มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ถึงที่แล้วต้องตายมีความจริงหรือไม่ ?





ถึงที่แล้วต้องตายมีความจริงหรือไม่ ?


ประชาชนทุกชาติทุกภาษา ต่างก็พากันมีความสนใจในเรื่องของความตาย เพราะความตายเป็นเรื่องที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ต้องพลัดพรากสิ่งอันเป็นที่รักในสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิตทุกอย่างทั้งต้องพลัดพรากจากกันไปตลอดกาล ไม่มีโอกาสที่จะกลับมาอยู่ในสภาพเดิมได้อีกต่อไป ทำให้ความปรารถนาที่จะได้ลิ้มรสอารมณ์ที่ตนชอบใจทุกๆชนิดต้องสะดุดหยุดลงโดยเด็ดขาด และทำให้เกิดความสะทกสะท้านหวั่นไหว ด้วยไม่ทราบว่าภายหลังจากความตายแล้ว ตนจะได้ปะสบกับเหตุการณ์อะไรบ้าง จะดีหรือร้าย จะทุกข์หรือสุขประการใด
ประชาชนทุกชาติทุกภาษา ต่างก็พากันค้นคว้าหาความจริงในเรื่องของชีวิตภายหลังความตาย อุตส่าห์พยายามหาหนทางทุกอย่าง ทุกแง่ทุกมุม เท่าที่ปัญญาของตนจะพาเข้าไปถึงได้ แต่ก็ต้องคว้าน้ำเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า เริ่มตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มาจนถึงปัจจุบันนี้ ยังมิได้มีผู้ใดเลยที่จะให้อรรถาธิบายถึงเรื่องของความตายได้อย่างถูกต้อง ตรงกับข้อเท็จจริงที่เป็นไปจริงๆได้

เคยมีผู้เล่าว่า คนตายนั้นวิญญาณย่อมจะออกจากร่าง ดังนั้น จึงได้มีผู้เอากระจกที่ไม่มีรูหรือรอยร้าวเลย มาครอบคนไข้ที่จวนจะตายเอาไว้ เมื่อคนไข้ตายลงแล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีวิญญาณอะไรออกจากร่างกายเลยสักนิด
สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ นอกจากจะมีความสงสัยในเรื่องของความตายแล้ว ยังมีความสงสัยในเรื่องอื่นอีก จึงได้ตั้งปัญหาถามกันอยู่ทั่วไป แล้วยังไม่มีใครมีความสามารถตอบปัญหานี้ให้ตรงเป้าหมายได้เลย นั่นก็คือเรื่องที่ว่า ถึงที่แล้วจึงตายมีความจริงหรือไม่ ถ้าไม่ถึงที่แล้วจะต้องไม่ตายนั้นมีความจริงเพียงใด ?

ที่บังเกิดความสงสัยในข้อนี้ ก็เพราะได้มองเห็นอยู่เสมอว่า บางคนใครๆก็ว่าจะต้องตายอย่างแน่นอน ไม่ว่า ๑๐ หรือ ๑๐๐ คน ก็ลงความเห็นเช่นนั้นเหมือนกัน แต่กลับไม่ตายซ้ำกลับยังมีความสุขสบายต่อมาอีกยาวนาน เรื่องเกิดขึ้นราวปาฏิหาริย์เช่นนี้จะอธิบายอย่างไร
มีมากคนทีเดียวที่มีความยึดมั่นว่า เมื่อไม่ถึงที่แล้วก็ไม่ต้องตาย เพราะบางคนได้ฝ่าเข้าไปในแดนอันตราย ทั้งๆที่ใครๆก็ลงความเห็นว่า ไม่มีหนทางรอดเลยแม้แต่นิดเดียว แต่กลับมีชีวิตรอดปลอดภัยกลับมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ มีบางคนเหมือนกันที่มีสุขภาพสมบูรณ์ดีทุกอย่าง อายุก็ยังไม่มาก ตรวจร่างกายแล้วนายแพทย์ก็แจ้งให้ทราบด้วยความยินดีว่า ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บประการใด แต่ต่อมาอีกไม่กี่วันชีวิตก็ได้แตกดับลงไปเสียแล้ว นอนหลับแล้วก็ตายไปเฉยๆญาติมิตรพากันตะลึงงันไปตามกัน
ด้วยเหตุนี้นี่เอง จึงได้มีคำกลอนแต่โบราณกล่าวไว้ว่า
..”ไม่ถึงที่ตายก็ไม่วายชีวาวาตม์ ใครพิฆาตเข่นฆ่าไม่อาสัญ
แม้นถึงที่ตายก็ต้องวายชีวาวัน ใครไม่ทันคิดร้ายก็ตายเอง ”
ผมเห็นว่าเป็นการสมควรที่จะเล่าเรื่องราวของบุคคลต่างๆผู้ซึ่งได้ประสบกับเหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์ใจที่น่าจะต้องตายแล้วกลับรอดมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ กับผู้ที่ไม่น่าจะตายเลย แต่กลับต้องมาตายลงไปอย่างง่ายดายแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ ให้ท่านได้ทราบกันเพื่อประกอบกับเรื่อง ถึงที่แล้วต้องตายมีความจริงหรือไม่ ?

ผู้ใดอยากทราบโปรดติดตามในคราวหน้านะเจ้าคะ เล็กค่ะ


โดย เพ็ญภัทร์ [30 ก.ย. 2545 , 22:37:13 น.] ( IP = 203.155.233.234 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


อนุโมทนาด้วยค่ะ ที่นำเรื่องน่าสนใจมาเสนอ
และที่สำคัญคือ
ผู้ใดที่ได้อ่าน ย่อมสร้างความเห็นถูกให้กับตนเองได้ด้วย

ขอบคุณค่ะ


โดย วยุรี [1 ต.ค. 2545 , 07:10:50 น.] ( IP = 203.113.38.8 : : )


  สลักธรรม 2

อนุโมทนาค่ะคุณเพ็ญภัทร์
จะตามไปอ่านต่อนะคะ
แล้วอย่าลืมมาลงต่อด้วยล่ะ ..ไม่อย่างนั้นโกรธจริงๆด้วย..

โดย น้องกิ๊ฟ [1 ต.ค. 2545 , 13:01:31 น.] ( IP = 203.149.34.194 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org