้ำจิตอุทิศแด่สมเด็จพระทศพล ขอพระองค์จง
ทรง พระกรุณาอนุเคราะห์รับซึ่งภูษาคู่นี้
เพื่อจะให้มีประโยชน์และความสุขแก่ข้าพระบาท
ตลอดกาลช้านานเถิดพระเจ้าข้า
สมเด็จพระชินสีห์ผู้ทรงญาณไม่ติดขัด
ทรงทราบชัดถึงการณ์อย่างหนึ่งในภายหน้า จึงทรงมี
พระมหากรุณาตรัสแก่สมเด็จพระมาตุจฉาว่า
/
ดูกรพระมาตุจฉาซึ่งมีคุณแก่เราตถาคต...! วัตถยุคลภูษานี้
ขอให้จงถวายแก่สงฆ์เถิด จะเกิดผลานิสงส์มากยิ่ง
กว่าถวายแก่เราตถาคต ด้วยว่าเมื่อถวายภูษาทั้งคู่นี้
แก่สงฆ์แล้ว ย่อมได้ชื่อว่าเป็นการบูชาเราตถาคตแล
สงฆ์ทั้งปวง
แม้จะได้สดับพระพุทธฎีกาว่าดังนั้น
แต่ด้วยความศรัทธามั่นพระนางได้กราบทูลอาราธนาให้พระสัพพัญญูเจ้าทรงรับไว้ถึง ๓ ครั้ง
แต่องค์พระชินสีห์ก็มิได้ทรงรับไว้ และทรงตรัสให้ถวายแก่สงฆ์เช่นเดิม
เหตุเพราะพระองค์ทรงทราบว่า พระนางปชาบดีทรงมีศรัทธาพร้อมด้วยเจตนาทั้งสาม
คือ บุพเจตนา มุญจนเจตนา อปราปรเจตนา ฉันใดแก่พระองค์ ก็ขอให้ทรงมีศรัทธาในสงฆ์ด้วยเจตนาทั้งสามฉันนั้นเช่นกัน
ทานครั้งนี้จึงจะมีผลมาก อีกประการหนึ่ง พระองค์ทรงทราบว่า จักอยู่ในโลกมิได้นานก็จักเข้าปรินิพพานแล้ว พระสงฆ์สาวกทั้งหลายก็จะลำบากด้วยจตุปัจจัย
เมื่อตถาคตให้ถวายแก่พระสงฆ์เพื่อเป็นตัวอย่างดังนี้ ในอนาคตกาลก็จะมีผู้นิยมถวายแก่สงฆ์ ซึ่งเป็นเหตุให้ได้รับอานิสงส์แห่งการถวายมาก
ทั้งพระสงฆ์สาวกทั้งหลายจะไม่ลำบากด้วยจตุปัจจัย หากแต่พระนางหาได้เข้าใจไม่ ทรงโศกเศร้าเสียพระทัยเป็นยิ่งนัก
ทรงอ้อนวอนขอให้พระอานนท์พุทธอนุชาช่วยกราบทูลองค์พระชินสีห์ให้ทรงรับพระยุคลพัสตร์ไว้
เมื่อพระอานนท์ได้กราบทูลองค์สมเด็จพระสัมมา-สัมพุทธเจ้า พระองค์จึงได้ตรัสเทศนา
ทักขิณาวิภังคสูตร จำแนกประเภทแห่งปาฏิบุคลิกทาน แลสังฆทานอย่างแจ่มแจ้ง ว่าการถวายสังฆทานย่อมมีผลานิสงส์มากกว่านักโดย พี่เณรชิต [26 ส.ค. 2545 , 21:26:36 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.150.90 )
สลักธรรม 2
![]()
กำลังติดตามอยู่ค่ะ ยังมีต่ออีกใช่ไหมคะพี่เณร ผ้าจีวรสาฏก กว่าจะได้มาพระนางคงต้องใช้ความเพียรมากเลยนะคะ ตั้งแต่ทำอ่าง เพาะปลูก เก็บและนำมาทักทอจนเป็นผ้าอันสวยงาม นึกไม่ออกเลยค่ะรวมเวลาของเจตนาของพระนางนั้นจะนานสักเพียงใด
จะมาติดตามต่อค่ะโดย หมออุ๊ [26 ส.ค. 2545 , 22:25:58 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )
สลักธรรม 3ความศรัทธาที่มีต่อพระพุทธองค์ จะมากเพียงใด แต่ว่าพระพุทธองค์ ทรงมีการจำแนกปาฏิบุคลิกทานไว้เพื่อประโยชน์ของผู้ให้และผู้รับ
ขออนุโมทนากับท่านเณรชิต ที่นำพุทธประวัติมาฝาก กำลังติดตามตอนต่อไปครับผม
![]()
โดย สง่า [26 ส.ค. 2545 , 22:57:32 น.] ( IP = 203.149.37.163 : : )
สลักธรรม 4
เมื่อพระนางมหาปชาบดีได้สดับฟังดังนั้น ก็ให้เกิดความปรีดาปราโมทย์ ตั้งจิตอุทิศที่จะถวายเป็นสังฆทาน
แล้วทรงถือเอาผ้าภูษานั้นถวายแด่องค์พระสารีบุตร ผู้เป็นอัครสาวกเบื้องขวาแห่งองค์สมเด็จพระชินสีห์ หากก็ถูกองค์พระธรรมเสนาบดี ผู้ซึ่งทราบถึงพระพุทโธบายปฏิเสธเสีย
ด้วยการให้ถวายแก่ภิกษุรูปอื่นต่อไป เมื่อได้รับการปฏิเสธเช่นนี้ พระนางก็เลื่อนไปถวายแก่พระโมคคัลลานเถระ ผู้เป็น อัครสาวกเบื้องซ้ายแห่งองค์สมเด็จพระทศพล พระเถรเจ้าท่านก็ปฏิเสธ
พระนางจึงเลื่อนไปถวายแก่พระอสีติมหาสาวกทั้งหลายต่อๆ ไปลงไปโดยลำดับ ก็มิได้มีพระผู้เป็นเจ้ารูปใดรับแต่สักองค์หนึ่ง
จนตราบถึงพระภิกษุหนุ่มนามว่า อชิตะ
ซึ่งเป็นพระสังฆนวกะนั่งอยู่ในที่สุดท้ายแห่งสงฆ์ทั้ง
ปวง เมื่อน้อมเข้าไปถวาย พระอชิตะภิกษุหนุ่มก็รับ
เอาภูษาวิเศษทั้งคู่นั้นทันที
เมื่อสมเด็จพระปชาบดีอัครมเหสีพระบรมกษัตริย์
แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ประสบเหตุเช่นนั้นก็ทรงโทมนัส
จน น้ำพระเนตรตกด้วยความเสียพระทัยว่า
เรานี้เป็นผู้มีบุญวาสนาน้อยจริงหนอ ตั้งใจ
จัดทำผ้าภูษานี้ เพื่อจักถวายแด่องค์พระทศพล แต่
พระองค์ก็มิยอมรับ เมื่อเข้าไปถวายพระเถระ
อรหันต์ทั้งหลาย ก็มิได้มีสงฆ์องค์ใดสงเคราะห์รับ
เอา สักองค์เดียว แต่บัดนี้ภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งเป็น
สงฆ์นวกะนั่งอยู่ในที่สุดท้ายสงฆ์ทั้งหลาย ซึ่งคงจะ
ไม่มีคุณวิเศษอันใดสงเคราะห์รับไทยทานไว้
เพื่อไม่ให้เรานั้นได้รับความอับอาย
เหตุไฉนจึงเป็นเช่นนี้ไปได้ แล้วก็ทรงก้มหน้านิ่งมิได้
ตรัสประการใด
เมื่อสมเด็จพระบรมศาสดาผู้ทรงคุณ ทอด
พระเนตรเห็นพระมาตุจฉาเสียพระทัย
ทรงพระ-โทมนัสในการบำเพ็ญทานพิเศษครั้งนี้
จึงทรงมีพุทธดำริว่า
ในกาลบัดนี้สมควรที่เราตถาคตจะกระทำ
การให้สมเด็จพระมาตุจฉาทรงคลายจากการโทมนัส
เสียใจ จะให้มีความยินดีในวัตถทานยิ่งใหญ่นี้ แล้วจึง
มีพระพุทธฎีกาตรัสเรียกพระอานนท์ให้ไปนำเอา
บาตรของพระองค์มาแล้วทรงกระทำพุทธาธิษฐานว่า
.
พระสาวกทั้งปวง แม้จะทรงฤทธิ์ปานใด จงอย่าถือเอาบาตรนี้ได้เลย
ให้พระอชิตะภิกษุหนุ่มผู้มีวาสนาผู้จักได้ตรัสรู้เป็น
พระสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้าในกาลภายภาคหน้า
จงถือเอาบาตรนี้ได้แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น....
โดย พี่เณรชิต [27 ส.ค. 2545 , 05:46:10 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.156.249 )
สลักธรรม 5
เมื่อทรงกระทำพุทธาธิษฐานแล้ว ...ก็ทรงยื่นพระหัตถ์ ข้างที่ถือบาตร
ทันใดบาตรนั้นก็ลอยขึ้นไปในกลีบเมฆแล้วอันตรธาน
หายไปมิได้ปรากฏ จึงทรงโปรดให้ภิกษุทั้งหลาย
ไปนำเอาบาตรนั้นกลับมา
หากแต่ก็มิได้มีพระภิกษุรูปใดค้นหาเอากลับมาได้
แม้สักองค์เดียว รวมทั้งพระสารีบุตรแลพระโม
คคัลลานเถระ
อีกทั้งพระอสีติทั้งหลายตามลำดับ จนในที่สุดสมเด็จ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงมีพระพุทธฎีกาตรัสสั่งพระ
อชิตะสังฆนวกภิกษุว่า![]()
.ดูกร อชิตะ..! ในกาลบัดนี้
ขอเธอจงแสดงความสามารถไปเอาบาตรของตถาคตมา![]()
..
โดย พี่เณรชิต [27 ส.ค. 2545 , 05:50:33 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.156.249 )
สลักธรรม 6
อชิตะภิกษุหนุ่มราชบุตรพระเจ้าอชาตสัตตุราช
ซึ่งจักได้ตรัสเป็นพระศรีอาริยเมตไตรยใน
อนาคตกาลภายหน้า
ได้สดับพระพุทธฎีกาตรัสสั่งดังนั้น ก็แปลกใจว่าเหตุ
ใดหนอพระพุทธองค์จึงตรัสสั่งดังนี้ อันตัวเราเป็น
ภิกษุผู้บวชใหม่ไหนเลยจักสามารถนำเอาบาตรทรง
แห่งองค์พระชินสีห์มาได้ ก็องค์พระอรหันต์ทั้งปวงยัง
มิสามารถนำมาได้
การที่พระพุทธองค์ตรัสเช่นนี้เห็น
ทีคงต้องมีเหตุการณ์อันใดอันหนึ่งเกิดขึ้นเป็นแน่แท้
อย่าช้าเลย เราจักกระทำไปตามกำลังสติปัญญา
เมื่อคิดดังนั้นแล้วก็ทรงน้อมกายถวาย นมัสการ
สมเด็จพระบรมครู แล้วค่อยเดินไปยืนอยู่ในที่สุด
แห่งพุทธบริษัท มองดูนภากาศแล้วตั้งจิตกระทำ
สัตยาธิษฐานว่า........
.อาตมาผู้มีนามว่าอชิตะนี้
จะได้เข้ามาบรรพชาในพระบวรพุทธศาสนา ด้วย
ตั้งใจประพฤติพรหมจรรย์ หมายมั่นจะได้ตรัสรู้ซึ่ง
สรรพธรรมเป็นพระสัพพัญญูในอนาคตกาล
เพื่อจะรื้อสัตว์ขนสัตว์ออกไปให้พ้นจากจตุร
โอฆสงสาร เสมือนเช่นสมเด็จพระพิชิตมารเจ้าของ
บาตรบรมครูแห่งอาตมาขณะนี้
ด้วยเดชะแห่งสัจจะความจริงนี้ ขอให้บาตรทรงแห่ง
องค์สมเด็จพระชินสีห์เจ้าจงลงมาประดิษฐานอยู่ใน
หัตถ์ของอาตมา ซึ่งจะเหยียดออกไปโดยพลันในกาล
บัดนี้...
โดย พี่เณรชิต [27 ส.ค. 2545 , 05:55:37 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.156.249 )
สลักธรรม 7
เมื่อเสร็จจากการตั้งจิตเป็นสัตยาธิษฐาน
บัดนั้นก็ให้เกิดอัศจรรย์เป็นยิ่งนัก บาตรอันมีค่าเป็น
พุทธบริขาร โดยแท้ได้ลอยตกลงมาจากนภากาศ
ประดิษฐานอยู่ในอุ้งหัตถ์พระอชิตะภิกษุเป็นที่
ประจักษ์แก่มหาชนพุทธบริษัท ทั้งหลาย
เมื่อสมเด็จพระปชาบดีมาตุจฉา
เห็นดังนั้นก็ปีติปรีดาปราโมทย์เป็นยิ่งนัก
น้ำพระเนตรไหลพรากด้วยความดีใจศรัทธาเป็นยิ่ง
ใหญ่ จึงยกพระหัตถ์นมัสการลาองค์สมเด็จพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าและคณะสงฆ์กลับไปยังพระราชนิเวศน์
สถาน
ครานั้นอชิตะภิกษุหนุ่มก็ได้
พิจารณาว่า ผ้าภูษานี้จะมีประโยชน์แก่เราก็เพียง
ใช้ปกคลุมร่างกายเท่านั้น
เราจะนำเอาผ้าภูษานี้เข้าไปถวายพระบรมครูกระทำ
เป็นพุทธบูชา ก็จะเป็นมหากุศลหาสิ่งที่จะประเสริฐ
เทียมเท่ามิได้ เมื่อคิดดังนั้นแล้วก็นำเอาผ้าผืนหนึ่ง
เข้าไปกางเป็นเพดานเบื้องบนพระคันธกุฎี อีกผืน
หนึ่งนั้นฉีกออกเป็น ๔ ท่อน ผูกเป็นม่านให้ห้อยย้อย
ลงในที่ ๔ มุมเพดานพระคันธกุฎี แห่งสมเด็จพระผู้มี
พระภาคเจ้า เสร็จแล้วจึงค่อยออกมายืนเพ่งพินิจ
เห็นผ้าภูษาที่ตนประดับประดานั้นสวยงามวิจิตรยิ่งนัก
ก็เกิดความโสมนัสปราโมทย์เป็นล้นพ้น
ทรุดวรกายหมอบลงตรงเบื้องยุคลบาทสมเด็จพระ
ทศพลญาณแล้วกระทำปณิธานว่า....![]()
...........โดย พี่เณรชิต [27 ส.ค. 2545 , 05:59:50 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.156.249 )
สลักธรรม 8
ข้าแต่บรมครูผู้ทรงคุณอันประเสริฐ..! วัตถบูชาอันเป็นการบูชาด้วยยุคลภูษาอันวิเศษนี้ เป็นที่เจริญจิตของข้าพระบาทโดยยิ่ง ด้วยเดชะอานิสงส์แห่งการบูชายิ่งใหญ่ครั้งนี้ ข้าพระองค์มิได้ปรารถนาในมนุษย์สมบัติ เทวสมบัติ หรือพรหมสมบัติ หากแต่ ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะรื้อสัตว์ขนสัตวโลกให้พ้นจากโอฆสงสารเช่นเดียวกับองค์สมเด็จพระศาสดา ดังนั้น หากผลานิสงส์แห่งวัตถทานของข้าพระบาทในครั้งนี้ จะพึงบังเกิดมีแล้วไซร้ ก็ขอจงเป็นพลวปัจจัยส่งผลให้ข้าพระบาทได้มีโอกาสบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ ในอนาคตกาลด้วยเถิด พระเจ้าข้า
.
เมื่อองค์พระชินสีห์ได้สดับวจีปณิธานอันอาจหาญดั่งนั้น จึงทรงกระทำพระอาการแย้ม พระโอษฐ์รุ่งโรจน์รัศมีให้ปรากฏ ด้วยพระพุทธรังสีออกจากพระเขี้ยวแก้วทั้งสี่ ให้เห็นเป็นอัศจรรย์ ลำดับนั้นพระอานนท์พุทธอนุชาได้แลเห็น จึงได้กราบทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ด้วยเหตุใดพระพุทธองค์ จึงทรงแสดงพุทธกิริยาเช่นนั้น บัดนั้นพระชินสีห์ทรงมีพระพุทธฎีกาตรัสพยากรณ์ว่า....
.พระอชิตะภิกษุ ซึ่งเป็นพระสงฆ์นวกะในกาลบัดนี้
จักได้ตรัสเป็นองค์พระชินสีห์สัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงพระนามว่าพระศรีอาริยเมตไตรยใน
อนาคตกาลภาคหน้าภายในมหาภัทรกัปนี้... ใต้ร่มไม้
กากะทิงอันเป็นมิ่งไม้มหาโพธิ ในเพลาตามพารุ
ณสมัยราตรีแห่งวิสาขบุรณมี
/flower สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสถึง
ความเป็นไปในอนาคตกาลให้จบลงดั่งนี้แล้ว
ก็ทรงอนุญาตให้บริษัททั้งหลายกลับไปสู่ที่อยู่แห่ง
ตน เป็นอันว่าหมดสิ้นการประชุมในวันนั้นแต่เพียงนี้
...ก็คงจะต้องเป็นหน้าที่ของท่านเองครับ ที่จะสร้างวาสนา บารมีไว้เพื่อจะได้พบพระองค์ในอนาคตกาลครับ
..........โดย พี่เณรชิต [27 ส.ค. 2545 , 06:12:45 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.156.249 )
สลักธรรม 9
........ กราบอนุโมทนามากค่ะ
น้ำพระทัยของผู้ที่ปรานาพุทธภูมินี้ช่างยิ่งใหญ่นัก
...ทรงทำได้ทุกๆ อย่างเพียงเพื่อรื้อสัตว์ขนสัตว์ให้พ้นจากโอฆะสงสารเพียงประการเดียว..
อ่านครั้งใด..ความเลื่อมใสศรัทธาก็เปี่ยมล้นไปทุกครั้ง
ต้องกราบขอบพระคุณครูอาจารย์ทั้งหลาย
ที่พยายามเกลาจิตใจ ให้ได้มีหนทางที่จะได้พบกับพระองค์ท่าน เพื่อทางหลุดพ้น
กราบขอบพระคุณค่ะ
..........
โดย วยุรี [27 ส.ค. 2545 , 07:54:50 น.] ( IP = 203.113.34.237 : : )
สลักธรรม 10
พุทโธ โหมิ อนาคเต
"ตั้งใจประพฤติพรหมจรรย์ หมายมั่นจะได้ตรัสรู้ซึ่ง
สรรพธรรมเป็นพระสัพพัญญูในอนาคตกาล
เพื่อจะรื้อสัตว์ขนสัตว์ออกไปให้พ้นจากจตุร
โอฆสงสาร "
ความตั้งปฏิธานของมหาบุรุษ
ข้าฯน้อยขอบูชาคุณสัมมาสัมโพธิญาณที่พระองค์ท่านต้องสู้อุตสาห์สร้างสมบุญบารมีถึง ๑๖ อสงไขยกำไรแสนมหากัป์
จึงขอน้อมกาย วาจา ใจ นอบศิราก้มกราบ
แด่ พุทโธ โหมิ อนาคเต เมตไตรยพระพุทธเจ้า
นะโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธสะ
นะโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธสะ
นะโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธสะโดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี [27 ส.ค. 2545 , 10:00:03 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |