มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของจิต...(สมองไม่ใช่จิต) ตอนที่ ๓






ความมหัศจรรย์ของจิต (สมอง ไม่ใช่จิต)
… ตอนที่ ๓ …



ล. หลานจะเห็นได้ว่า ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์นั้น ทฤษฎีเก่าๆ มากหลายได้ถูกลบล้างไปโดยทฤษฎีใหม่ๆ ที่นักวิทยาศาสตร์รุ่นหลังๆ ได้ค้นพบขึ้น และบางอย่างก็ไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้ก็มีเหมือนกัน ได้แต่เพียงอนุมานเอาเท่านั้น ทั้งนี้มิใช่ลุงจะทับถมโดยปราศจากเหตุผล

…. ความจริงวิทยาศาสตร์ได้ช่วยมนุษย์ให้มีความเจริญ มีความรู้แปลกๆ ต่างๆ ก็มิใช่น้อย ช่วยให้เกิดความสะดวกสบายขึ้นก็เป็นอันมาก หากแต่อย่าหลงว่าเป็นความจริงไปเสียหมดเท่านั้น เพราะกฏเกณฑ์ที่วางเป็นหลักไว้ อาจถูกหักล้างโดยการค้นคว้าภายหลัง ซึ่งมีหลักการและเหตุผลดีกว่า
หลานก็จะเห็นว่ามีอยู่เสมอ


ส่วนหลักธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ทนทานต่อการทดลองพิสูจน์ความจริงยิ่งนัก จนบัดนี้ก็ล่วงเข้ามา ๒,๕๐๐ ปีเศษแล้ว ก็ยังหามีผู้ใดมาหักล้างได้ไม่
… จากกาลเวลาอันยาวนานจนถือว่าเก่าแก่โบราณนั้นมาจนบัดนี้ ซึ่งเป็นสมัยของปรมาณู เป็นยุคของอวกาศ แม้ผู้ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์เป็นอันมาก ทั้งทางตะวันออกและตะวันตก ก็ได้หันเข้ามาศึกษามิใช่น้อย ลุงเองก็ได้พบทนายความ ผู้พิพากษา นายแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ นักธุรกิจหลายคน
เมื่อมาลองศึกษาดูก็ปรากฏว่าถอนตัวจากไปไม่ได้ และต่างก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ….


พระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น เป็นสิ่งที่มีรากฐานตั้งอยู่ในที่ๆ ไม่โยกคลอน และเป็นรากฐานที่ตั้งบนกฏของสากลโลก อันความวิวัฒนาการของโลก หรือกาลเวลาที่ล่วงไปมิสามารถที่จะเป็นเหตุให้เปลี่ยนแปลงได้ เป็นของใหม่อยู่เสมอ สอดคล้องต้องกันกับหลักวิทยาศาสตร์ ทุกยุค, ทุกสมัย, ทุกแง่, ทุกมุม ทั้งยังเป็นศาสนาที่ผ่อนหนักผ่อนเบาไปในตัว ตามหลักธรรมชาติ ทั้งในทางปฏิบัติหรือในวิชาการ อันจะไม่เป็นเหตุให้เกิดนองเลือด ดังที่หลานเคยทราบมาแล้วในศาสนาอื่นๆ ที่เรียกว่าสงครามศาสนา
…เวลานี้พระพุทธศาสนากำลังแผ่กระจายขยายตัวไปทั่วโลก อีกสักหน่อยผู้ไม่รู้ศาสนาเฉพาะอย่างยิ่งอภิธรรมปิฏกแล้วจะกลายเป็นคนไม่ทันสมัย


การที่หลานยังไม่มีความเชื่ออยู่ในขณะนี้ ลุงมิได้ประหลาดใจเลย และมิได้คิดลงโทษหลานด้วย เพราะหลานกำลังศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นไปในฝ่ายวัตถุมิได้เคยศึกษาธรรมะอันเป็นฝ่ายนามธรรมให้เพียงพอเลย

ป. ศึกษานามธรรมหรือขอรับ
นามธรรมก็ได้แก่เรื่องจิตๆ ใจๆ ที่มองไม่เห็นแล้วก็พิสูจน์ไม่ได้นั่นเอง


ล. ถูกแล้ว นามธรรมที่ได้แก่เรื่องจิตๆ ใจๆ ที่มองไม่เห็น แต่ก็พิสูจน์ได้
ถ้าหลานได้ศึกษาให้เข้าใจดีแล้ว หลานจะถึงแก่ตกตะลึงตาค้าง….
อีกประการหนึ่งหลานอย่าเอาธรรมะไปเปรียบกับวิทยาศาสตร์มากนัก เพราะธรรมะนั้นมีภาพอันเป็นผลทำให้คนพ้นไปจากความทุกข์โดยเด็ดขาด …ซึ่งเหนือกว่าวิชาการทางโลกไม่ว่าวิชาใดยิ่งกว่าฟ้ากับดินเสียอีก

..ถ้าหลานยังไม่เกิดศรัทธา หลานคิดว่าจะเป็นคำเท็จหรือเป็นโฆษณาชวนเชื่อ ก็จงลองมาศึกษาดูสักพัก ยังมีความรู้อีกมากมายนักที่นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถจะเข้าถึงได้ในความเร้นลับลึกซึ้งนั้น แม้แต่เพียงย่างกรายเข้ามาใกล้เสียด้วยซ้ำ เพราะเขาจะตรวจสอบทดลอง หรือเอากล้องส่องก็จะไม่สำเร็จได้


ในเรื่องของวัตถุในพระพุทธศาสนาก็เหมือนกัน ถึงทางพุทธศาสนาจะมีเรื่องของวัตถุให้ศึกษาน้อยกว่า แต่ก็พิสดารยิ่งนัก

… ทฤษฏีเรื่องรูป คือทฤษฏีของปรมาณูนั่นเอง

การศึกษาเรื่องรูปในพระปรมัตถธรรม ก็คือการศึกษาเรื่องของปรมาณู ทฤษฏีเก่าแก่ดึกดำบรรพ์ ศึกษากันมาหลายพันปีแล้ว ถ้าหลานได้ศึกษา หลานก็จะตกใจที่ทฤษฏีปรมาณูของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แปลกประหลาดพิสดารน่าศึกษา น่าสนุก ทั้งได้ประโยชน์เหลือหลายแก่ผู้ที่ได้ศึกษา

โดย นำเสนอโดย... วยุรี [13 ก.ย. 2545 , 15:05:54 น.] ( IP = 203.113.39.11 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

(ต่อ)

ป. คุณลุงหมายความว่า ปาฏิหารย์ก็ดี วิญญาณของคนที่ตายแล้วไปเกิดได้ก็ดี นรกสวรรค์ก็ดี …ตลอดจนผี เปรต เทวดา อินทร์ พรหม หรือกรรมเก่าแต่ชาติอดีตมาส่งผลให้คนได้รับในชาตินี้ เป็นความจริงทั้งหมดหรือขอรับ

ล. ขอให้ลานจำเอาไว้ว่า แม้จะเป็นเรื่องแปลกประหลาดพิสดารอย่างไรที่มีอยู่ในพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ย่อมจะมีเหตุผลข้อเท็จจริงอยู่เสมอ และสามารถพิสูจน์ได้ด้วย
….พระพุทธศาสนาไม่กลัวใครที่จะเข้ามาค้นหาข้อเท็จจริง
….พระพุทธศาสนาไม่กลัวใครที่จะมาพิสูจน์
….กลัวแต่คนจะไม่มาเล่าเรียนหรือเข้ามาพิสูจน์เท่านั้นเอง

ลุงจะขอถามหลานสักหน่อยก่อน … ถ้าหลานเข้าไปยังห้องๆ หนึ่งที่มืดๆ หลานจะมองเห็นอะไรในห้องนั้นบ้างหรือไม่


ป. คงไม่เห็นอะไรขอรับ

ล. เป็นการสมควรหรือไม่ที่หลานจะพูดว่า ในห้องมืดนั้นมิได้มีอะไรอยู่เลย

ป. ผมเข้าใจแล้ว คุณลุงคงหมายความว่า การที่คนเราไม่รู้ไม่เห็นอะไรในสิ่งที่คนอื่นๆ เขารู้เขาเห็นนั้นไม่บังควรที่จะกล่าวว่า ไม่มี ไม่เป็นเสมอไป เพราะเราเองเป็นผู้ไม่สามารถที่จะเห็นได้ ใช่ไหมขอรับ

ล. ถูกแล้ว หลานควรจะพูดแต่เพียงว่ายังไม่เชื่อ เพราะยังมิได้ศึกษา หรือยังมิได้เห็นความจริง

ป. ผมชักจะเริ่มสนใจแล้ว แต่ก่อนที่ผมจะได้ศึกษาจริงๆ คุณลุงจะต้องหาทางให้ผมเห็นความจริงตามหัวข้อดังที่กล่าวมาแล้วให้เข้าใจเสียก่อน

ล. ถ้าหลานมีความปรารถนาเช่นนั้น ลุงก็จะพยายามเท่าที่ลุงสามารถจะทำได้ แต่ก็มีความจำเป็นอยู่บ้างเหมือนกันที่ก่อนจะเรียนรู้เรื่องบางเรื่อง เช่นเรื่องกรรมนั้น ถ้ามิได้ศึกษาเรื่องจิตให้เข้าใจดีเสียก่อนแล้ว ก็พูดเรื่องกรรมออกจะลำบาก การศึกษามันก็ควรจะเป็นไปตามลำดับบ้าง แต่ลุงก็จะพยายามเท่าที่จะทำได้ เพราะลุงรู้ดีว่า คนหนุ่มๆ อย่างหลานนี้ ชอบศึกษาอะไรแปลกๆ ชอบถามอะไรที่เร้นลับมหัศจรรย์

ความจริงแต่เดิมมานั้น ลุงก็จะเชื่อเฉพาะที่ตาเห็นเหมือนกับหลานนี่แหละ ทั้งนี้โดยที่ยังมิได้ศึกษาอะไรเลยยกเว้นแต่ในด้านศีลธรรมเท่านั้น
…ครั้นต่อมาลุงได้ลองศึกษาดูบ้าง จึงได้รู้ว่าลุงเองเป็นคนโง่ ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นศิลป และปรัชญา เป็นจิตวิทยาชั้นสูง เป็นวิทยาศาสตร์ หรือจะให้เป็นเลขคณิตก็ได้

…เวลาศึกษาก็มีตัวเลขควบคุมเรี่ยรายอยู่ทั่วไป เป็นสภาวะแห่งความจริงที่ไม่มีใครอาจโต้เถียงได้ และไม่มีผู้ยิ่งใหญ่หรือพระเจ้าองค์ใดที่จะมาบันดาลให้ใครเป็นอะไร หรือไม่ให้ใครเป็นอย่างไร การกระทำของทุกๆ คน เป็นพระเจ้าของทุกๆ คน
แสดงถึงว่า ผลย่อมไหลมาแต่เหตุ ไม่มีเหตุ ผลก็ดับ
…..สาวไปหาเหตุและผลได้ทุกตอน


และที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือ ความทุกข์ที่ทุกคนไม่อาจหลีกเลี่ยงเสียได้ ซึ่งมนุษย์ทั้งหลายทั้งเกลียดทั้งกลัว ตั้งแต่สร้างโลกขึ้นมา ก็ยังไม่มีศาสดาองค์ใดบำเพ็ญกรณียกิจอันยิ่งใหญ่นี้ โดยสอนคนให้พ้นทุกข์ได้จริงๆ สักองค์เดียว

แต่โดยพระมหากรุณาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ได้ทรงค้นพบ แล้วได้สอนให้มนุษย์รู้จักทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ วิถีทางแห่งการดับทุกข์นั้นเสียได้อย่างพิสดาร ซึ่งมีอยู่ทางนี้ทางเดียวเท่านั้น ที่จะนำมนุษย์ไปสู่ฟากฝั่งสันติสุขตลอดกาลนิรันดร อันเป็นยอดปรารถนาของสัตว์ทั้งมวล



ส่วนที่หลานถามมานั้น ลุงจะพยายามตอบเท่าที่จะตอบโต้ได้โดยกำลัง เพื่อเป็นการชักนำหรือกระตุ้นเตือนให้หลานหายหลงผิด แล้วเริ่มศึกษาจริงจังต่อไป แต่การศึกษานั้นก็ควรมีหลักการและศึกษาไปตามลำดับ อะไรก่อนอะไรหลังบ้างตามสมควร

ก่อนอื่น ลุงควรจะได้บอกหลานเสียก่อนว่า ผู้ที่มิได้ศึกษาธรรมะที่ละเอียดประณีตที่ชื่อว่าพระอภิธรรม ซึ่งกล่าวโดยย่อก็คือ จิต, เจตสิก, รูป, นิพพาน ให้เข้าใจดีเสียก่อนแล้ว คำถามต่างๆ อันเป็นปัญหาโลกแตกของหลาน ก็ยากที่จะเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งแจ่มแจ้งได้ เพราะละเอียดอ่อนสุขุมยิ่งนัก ทั้งมิได้เป็นไปในทางฝ่ายวัตถุที่อาจมองเห็นหรือสัมผัสได้ไปทั้งหมด จะรวบรัดให้ทราบได้เร็วๆ คงจะเป็นไปได้ยาก เช่นหลานจะให้ลุงอธิบายถึงเรื่องผี เรื่องกรรม เรื่องตายแล้วเกิดหรือไม่ เรื่องปาฏิหาริย์ ลุงพูด ๓ วัน ๓ คืน หลานก็จะไม่เข้าใจได้เลย เพราะเหมือนหลานจะพยายามให้ลุงสร้างตึกโดยมิให้ตอกเข็มลงรากเสียก่อน ตึกนั้นก็คงจะสร้างแล้วสร้างอีก ล้มแล้วล้มอีกเป็นแน่


เหตุนี้หลานจะต้องเรียนรู้เรื่องของจิตเสียก่อนว่า… จิตคืออะไร มีหน้าที่การงานอะไรบ้าง เกิดขึ้นมาได้อย่างไร มีอำนาจหรือกำลังพลังอย่างไร


ป. ฟังคุณลุงแล้วผมก็เกิดความสงสัยขึ้นหลายประการ
…ประการหนึ่งก็คือที่ธรรมะกล่าวแต่เรื่องทุกข์ ผมฟังดูเป็นเรื่องของทุกข์เกือบทั้งหมด เหมือนจะสอนคนที่กำลังมีสุขให้ใจสลดหดหู่เศร้าหมอง ส่งเสริมให้ผู้ที่กำลังทุกข์อยู่แล้วให้เศร้าโศกหนักขึ้นไปอีก
ยิ่งกว่านั้นคุณลุงยังกล่าวตามหลักปรมัตถธรรม ถือว่าในโลกนี้ไม่มีความสุข และมิหนำซ้ำปรมัตถธรรมยังอวดอ้างว่า มีวิถีทางให้มนุษย์พ้นจากทุกข์ได้โดยเด็ดขาดอีกด้วย อันเป็นการกลับตาละปัดกับความคิดนึกของบุคคลทั้งหลาย อย่าหน้ามือเป็นหลังมือ
อีกประการหนึ่ง ธรรมะชอบกล่าวแต่ในเรื่องจิตๆ ใจๆ จิตใจนี้เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น ถ้าสัมผัสลูบคลำได้ ผมก็จะไม่ว่าเลย แล้วจิตนี้มันคืออะไร มาจากไหน เกิดขึ้นได้อย่างไร เราจะหาความจริงจากมันได้ที่ไหน ถ้าจะได้ก็คงจะได้แต่พฤติกรรมที่แสดงออกมาเท่านั้น เหตุนี้ผมจึงรู้สึกหนักใจแทนคุณลุงค่อนข้างมากอยู่
…อย่างไรก็ดี ผมขอขอบพระคุณที่คุณลุงจะสอนธรรมะให้แก่ผม แต่คุณลุงก็ทราบแล้วว่า ผมกำลังศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์อันเป็นวิชาของหตุผล ผมจะยอมรับหรือเชื่อถือ ความจริงอันไม่ประจักษ์ชัดไว้เฉยๆ ผมก็ทนไม่ไหวจริงๆ ดังนั้น ธรรมะที่คุณลุงจะให้ผม ก็จะต้องขาวสะอาดปราศจากข้อสงสัยใดๆ และถ้าผมจะซักถามก้ำเกินคุณลุงไปบ้างก็ขอประทานอภัยให้ผมด้วย


