มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธรรมะจากห้องเสือพิทักษ์ แรงกระตุ้นใจ...ตอนจบ




กรรม กับ กิริยา หรือ อาการ

แรงกระตุ้นใจและเจตนาเป็นตัวประกอบที่สำคัญที่สุดของกรรม การกระทำ การพูดการคิด ใครๆ ที่ไม่มีแรงกระตุ้นใจ แม้จะมีเจตนาก็ไม่จัดเป็นกรรม กรรมเป็นตัวเหตุทำให้เกิดผล และมีเหตุด้วยคือสิ่งเร้า และเจตนา เจตนาก็เป็นเหตุและมีเหตุด้วย เพราะเจตนานั้นบ่งบอกถึงกรรมเป็นกุศล อกุศล ที่เรามีพฤติกรรมตอบสนองเพราะมีสิ่งเร้า พอมีสิ่งเร้าแล้ว โลภะ โทสะ โมหะเกิดขึ้น หรือมีสิ่งเร้าแล้ว เมตตา กรุณา เกิดขึ้น มีการให้ทาน บริจาคทาน เป็นต้น

ฉะนั้น การกระทำ การพูด การคิดใดๆ ที่ไม่มีแรงกระตุ้นใจ แม้จะมีเจตนาก็ไม่จัดเป็นกรรม เป็นเพียงกิริยาหรืออาการ หรือเรียกว่าพฤติกรรมตอบสนอง เช่น การกระทำ การหยุด การคิดของพระอรหันต์ที่สิ้นกิเลสแล้ว เช่น หสิตุปาท การกระทำด้วยเจตนาที่ไม่มีแรงกระตุ้นใจแน่นอน สักแต่ว่าทำเป็นปกติวิสัย เช่น ยืน เดิน นั่ง นอน อุจจาระ ปัสสาวะ กิน ถ่าย ตรงนี้จัดเป็นอพยากตกรรม ยืน เดิน นั่ง นอน ไม่เป็นของชอบ ไม่เป็นของไม่ชอบ จำเป็นต้องทำ เพราะฉะนั้นในเรื่องวิปัสสนากรรมฐาน จึงให้ดูเรื่องของความจำเป็น นอกนั้นเป็นเหตุให้เกิดกิเลส (อิริยาบถบรรพ)หรือกิน ก็กินเพื่อแก้ทุกข์ แต่เรากินเพื่ออร่อยปาก สนองตัณหา เช่น อุจจาระเป็นฐานทุกข์อย่างหนึ่ง ให้กำหนดความรู้สึก เหล่านี้จึงเป็นอพยากตกรรมซึ่งมีแรงกระตุ้นอ่อนๆ

โลกอยู่ในมือเรา อยู่ที่เราจะขยำกิเลสทิ้งหรือไม่ จะกำไว้เป็นสมบัติส่วนตัวหรือไม่ หิริ
โอตตัปปะ โลกแห่งความฉิบหายเราคุมไว้แล้ว เราเป็นเจ้าของกรรม ผู้ลิขิตกรรมแล้วเพราะเรามีปัญญา พ่อศึกษาแล้วนำมาปฏิรูปใจ เอามาคิด พระโลกนาถเจ้าผู้บัญชาโลกให้เป็นไปตามกรรมที่พระองค์พบมา แล้วคำว่าผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ไม่ยากเลย พอเรียนถึงตรงนี้แล้ว โลกทั้งใบ
อยู่ที่มือเรา จะบีบก็ได้ จะปล่อยก็ได้ ลูกไก่ในกำมือ ฉะนั้นเมื่อถึงตรงนี้ แรงเจตนากำลังมาก เรา
จะเดินไปทางไหน อยู่ที่เลือกเอา เมื่อเราเป็นผู้รู้ขนาดนี้ จะปล่อยทำไม เราไม่กำโลกแห่งความฉิบหาย เราทิ้ง แต่เราจะให้คนอื่นหมดฉิบหายพร้อมกับเราด้วย ไปกับเราด้วยมากที่สุด ก็ตั้งเจตนา
แม้ชีวิตก็ให้

โดย ทวีพร พันธุ์พาณิชย์ [5 ก.ย. 2545 , 09:17:16 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

การเคลื่อนไหวของพืช และเครื่องจักรยนต์ ไม่มีทั้งแรงกระตุ้นใจ และเจตนา จัดเป็นเพียงกิริยาหรืออาการเช่นกัน ตัดต้นไม้จึงไม่บาป เพราะไม่มีจิต ไม่รับรู้อารมณ์ ต้นไม้ล้มทับใครไม่บาป เพราะไม่มีจิต ฉันใดฉันนั้นถ้าเราทำจิตของเราให้เป็นกิริยาหรือรู้ในอาการ บาปบุญไม่เกิด วัฏฏะถูกตัด

เรื่องของกรรมที่พูดมานี้ พระพุทธเจ้าทรงสอน และพระสารีบุตรเป็นผู้รู้ ตามหลักธรรมชาติมุ่งเหตุผล กรรมวิบาก และผลของกรรม ฟังดูถ้าตีความแล้วเหมือนกัน ตามหลักธรรมชาติ เมื่อมีเหตุต้องมีผล เมื่อมีกิริยาต้องมีปฏิกิริยา คนเราหวังนิพพานโดยอ้อมอยู่แล้วไม่โดยตรง อยากสุขตลอด อยากไม่ป่วย อยากสบาย ต้องการสุขอันสถาพรที่เรียกว่า นิพพาน แต่กลับได้สุขอันไม่สถาพร จริงๆ เราอยากได้พระนิพพานกันทั้งนั้น แต่ไม่รู้จัก พระธรรมเสนาบดีจึงบอกให้รู้จัก
ว่า ตรงนี้แหละอัพยากตกรรมมีอยู่แล้ว ลูกทุกคนมีทุนอยู่แล้วที่จะไปสู่พระนิพพาน เพราะฉะนั้นกราบไปลูกพระพุทธเจ้า เห็นพระพุทธรูปที่ไหนกราบไป ท่านมีพระคุณเหนือที่จะกล่าว พระองค์ท่านทรงค้นในสิ่งที่ลึกลับและซ่อนเร้นอย่างเรื่องกรรม


ที่เราเรื่องกรรมอย่าไปคิดว่า ทำมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เรียนแล้วให้สบายใจ ตามหลักธรรมชาติ เมื่อมีการกระทำกรรมต้องมีผลของกรรม พระธรรมเสนาบดีอธิบายให้พวกไม่มีศาสนา ว่าเหตุมีผลต้องมี จนศิโรราบ แล้วถามว่าใครเป็นศาสดา พวกนี้เป็นฤาษีบ้าง นิครนถ์บ้าง มีอำนาจจิต ท่านก็พาไปพบพระพุทธเจ้า ไม่นานก็บวชแล้วเอหิภิกขุอุปสัมปทา บวชได้มากเพราะสร้างเหตุไว้ที่จะไปกับพระสารีบุตรได้ง่าย มีอภิญญาก็ดีไปอย่างหนึ่ง แต่ไม่ดีหลายอย่างสำหรับผู้ติด ดีอย่างเดียวเวลาเรามีอภิญญาเจอพระสารีบุตร หรือเจอท่านอื่นแล้วพาเหาะไปพบพระพุทธเจ้า

โดย ทวีพร [5 ก.ย. 2545 , 09:18:04 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

ทำกรรมแล้วต้องมีผลของกรรม ผลของกรรมมี 5 ประการ
1. กรรมที่สร้างคุณภาพใหม่ให้แก่จิต
2. กรรมก่อให้เกิดพลังกรรม
3. ผลทางใจ
4. ผลทางกาย
5. ผลของสังคม

1. กรรมที่สร้างคุณภาพใหม่ให้แก่จิต ถ้าทำกรรมชั่วก็เท่ากับเป็นการสร้างคุณภาพชั่วให้แก่จิตเปรียบเสมือนการหยดยาพิษลงไปในกระแสชีวิต คือกระแสเลือดทั่วร่างกาย เช่น พูดปด ถูกจับได้ถูกว่าเป็นคนชั่วไม่ได้ว่าแค่วาจาชั่ว ถ้าทำกรรมดีก็เท่ากับสร้างคุณภาพฝ่ายดีให้แก่จิต เท่ากับหยดวิตามินลงไปในกระแสชีวิต คุณภาพของจิตก็ดีขึ้น และคุณภาพจิตนี่แหละเป็น
ตัวพาไปสุคติ และทุคติ แต่ผลนี้ก็ไม่ต้องคอยชาติหน้า คนทำชั่ว นั่ง นอนไม่สบายใจ

2. กรรมก่อให้เกิดพลังกรรม หล่อเลี้ยงกระบวนการชีวิตไว้ เช่น คนเป็นอัมพาต ก็ไม่อยากพูด จนพูดไม่ได้ในที่สุด เป็นกระบวนการต่อเนื่อง หล่อเลี้ยงชีวิตไว้ คือ กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม เดิน ยืน นั่ง นอน เหล่านี้เป็นกระบวนการของมัน เป็นการเคลื่อนไหวของอินทรีย์ เป็นการออกแรงแล้วแต่ธรรมชาติจะสร้างพลังทดแทน ให้มากกว่าแรงที่เสียไป เช่น ออกแรงยกน้ำหนักบ่อยๆ แขนของเราก็ใหญ่ขึ้น ไม่เป็นเปลก็จริง แต่กล้ามขึ้น ถีบจักรยานบ่อยๆ น่องโต วิ่งมากๆ ขาโต นอนมากๆ พุงโต มันเป็นปฏิกิริยาตอบสนอง แขนใหญ่ขึ้นก็มีแรงมากขึ้น และแรงนี้จะช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตของเราให้คงอยู่ และเจริญต่อไป กำลังก็มารักษาสมดุลย์ ตรงข้ามกับการเคลื่อนไหวของอนินทรีย์ คือ ไม่มีอินทรีย์ คือ ไม่มีกำลัง เช่น เครื่องจักรกลไม่ต้องอาศัยแรง แต่ก็สามารถนำความสึกหรอและแตกสลายกลับมาสู่อนินทรีย์นั้นได้ ฉะนั้นเราเป็นคนมีอินทรีย์เป็นปฏิกิริยาตอบสนองทำประโยชน์ก็ได้ ในที่สุดชีวิตก็ต้องย่อยยับแตกสลายไปเหมือนกัน แม้แต่อนินทรีย์ไม่มีความเป็นใหญ่ ทำไปก็มีแต่สึกหรอแตกสลายไปในที่สุด เราเลือกอย่างไร จะอยู่แบบคนวัตถุ มนุษย์สร้างขึ้นเช่น หุ่นยนต์หรือจะมีมโนสำนึก คือมีความรู้สึกตัวอยู่บ่อยๆ ฉะนั้นการเคลื่อนไหว การกระทำทางกาย วาจา และใจ 3 ทาง ก่อให้เกิดพลังกรรม และพลังกรรมนี้ก็เป็นแรงกระตุ้นให้เกิด จิตดวงต่อๆ ไป ต่อเนื่องไม่ขาดสาย จุติแล้วก็ปฏิสนธิต่อไป การเวียนว่ายตายเกิดจึงไม่มีที่สิ้นสุด กรรมทำให้เกิดพลังกรรม อนาคตกรรม เป็นปฏิจจสมุปบาท

โดย ทวีพร [5 ก.ย. 2545 , 09:18:38 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

3. ผลทางใจ หมายถึง สุขใจ เมื่อได้รับแรงกระตุ้นใจฝ่ายดี มีเจตนาดี มีการกระทำดี ส่วนความทุกข์ ความเดือดร้อนใจ เมื่อมีกิเลส มีเจตนาไม่ดี มีการกระทำไม่ดี ผลทางใจก็เกิดขึ้นทันที ตั้งแต่ระยะแรกที่เกิดแรงกระตุ้นใจ เช่น เกิดความโลภ ใจก็เดือดร้อน วุ่นว่ายขึ้นทันที ผลทางใจช่วงนี้ก็จะเพิ่มคุณภาพดีหรือเลวให้แก่จิตมากขึ้น
ผู้ใดกล่าวว่าทำดีไม่ได้ดี เป็นการกล่าวด้วยโมหะ ขัดกับหลักความจริงในเรื่องธรรมชาติ
อย่างยิ่งซึ่งรวมถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าด้วย คือ กฏแห่งกรรม ผู้ที่เกิดด้วยโมหะคือเดรัจฉาน
1 - 3 เป็นอัตโนมัติ ให้ผลเอง


