| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ขอถามเรื่อง..สันดาน
..ใคร่อยากให้อธิบายคำนี้ให้ชัดหน่อยค่ะ ..สันดาน...ในหลักพระพุทธศาสนานั้นเป็นเช่นใด..มีกิจการงานใดบ้างเจ้าค่ะ
โดย แม่ชีสมปอง [27 ส.ค. 2545 , 17:19:25 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.147.183 )
สลักธรรม 1
..สวัสดีครับผมคุณแม่ชีสมปองที่นับถือ คำถามที่ให้อธิบายเรื่อง..
....สันดาน...นั้นยินดีครับผม
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
คำว่า "สันดาน" ในภาษาไทยมาจากคำภาษาบาลี ว่า "สนฺตาน" หรือ "สนฺตติ" ซึ่งหมายถึงการเกิดดับสืบต่อกัน
จิตเห็น จิตได้ยิน จิตได้กลิ่น จิตลิ้มรส จิตรู้
สิ่งที่กระทบสัมผัสเป็นวิบากจิต... ไม่ใช่กุศลจิตและ
ไม่ใช่อกุศลจิต.. จึงไม่สั่งสมสันดาน
จิตเห็น จิตได้ยิน จิตได้กลิ่น จิตลิ้มรส จิตรู้
สิ่งที่กระทบสัมผัสผลของอดีตกรรม
เมื่อกรรมใดสุกงอมพร้อมที่จะให้ผล คือประกอบ
พร้อมด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น เห็น ได้ยิน เป็นต้น
.. วิบากจิตไม่สั่งสมสันดาน.. เพราะวิบากจิตแต่ละ
ขณะเกิดขึ้นเพราะกุศลกรรม หรืออกุศลกรรมที่
สะสมมาแล้วนั้นเป็นปัจจัยให้เกิดขึ้น
เมื่อวิบากจิตเกิดขึ้นและดับไปแล้ว ก็ไม่เป็นเหตุให้วิบากใดๆ เกิดขึ้นเลย
และขอให้ทราบด้วยว่า..."จิตตํ"... นี้ทั่วไปแก้จิตทุกดวง
ฉะนั้น ในว่า "จิตตํ" นี้กุศลจิต อกุศลจิต และมหา
กริยาจิตฝ่ายโลกีย์ ชื่อว่า "จิต" เพราะสั่งสม
สันดานของตนเองสามารถแห่งชวนวิถีครับผมโดย เทพธรรมครับ [27 ส.ค. 2545 , 20:45:56 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.149.245 )
สลักธรรม 2
ขอบพระคุณท่านเทพธรรมค่ะ อ่านแล้วเข้าใจชัดว่า ทำไมวิบากจิตไม่สั่งสมสันดาน
โดย เซิ่น [27 ส.ค. 2545 , 23:28:44 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.146.65 )
สลักธรรม 3
การสืบต่อของสภาพธรรม นำมาขยาย ให้มีความเข้าใจ ถึงวิบากที่ได้รับ มีที่มา จาก ชวนะ
อนุโมทนาครับ
โดย เณรสิงห์ [27 ส.ค. 2545 , 23:30:10 น.] ( IP = 203.149.37.86 : : )
สลักธรรม 4
........ กราบอนุโมทนาอาจารย์เทพธรรมค่ะ
อ่านแล้ว..นึกถึงปริเฉทที่ ๑ ที่พูดถึงอำนาจของจิต
มีข้อหนึ่งที่ว่า จิตวิจิตรในการสั่งสมสันดานตนเอง..
โดยเฉพาะในปริเฉทที่ ๔ เรื่องวิถี ตอน.. เสพลงสู่ชวนะ
ทำให้เห็นคุณค่าของ "โยนิโสมนสิการ" ในการปฏิบัติเป็นอย่างมากเลยค่ะ
..........
โดย วยุรี [28 ส.ค. 2545 , 06:49:51 น.] ( IP = 203.113.34.237 : : )
สลักธรรม 5..ขอบคุณมากเจ้าค่ะ มีค่าแท้ๆ แม่ชีขอถามต่อนะค่ะว่า..การสั่งสมสันดานนั้นมีความเป็นไปอย่างใดคะ และสัมพันกับจิตอย่างไรคะ
โดย แม่ชีสมปอง [28 ส.ค. 2545 , 07:54:36 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.158.131 )
สลักธรรม 6อนุโมทนากับพี่เทพธรรมและแม่ชีสมปองมากค่ะ เป็นคำถามทีดีและคำตอบที่ชัดเจนเข้าใจง่ายค่ะ
โดย เล็ก [28 ส.ค. 2545 , 08:26:22 น.] ( IP = 203.155.71.37 : : )
สลักธรรม 7
![]()
ขออนุโมทนากับแม่ชีมากๆเลยนะคะ และขออนูโมทนากับคำตอบของท่านเทพธรรมด้วยค่ะ
อ่านไป ก็ปรากฏ ภาพวิถีจิตไปด้วยเลย ทำให้เห็นและเข้าใจว่า สันดาน จะเกิดได้ตอนไหนบ้าง อย่างน้อย ตรงวิบาก เช่น ขณะที่จิตเห็น จิตรับอารมณ์ ตัดสินอารมณ์ ตรงนี้เป็นวิบากทั้งนั้น แต่ตรงชวนะจิตซึ่งทำหน้าที่เสพอารมณ์เป็นบุญ และบาป ตรงนี้เป็นการสั่งสมสันดานจริงๆโดย หมออุ๊ [28 ส.ค. 2545 , 13:11:54 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )
สลักธรรม 8.ครับคุณแม่ชี....ผมจะพยายามอธิบายสุดความสามารถนะครับผม...เพราะผมเองมีเวลาน้อยแล้วครับไม่อาจมาตอบคุณแม่ชีได้สักพักเพราะ อาจารย์บุษกร ต้องเข้ารับการผ่าตัดกระดูกหลังครับผม..ก่อนจะถึงวันนั้นผมขอทำวันนี้ให้ดีที่สุดครับ.
