มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วิถีจิต..โดยง่ายค่ะ






เครื่องหมายจิต ที่ปรากฎด้านบน ย่อมต้องมีทางที่จิตแล่นไปค่ะ

เรามาทำความเข้าใจกันนะค่ะ ก่อนที่จะจากกันเป็นเดือนค่ะจะได้ไม่เบื่อ เพราะเข้าใจที่จะหาทิศหาทางให้แก่จิตเดินไปในทางแห่งความดีไงค่ะ

โดย น้องแก้ว [30 ส.ค. 2545 , 15:08:35 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.150.202 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

วิถีจิต.. ในอัฏฐสาลินีอรรถกถาธรรมสังคณีปกรณ์

ท่านกล่าว.. อุปมาการเกิดขึ้นรับรู้อารมณ์ของวิถีจิตทางปัญจทวารว่า

พระราชาองค์หนึ่ง บรรทมหลับอยู่บนแท่นบรรทม มหาดเล็กคนหนึ่งถวายนวด พระยุคลบาทอยู่ นายทวารหูหนวกยืนอยู่ที่พระทวาร..

ทหารยาม ๓ คนยืนเรียงลำดับอยู่ ครานั้นยังมีคน

บ้านนอกคนหนึ่ง....ถือเครื่องราชบรรณาการมาเคาะ

ประตูเรียก..ก้อกๆๆ นายทวารหูหนวกไม่ได้ยินเสียง

มหาดเล็กผู้ถวายนวดพระยุคลบาท..จึงให้สัญญาณ

นายทวารหูหนวก...จึงเปิดประตูดูด้วยสัญญาณนั้น

ทหารยามคนที่หนึ่ง..รับเครื่องราชบรรณาการส่งให้

คนที่สอง .. คนที่สองส่งให้คนที่สาม.. คนที่สามทูล

เกล้าฯ ถวายพระราชาพระราชาเสวย..

คำอุปมาเปรียบเทียบแสดงให้เห็นถึง.. วิถีจิต...

ที่เกิดขึ้น รับรู้อารมณ์แต่ละขณะว่า..

ขณะที่อารมณ์ กระทบกับจักขุปสาท - เปรียบ

เหมือนคนบ้านนอกที่ถือเครื่องบรรณาการมาเคาะที่

พระทวาร..(ตี.น.ท.)

...มหาดเล็กที่ถวายงานนวด พระยุคลบาทของพระ

ราชา คือ ปัญจทวาราวัชชนจิต..... เป็นขณะที่รู้ว่ามี

แขกมาเคาะที่ทวาร จึงให้สัญญาณ คือรู้อารมณ์

ที่กระทบ แล้วก็ดับไป (ปัญจ)

จักขุวิญญาณจิต.. ก็เกิดขึ้นสืบต่อทำกิจเห็น......

ที่จักขุปสาท (วิ)

...แล้วต่อจากนั้น ทหารยามคนที่หนึ่ง คือ

สัมปฏิจฉันนจิต (สํ) ก็รับเครื่องราชบรรณาการส่ง

ให้คนที่สอง.. คือ สันตีรณจิต (ณ) คนที่สองส่งให้คน

ที่สามคือ โวฏฐัพพนจิต (โว) คนที่สามทูลเกล้าฯ

ถวายพระราชา คือ ชวนจิต (ชชชชชชช) พระราชา

ได้เสวยเครื่องราชบรรณาการคือ อารมณ์นั้น



.ข้อเปรียบเทียบนั้น

แสดงเนื้อความอะไรว่า อารมณ์มีกิจ คือ หน้าที่

เพียงกระทบปสาทเท่านั้น


คนบ้านนอกไม่ได้เข้าไปเฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน

แต่เครื่องราชบรรณาการส่งต่อจากคนที่หนึ่ง ->

สอง -> สาม -> แล้วจึงถึงพระราชา

โดย น้องแก้ว [30 ส.ค. 2545 , 15:35:24 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.155.190 )


  สลักธรรม 2

ส่วน.. จักขุ

วิญญาณจิตเท่านั้น ที่กระทำกิจ : เป็นอารมณ์ที่

กระทบทวาร
อารมณ์: สามารถเพียงกระทบ

ปสาทรูปเท่านั้น:: แต่ว่าจิตเกิดขึ้นรู้อารมณ์สืบต่อกัน

โดยอารมณ์ไม่ได้ข้ามพ้น หรือล่วงล้ำปสาทเข้าไปสู่

ที่อื่นเลย..


เมื่อ

พิจารณาคำอุปมานี้ ก็เข้าใจการเปรียบวิถีจิตที่เกิด

ขึ้นทำกิจแต่ละขณะว่า

จักขุวิญญาณจิตกระทำกิจ เป็นที่จักขุปสาทรูป

ซึ่งเป็นจักขุทวาร เหมือนนายทวาร ที่เปิดประตูดูที่

ทวาร...

สัมปฏิจฉันนะ...เป็นทหารยามคนที่หนึ่ง ที่รับเครื่อง

ราชบรรณการ ส่งให้คนที่สอง เพราะเมื่อจักขุ

วิญญาณจิตกระทำกิจเห็น..แล้วก็ดับไป

จักขุวิญญาณจิต....จะกระทำกิจรับอารมณ์อย่าง

สัมปฏิจฉันนะไม่ได้ :: เพราะว่าจักขุวิญญาณกระทำ

ทัสสนกิจได้อย่างเดียว คือ เห็นที่ทวาร คือ ที่ปสาทรูป

เท่านั้น แต่สัมปฏิจฉันนจิต เป็นดุจทหารยามคนที่

หนึ่งที่ทำกิจรับอารมณ์ -> แล้วส่งให้ทหารยามคนที่

สอง คือสันตีรณะ ซึ่งพิจารณาอารมณ์แล้ว ส่งต่อให้

-->โวฏฐัพพนจิตตัดสิน แล้วส่งต่อให้ --> พระราชา

คือ ชวนวิถีจิตทำกิจเสวย คือ เสพเครื่องราช

บรรณาการนั้น


.ตี.น.ท.ปัญจ.วิ.สํ.ณ.โว.ชชชชชชชบตทา ตทา ภ..

ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
..น้องแก้วค่ะ..

โดย น้องแก้ว [30 ส.ค. 2545 , 16:14:57 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.149.47 )


  สลักธรรม 3

อุปมา อุปไมย จาก เหตุ -> ผล และ จาก ผล ->เหตุทำให้เกิดความเข้าใจได้ชัดเจน
กราบอนุโมทนา และขอบพระคุณมากครับ

โดย สง่า & สุธาดา [30 ส.ค. 2545 , 23:13:05 น.] ( IP = 203.113.38.13 : : )


  สลักธรรม 4

กราบขอบพระคุณค่ะ เป็นการอธิบายวิถีจิต โดยใช้การอุปมา ทำให้เข้าใจง่ายค่ะ

โดย เซิ่น [30 ส.ค. 2545 , 23:25:41 น.] ( IP = 203.146.212.2 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณค่ะ ดีใจที่ได้มาอ่านแล้ว แต่ก็ยังสงสัยไหนช่วงแรกๆ ที่บอกว่าขณะที่อารมณ์ กระทบกับจักขุปสาท - เปรียบ เหมือนคนบ้านนอกที่ถือเครื่องบรรณาการมาเคาะที่ พระทวาร..(ตี.น.ท.)
ช่วยอธิบายเพิ่มเติมหน่อยค่ะ เพราะเห็นว่าตรงนี้ยังเป็นภวังค์อยู่ค่ะ

โดย หมออุ๊ [31 ส.ค. 2545 , 00:09:52 น.] ( IP = 202.57.176.3 : : )


  สลักธรรม 6

เข้าใจชัดเจนมากค่ะ..อ่านแล้วทำให้เห็นถึงความขาดตอนระหว่างจิตแต่ละดวง กิจแต่ละอย่าง ที่ทำหน้าที่ในวิถี รู้สึกถึงคำว่า ไม่มีคนไม่มีใคร ...การทำงานของชีวิตมีองค์ประกอบที่ชัดเจนแยกเป็นส่วน ไม่มีตัวคนเลยค่ะ ..รู้สึกอย่างนั้น

โดย น้องกิ๊ฟ [31 ส.ค. 2545 , 00:52:52 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.155.249 )


  สลักธรรม 7

.สวัสดีค่ะ..มาแก้ไขความสงสัยนะค่ะ..

..คนบ้านนอก..แหมแหลมนิดจะคิดได้นะค่ะว่า

ก็ นอกวิถีไงค่ะคุณพี่หมออุ๊

โดย น้องแก้ว [31 ส.ค. 2545 , 06:35:38 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.154.88 )


  สลักธรรม 8

. ...น้องแก้วคิดว่าท่านต้องเข้าใจความหมายของวิถีจิตก่อนว่า..

วิถีจิต คือจิตที่ไม่ใช่ปฏิสนธิจิต ภวังคจิต และ

จุติจิต


จิตใดก็ตามที่ไม่ใช่ปฏิสนธิจิต ภวังคจิตและจุติจิต

แล้ว.. เป็นวิถีจิตทั้งหมด

ในชาติหนึ่งปฏิสนธิจิตเกิดขึ้นขณะเดียว

คือ ขณะที่..ที่ทำปฏิสนธิกิจสืบต่อจากจุติจิตของชาติ

ปางก่อน เพียงขณะเดียวเท่านั้น ที่เป็นปฏิสนธิจิต

ขณะที่จิตทำปฏิสนธิกิจนั้น ไม่เห็น ไม่ได้ยิน

ไม่ได้กลิ่น ไม่ลิ้มรส ไม่รู้สิ่งที่กระทบสัมผัสใดๆ

ทั้งสิ้น ปฏิสนธิเป็นวิบากจิต เป็นผลของกรรม


ปฏิสนธิจิต ที่เกิดในภูมิมนุษย์เป็นกุศลวิบากจิต เป็น

ผลของกุศลกรรม ..(จำให้ได้นะค่ะ).

โดย น้องแก้ว [31 ส.ค. 2545 , 06:50:24 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.154.88 )


  สลักธรรม 9





เช้านี้เข้ามาได้เรื่องวิถีจิต ดีจัง
ง่ายดีนะค่ะ เข้าใจง่ายด้วย
อนุโมทนาอย่างยิ่งค่ะ


ขอบคุณค่ะ


โดย ดาค่ะ [31 ส.ค. 2545 , 06:57:55 น.] ( IP = 158.108.12.112 : : )


  สลักธรรม 10

...เมื่อปฏิสนธิจิตดับไปแล้ว

กรรมไม่ได้ให้ผลเพียงพอให้ปฏิสนธิจิตเกิดขึ้นเท่า

นั้น แต่เป็นปัจจัยให้ วิบากจิตประเภทเดียวกัน

เกิดขึ้นทำให้ภวังคกิจ สืบต่อดำรงภพชาติของการ

เป็นบุคคลนั้น จนกว่าจะจุติ
.


,.ขณะที่ยังไม่จุตินั้น ...

ภวังคจิตเกิดดับๆ กระทบกิจสืบต่อดำรงความเป็น

บุคคลนั้นไว้

ในขณะที่ไม่เห็น ไม่ได้ยิน ไม่ได้กลิ่น ไม่ได้ลิ้มรส

ไม่รู้สิ่งกระทบสัมผัส และไม่คิดนึก

ฉะนั้นขณะใดที่เป็นปฏิสนธิจิต ภวังคจิต และจุติจิต

ขณะนั้นไม่ใช่วิถีจิต

ขณะหลับสนิทไม่เห็น ไม่ได้ยิน ไม่ได้กลิ่น

ไม่ได้ลิ่มรส ไม่ได้กระทบสัมผัส ไม่ได้คิดนึก

....ภวังคจิตเกิดดับสืบต่อกับไปเรื่อยๆ จนกว่าจะฝัน

...หรือตื่นขึ้น เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส กระทบ

สัมผัส คิดนึก อารมณ์ต่างๆ ในโลกนี้ ขณะที่วิบาก

จิตเกิดขึ้นทำปฏิสนธิกิจ ภวังคกิจและจุติกิจนั้น

อารมณ์ต่างๆ ในโลกนี้ไม่ปรากฏเลย

...โลกนี้จะเป็นโลกมนุษย์ ลักษณะอย่างไร ไม่

ปรากฏทั้งสิ้น ....

ถ้าขณะนี้ใครกำลังหลับก็จะไม่รู้ไม่เห็นเลยว่า ในที่นี้

มีใครบ้าง - มีเสียงอะไรบ้าง - มีกลิ่นอะไรบ้าง - เย็น

ร้อนประการใด - :( โลกนี้ไม่ปรากฏกับปฏิสนธิจิต

ภวังคจิต และจุติจิตเลย

เมื่อไม่หลับก็ เมื่อไม่หลับก็จำเรื่องโลกนี้ จำบุคคล

ต่างๆ เรื่องราวต่างๆ ในโลกนี้

:( แต่ขณะหลับสนิทเป็นภวังคจิต ตัดขาดจากอารมณ์

ต่างๆ ที่ปรากฏในโลกนี้ทั้งหมด ไม่รู้ตนเองเป็นใคร

อยู่ที่ไหน เกี่ยวข้องเป็นญาติกับใคร มีทรัพย์สมบัติ

อะไรบ้าง อยู่ตรงไหน สุข ทุกข์ อย่างใด....


.. น่ากลัวเห็นไหมค่ะ น้องแก้วว่าไม่ต่างไปจากคนตายดีๆละค่ะเวลานั้นนะ..


โดย น้องแก้ว [31 ส.ค. 2545 , 07:02:52 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.154.88 )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org