4. ผลทางกาย หมายถึง การเปลี่ยนแปลงทางกาย อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากคุณภาพของจิต เช่น ใจชั่ว ใจบาป ทำให้ผิวพรรณหม่นหมอง ราศีตก เกิดโรคผิวหนังบางชนิด โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินอาหาร อายุสั้น ส่วนคนใจดี เพราะกรรมดี ทำให้ผิวพรรณงาม สุขภาพสมบูรณ์ อายุยืน ฉะนั้นเราทำทั้งดีทั้งชั่ว จะโทรมก็ไม่โทรม จะสวยก็ไม่สวย พอไปวัดไปวาได้ ไปวัดคือไปทำบุญ ไปวาคือยาววาหนาคืบ ลงโลง

บวชหรือไม่บวชไม่สำคัญ อยู่ที่เห็นถูก แต่ถ้าบวชแล้วต้องทำถูก เป็นพระอรหันต์ด้วย การเห็นถูก แล้วทำถูกตามพระวินัยธรรม ได้พบพระอุปัชฌาจารย์ พระกรรมวาจาจารย์ที่เข้มงวด
กวดขัน เพื่อจะได้ไม่ทำผิด เป็นคนเข้มงวด ว่าง่าย ไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่อาฆาต เป็นคนไม่หัว
แข็ง ได้ฟังธรรม อธิษฐานไว้เพราะเราทุกคนมีพื้นฐาน หัวแข็ง ดื้อ สอนยาก ว่ายาก ค่อยๆ ปลด
เปลื้องไป เหลือไม่นาน ห่มชีวิตด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ครองชีวิตด้วยสติมา สัมปชาโน อาตาปี

ผลทางกายถึงแม้จะได้รับแน่นอน แต่ไม่จำเป็นต้องชาตินี้เสมอไป อาจได้รับในชาติหน้า
หรือชาติต่อๆ ไป ดังที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ใน จูฬกรรมวิภังคสูตร และมัชฌิมนิกายว่าผู้ชอบ
การฆ่าฟันเกิดชาติหน้าจะมีอายุสั้น ผู้ชอบเบียดเบียน เกิดชาติหน้าจะเป็นคนขี้โรค คนที่มักโกรธ
แค้น เกิดชาติหน้าจะมีผิวพรรณทราม คนที่มักอิจฉาริษยา เกิดชาติหน้าจะมีอำนาจวาสนาน้อยคนตระหนี่ถี่เหนียว เกิดชาติหน้าจะมีฐานะยากจน เป็นต้น


โดย ทวีพร [5 ก.ย. 2545 , 09:19:29 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

5. ผลทางสังคม ในฐานะที่มนุษย์เป็นสมาชิกของสังคม การกระทำทางกาย และวาจาไม่ว่าดีหรือชั่ว ย่อมส่งผลต่อสังคม และสังคมย่อมแสดงปฏิกิริยาสะท้อนกลับแก่เขา เป็นกิริยาและปฏิกิริยาตามสมควร ผลสะท้อนที่ผู้กระทำกรรมได้รับจากสังคม เรียกว่า ผลทางสังคม เช่น ถ้าทำกรรมดี ก่อให้เกิดลาภ ยศ สรรเสริญ สุขสบายนี่เป็นผลสะท้อนของผู้กระทำกรรมที่ได้รับจากสังคมแต่ถ้าเป็นกรรมชั่วก่อให้เกิดการเสื่อมลาภ ทุกข์ยากลำบาก

ผลทางสังคมเป็นเพียงแต่ผลพลอยได้ของกรรม อาจจะมีก็ได้ ไม่มีก็ได้ แต่เหตุการณ์และ
สิ่งแวดล้อมเป็นผลผิวเผินภายนอก ซึ่งไม่มีความสำคัญอะไร แต่ในสมัยปัจจุบันจิตใจคนติดอยู่กับ
วัตถุ แสง สี เสียง จึงเรียกว่า ลาภ ยศ สรรเสริญ สุขสบาย เมื่อทำดีแล้ว ไม่ได้ผลเหล่านี้จึงคิดว่าทำดี ไม่ได้ดี อยากสบายทันที ดังนั้นทุกคนต้องทำดี เพื่อปรุงแต่งคุณภาพจิตให้สูงส่ง อย่าทำเพื่อลาภ ยศ สรรเสริญ สุขเลย พระสารีบุตรท่านสอน ทำเพื่อคุณภาพชีวิต อย่าคิดทำเพื่อเป็นใหญ่
ตรงที่ท่านสอนมีธารน้ำ ดินแฉะ มีกะลาครอบอยู่ ในนั้นก็มีสัตว์อยู่ ท่านชี้ให้เห็น ม้วนอ้วนโตแต่
ก็ไม่ออกไปเกินนี้ได้ ถ้าไม่ยอมออกไป เช่นกันถ้าท่านไม่ออกไปสู่โลกภายนอกที่ศาสดาเราสอน ท่าน ก็มีกะลาส่วนตัวที่คลุมท่านไว้ ทำให้ท่านไม่ปักใจเชื่ออะไรเลย เป็นผู้มีวิจิกิจฉาตลอด ก็สอนเรื่องวิจิกิจฉา สำเร็จเป็นพระโสดาบัน พาไปหาพระพุทธเจ้า จะเห็นการสอนไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไร
ใช้ธรรมชาติ


ฉะนั้นกฏของกรรม คือกฏของธรรมชาติ ยืนยัน จงทำดี เพื่อทำคุณภาพของจิตใจ
ให้สูงส่ง อย่าทำดีเพื่อแลกกับลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ทำดีแบบนั้นเป็นการทำดีแบบการค้า โอกาส
ขาดทุนมี ไม่ได้อย่างหวัง ฉะนั้นด้วยพลังกรรม ด้วยอำนาจกรรม ทุกอย่างเป็นวัฏฏะ เป็นลูกโซ่ที่เราจะต้องพึงระลึกอยู่เนืองๆ ว่า ไม่มีใครทำให้ใครเป็นอย่างไรได้ ถ้าเผื่อเราไม่ทำมาเอง จิตที่ฝึก
ดีแล้วย่อมนำความสุขมาให้....

..จบแล้วค่ะ ขอมอบแด่ทุกท่านค่ะ...

โดย ทวีพร [5 ก.ย. 2545 , 09:21:45 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 5

. ปลื้มใจในกุศลผลจิต

ที่ลูกศิษย์ใฝ่ทำนำเสนอ

เรื่องชีวิต..ตัณหายากพบเจอ

ธรรมเลิศเลอคุณค่าน่าภิรมย์ ..


. ขอให้บุญคุณจิตต่อมิตรนั้น

จงคลายผันเส้นทางห่างวิถี

จากมืดแสงอัสดงจงแต่มี

แสงตะวันเจิดจ้าดีทุกที่เอย ..




โดย เทพธรรม [5 ก.ย. 2545 , 10:59:14 น.] ( IP = 203.107.144.138 : : )


  สลักธรรม 6

สาธุ ... อ่านแล้วเจ็บๆคันๆ ได้รับประโยชน์ไปมากมายเลยค่ะ ขอบพระคุณในความอุตสาหพยายามของพี่ทวีพรนะคะ

โดย โด่ง [5 ก.ย. 2545 , 13:39:56 น.] ( IP = 130.54.130.228 : : )


  สลักธรรม 7


ขอกล่าวคำอนุโมทนาอย่างยิ่งกับ น้องวีที่ทำให้มีโอกาสได้อ่านสิ่งที่งดงามเช่นนี้ จึงcopy เก็บไว้อ่านทั้งหมดแล้ว

โดย อัญชลี [5 ก.ย. 2545 , 19:56:52 น.] ( IP = 202.57.176.197 : : )


  สลักธรรม 8

ทุกถ้อยคำที่นำมาเผยแผ่ อนุโมทนาครับ

โดย เณรสิงห์ [5 ก.ย. 2545 , 20:50:07 น.] ( IP = 203.113.38.10 : : )


  สลักธรรม 9

ยังไม่ได้อ่านค่ะ แต่ save เอาไว้แล้ว
จะตามอ่านทีหลังค่ะ
อนุโมทนา..สาธุ..สาธุค่ะ

โดย พี่ดาค่ะ [5 ก.ย. 2545 , 20:54:44 น.] ( IP = 158.108.12.111 : : )


  สลักธรรม 10

อนุโมทนา สาธุค่ะ
อ่านจบแล้วด้วยความขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ

โดย ธัญธร [5 ก.ย. 2545 , 22:05:31 น.] ( IP = 203.146.53.228 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org