..."จิต" การสั่งสมสันดานนั้นมีความเป็นไปอย่างใด และสัมพันกับจิตอย่างไรนั้น ต้องเข้านะครับว่า...
.."จิต" ในอัฏฐสาลินี จิตตุปปาทกัณฑ์มีต่อไปว่า
จะอธิบายคำว่า "จิตฺตํ" ต่อไป ที่ชื่อว่า "จิต" เพราะ
อรรถว่า คิด อธิบายว่า รู้แจ้งอารมณ์ อีกอย่างหนึ่ง
เพราะเหตุที่ศัพท์ว่า "จิตฺตํ" นี้ทั่วไปแก่จิตทุกดวง
ฉะนั้น ในคำว่า "จิตฺตํ" นี้ กุศลจิต อกุศลจิต และมหา
กิริยาจิตฝ่ายโลกีย์
จึงชื่อว่า "จิต" เพราะสั่งสมสันดานของตน
ด้วยสามารถแห่งชวนวิถี
ชื่อว่า "จิต" เพราะเป็นธรรมชาติอันกรรม
กิเลสสั่งสมวิบาก
** แม้จิตทุกดวงชื่อว่า "จิต" เพราะเป็นธรรมชาติ
วิจิตรตามสมควร ชื่อว่า "จิต" เพราะกระทำให้วิจิตร
."จิต" ที่สามารถจะแยกออกได้เป็นข้อๆ คือ .
ชื่อว่า "จิต" เพราะอรรถว่าคิด อธิบายว่า เพราะรู้แจ้งอารมณ์ ๑
ชื่อว่า "จิต" เพราะสั่งสมสันดานของตนด้วยสามารถแห่งชวนวิถี ๑
ชื่อว่า "จิต" เพราะเป็นธรรมชาติอันกรรม กิเลส สั่งสมวิบาก ๑
ชื่อว่า "จิต" เพราะเป็นธรรมชาติวิจิตรตามสมควร ๑ (ข้อนี้ ส่วนมากในตำรารุ่นหลังแยกเป็น ๒ คือ เพราะวิจิตรด้วยอารมณ์ ๑ และเพราะวิจิตรด้วยสัมปยุตธรรม ๑)
ชื่อว่า "จิต" เพราะกระทำให้วิจิตร ๑
ซึ่งก็จะขอกล่าวถึงตามลำดับ เพื่อที่จะให้แม่ชีเข้าใจ
ลักษณะของจิต ตามที่กล่าวไว้ในอัฎฐสาลินี
ที่ชื่อว่า "จิต" เพราะอรรถว่า "คิด" อธิบายว่ารู้แจ้ง
อารมณ์ ครับผม .
โดย เทพธรรม [28 ส.ค. 2545 , 14:27:10 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.155.177 )
สลักธรรม 9.ถ้าสังเกตพิจารณาความคิด
ก็จะเห็นได้ว่าเราทั้งหลายช่างคิดเสียนะครับ และคิด
ไปต่างๆ นานา ไม่มีทางยุติความคิดได้เลย จน
กระทั่งบางท่านไม่อยากจะคิด อยากจะสงบๆ คือ
หยุดไม่คิด เพราะเห็นว่าเมื่อคิดแล้วก็เดือนร้อนใจ
เป็นห่วง- วิตกกังวล- กระสับกระส่าย -ด้วยโลภะบ้าง
หรือด้วยโทสะบ้าง และเข้าใจว่าถ้าไม่คิดเสียได้ก็
จะดี แต่ให้ทราบว่า...จิตนั่น
เองเป็นสภาพธรรมที่คิด รูปธรรมคิดไม่ได้
เมื่อพิจารณาเรื่องที่จิตคิด ก็จะรู้ได้ว่าเพราะ
เหตุใดจิตจึงคิดเรื่องอย่างนั้นๆ ซึ่งบางครั้งไม่น่าจะ
คิดอย่างนั้นเลย...
ตามปกติ จิตย่อมเกิดขึ้นคิดไปในเรื่องของ
สิ่งที่ปรากฏทางตาบ้าง- ทางหูบ้าง- ทางจมูกบ้าง
ทางลิ้นบ้าง -ทางกายบ้าง- ทางใจบ้างอยู่เรื่อยๆ
จนเห็นว่าเป็นเรื่องราวจริงจัง แต่ที่เห็นว่าเป็นเรื่อง
ราวจริงจังทั้งหมดนั้น ก็เป็นเพียงเพราะจิตเกิดขึ้น
คิดเรื่องนั้น แล้วก็ดับไปเท่านั้นเอง
ซึ่งถ้าเพียง...จิต...ไม่คิดถึงเรื่องนั้นก็จะไม่มี แน่เลย
ครับคุณแม่ชี.โดย เทพธรรม [28 ส.ค. 2545 , 14:36:23 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.155.177 )
สลักธรรม 10
สภาพ "รู้" มีลักษณะต่างกันตามประเภท ของสภาพธรรมนั้นๆ
..เช่น เจตสิก ก็เป็นสภาพธรรมที่รู้อารมณ์ แต่ไม่เป็น
ใหญ่ในการรู้อารมณ์ครับ
เจตสิกแต่ละประเภทเกิดขึ้นพร้อมกับจิต- รู้อารมณ์
เดียวกับจิต- แต่ว่ากระทำกิจเฉพาะของเจตสิกนั้นๆ
เช่น ผัสสะเจตสิกเกิดร่วมกับจิต พร้อมกับจิต แต่
ผัสสะเจตสิกเป็นสภาพธรรมที่รู้อารมณ์ โดยกระทบ
อารมณ์ ซึ่งถ้าผัสสะเจตสิกไม่รู้อารมณ์ก็ย่อมไม่
กระทบอารมณ์
แต่ไม่ใช่รู้แจ้งอารมณ์
ปัญญาเจตสิก เป็นสภาพธรรมที่รู้ธรรม เห็นธรรมถูก
ต้องตามความเป็นจริง ..เช่น รู้ลักษณะที่ไม่ใช่ตัวตน
สัตว์บุคคลของสิ่งที่กำลังปรากฏทางตา ทางหู ทาง
จมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ
แต่จิตซึ่งเป็นสภาพรู้นั้น มีคำอธิบายว่า
รู้แจ้งอารมณ์...จึงไม่ใช่การรู้อย่างผัสสะที่กระทบ
อารมณ์
..ไม่ใช่การรู้อย่างสัญญา ที่จำหมายลักษณะของ
อารมณ์
ไม่ใช่การรู้อย่างปัญญา
แต่จิตเป็นสภาพที่รู้แจ้งในลักษณะต่างๆ ของอารมณ์
ที่ปรากฏ สิ่งที่กำลังปรากฏทางตาในขณะนี้ต่างกัน
ไหมครับ สภาพธรรมเป็นสัจจธรรม เป็นสิ่งซึ่งพิสูจน์
ได้ ขณะนี้เห็นสิ่งเดียว สีเดียวหมด หรือเห็นสิ่งที่
กำลังปรากฏเป็นสีต่างๆ อย่างละเอียดจนทำให้รู้
ความต่างกันได้ว่า สิ่งที่เห็นนั้นเป็นของแท้ หรือ
ของเทียม เป็นต้น
จิตเป็นสภาพที่เห็นแจ้ง คือ รู้แจ้ง
แม้ลักษณะที่ละเอียดต่างๆ ของอารมณ์ต่างๆ
อุปมาเหมือนกระจกเงาที่ใสสะอาด
ไม่ว่าสิ่งใดจะผ่าน ก็ย่อมปรากฏเงาในกระจกฉัน
ใด ขณะนี้จักขุปสาทเป็นรูปซึ่งมีลักษณะประดุจ
ใสพิเศษ สามารถกระทบสิ่งที่ปรากฏทางตา
โสตปสาทสามารถกระทบเฉพาะเสียง ฆานปสาท
สามารถกระทบเฉพาะกลิ่น ชีวหาปสาท
สามารถกระทบเฉพาะรส กายปสาท
สามารถกระทบเฉพาะรูปที่กระทบกาย
. ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นสีสันวัณณะอย่าง ใดๆ ก็ตาม
จะเป็นสีทองแท้ - ทองชุบ หยก หิน หรือแม้สีแวว
ตาที่ริษยา ก็ปรากฏให้จิตเห็นได้ทั้งสิ้น
ขณะนี้สิ่งที่กำลังปรากฏทางตา-ปรากฏกับจิตที่รู้แจ้ง
ไม่ว่าสิ่งที่ปรากฏนั้นมีลักษณะอย่างไร
จิตก็รู้แจ้งในลักษณะที่ปรากฏนั้นๆ คือเห็นสีสัน
ต่างๆ ทั้งหมดของสิ่งต่างๆ ที่ปรากฏ
จึงทำให้รู้ความหมาย รู้รูปร่างสัณฐาน และแนวคิด
นึกถึงสิ่งที่ปรากฏทางตาได้ไงครับผม.
โดย เทพธรรม [28 ส.ค. 2545 , 14:54:06 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.155.177 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |