มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ชีวิตภายหลังความตาย ตอน ขณะตายมีความเจ็บปวดบ้างหรือไม่




ขณะตายมีความเจ็บปวดบ้างหรือไม่

ยังมีคนที่เข้าใจผิดอยู่ไม่น้อย ที่เข้าใจว่า ในเวลาตายคงจะเจ็บปวดแสนสาหัส ดังนั้น จึงมักจะพูดอยู่เสมอหรืออธิษฐานอยู่บ่อยๆว่า ขอให้กุศลผลบุญช่วยให้ตายสะดวกๆ อย่าต้องทรมานเลย
ในเรื่องนี้บางคนเชื่อเอาจริงๆ เพราะเคยเห็นคนใกล้จะตายร้องครวญครางและดิ้นรนกระวนกระวายกระสับกระส่ายอยู่เป็นเวลานานแล้วจึงได้ตาย
ในบางคนเท่านั้นที่มีความเข้าใจว่า ความเจ็บปวดทรมานนั้นเกิดขึ้นเมื่อยังมิได้ตาย แต่ในขณะกำลังตายจะเจ็บปวดหรือไม่ ไม่ทราบ
การที่จะทำความเข้าใจในเรื่องนี้ ก็จะต้องทำความเข้าใจในเรื่อวิถีจิต คือการทำงานของจิตว่าจิตใจมีการงานทำอย่างไร
แต่การทำงานของจิตนั้นมีมากมายด้วยกัน วิถีหรือการทำงานของจิตหลายประเภท ทำการเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส รู้สึกถูกต้องทางกาย และมีความคิดนึกในเรื่องราวต่างๆ

วิถีหรือการทำงานของจิตบางประเภท ทำงานในเรื่องสมาธิจนกระทั่งได้ถึงฌาน เรียกว่า ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน ปัญจมฌาน ไปจนถึงอรูปฌานอีก ๔ ฌาน
วิถีหรือการทำงานของจิตบางประเภท ทำกำลังอำนาจของจิต ที่เรียกว่า “อภิญญาจิต” สามารถทำอิทธิฤทธิ์ได้ต่างๆ เช่นการระลึกชาติได้เป็นต้น
วิถีหรือการทำงานของจิตบางประเภท ทำงานในเรื่องของการทำลายกิเลสออกจากจิตใจได้โดยเด็ดขาด เรียกจิตประเภทนี้ว่า โลกุตรจิต คือมีนิพพานเป็นอารมณ์ เรียกว่า อริยมรรค อริยผล เป็นอริยบุคคล เริ่มตั้งแต่โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล ไปจนถึงอรหัตมรรค อรหัตผล

วิถีหรือการทำงานของจิตบางประเภท เช่นในขณะที่นอนหลับแล้วฝันไปในเรื่องราวต่างๆ มีฝันดีบ้าง ฝันร้ายบ้าง ฝันแล้วก็เป็นจริงบ้าง และไม่เป็นจริงบ้าง
วิถีหรือการทำงานของจิตในขณะตาย ในขณะเกิดในภพชาติใหม่ และในขณะที่กำลังนอนหลับ
จุติ คือ ความตาย ปฏิสนธิ คือความเกิดในภพชาติใหม่ และภวังค์ คือการรักษาภพชาติ เช่นการนอนหลับ เป็นต้นนั้น ถึงจะมีความแตกต่างกันอยู่ก็จริง แต่ก็เหมือนกันในบางประการ จำเป็นต้องทำความเข้าใจเรื่อง ทวาร เสียก่อน
ทวารก็ได้แก่ประตู ประตูก็ได้แก่ ช่องทางเข้าออกของบุคคลทั้งหลาย เรามีประตูสำหรับเข้าไปทำงาน เช่น ประตูของกระทรวงทบวงกรม ไม่ใช่เข้าไปทำงานทางหน้าต่าง แต่ประตูก็มีหลายประตู บางคนก็เข้าประตูหนึ่ง และ บางคนก็เข้าอีกประตูหนึ่งเพื่อทำงาน

ถ้าไม่มีประตูเราก็เข้าไปทำงานไม่ได้ นอกจากบางคน ถึงจะเป็นส่วนน้อยก็ตาม ก็มีอยู่ที่ไม่ต้องเข้าประตูเลยก็ทำงานได้ ท่านทั้งหลายว่าผู้ใดเล่าที่ไม่ต้องเข้าประตูเลยก็ทำงานได้ ถ้าท่านคิดยังไม่ออกผมจะขอบอกให้ ว่าผู้ที่ไม่ต้องเข้าประตูเลยก็ทำงานได้ คนนั้นก็ได้แก่ ภารโรงนั่นเอง เพราะภารโรงอาศัยกินอยู่หลับนอนภายในกระทรวงนั้น ตื่นเช้าขึ้นมาก็เปิดประตูหน้าต่างและทำความสะอาดเลยทีเดียว
จิตใจของสัตว์ทั้งหลายก็เหมือนกัน มีจิตมากประเภททีเดียวที่ต้องทำงานทางทวารคือ ประตู แต่จิตที่ไม่ทำงานทางประตูก็มีแม้ว่าจะน้อยประเภทก็ตาม

จิตที่ต้องทำงานทางทวาร ในทางธรรมะ เรียกว่า ทวาริกจิต
จิตที่ไม่ได้ทำงานทางทวาร ในทางธรรมะ เรียกว่า ทวารวิมุตจิต
จิตที่ทำงานทางทวาร บางทีก็ทำงานได้ทวารเดียวเรียกว่า เอกทวาริกจิต ก็มีทำงานได้หลายทวาร เรียกว่า ปัญจทวาริกจิตก็มี แล้วยังมีอื่นๆอีก ซึ่งเต็มไปด้วยตัวเลขควบคุมทั้งนั้น
แม้ทวารวิมุตจิตก็ดี บางประเภททำงานทางทวาร คือเป็นทวาริกจิต และบางประเภททำงานที่ไม่ต้องอาศัยทวารเลย

ทวาริกจิต เป็นจิตที่ต้องทำงานทางทวารทั้ง ๖ คือ จักขุทวาร โสตทวาร ฆานทวาร ชิวหาทวาร กายทวาร และมโนทวาร เพื่อทำงาน เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส ถูกต้องสัมผัสทางกาย และคิดนึก ผู้ใดจะรู้อารมณ์ทั้ง ๖ นี้ โดยไม่มีทวารย่อมจะเป็นไปไม่ได้ เช่น เห็น ก็จะต้องอาศัยจักขุทวาร ได้ยินก็ต้องอาศัยโสตทวาร ได้กลิ่น ก็ต้องอาศัยฆานทวาร รู้รสก็ต้องอาศัยชิวหาทวาร รู้ถูกต้องก็ต้องอาศัยกายทวาร รู้คิดนึกก็ต้องอาศัยมโนทวาร
๑. จักขุทวาร องค์ธรรมได้แก่ จักขุปสาท = ประสาทตา
๒. โสตทวาร องค์ธรรมได้แก่ โสตปสาท = ประสาทหู
๓. ฆานทวาร องค์ธรรมได้แก่ ฆานปสาท = ประสาทจมูก
๔. ชิวหาทวาร องค์ธรรมได้แก่ ชิวหาปสาท = ประสาทลิ้น
๕. กายทวาร องค์ธรรมได้แก่ กายปสาท = ประสาทกาย
๖. มโนทวาร องค์ธรรมได้แก่ ภวังคจิต ๑๙
รวมได้รูปทวาร ๕ และนามทวาร ๑ สำหรับภวังค์ก็ได้แก่ มโนทวาร เฉพาะทวารวิมุติจิต ซึ่งเป็นจิตที่ไม่ออกประตูทำงาน มี ๑๙ ประเภท คือ
อุเบกขาสันตีรณจิต ๒ (เป็นบาป ๑ เป็นบุญ ๑)
มหาวิบากจิต ๘
มหัคคตวิบากจิต ๙
จิตเหล่านี้ เป็นจิตที่เป็นผลของกรรมทั้งบาปและบุญที่ได้ทำเอาไว้
จิตที่เป็นวิบาก คือเป็นผลของกรรมเหล่านี้ กระทำงานพ้นจากการนับเป็นทวาร โดยมีหน้าที่การงาน ๓ อย่าง ทั้ง ๑๙ ประเภท คือทำงานปฏิสนธิ ภวังค์ และจุติ
ปฏิสนธิได้แก่ทำหน้าที่เกิดในภพชาติใหม่ ภวังค์ซึ่งได้แก่องค์แห่งภพ รักษาภพชาติเอาไว้ เช่นในเวลานอนหลับ เป็นต้น และจุติ คือ ดับหรือตายไปจากภพชาตินั้นๆ
จิตใดที่เป็นทวาริก ก็ย่อมจะแสดงออกซึ่งความรู้สึกต่างๆ เช่น เห็น ได้ยิน และคิดนึก จิตใดที่เป็นทวารวิมุติ พ้นจากการนับเป็นทวาร ย่อมจะไม่มีความรู้สึกนึกคิดอะไรทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้อย่าว่าแต่ จุติ คือความตายเลย แม้ปฏิสนธิ กับภวังค์ ก็หาได้มีความรู้สึกนึกคิดมิได้

ท่านอาจจะสงสัยว่า เหตุใดจิตเกิดขึ้นมาทำงานแล้ว ไฉนมิได้มีความรู้สึกนึกคิดหรือรู้สึกสำนึกตัว ผมก็จะถามท่านว่า ในเวลานอนหลับสนิท จิตมิได้เกิดขึ้นมาหรือ ในเวลานอนหลับก็มิได้ตาย จิตก็เกิดขึ้นมาทำงาน แต่คนนอนหลับสนิท รู้สึกนึกคิด หรือรู้สึกสำนึกตัวบ้างหรือเปล่า
ปฏิสนธิ ภวังค์ และจุติ มิได้มีความรู้สึกสำนึกตัวดังนี้ จึงตอบคำถามได้ว่า ในขณะกำลังตายมิได้มีความเจ็บปวดแต่ประการใด เหมือนผู้ที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่นั่นเอง แต่อย่างไรก็ดี ในตอนก่อนที่จะถึงความตาย ก็อาจจะมีความรู้สึกสำนึกตัวโดยมีความสุขความสบายอย่างเหลือแสน หรืออาจเกิดความทุกข์ทรมานประการใดก็ได้ ทั้งนี้ก็แล้วแต่อำนาจของกรรมที่ผู้นั้นได้กระทำมาเป็นสำคัญ
เพื่อนๆทั้งหลายต้องทำความดีไว้มากๆนะค่ะจะได้ไม่ทรมานในตอนก่อนที่จะถึงความตาย

ด้วยความปรารถนาดีค่ะ จะขอนำเสนอตอน ถึงที่แล้วต้องตายมีความจริงหรือไม่ ในครั้งหน้านะค่ะ

โดย เพ็ญภัทร์ ภิญโญวัฒนศิลป์ [27 ก.ย. 2545 , 22:08:41 น.] ( IP = 203.155.238.116 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

มาอ่านและรับความปรารถนาดีค่ะ..
ขอบคุณมากค่ะคุณเพ็ญภัทร์

โดย น้องกิ๊ฟ [27 ก.ย. 2545 , 23:23:22 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.154.124 )


  สลักธรรม 2

ขณะตายมีความเจ็บปวดบ้างหรือไม่
ถ้าถามเช่นนี้ และอธิบายเช่นนั้นน่าจะไม่สมกัน ลองตอบใหม่ ถามแล้วตอบไม่ตรง
ท่านประธานที่เคารพ ขอค้านขอรับ

โดย เณรวัส [30 ก.ย. 2545 , 12:46:17 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 3

ลองดูในอรรถกถานะครับ
บรรยายความเจ็บปวดขณะตายไว้ชัดเจน
เช่นเหมือนร่างจะแตกปริออกจากกัน

เรื่องทำนองนี้ไม่ควรคิดเองครับ

โดย ผ่านมา [1 ต.ค. 2545 , 11:31:36 น.] ( IP = 202.133.160.37 : : )


  สลักธรรม 4

ขออธิบายสักนิดนะคะท่านเณรวัส และคุณคนผ่านมา

ที่คุณเพ็ญภัทร์นำมาอธิบายนั้น หมายถึง ในขณะ"ตาย" คือจุติเลยนะคะ ว่า ณ ขณะจิตนั้น เป็นจิตที่เรียกว่า ทวารวิมุตจิต คือจิตที่ทำงานพ้นจากทวาร เมื่อทำงานพ้นจากทวารแล้ว ก็จะเอาความรู้สึกทีไหนมาล่ะคะ ..เป็นเรื่องของอำนาจกรรมล้วนๆเลยตอนนี้

แต่ก่อนที่จะถึง จุติจิตนั้น ..ก็คงมีความเจ็บปวดทรมาน หรือความสุข(เวทนา) กันไปตามสภาพ เหมือนกับที่คุณเพ็ญภัทรืเธอเขียนไว้ที่ย่อหน้าท้ายๆ น่ะค่ะ

เรื่องราวของวิถีจิตเป็นเรื่องที่ละเอียดมากเลยนะคะ ต้องค่อยๆใช้ปัญญาพิจารณาตามอย่างช้าๆ และเป็นรายดวงของจิตเลยค่ะ และต้องแยกให้ออกด้วยว่า ขณะไหนที่จิตทำงานในวิถี และขณะไหนบ้างที่จิตทำงานพ้นวิถี

เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจเพราะเป็นเรื่องของเราทั้งสิ้นเลยนะคะ ....

ด้วยความปรารถนาดีค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [2 ต.ค. 2545 , 10:32:19 น.] ( IP = 203.146.170.47 : : )


  สลักธรรม 5

ใจเย็น ๆ ครับ จะรีบไปไหน จะรีบไปไหน อย่าเถียงกันครับ แล้วเทพธรรมจะมาตอบเรื่องนี้

ความไม่รู้ ก็เป็นโมหะ
การเถียงกัน ก็เป็นโทสะ
บาปทั้งคู่นะ จะบอกให้

โดย เณรชิต [2 ต.ค. 2545 , 14:07:58 น.] ( IP = 202.183.214.6 : : 10.254.254.3 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org