มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของจิต (สมองไม่ใช่จิต) ตอนที่ ๖







ความมหัศจรรย์ของจิต (ต่อ)
(สมองไม่ใช่จิต)




ล. การที่ตาเรามองดูอะไรแล้วเห็นได้นั้น จะว่าตาเห็นหาได้ไม่
และหูก็โดยทำนองเดียวกัน มิใช่หูได้ยิน
หากแต่ตาและหูเป็นเพียงประตูเข้าไปของรูปและเสียงเท่านั้น
โดยที่การเห็นจะต้องมีรูปอันได้แก่ คลื่นแสง สะท้อนจากรูปมากระทบตาจึงเห็น
และเสียงอันได้แก่ ความสั่นสะเทือนของอากาศมากระทบหูจึงได้ยิน
มีหลายคนเหมือนกันที่เข้าใจว่าเห็นได้ด้วยตา และได้ยินได้ด้วยหู ทางประสาทอื่น เช่น จมูก, ลิ้น, กาย ก็เข้าใจเช่นนี้เหมือนกัน


การสำเร็จ การเห็น การได้ยินนั้น ต้องอาศัยจิตยกขึ้นสู่อารมณ์ ก็คือ ยกจิตเข้าสู่สิ่งที่จะเห็นหรือได้ยินนั่นเอง

เมื่อหลานเดินไปตลาด รูปต่างๆ ได้เข้าสู่ตาของหลานมากมาย แต่หลานเห็นเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น
หรือหลานอ่านหนังสือไปได้หน้าหนึ่ง บางทีไม่รู้เรื่องอะไรเลย ตาก็ดูตัวหนังสือทุกตัว แต่เอาเรื่องเอาราวไม่ได้เพราะมัวส่งใจไปที่อื่นเสีย หูก็เช่นกัน หลานมัวสนใจกับลุงเสีย นาฬิกาที่เดินอยู่เสียงดังก๊อก แก๊ก ๆ เสียงนี้ก็ย่อมจะเข้าไปกระทบประสาทหู หลานก็ไม่ได้ยิน
เมื่อสมัยก่อนมีปืนใหญ่ยิงทุกเวลาเที่ยงวันเพื่อบอกเวลาเที่ยงให้แก่ประชาชน เสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ก็มีมากคน พอตกบ่ายมักถามกันว่า “เที่ยงแล้วหรือยัง” ข้อนี้เสียงมิได้เข้าไปในหูดอกหรือ


ในเรื่องการเห็น ได้ยิน และคิดนึกนั้น ในพระพุทธศาสนาสอนไว้เป็นอันมาก ทั้งยังแยกแยะออกโดยพิสดารด้วย แต่เพื่อสงวนเวลา แล้วหลานก็เพิ่งจะได้เริ่มต้น ลุงจะขอยกขึ้นมาให้ฟังสักเล็กน้อยพอให้หลานได้เป็นตัวอย่าง

โดย นำเสนอโดย... วยุรี [11 ต.ค. 2545 , 06:27:38 น.] ( IP = 203.113.39.7 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


การเห็นจะเกิดขึ้นมาได้นั้นจะต้องอาศัยเหตุ ๔ ประการ คือ
๑. รูปารมณ์ อันได้แก่คลื่นของแสง (แสงเกิดขึ้นอย่างไรก็มีศึกษา) สืบต่อ (สันตติ) เข้ามากระทบกับจิตที่ประสาทตา
๒. อาโลกะ ได้แก่ แสงสว่าง เพราะไม่มีแสงสว่างก็จะเห็นไม่ได้
๓. จักขุปสาทะ ได้แก่ ประสาทตา ประสาทตาคืออะไร ใครผลิตสร้างขึ้น ตั้งอยู่ที่ไหน จะได้ศึกษาภายหลัง
๔. มนสิการะ ได้แก่ จิตใจที่เข้ามาร่วมประชุมด้วย


