| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ธรรมะจากห้องเสือพิทักษ์..มาจากกระทู้1671ค่ะ
ก่อนปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ต้องรู้อะไรบ้าง
(เพราะความรู้ต้องคู่กับการปฏิบัติ)...
...
โดย ทวีพร...นำเสนอ [2 ต.ค. 2545 , 22:08:21 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
1.ต้องรู้ทวาร 6
2.ต้องรู้อารมณ์ 6
3.ต้องรู้ว่าอะไรเป็นนาม อะไรเป็นรูป ทางทวารทั้ง 6
4.ต้องรู้ว่ากำหนดรูปอะไร นามอะไร ในทวารทั้ง 6
5.ต้องรู้วิธีกำหนด การวางใจในอารมณ์ ตามเหตุผลที่เกิดขึ้นตามทวารทั้ง 6
ทวาร 6 คืออายตนะภายใน อารมณ์ 6 คืออายตนะภายนอก มีแค่นี้เอง ถ้าอายตนะภายใน ภายนอก ไม่ต่อกันก็ไม่เกิดเรื่อง มาต่อกันจึงเกิดเรื่อง เรื่องดีบ้าง เรื่องไม่ดีบ้าง
เมื่อรู้และเข้าใจตามนี้แล้ว จึงปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานได้ ฝึกฝนบ่อยๆเข้า หนักๆเข้า ความสะสมทำให้รู้แจ้ง ทำบ่อยๆจากน้อยไปหามาก จากปริตตารมณ์ เป็นอติมหันตารมณ์ อารมณ์นั้นหนักแน่นขึ้น ดูแต่รูป ดูแต่นาม จนเห็นถูกต้องตามความเป็นจริงของรูปและนาม
ยังมีต่อ....ค่ะโดย ทวีพร...นำเสนอ [2 ต.ค. 2545 , 22:11:46 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )
สลักธรรม 2
![]()
![]()
![]()
1. ต้องรู้ทวาร 6
1.1 จักขุทวาร ได้แก่ ทวารทางตา เป็นที่อาศัยรู้อารมณ์ของจักขุวิญญาณ คือจิตเห็น ในความเป็นจริงก็คือนามเห็น
1.2 โสตทวาร ได้แก่ ทวารทางหู เป็นที่อาศัยรู้อารมณ์ของโสตวิญญาณ คือจิตได้ยิน ในความเป็นจริงก็คือนามได้ยิน
1.3 ฆานทวาร ได้แก่ ทวารทางจมูก เป็นที่อาศัยรู้อารมณ์ของฆานวิญญาณ คือจิตรู้กลิ่น ในความเป็นจริงก็คือนามรู้กลิ่น
1.4 ชิวหาทวาร ได้แก่ ทวารทางลิ้น เป็นที่อาศัยรู้อารมณ์ของชิวหาวิญญาณ คือจิตรู้รส ในความเป็นจริงก็คือนามรู้รส
1.5 กายทวาร ได้แก่ ทวารทางกาย เป็นที่อาศัยรู้อารมณ์ของกายวิญญาณ คือจิตรู้การสัมผัส เย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อน ตึง หรือนามรู้การสัมผัสนั่นเอง
1.6 มโนทวาร ได้แก่ ทวารทางใจ เป็นที่อาศัยรู้อารมณ์ของมโนวิญญาณ คือรู้อารมณ์ทางมโนทวาร ได้แก่ จิตคิดนึก รู้สึก หรือนามคิดนึก นามรู้สึก
ในการปฏิบัติ เรียก จักขุวิญญาณว่า นามเห็น
ในการปฏิบัติ เรียก โสตวิญญาณว่า นามได้ยิน
ในการปฏิบัติ เรียก ฆานวิญญาณว่า นามรู้กลิ่น
ในการปฏิบัติ เรียก ชิวหาวิญญาณว่า นามรู้รส
ในการปฏิบัติ เรียก กายวิญญาณว่า นามรู้การสัมผัส
ในการปฏิบัติ เรียก มโนวิญญาณว่า นามรู้ทางใจ
ที่เรียกเช่นนี้เพราะ การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ต้องทำความรู้ชัด รู้แจ้ง ไม่ใช่ทำไปด้วยความไม่รู้
ต้องเรียกแบบวิปัสสนาเรียก กำหนดเข้าไป จนกระทั่ง ฝังราก แรกๆก็เหมือนท่อง แล้วจะค่อยๆแทรกซึมเข้าไปจนฝังราก
ยังมีต่อ...ค่ะโดย ทวีพร...นำเสนอ [2 ต.ค. 2545 , 22:18:59 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )
สลักธรรม 3
![]()
![]()
![]()
