
บทสวดมนต์ที่เราชาวอภิธรรมได้สวดมนต์ทำวัตรเช้า
ทุกวันเสาร์อาทิตย์นั้น ได้เคยพยายามชี้ให้เห็นความแตกต่าง
ในการใช้บทสวดระหว่างพระภิกษุ สามเณร
และเราฆราวาส
ในบทประณามพระรัตนตรัยและ สังเวคะปะริกิตตะนะปาฐา นั้น
ที่ว่า
พุทโธ สุสุทโธ กะรุณามะหัณณะโว โยจจันตะ
สุทธัพพะระญาณะโลจะโน โลกัสสะ ปาปูปะกิเลสิฆาตะโก
วันทามิ พุทธัง อะหะมาทะเรนะ ตัง ธัมโม ปะทีโป วิยะ ตัสสะ สัตถุโน โย มัคคะปากามะตะเภทะภินนะโก โลกุตตะโร โย จะ ตะทัตถะทีปะโน วันทามิ ธัมมัง อะหะมาทะ
เรนะ ตัง สังโฆ สุเขตตา ภายะติเขตตะสัญญิโต โย ทิฏฐะ
สันโต สุคะตานุโพธะโก โลลัปปะหีโน
อะริโย สุเมธะโส
วันทามิ สังฆัง อะหะมาทะเรนะ ตัง
อิจเจวะเมกันตะภิปู
ชะเนยยะกัง วัตถุตตะยัง วันทะวะตาภิสังขะตัง ปุญญัง มะยา ยัง มะมะ สัพพุปัททะวา มา
โหนตุ เว ตัสสะ
ปะภาวะสิทธิยา ฯ
( ถ้ามีเวลา ให้สวดสังเวคะปะริกิตตะนะปาฐะต่อไป และ
ปาฐะนี้ ภิกษุสวดเต็มที่ สามเณรสวดลด "ภิกขูนัง สิกขาสา
ชีวะสะมาปันโน " ออกเสีย เมื่อสวดพร้อมกับภิกษุถึงบทลด
เข้า สามเณรนิ่งเสีย พ้นบทนั้นแล้วสวดต่อไป
แต่ที่คฤหัสถ์
สวดนั้น จะบอกบทแปลกไว้เบื้องหลัง ฯ สังเวคะปะริกิตตะ
นะปาฐะ ดังนี้ )
อิธะ ตะถาคะโต โลเก อุปปันโน อะระหัง สัมมา
สัมพุทโธ ธัมโม จะ เทสิโต นิยยานิโก อุปะสะมิโก ปะรินิพพานิโก สัมโพธะคามี
สุคะตัปปะเวทิโต มะยันตัง ธัมมัง
สุตวา เอวัง ชานามะ ชาติปิ ทุกขา
ชะราปิ ทุกขา มะระ
ณัมปิ ทุกขัง โสกะปะริเทวะทุกขะโทมนัส สุปายาสาปิ ทุกขา อัปปิเยหิ สัมปะโยโค
ทุกโข ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข
ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขังฯ สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธา ทุกขา เสยยะถีทังฯ
รูปูปาทานักขันโธ เวทะนู
ปาทานักขันโธ สัญญูปาทานักขันโธ สังขารูปาทานักขันโธ วิญญาณูปาทานักขันโธ
เยสัง ปะริญญายะ ธะระมาโน โส
ภะคะวา เอวัง พะหุลัง สาวะเก วิเนติ เอวัง
ภาคา จะ ปะ
นัสสะ ภะคะวะโต สาวะเกสุ อะนุสาสะนี
พะหุลา ปะวัตตะติ รูปัง อะนิจจัง เวทะนา อะนิจจา สัญญา อะนิจจา สังขารา อะนิจจาวิญญาณัง
อะนิจจัง รูปัง อะนัตตา เวทะนา
อะนัตตา สัญญา อะนัตตา
สังขารา อะนัตตา วิญญานัง
อะนัตตา สัพเพ สังขารา อะนิจจา
สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ ฯ
เต มะยัง โอติณณามหะ ชาติยา
ชะรามะระเณนะ โสเกหิ
ปะริเทเวหิ ทุกเขหิ โทมะนัสเสหิ
อุปายาเสหิ ทุกโขติณณา
ทุกขะปะเรตา อัปเปวะนามิมัสสะเกวะลัสสะ
ทุกขักขันธัสสะ
อันตะกิริยา ปัญญาเยถาติ จิระปะรินัพพุตัมปิ
ตัง ภะคะวันตัง อุทิสสะ อะระหันตัง
สัมมาสัมพุทธัง สัทธา
อะคารัสมา อะนะคาริยัง ปัพพะชิตา
ตัสมิง ภะคะวะติ
พรัหมะจะริยัง จะรามะ ภิกขูนัง
สิกขาสิชาชีวะสะมาปันนา ฯ
ตัง โน พรัหมะจะริยัง อิมัสสะ
เกวะลัสสะ ทุกขักขัน
ธัสสะ อันตะกิริยายะ สังวัตตะตุ ฯ
(คฤหัสถ์สวดตั้งแต่
"อิธะ ตะถาคะโต " จนถึง "ปัญญา
เยถาติ " แล้วสวดดังนี้ จิระปะรินิพพุตัมปิ
ตัง ภะคะวันตัง
สะระณัง คะตา ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ ตัสสะ ภะคะ
วะโต สาสะนัง ยะถาสะติ ยะถาพะลัง มะนะสิกะโรมะ
อะนุปะฏิปัชชามะ สา สา โน ปะฏิปัตติ อิมัสสะ เกวะ
ลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ อันตะกิริยายะ สังวัตตะตุ ฯ
อนึ่ง ถ้าสตรีสวด "เต มะยัง " นั้นให้แปลงเป็น "ตา มะยัง "
บทว่า " ปะรินิพพานิโก " มีในฉบับ สี
" ปะรินิพ
พายิโก" ฉะนี้ทุกแห่ง)
สรุปความได้ว่า ถ้าฆราวาสที่สวดตามหนังสือ
บทสวดมนต์วัดสุทัศน์ที่เราท่านทั้งหลาย
ได้สวดกันทุกเช้าวันเสาร์อาทิตย์นั้น
ควรแก้ไขดังนี้ว่า ให้คฤหัสถ์สวดตั้งแต่
"อิธะ ตะถาคะโต " จนถึง "ปัญญา
เยถาติ " แล้วสวดดังนี้ จิระปะรินิพพุตัมปิ
ตัง ภะคะวันตัง
สะระณัง คะตา ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ ตัสสะ ภะคะ
วะโต สาสะนัง ยะถาสะติ ยะถาพะลัง มะนะสิกะโรมะ
อะนุปะฏิปัชชามะ สา สา โน ปะฏิปัตติ อิมัสสะ เกวะ
ลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ อันตะกิริยายะ สังวัตตะตุ ฯ
ได้เสนอขอแก้ไขผู้นำในการสวดอยู่บ้าง
แต่ท่านยังไม่รับ
ก็เลยขอถือโอกาสยกขึ้นมาเป็นกระทู้ธรรมเพื่อ
ให้ท่านทั้งหลายลองสืบค้นว่าควรเป็นเช่นไร
เพื่อพิจารณาแก้ไขกันต่อไป