เหตุทั้ง ๔ ประการนี้มาประชุมพร้อมกันจึงเห็นได้ เป็นขณะๆ ติดต่อกันไปโดยรวดเร็ว เพราะคลื่นของแสงย่อมจะมีความเกิดดับสลับซับซ้อน (สันตติ) เข้ามาร่วมประชุมกัน (ผัสสะ) ถ้าหลานเรียนไปให้มากกว่านี้ ลุงก็จะได้แสดงภาพประกอบ และจะเห็นความลึกซึ้งพิสดาร ซึ่งวิทยาการในทางโลกค้นเข้าไปไม่ถึง ที่ว่านี้เพียง เห็นได้อย่างไร และรู้ในการเห็นนั้นได้อย่างไร หลานก็จะได้ตื่นตาตื่นใจ

ตามที่ลุงกล่าวมานี้ เพื่อจะให้หลานได้ทราบว่า ตา, หู, จมูก, ลิ้น, กาย นั้น เป็นเพียงประตูเข้าเท่านั้น เราจะเห็น, ได้ยิน, ได้กลิ่น, ลิ้มรส หรือสัมผัส รู้อารมณ์ได้นั้นต้องอาศัยวิตกยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ ถ้าจิตมิได้ยกขึ้นไปสู่อารมณ์ ความรู้สึกต่างๆ ก็หาปรากฏได้ไม่


ธรรมทั้งหลายย่อมอาศัยเหตุเป็นแดนเกิดทั้งนั้น เช่นการประชุมของเหตุดังกล่าวแล้ว
เหตุนี้ประสาททั้งหลายก็เป็นเพียงทางหรือสะพานให้ความรู้สึกผ่านเข้าทางนั้น
ส่วนมันสมองเป็นเพียงสถานที่บัญชาการใหญ่ของแม่ทัพ เป็นสถานที่เท่านั้น รู้อารมณ์ไม่ได้เลย
มันมีจักรกล มันมีไฟฟ้าหรือสวิทซ์อันละเอียดอ่อนทำหน้าที่ๆ น่าพิศวงที่จะส่งเรื่องทั้งหลายให้แม่ทัพ คือจิต เพื่อทราบ จะได้สั่งการต่อไป ความรับรู้และบัญชาการทัพนี้ต้องเป็นแม่ทัพคนเดียว ผู้อื่นไม่ใช่หน้าที่ ผู้อื่นเป็นลูกน้องตัวเล็กๆ ที่จะพาสิ่งที่ผ่าน ตา, หู, จมูก, ลิ้น, กาย มาให้แม่ทัพ คือจิต แล้วรับคำสั่งให้ผ่านออกไปเท่านั้น
ถ้าสถานที่บัญชาการนี้ถูกทำลายลงก็ต้องโยกย้ายไปบัญชาการที่อื่น แต่ความสะดวกนั้นย่อมไม่มีทางและประตูบางแห่งหรือหลายแห่ง อาจชำรุดหรือเสียหายจนผ่านเข้าออกทางนั้นไม่ได้ก็เป็นได้ ฉะนั้น จะให้งานทัพดำเนินไปตามเดิมหาได้ไม่


เหตุนี้สัตว์ที่เอามันสมองออกไปบางส่วนจึงหมดความรู้สึกไปหลายอย่าง เพราะประสาทที่เป็นทางให้ความรู้สึกเช่นนั้นผ่าน หมดหนทางที่จะเข้าไปถึงจิตได้โดยตรง
ฉะนั้นการทดลองในสัตว์เอามันสมองออกโดยมิได้ทำให้สัตว์ตาย และสัตว์นั้นยังคงมีชีวิตอยู่ได้ และรู้อารมณ์ได้บางอย่าง เท่าที่ประสาทส่วนที่เหลือนั้นจะปฏิบัติงานได้ เพราะจิตจะต้องอาศัยประสาทเป็นทางผ่านเข้าไป เช่นประสาทตาชำรุดเสียหาย การเห็นก็จะปรากฏไม่ได้เป็นต้น

โดย นำเสนอโดย... วยุรี [11 ต.ค. 2545 , 06:33:57 น.] ( IP = 203.113.39.7 : : )


  สลักธรรม 2


ในเรื่องประสาทนั้นในทางธรรมะใช้คำว่า “ปสาทะ” มีเรื่องที่จะต้องเรียนรู้ ปสาทะคือ ประสาทรับอารมณ์ในทางธรรมะมีอีกมากนัก ครั้นลุงจะอธิบายให้ฟังในวันนี้ หลานก็ยังมิได้ศึกษาเรื่องรูป จึงลำบากที่จะเข้าใจ
ในชั้นนี้หลานจำเอาไว้แต่เพียงว่า อารมณ์ที่เกิดขึ้นทางตา หู จมูก ลิ้น กาย นั้น จำจะต้องอาศัยระบบประสาท หาไม่แล้วจะเกิดอารมณ์ใหม่ให้รู้ทางทวารทั้ง ๕ ไม่ได้เลย


ป. ถ้าเช่นนั้น คุณลุงก็หมายความว่าจิตตามที่คุณลุงกล่าวนั้น มิได้อยู่ในมันสมองหรือขอรับ

ล. แน่นอน มันสมองมิใช่เป็นตัวจิต
ทั้งจิตก็มิได้อาศัยอยู่ในมันสมองด้วย
มันเป็นแต่วัตถุ หรือรูปที่จะให้ความรู้สึกต่างๆ เกิดขึ้นมาเท่านั้น อย่างไรก็ดี ลุงมิได้ว่าเอาเองตามชอบใจ ลุงได้กล่าวกับหลานตามที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสอนไว้
เรื่องที่ลุงได้อธิบายมาแล้วทั้งหมด พอจะลบล้างความเชื่อของหลานที่ว่ามันสมองคือจิตได้บ้างหรือไม่ สักนิดหนึ่งก็ยังดี


ป. ก็พอจะได้บ้างนิดหน่อยขอรับ แต่ก็ยังไม่เป็นเหตุให้ผมเปลี่ยนใจว่า จิตเป็นอะไร อยู่ที่ไหน มีกำลังอำนาจอย่างไร

ล. ลุงจะขอตอบปัญหาของหลานในคำถามอื่นต่อไป
ตามที่หลานว่าเชื้อโรคเล็กๆที่ตามองไม่เห็น กล้องจุลทัศน์ขยายตั้งหลายพันเท่าก็มองไม่พบ ยังย้อมสีดูได้ แต่จิตนั้นจะเป็นความร้อน, แสง, เสียง, ไฟฟ้า, พลังงาน หรือเป็นอะไรกันแน่ จิตก็ไม่เห็นเป็นอะไรได้สักอย่าง จิตอยู่เหนือการทดลองใดๆ ทั้งสิ้นนั้น ความจริงหลานยังเข้าใจผิดแล้วคิดไปเอง หลานอยากจะทดลองให้ทราบเรื่องจิตว่า คืออะไร เป็นอะไร และอยู่ที่ไหนได้ง่ายๆ ไม่ยากดังที่หลานเข้าใจเลย


ป. ดีละขอรับ คุณลุงจะทดลองให้ทราบเดี๋ยวนี้หรือ ไม่ใช่ให้ผมไปนั่งเข้าฌานนะ ถ้าไปนั่งเข้าฌานละก็ ผมถ้าจะยังไม่ขอรับประทาน

ล. ไม่จำเป็นต้องไปเข้าฌานอะไร ลุงจะให้หลานได้ทราบเดี๋ยวนี้ก็ได้

โดย นำเสนอโดย... วยุรี [11 ต.ค. 2545 , 06:42:28 น.] ( IP = 203.113.39.7 : : )


  สลักธรรม 3


ป. คราวนี้ผมคงได้ทราบว่า จิตมันเหมือนดวงตะเกียง เหมือนไฟบุหรี่ เหมือนไฟฟ้า หรือควันไฟ หรืออะไรกันแน่