2. ต้องรู้อารมณ์ 6
สิ่งใดที่จิตเข้าไปรู้ สิ่งนั้นเรียกว่าอารมณ์ สิ่งใดที่จิตยังไม่เข้าไปรู้ สิ่งนั้นไม่เรียกว่า อารมณ์ อารมณ์มีมากมายหลากหลาย สุดจะนับ เมื่อกล่าวโดยพระปรมัตถ์แล้ว เกิดขึ้นทางทวารต่างๆ มี 6 อารมณ์ด้วยกัน คือ
รูปารมณ์ สัททารมณ์ คันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ ธัมมารมณ์
รูปารมณ์ ได้แก่ วัณณะรูป คือสีต่างๆ ที่กำลังเป็นอารมณ์ของจักขุวิญญาณ หรือ นามเห็น
สัททารมณ์ ได้แก่ เสียงต่างๆ ที่กำลังเป็นอารมณ์ของโสตวิญญาณ หรือ นามได้ยิน
คันธารมณ์ ได้แก่ กลิ่นต่างๆ ที่กำลังเป็นอารมณ์ของฆานวิญญาณ หรือ นามรู้กลิ่น
รสารมณ์ ได้แก่ รสต่างๆ ที่กำลังเป็นอารมณ์ของชิวหาวิญญาณ หรือ นามรู้รส
โผฏฐัพพารมณ์ ได้แก่ เย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อน ตึง ที่กำลังเป็นอารมณ์ของกายวิญญาณ หรือ นามรู้กระทบ(สัมผัส)
ธัมมารมณ์ ได้แก่ ความรู้สึก นึกคิด ชอบ ชัง ดีใจ เสียใจ เฉยๆ ฯลฯ ที่กำลังเป็นอารมณ์ของมโนวิญญาณ หรือ นามรู้ทางใจ
![]()
ยังมีต่อ...ค่ะโดย ทวีพร...นำเสนอ [2 ต.ค. 2545 , 22:23:50 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )
สลักธรรม 4
![]()
![]()
![]()
3. ต้องรู้ว่าอะไรคือรูป อะไรคือนาม ทางทวาร 6
คือต้องรู้ว่า รูปคืออะไร นามคืออะไร มีอยู่เท่าไหร่ อะไรบ้าง
รูปคือธรรมชาติที่รู้อารมณ์ไม่ได้ ธรรมชาติที่แตกดับย่อยยับไปด้วยสิ่งที่เป็นข้าศึกแก่กันและกัน เช่น ร้อน กับ เย็น เป็นต้น รูปมีอยู่ 2 อย่าง คือรูปที่ไม่มีวิญญาณครอง กับ รูปที่มีวิญญาณครอง ส่วนรูปที่จะนำมาเป็นอารมณ์ของวิปัสสนา มี 6 คือ รูปารมณ์ สัททารมณ์
คันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ และอิริยาบถ 4 (รูปทางใจ)
นาม คือธรรมชาติที่รู้อารมณ์ ธรรมชาติที่น้อมไปหาอารมณ์ ธรรมชาติที่มีความรู้สึกต่ออารมณ์ หรือ ธรรมชาติที่รู้สึก ความรู้สึกไม่ชอบ ชอบ ควมรู้สึกที่เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส สัมผัส เหล่านี้ เรียกว่า นาม ตัวรู้เรียกว่า นาม
นามที่จะนำมาเป็นอารมณ์ของวิปัสสนามี 6 คือ
- นามเห็น เกิดทางตา เรียกว่า จักขุวิญญาณ
- นามได้ยิน เกิดทางหู เรียกว่า โสตวิญญาณ
- นามรู้กลิ่น เกิดทางจมูก เรียกว่า ฆานวิญญาณ
- นามรู้รส เกิดทางลิ้น เรียกว่า ชิวหาวิญญาณ
- นามรู้สัมผัส เกิดทางกาย เรียกว่า กายวิญญาณ
- นามรู้สึก นึกคิด เกิดทางใจ เรียกว่า มโนวิญญาณ
ลงท้ายด้วย วิญญาณทั้งหลาย เป็นนาม นามจึงมี 6
![]()
ยังมีต่อ...ค่ะโดย ทวีพร...นำเสนอ [2 ต.ค. 2545 , 22:27:58 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )
สลักธรรม 5อะไรเป็นรูป อะไรเป็นนามทางทวาร 6
...ทางตา สิ่งที่เห็นเป็น รูป ที่รู้สึกเห็น เป็น นาม
ทางหู เสียงที่ได้ยินเป็นรูป ที่ได้ยิน เป็นนาม
...ทางจมูก กลิ่นต่างๆเป็นรูป รู้กลิ่นเป็นนาม
ทางลิ้น รสต่างๆ เป็นรูป รู้รสเป็นนาม
ทางกาย เย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อน ตึง เป็นรูป รู้เย็น รู้ร้อน รู้อ่อน รู้แข็ง รู้หย่อน รู้ตึง เป็นนาม
ทางใจ อาการของรูปกายที่อยู่ในท่า ยืน เดิน นั่ง นอน เป็น รูป รู้ว่ารูปยืน รู้ว่ารูปเดิน รู้ว่ารูปนั่ง รู้ว่ารูปนอน เป็น นาม
![]()
ยังมีต่อ...ค่ะโดย ทวีพร...นำเสนอ [2 ต.ค. 2545 , 22:34:52 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )
สลักธรรม 6
![]()
![]()
![]()
วิปลาสเกิดที่ไหน
ทางตา ..... วิปลาสเกิดขึ้นหลงว่าเราเห็น แท้ที่จริง นามเห็น จึงต้องมีมนสิการว่านามเห็น ไม่ใช่เราเห็น รูปที่เห็นไม่ได้ทำให้วิปลาส จึงไม่สำคัญ เราวิปลาสว่าเราเห็น ฉะนั้น ทางตา ต้อง นามเห็น
ทางหู ..... เสียงเป็นรูป ได้ยินเป็นนาม วิปัสสนาจะแก้วิปลาส เสียงไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ถ้าเผื่อไม่มี นามได้ยิน แต่เราโง่หลงว่าเราได้ยิน จึงเกิดพอใจ ไม่พอใจ จึงต้องแก้ไขเห็นผิดที่นาม ว่าเราได้ยิน แท้จริงนามได้ยิน ฉะนั้นต้อง นามได้ยิน
ทางจมูก ..... กลิ่นเป็นรูป รู้กลิ่นเป็นนาม เราหลงผิดว่าเราเป็นผู้เหม็น หรือเป็นผู้หอม แท้ที่จริงรูปเหม็น รูปหอม จึงต้องกำหนดที่รูปกลิ่น
ทางลิ้น ..... เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด จืด เป็นรูป รู้รสเป็นนาม เราหลงผิดว่าเราเป็นผู้เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด จืด แท้ที่จริง เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด จืด เป็นสภาวธรรมอยู่ จึงต้องกำหนดที่รูปรสต่างๆ
ทางกาย ..... เย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อน ตึง เป็นรูป รู้ว่าเย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อน ตึง เป็นนาม ความโง่อยู่ที่ความรู้ผิดว่าเราเป็นผู้เย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อน ตึง แท้ที่จริง นามเป็นผู้รู้ แต่รูปมันเย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อน ตึง ไม่ใช่เรา จึงต้องมีความรู้ไปที่รูป เย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อน ตึง
ทางใจ ...... ท่าทางต่างๆของการยืน เดิน นั่ง นอน เป็นรูป ที่รู้ว่ายืนอยู่ เดินอยู่ นั่งอยู่ นอนอยู่ เป็นนาม ฉะนั้นจึงต้องกำหนดรู้รูป ใครรู้ นามรู้ในรูปนั้นๆ
![]()
![]()
![]()
ยังมีต่อ .... ค่ะโดย ทวีพร...นำเสนอ [2 ต.ค. 2545 , 22:55:07 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )
สลักธรรม 7อนุโมทนาค่ะ
ได้ทนทวนอีกครั้ง ยิ่งได้เห็นคุณค่า
มีประโยชน์อย่างยิ่ง
ขอบคุณมากค่ะ
โดย วยุรี [3 ต.ค. 2545 , 06:36:05 น.] ( IP = 203.113.38.10 : : )
สลักธรรม 8
อนุโมทนาค่ะ .และต้องขออภัยอาจารย์ทวีพรด้วยนะคะที่น้องกิ๊ฟสร้างความเสียหายให้กับกระทู้ของอาจารย์ไปเล็กน้อย.....อิอิ
โดย น้องกิ๊ฟ [3 ต.ค. 2545 , 10:22:35 น.] ( IP = 203.146.170.24 : : )
สลักธรรม 9อนุโมทนาค่ะ ได้ทบทวนเพิ่มความแม่นยำ มีค่ามากค่ะ
![]()
![]()
![]()
โดย เล็ก [3 ต.ค. 2545 , 19:29:48 น.] ( IP = 203.107.142.50 : : )
สลักธรรม 10
![]()
![]()
..........
