มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การปฏิบัติที่ถูกต้องจริง: ๒ การสร้างที่พึ่งแก่ชีวิต...ตอนสัปปายะ ๔




๔. ธรรมสัปปายะ เรื่องธรรมะเป็นที่สบายนั้น ในที่นี้หมายเฉพาะวิปัสสนากัมมัฏฐานเท่านั้น เพราะในสมถกัมมัฏฐานแม้จะมีกรรมฐานที่เหมาะแก่จริตอยู่ก็ตาม ..แต่ในส่วนของสมถะนั้นท่านหมายเฉพาะในส่วนที่เป็นวิกขัมภนปหาน ...คือ ละกิเลสอย่างกลางเพียงกดข่มไว้เท่านั้น ...การละกิเลสแบบนั้น เป็นเพียงละได้ชั่วคราว...ตลอดระยะเวลาที่ยังมีกำลังของฌานสมาบัติอยู่ มิใช่เป็นการละได้อย่างเด็ดขาดที่เรียกว่า... สมุจเฉทปหาน อันเป็นอำนาจของอริยมรรค...มีพระโสดาปัตติมรรค เป็นต้น

…เพราะฉะนั้นในอภิธัมมัตถวิภาวินีฏีกาไทย ฉบับมหามกุฏฯ หน้า ๒๓๑ - ๒๓๒ ...ท่านจึงได้แสดงกัมมัฏฐานที่เหมาะแก่นิสัยของผู้ปฏิบัติไว้เป็น ๓ ประเภท คือ

ผู้ที่มีนิสัยชอบนามธรรม... พระพุทธองค์ก็ทรงแสดง...ขันธ์ ๕ เพราะในขันธ์ ๕ มีนามมากกว่ารูป

ผู้ที่ชอบรูปธรรม…ก็ทรงแสดงอายตนะ ๑๒ ...เพราะในอายตนะ ๑๒ มีรูปมากกว่า คือมีรูปถึง ๑๑ กับทั้งกึ่ง แต่มีนามเพียงอย่างเดียว คือ มนายตนะ


ผู้ที่ชอบทั้งรูปและนาม… ท่านก็แสดงในภูมิที่เหลืออีก ๔ ข้างท้าย...มีธาตุ ๑๘ เป็นต้น

…เพราะฉะนั้นสำหรับธรรมะเป็นที่สบายนั้น ก็จะต้องถือเอาภูมิที่เกิดวิปัสสนาเป็นเกณฑ์... เพราะในการละความเศร้าหมองในส่วนที่ติดเป็นอนุสัยนั้น... ถ้าเราไม่ได้อาศัยปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานแล้ว วิธีละกิเลสอย่างอื่นๆ จะไม่มีทางเลย

…เพราะอนุสัยมีทิฏฐานุสัยเป็นต้น เป็นความเศร้าหมองที่เป็นรากเหง้าของความเศร้าหมองทุกอย่าง...ที่นอนเนื่องอยู่ในส่วนลึกของขันธสันดานแห่งมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย....ทุกขณะที่ได้เห็น ได้ยิน ดมกลิ่น ลิ้มรส ถูกต้อง หรือคิดนึกทางใจ จะเดิน ยืน นั่ง นอน คู้ เหยียด เคลื่อนไหว แต่ละอิริยาบถในขณะที่เรากำลังตื่นอยู่…

...อนุสัยกิเลสเหล่านี้ก็จะต้องนอนเนื่องอยู่ในความรู้สึกติดแน่นอยู่ในขันธสันดาน... มรรคญาณยังไม่มีโอกาสเกิดขึ้นตราบใด...กิเลสอย่างละเอียดดังกล่าวนี้ก็จะต้องนอนเนื่องอยู่ตราบนั้น... ไม่มีความดีใดจะมาละ...หรือมาประหานให้หมดสิ้นไปได้

ความชั่วอย่างกลางที่บังคับจิตใจให้สัตว์ทั้งหลายต้องทุกข์ยากลำบากก็เกิดมาจาก...เหง้าคืออนุสัย…ที่เป็นปัจจัยสำคัญเมื่อมีกิเลสอย่างกลางบังคับจิตใจมากขึ้น...ก็เป็นเหตุให้สัตว์ทั้งหลายทำความดีความชั่ว... เป็นเหตุให้ไปเกิดในอบาย มนุษย์ เทวดา และพรหม... ต้องเวียนว่ายตายเกิดกันอยู่อย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุดลงได้

..........

โดย เบญจพร : ผู้นำเสนอ [8 ต.ค. 2545 , 07:08:40 น.] ( IP = 203.144.181.250 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ถ้าหมดยึดสิ่งใดใจก็ว่าง
อย่าได้สร้างสิ่งใดให้ใจหลง
เพราะมันว่างมาแต่เดิมเติมไม่ลง
อย่าแบกหลงไปล้างหลงกันอีกเลย...!

โดย มโนมัย [8 ต.ค. 2545 , 07:46:40 น.] ( IP = 203.146.135.4 : : )


  สลักธรรม 2

.อันจิตว่างไม่มีแน่แม่คุณเอ๋ย
ไฉนเลยมาวิเคราะห์เจาะปัญหา
ทั้งๆที่จิตต้องรู้ทุกเวลา
เพียงแต่ว่ารู้สมมติไม่หลุดเอย..


โดย วิชิต ธรรมรังษี [8 ต.ค. 2545 , 08:09:54 น.] ( IP = 203.170.141.233 : : )


  สลักธรรม 3

เดิมคือใด..ไฉนว่าง...อย่างไรเล่า
ถ้าเช่นนั้น...ใครโง่เขลา..ใครกันแน่
มาทำให้....ไม่ว่าง....จากเดิมแท้
ใครกันแน่...ว่าง...ไม่ว่าง...ช่างพูดจา

ถ้าเดิมว่าง....แล้วไซร้...ใจบริสุทธิ์
เหตุไฉน....ใจสะดุด....มีปัญหา
จึงกลับกลาย...ไม่ว่าง..จากเดิมมา
มีเหตุผล...หรือไม่หนา....ช่วยบอกที

หรือเป็นเพียง...คำพูด...ชวนเลื่อมใส
ให้รู้สึก...เก๋ไก๋...มีภาษี
พระสัทธรรม...พิสูจน์ได้..ในวจี
หาได้มี..จิตว่าง...อย่างใดเลย

ถ้าจะว่าง...ก็เพียงว่าง..จากสิ่งหนึ่ง
แต่มีอีก....สิ่งซึ่ง....ไม่เมินเฉย
ให้รับรู้...ทุกขณะ...ไม่ละเลย
วานภิเปรย...วิสัชชนา..ว่า..ว่าง..อย่างไร


นะคะคุณมโนมัย

โดย น้องกิ๊ฟ [8 ต.ค. 2545 , 15:46:04 น.] ( IP = 203.146.170.16 : : )


  สลักธรรม 4

ใจมิเคยเอ่ยว่างช่างรับรู้
มิหยุดอยู่รู้ขณะนะไม่เฉย
ขอรู้แจ้งรู้จริงได้พิงเอย
คำเฉลยเอ่ยพระองค์ทรงพระคุณ.....

โดย ดอกสารภี [9 ต.ค. 2545 , 06:21:37 น.] ( IP = 202.28.27.3 : : 202.28.25.183 )


  สลักธรรม 5


อนุโมทนากับคุณเบญจพรค่ะ

...คิดว่าเปิดลานกวีซะอีก..แต่ดีมากๆ เลยค่ะ

ขอบคุณทุกท่านค่ะ

โดย วยุรี [9 ต.ค. 2545 , 07:07:38 น.] ( IP = 203.113.38.10 : : )


  สลักธรรม 6


กราบ สวัสดีทุกท่าน.

ได้ ติดตามอ่านเรื่อง สัปปายะ ๔. มาตลอด ก็มา

มีข้อข้องใจ อยากเรียนถาม ท่าน ข้อที่ ๔ ธรรม

มะ สัปปายะ นี่แหละท่านทั้งหลาย..คือ ขเพเจ้า

อยากท่านว่า เราจะ รู้ หรือมีข้องสังเกตุ อย่างไร

จึงจะ รู้ว่า จริต ของเรานั้น ชอบ ทาง รูปธรรม,

นามธรรม หรือ รูป และ นามธรรม ?

กราบเรียนมาด้วยความ นับถือ..




อืมม อ่านคำตอบ สลักธรรมที่ 1 นั้นแล้ว..เข้าใจว่า ท่านที่โพสท์ ก็คงยังอยู่ระหว่าง "แสวงหา" อยู่
(ถ้าข้าพเจ้า ปรุงแต่งผิด กราบขออภัย..) เพราะมีคำขึ้นต้นว่า.." ถ้า..IF .." ซึ่ง เป็น เสมือน ยังมี
เงื่อนไข = Condition อยู่ในตัว.. ฉนั้น..ถ้า..(ถ้า..อีกแล้ว..เอ้อ..ปุถุชนหนอ??รำพึงๆ) ไม่มี คำว่า " ถ้า.. IF.." เมื่อไหร่..เข้าถึง" สภาวะ "นั้นจริงๆ คงจะดีเนาะ..
อืมม ..สำหรับข้าพเจ้า คิดว่า ต้องเดินตาม ทาง
ศีล สมาธิ ปัญญา..ตามขั้นตอน อย่างที่หัวข้อของบทความนี้ กล่าวไว้เป็น ตอนๆ ติดต่อกันมา น่ะท่านทั้งหลาย?? เอ.. จะว่า ข้าพเจ้า ยึดติด ก็ยอมล่ะจ๊ะ..เพราะ ทิฏฐิ และ จริต ของข้าพเจ้า..เขาชอบและมีความสบายโล่งโปร่ง เมื่อได้เชื่อเช่นนี้..(วันนี้ข้าพเจ้า เพ้อเจ้อ มาก การเอา ทางโลก มาปนทางธรรม ก็อย่างนี้เนาะ..ท่านทั้งหลาย..)
กราบขอ อภัยทุกท่าน..

และขอให้ทุกท่าน เจริญในธรรม ยิ่งๆขึ้นไปเทอญ..

โดย ศานติ. [9 ต.ค. 2545 , 11:50:31 น.] ( IP = 67.225.119.142 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org