ล. ตามที่ลุงได้กล่าวมาแล้วว่า วัตถุหรือสสารทั้งหลายย่อมจะรู้อารมณ์ไม่ได้ หรือสสารวัตถุ จะเห็น, จะได้ยิน, จะคิดนึกรู้สึกตัว รู้จักดี รู้จักชั่ว รู้จักบุญ รู้จักบาป รู้จักเกลียด รู้จักกลัว รู้จักรัก รู้จักโกรธ รู้จักคิดอ่านจดจำอะไรได้สารพัดก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้แน่
ไม่ว่าวัตถุหรือสสารนั้นจะเป็นมันสมองหรือเป็นอะไร และอยู่บนส่วนใดของร่างกาย เมื่อแยกวัตถุหรือสสารออกมา มันก็ไม่มีตัวอันไหนที่จะแสดงความรู้สึกอารมณ์ได้เช่นนั้น ทั้งนี้ไม่ว่ามันจะเป็นแสง เสียง ไฟฟ้า หรือพลังงาน และไม่ว่าจะได้ผสมผสานกันถูกส่วนแล้ววิวัฒนาการมานานแล้วเท่าใด

ด้วยเหตุนี้เอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้สอนว่ารูปนั้นเป็นอนารัมณัง ซึ่งแปลว่า ธรรมดารูปหรือสสารย่อมไม่รู้อารมณ์ คือรู้อารมณ์ไม่ได้


สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ มันจะเกิดขึ้นมาเอง หรือจะเกิดขึ้นมาโดยความดลบันดาลของท่านผู้ใดหาได้ไม่ หากแต่อาศัยเหตุเป็นแดนเกิดทั้งนั้น
ทั้งนี้ไม่ว่าหลานจะเห็น, จะได้ยิน, จะคิดนึก, จะนั่งหรือจะนอน แม้แต่กระดิกนิ้วสักนิดหนึ่งก็ตาม ถ้าไม่มีเหตุเริ่มต้นมาก่อนแล้ว ผลจะติดตามขึ้นมาได้อย่างไร และคำว่าเหตุนั้น มีหลายชั้น เช่นเหตุตื้นๆ เผินๆ และลึกซึ้ง

เรื่องของเหตุดังที่ลุงได้กล่าวมา บางทีมันก็เป็นเหตุ ที่เกินกว่าสามัญสำนึก เกินกว่าปุถุชนผู้ซึ่งมีกิเลสเรื่องเศร้าหมองเร่าร้อนใจจะค้นคว้าเข้าไปถึงได้ เช่นเหตุในอดีตที่ไกลติดตัวมาเป็นต้น ทั้งนี้นอกจากจะศึกษาเล่าเรียนเรื่องของชีวิตจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น


ไหนๆ เราก็จะเรียนเรื่องเหตุผลกันแล้ว ลุงขอตั้งคำถามง่ายๆ ที่ใช้กันอยู่เสมอๆ ให้หลานลองตอบสักนิดหน่อย หลานว่า
“เหตุคืออะไร?”

ป. เอ! ถ้าจะตอบด้วยความลำบากสักหน่อยขอรับ แม้ผมจะได้ใช้คำว่า “เหตุ” นี้มานมนาน และมีความเข้าใจแล้วก็ดี…

ล. เอาละ…หลานตอบลำบากก็ไม่เป็นไร ลุงจะตอบตามหลักธรรมะให้หลานฟัง ซึ่งเป็นคำจำกัดความง่ายๆ และเข้าใจดี
คำว่าเหตุนั้นมาจากบาลีว่า

“หิโนติ ผลํ ปวตฺตีตํ = เหตุ” ซึ่งแปลว่า เหตุคือธรรมชาติที่ทำให้ผลเกิด

เรื่องของเหตุในพระพุทธศาสนามีมากเหลือเกิน ตอนนี้ลุงจะขออธิบายเรื่องจิตให้หลานฟังก่อน


…. ยังมีต่อ ….

โดย นำเสนอโดย... วยุรี [11 ต.ค. 2545 , 06:48:17 น.] ( IP = 203.113.39.7 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org