
ชีวิตภายหลังความตาย ตอนถึงที่แล้วต้องตายจริงหรือไม่
เรื่องที่ควรจะตายแต่กลับรอดมาได้ เรื่องที่ ๑
มีท่านสุภาพบุรุษผู้หนึ่งเป็นนายทหาร มาเล่าให้ผมฟังว่า เรื่องราวของเขาเป็นเรื่องจริงเกิดขึ้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ ในขณะนั้นประเทศไทยมีส่วนพัวพันกับการรบพุ่งกับข้าศึกทางทิศเหนือและทางตะวันออก
ต่อจากนี้เป็นคำสรุปของนายทหารผู้นั้น
ในเวลานั้นผมอยู่ต่างจังหวัด ยังหนุ่มฉกรรจ์แข็งแรง รูปร่างก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรพอไปวัดไปวาได้ ในตอนนั้นผมรักอยู่กับสุภาพสตรีสาวสวยผู้หนึ่ง บ้านก็อยู่ไม่ห่างจากบ้านของผมเท่าใดนัก เรารักกันมากและได้สัญญากันไว้ว่าจะแต่งงานกัน เราไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ พ่อแม่ของเธอก็มิได้รังเกียจผมแต่ประการใด ผมก็ได้เพียรทำทุกสิ่งทุกประการเพื่อให้เธอถูกใจ เราไปไหนมาไหนด้วยกันหลายครั้งสังเกตดูอัธยาศัยของเราทั้งสองต้องกันเป็นอย่างดี
เรารักกันอยู่ราวสักสองปี เหตุการณ์สำคัญสำหรับชีวิตของผมก็ได้เกิดขึ้น อันทำให้ชีวิตของผมถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไปนอกทาง ชีวิตของผมต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างกระทันหันเหมือนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ผมได้ถูกสลัดรักจากเธอโดยกระทันหัน ซักถามเหตุผลก็ไม่ค่อยจะเพียงพอ ผมได้เฝ้าตั้งคำถามขึ้นในใจวันละร้อยครั้งพันครั้งว่า ทำไม? ทำไม? ก็ตอบคำถามเหล่านั้นไม่ได้ แต่ต่อมาไม่นานเท่าใดนักความก็กระจ่างขึ้น เรื่องราวทั้งหลายประกาศตัวของมันขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย ไม่ต้องหาคำตอบอีกต่อไปแล้ว เพราะเธอมีคนรักใหม่ ซึ่งตัวของผมเองว่าดีหลายอย่างแล้ว แต่ก็ยังสู้เขาผู้มาใหม่ไม่ได้ ผมแพ้เขาหลุดลุ่ยทีเดียวอยู่ข้อหนึ่งเพราะเขามิได้มาเปล่า หากแต่มีเงินติดตัวมาด้วยกองใหญ่ ปรนเปรอเธอได้ทุกอย่างโดยไม่อั้น สำหรับผมนั้นเอาไปเทียบไม่ได้เลย เพราะเพียงแต่ค่าสินสอดทองหมั้นนั้นผมก็ยังขอร้องให้รอก่อน
ผมมีความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ซึ่งไม่เคยได้เสียใจในครั้งใดๆเทียบเท่า ผมได้ตระเวนท่องเที่ยวไปทั่วเมืองเพื่อดับความกลัดกลุ้ม ต้องต่อสู้กับความแค้นที่เผารนอยู่ภายในใจอย่างสุดแรงเกิด แต่ถึงกระนั้นผมก็เอาชนะมันไม่ได้เลย
ในเวลานั้นกำลังเกณฑ์ทหารเพื่อป้องกันประเทศชาติอยู่พอดี และผู้ได้เป็นทหารจะต้องออกไปสู่สมรภูมิเป็นส่วนมาก เพื่อนฝูงหลายคนเขาไปบนบานศาลกล่าวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายขอให้รอดพ้นจากการเกณฑ์เป็นทหาร แต่สำหรับผมเองนั้นตรงกันข้าม ผมก็ไปบนบานศาลกล่าวเหมือนกัน แต่กลับขอให้จับได้ใบแดง ขอให้ได้เป็นทหาร
คำขอของผมสมปรารถนาได้เป็นทหารสมใจ ผมจะได้หลบลี้หนีหน้าในฐานะเป็นผู้แพ้ แล้วไปในที่ไหนก็ได้ในทุกหนทุกแห่ง บอกตรงๆว่าผมอยากออกแนวหน้า ฟันฝ่าเข้าไปยังแนวรบของข้าศึกแล้วอยากให้ถูกกระสุนปืนข้าศึกตายไปเสียเร็วๆ ผมหัดทหารอยู่ได้ไม่นานนัก ผมก็ออกไปสู่แนวหน้าจริงๆ ความรักประเทศชาติก็มีอยู่ ความคั่งแค้นเรื่องเก่าที่เก็บอัดเอาไว้ภายในใจก็มิได้เสื่อมคลาย ถ่านไฟเก่าลุกโชน ขึ้นมาเผาจิตใจของผมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ผมจึงมิได้เกรงกลัวความตาย ได้รบอย่างห้าวหาญเสมอๆ ออกนำหน้าเพื่อนฝูงอยู่ทุกคน จนเพื่อนทหารพากันหาว่าผมมีความห้าวหาญผิดมนุษย์ธรรมดา บางคนก็คิดว่าผมมีของดีติดตัวมาต่างก็พากันขอดู และผมได้รับคำชมเชยจากผู้บังคับบัญชาในเรื่องนี้หลายครั้งหลายหน ท่านได้ตักเตือนผมว่าอย่าประมาท
นอกจากการรบทางด้านตะวันออกแล้วผมยังถูกส่งไปทางเหนือและผมก็ได้ทำการรบอย่างบ้าบิ่นทุกครั้งไป น่าประหลาดเหลือเกินที่เพื่อนๆของผมระแวดระวังตัวอย่างเหลือเกิน แต่กลับถูกอาวุธข้าศึกบาดเจ็บแล้วก็ได้ตายไปหลายคน สำหรับผมเองกระทำการอย่างบ้าคลั่งอยากจะให้ถูกกระสุนปืนหรือลูกระเบิดของข้าศึกตายเสียเร็วๆ แต่กระสุนปืนเฉียดศีรษะไปบ้าง กระทบกระทั่งสะเก็ดระเบิดเล็กๆน้อยๆบ้างเท่านั้นเองไม่เคยถึงสาหัสเลย เพื่อนฝูงและผู้บังคับบัญชาต่างก็พากันประหลาดใจไปตามกัน
ผมได้รับความดีความชอบจากการกระทำบ้าๆของผมเป็นลำดับมา เมื่อสงครามสงบผมก็ได้เป็นนายทหารและรับราชการมาจนถึงบัดนี้ ผมเลิอกหักแล้วครับ ปัจจุบันมีภรรยาแล้วมีบุตรหลายคน
นี่เป็นเพียงตัวอย่างของเรื่องที่ควรจะตายแต่กลับรอดแค่ หนึ่งเรื่องเท่านั้น ในครั้งหน้าจะนำเสนอเป็นเรื่องที่สองเพื่อใช้ประกอบในการศึกษาว่าทำไมเขาเหล่านี้จึงไม่ตายทั้งๆที่ควรจะตาย คอยติดตามไปเรื่อยๆนะคะแล้วจะพบคำตอบค่ะ อย่าเพิ่งเบื่อนะคะแล้วพบกันในคราวต่อไปค่ะ