นึก กับ รู้สึก ต่างกัน
นึก หมายถึง จิตน้อมไปสู่อารมณ์อดีตและอนาคต จิตจึงไม่ได้รู้อยู่กับปัจจุบัน นี่เรียกว่านึก
แล้วรู้สึกเป็นอย่างไร
เปรียบเหมือนผู้ป่วยคนหนึ่งไปหาหมอ เล่าอาการให้หมอฟัง หมอจะให้ฉีดยา ผู้ป่วยบอกว่าอย่าฉีดเลย มันเจ็บ กินยาเอาก็ได้
หมอถามว่า รู้ได้ยังไงว่ามันเจ็บ
ผู้ป่วยตอบว่าก็เข็มมันแหลม ทิ่มไปตรงไหนมันก็เจ็บทั้งนั้นแหละ
หมอบอกว่า นี่หมอยังไม่ได้ฉีดเลย คุณรู้สึกเจ็บแล้ว แล้วคุณรู้สึกเจ็บได้อย่างไรกันล่ะ
ผู้ป่วยบอกว่า ก็คิดๆเอาว่ามันเจ็บ ก็เห็นมันแหลมๆ แล้วก็เคยฉีดมาแล้ว
นี่แหละคือรู้ว่าเจ็บโดยอาการนึกคิด มันยังไม่ได้ทันเกิด ไม่ได้เจ็บจริงๆ นี่แหละนึกคิด
ทีนี้หมอก็จัดการฉีดยาเข้าที่กล้ามเนื้อสะโพก ก่อนที่หมอจะแทงเข็ม หมอก็ถามว่า เจ็บหรือยัง ปวดมากไหม
ผู้ป่วยตอบว่า ยังไม่เจ็บ ยังไม่ปวด นี่ก็แสดงให้เห็นว่า ความรู้สึกเจ็บกับความรู้สึกปวดยังไม่มี หมอค่อยๆแทงเข็มเข้าไปในกล้ามเนื้ออย่างช้าๆ
ผู้ป่วยก็ร้องว่า เจ็บ
หมอจึงถามว่า ที่ร้องว่าเจ็บนี่ ต้องนึกคิดหรือเปล่า
ผู้ป่วยตอบว่า ไม่ได้คิดเลย มันรู้สึกจริงๆเดี๋ยวนี้ นี่มันกำลังเจ็บอยู่ในขณะนี้แหละ
หมอก็ถามว่า คิดนึกเจ็บ กับ รู้สึกเจ็บต่างกันไหม
ผู้ป่วยตอบว่า ต่างกันสิหมอ นึกคิด มันไม่ได้เจ็บจริงๆนี่ แต่รู้สึก มันเจ็บจริงๆนี่คุณหมอ
ฉะนั้นอย่าตีโพย ตีพาย คิดเอาเด็ดขาด เพราะมันไม่ใช่เรื่องจริงเลย
นึกคิดกับรู้สึกจึงต่างกัน เพราะนึกคิดเป็นอารมณ์ในอดีตที่ผ่านมาแล้วหรือในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ความนึกคิดไม่ได้เป็นอารมณ์ปัจจุบัน ส่วนความรู้สึกนั้นเป็นอารมณ์ปัจจุบัน คือกำลังปรากฏอยู่เฉพาะหน้า กำลังเกิดขึ้นจริงๆ
เมื่อเข้าใจแล้วว่านึกคิดกับความรู้สึกแตกต่างกัน สามารถแยกแยะได้ ก็สามารถไปทำวิปัสสนาได้ ถ้าเผื่อแค่นี้ไม่เข้าใจ แยกแยะไม่เป็น ทำวิปัสสนาไปก็ไม่ได้อะไรเลยจริงๆ ถ้าเผื่อเข้าใจอย่างนี้แล้ว ก็กำหนดรูป หรือ นาม ก็ได้ ด้วยความรู้สึกที่กำลังดูรูปอยู่ รูปอะไร ดูนามอยู่ นามอะไร ในปัจจุบัน
...
...
![]()
ยังมีต่อ...ค่ะโดย ทวีพร...นำเสนอ [4 ต.ค. 2545 , 07:07:00 น.] ( IP = 203.144.181.245 : : 203.144.181.253 ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |