........
ข้อคิดของอาจารย์บุษกร..ก่อนเข้าห้องผ่าตัด
..........
เช้ามืดวันที่ ๒๙ กันยา อุตสาห์ไปถึงโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ตั้งแต่ตีห้า คิดว่าคงไปถึงก่อนใครๆ
ที่ไหนได้
พอเปิดประตูห้อง ๗๑๓ เข้าไปเท่านั้น ปรากฏว่าภายในห้องเต็มไปด้วยมวลสมาชิกเหล่าลูกศิษย์ของอาจารย์บุษกร ที่พร้อมใจกันมาส่งอาจารย์เข้าห้องผ่าตัด
สีหน้าของทุกๆคน ทั้งผู้ป่วยและผู้เยี่ยมดูหน้าตาสดชื่นแจ่มใส (ดูสนุกสนาน
ราวกับว่าไปส่งอาจารย์ไปต่างประเทศอย่างนั้นแหละ) อาจจะเป็นเพราะมี ดร.พระมหาแอ๊ว มานั่งเป็นประธานให้กำลังใจแก่อาจารย์บุษกรก็เป็นได้ ไม่เพียงแค่นั้นท่านยังได้นำพระพุทธรูปจากประเทศอินเดียมามอบให้อาจารย์บุษกรด้วย
เช้าวันนั้น
อาจารย์บุษกรถือรูปของ หลวงพ่อแสวง(พระครูศรีโชติญาณ) ตลอดเวลา เพราะในปีที่ผ่านๆ มานั้น คราใดที่อาจารย์บุษกรต้องเข้ารับการผ่าตัด หลวงพ่อท่านจะมาส่งด้วยตัวเอง และให้ความห่วงใยมาโดยตลอด (ตั้งแต่รู้ว่าจะต้องผ่าตัดในแต่ละครั้ง จนการผ่าตัดนั้นเสร็จสิ้น) และการผ่าตัดครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน หลวงพ่อท่านถามตลอดเวลาว่าจะผ่าเมื่อไร ถามมาจนกระทั่งอาพาธเป็นครั้งสุดท้าย และแม้ก่อนมรณภาพไม่กี่วันท่านก็ยังถาม
จนมาถึงวันนี้ สิ่งที่หลวงพ่อถามนั้นก็มาถึงแล้ว
...ยิ่งเมื่อได้เห็นภาพท่านอาจารย์ถือรูปของหลวงพ่อ พระครูศรีโชติญาณ แนบไว้กับอก
.ผู้เขียนคิดว่า พอจะเข้าใจในความรู้สึกของอาจารย์ในขณะนั้นได้
พอใกล้ถึงเวลา
ท่านจึงบอกพวกเราว่า ขอให้มีความตั้งใจกันนะ
ซึ่งหลายๆคนก็รับปาก พร้อมบอกอาจารย์ (เพื่อให้ท่านหายกังวล) ว่า เราจะตั้งใจเรียน และแม้แต่เมื่อวาน (คือวันเสาร์) ทุกคนก็เรียนกันอย่างสนุกสนานมาก
แต่คำตอบของท่านอาจารย์นี่ซิ
น่าคิดมากๆ
ขอให้เรียนกันด้วยความเข้าใจ เพราะด้วยความเป็นจริงแล้ว ชีวิตนั้นไม่ได้สนุกสนานเลย
แท้ที่จริง ชีวิตเป็นทุกข์
แต่ที่เราเรียนสนุก ก็เพราะ เราได้เรียนกับคนที่เราถูกใจ เรียนแล้วรู้เรื่อง จึงคิดว่าสนุก
ขณะที่อาจารย์พูดนั้น ผู้เขียนคิดตามไปด้วย รู้สึกว่า ส่งที่อาจารย์พูดมานั้นเป็นความจริงโดยที่เราไม่เคยนึกถึงเลย
เพราะว่า เนื้อหาของอภิธรรมนั้นสอนความจริงเกี่ยวกับชีวิต สอนให้เรามีความเห็นถูก เลิกหลงผิด ที่เคยคิดว่า ดี มีความสุข เที่ยง และเป็นตัวตน (เรา เขา) นั้น..ซึ่งเราเรียน และรู้ว่าเป็นเช่นนั้น โดยที่เรายังไม่เข้าใจอย่างแท้จริง
ทุกวันนี้ ..เวลาที่เรา(ซึ่งหมายถึงผู้เขียนด้วย) เรียนที่มูลนิธิคราใด จะรู้สึกว่า
แหม ! วันนี้ธรรมะดีจริงๆ เรียนสนุกจังเลย ..ความรู้สึก และคำพูดเหล่านี้เกิดขึ้นได้ ก็เพราะ มีเรา และคิดว่าสิ่งนั้นเที่ยงนั่นเอง
เหมือนกับว่า เรามอง (ใส่ใจ) ไปกับเรื่องภายนอก (เรื่องราวที่ได้ยิน ได้พบ) โดยที่เราไม่เคยมองสำรวจกลับมาภายใน คือชีวิตตนเอง ..ว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
คิดว่า อาจารย์คงเตือนสติพวกเราว่า อย่าเรียนเฉยๆ แต่พยายามทำความเข้าใจ เพื่อไปให้ถึง (ด้วยการปฏิบัติ)
เพราะแม้แต่ผู้เขียนเอง ตอนจะกลับท่านยังเรียกไปและบอกว่า ให้พักบ้าง อย่างไปรีบเร่งกับตรวจเอกสารต่างๆ เลย แต่จงรีบมาตรวจใจตนเองบ้าง
แล้วอีกประการหนึ่งก็คือ การที่ท่านสั่งเสียพวกเราให้ดูแลมูลนิธิให้ดี อย่าให้เสียชื่อนั้น
ท่านก็เฉลยว่า ไม่ใช่ให้ไปดูแลอาคารสถานที่ต่างๆ ของมูลนิธิ (ทำให้รู้สึกขันตนเอง เพราะคิดถึงมูลนิธิที่เป็นรูปธรรมจริงๆ) ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่ามูลนิธิมีชื่อว่า "อภิธรรมมูลนิธิ" และอภิธรรมก็สอนเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของเราเอง
....ฉะนั้นจุดประสงค์ที่ท่านต้องการก็คือ ให้เราดูแลชีวิตของตนเองให้ดี อย่าให้เสียชื่อ (เพราะถ้าเราทำไม่ดี เราก็เสียชื่อเอง)
.....,มีต่อ.....
|