ล. ลุงก็มิได้อวดดีอวดเก่งในพระอภิธรรม แต่พระอภิธรรมมีดีจะอวดอยู่เป็นอันมาก เวลานี้ลุงก็ถือว่าเป็นเพียงนักศึกษาคนหนึ่ง แต่ลุงขอกล่าวกับหลานด้วยใจจริงว่า
ขอให้หลานซักถามหรืออภิปรายได้ไม่ต้องอั้นเลย ทั้งไม่ต้องเกรงใจลุงด้วย ไม่มีใครในโลกจะตอบอะไรได้หมดทุกอย่าง อะไรที่ลุงตอบไม่ได้ ก็จะว่าตอบไม่ได้ หรือจะขอผลัดไปค้นคว้าดูก่อน หลานไม่ต้องเกรงว่าลุงจะต้องอับอาย…
…ปรมัตถธรรมนั้นยิ่งใหญ่ด้วยเหตุผล และเป็นเหตุผลอันยืนยงคงทนต่อการพิสูจน์
…ปรมัตถธรรมคือความจริงอันเป็นไปในโลก สภาพความจริงอันปรากฏอยู่เสมอตามธรรมชาติ มิได้หยุดยั้งนั้นเอง
หากแต่บุคคลผู้มีตาเสียเปล่าหามีแววที่จะมองทะลุม่านทิพย์เข้าไปพบความจริงได้ไม่


…ฟังคำของหลานแล้วจึงเห็นว่า ยังไม่สมควรที่จะให้บทเรียนแก่หลานไปตามลำดับขั้น เพราะหลานเป็นบุคคลที่มีเหตุผลจัดอยู่ แต่เคยเรียนธรรมะขั้นศีลธรรมจากโรงเรียนสามัญบ้าง หรือถ้าจะเคยอ่านธรรมะมา อย่างมากก็เพียงนิทานเท่านั้น ยังไม่เกิดความสนใจอะไรเลย ดังนั้น การจะสอนวิทยาศาสตร์ชั้นสูงให้แก่บุคคลผู้ซึ่งยังไม่เคยรู้จักแม้แต่ตัวเลข ๑ เลข ๒ เลยนั้น ก็ย่อมจะต้องได้ยากนัก

เหตุนี้ เพื่อเร้าให้หลานเกิดความสนใจเพื่อสร้างรากฐานให้แก่หลานเสียบ้างก่อน ขั้นนี้จะเปิดโอกาสให้หลานถามอะไรก็ได้ เช่น เรื่องจิตใจอันเป็นเรื่องใหญ่และเป็นหลัก แล้วก็มีเรื่องอื่นพ่วงเข้ามาด้วย เช่น เรื่องกรรม และผลของกรรม ทำดีแล้วทำไมจึงได้ชั่ว แต่ทำชั่วแล้วทำไมจึงกลับได้ดี คนมีปัญญามาก, คนมีปัญญาอ่อน, เรื่องศาสนา เรื่องสัญชาตญาณ เรื่องนรก สวรรค์ ผีและเปรต เรื่องคนตายแล้วเกิดหรือไม่ ถึงที่แล้วต้องตายจริงหรือเปล่า เรื่องอำนาจจิต อภินิหาร คนมีเพศหญิงเพศชายอยู่ในคนเดียวกัน ตลอดไปจนถึงเรื่องของกะเทยในแบบต่างๆ ว่าอะไรเป็นเหตุทำให้เกิดขึ้นมาได้
….ทั้งนี้เพื่อหวังจะให้หลานได้ลิ้มชิมดูน้ำฝนซึ่งเป็นน้ำทิพย์สัก ๒ - ๓ เม็ด จากที่หลั่งลงมาจากฟากฟ้าห่าใหญ่


แต่ขอเตือนหลานสัก ๒ ข้อว่า ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นมีหลายชั้น พื้นฐานยังไม่พอก็เข้าใจได้หยาบๆ …พื้นฐานมากขึ้นก็เข้าใจได้ละเอียดอ่อนขึ้น นั่นก็ประการหนึ่ง
ส่วนอีกประการหนึ่ง ในชั้นนี้ลุงพยายามจะใช้ภาษาบาลีให้น้อยที่สุด แต่ถ้าจะมีบ้างก็จะแทรกคำแปลไว้ด้วย แล้วหลานก็อย่าได้คิดว่าคำแปลที่ว่านั้นใช้เหมือนกันไปทุกหนทุกแห่ง เพราะในที่อีกแห่งหนึ่งความหมายอาจผิดไปก็ได้
บัดนี้ถึงเวลาที่หลานจะตั้งต้นได้แล้ว แต่ขอให้ถามเรื่องที่เกี่ยวแก่จิตใจ ซึ่งถือว่าเป็นหลักยืนเสียก่อน

โดย นำเสนอโดย... วยุรี [13 ก.ย. 2545 , 21:01:53 น.] ( IP = 203.113.39.8 : : )


  สลักธรรม 2


ขอบคุณค่ะพี่วยุรี อ่านหัวข้อนี้แล้วต้องบอกว่าอาทิตย์นี้เข้าไปห้องสมุดบ่อยเพื่อศึกษาเกี่ยวกับวิวัฒนาการของชีวิตโดยเฉพาะทางหลักวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้พยายามที่ศึกษาเกี่ยวกับการทำงานของสมองอย่างมากเหมือนกัน ซึ่งจะเห็นว่านักวิทยาศาสตร์ได้ค้นคว้าเรื่องการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาทอย่างละเอียดแต่ก็มีเรื่องที่เขาพิสูจน์ไม่ได้นั่นคือทำไมความคิด ของคนจึงแตกต่างกัน หลายๆคนจึงสรุปเรื่องราวต่างๆเป็นที่สมองอย่างเดียว
แต่สิ่งหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์ไม่รู้ก็คือเรื่องราวของขันธ์ 5 จริงๆว่ามีการอิงอาศัยและเป็นเหตุเป็นปัจจัยกันได้อย่างไร
มาถึงตรงนี้ทำให้นึกถึงพระปัญญาธิคุณขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจริงๆ ซึ่งทั้งเรื่องเกี่ยวกับวิถีจิต และมหาปัฏฐาน สามารถบอกความเล้นลับของชีวิตได้อย่างมากมาย เสียดายนะคะ ที่คนเรามัวแต่ศึกษาอยู่ด้านใดด้านหนึ่ง เลยทำให้ไม่สามารถนำพิจารณาความจริงของชีวิตได้

โดย หมออุ๊ [13 ก.ย. 2545 , 21:02:11 น.] ( IP = 202.57.177.114 : : )


  สลักธรรม 3

. ผมมั่นใจว่าถ้าท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร ท่านได้รับทราบในความวิริยะอย่างยิ่ง.. ในการนำสิ่งที่ท่านได้สอนไว้มาถ่ายทอด เพื่อประโยชน์แก่มวลชน ของคุณวยุรี...ท่านคงปราโมทย์จิตมากแน่ๆครับผม

ผมเองก็ต้องขอชื่นชมในกุศลศรัทธาอย่างยิ่งนะครับ ขอความเจริญในธรรมจงบังเกิดขึ้นแก่คุณวยุรีครับผม.....




โดย เทพธรรม [14 ก.ย. 2545 , 00:11:39 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.154.62 )


  สลักธรรม 4

อนุโมทนาค่ะพี่แอ๊ะ.....ที่นำความรู้มาฝากอยู่เสมอเลยค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟกับป้าจ๋า [14 ก.ย. 2545 , 22:27:00 น.] ( IP = 203.170.159.231 : : )


  สลักธรรม 5

แปรเปลี่ยนเวียนทุกอย่าง
ตามแนวทางมิห่างธรรม
ทุกข์แท้ที่ประจำ
ประจักษ์จิตใช่คิดเอง.....

ขอบคุณมากค่ะ

โดย ดอกสารภี [18 ก.ย. 2545 , 06:24:37 น.] ( IP = 202.28.27.3 : : 202.28.25.183 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org