มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


มโนสัญเจตนาหาร (อีกครั้งค่ะ)





ขอถามเกี่ยวกับบทเรียนในปริเฉทที่ ๗ ค่ะ
ความจริงได้ post ไปแล้ว เป็นกระทู้ที่ 1748 แต่หมายเลขไปซ้ำกับกระทู้ข้างล่าง ปรากฏว่ามีแต่หัวข้อ แต่ข้อความเป็นกระทู้ที่ 1747 (งงค่ะ)


มโนสัญเจตนาหาร หมายถึงเจตนาที่นำให้วิบากจิต มีปฏิสนธิวิญญาณ และปัญจวิญญาณ เป็นต้น เกิดขึ้น มี ๒ ชนิดคือ
๑ เจตนาที่ประกอบในอกุศลและโลกียกุศลนำให้วิบากวิญญาณเกิดขึ้นโดยตรง
๒ เจตนาที่ประกอบกับจิตอื่น ที่นอกจากอกุศลและโลกียกุศล เป็นผู้นำสัมปยุตขันธ์ด้วยกันให้เกิดขึ้น

เจตนาที่ในข้อ ๑ นั้นก็พอจะเข้าใจค่ะ แต่เจตนาในข้อ ๒ ยังไม่เข้าใจ อยากจะขอให้ท่านอาจารย์อภิธรรมช่วยอธิบายเพิ่มเติม
และขอเรียนถามว่า
จิตอื่นในที่นี้ หมายถึงมหัคคตจิต ใช่หรือไม่ค่ะ
สัมปยุตขันธ์หมายถึงอะไรบ้างค่ะ

โดย ธัญธร [13 ต.ค. 2545 , 18:30:51 น.] ( IP = 203.113.71.167 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

จะลองตอบดูนะคะ

ข้อที่ 1.จิตอื่นในที่นี้ หมายถึงมหัคคตจิต ใช่หรือไม่ค่ะ
ตอบว่า เข้าใจผิดค่ะ เพราะคำว่าโลกียกุศลนั้นหมายรวมถึง รูปาวจรกุศล และอรูปาวจรกุศลด้วยค่ะ ..และรูปาวจรกุศลและอรูปาวจรกุศลนั้นก็รวามเรียกว่ามหัคตจิตด้วย
จิตอื่นในที่นี้ หมายถึงจิตที่เกิดขึ้นแล้วไม่ยังวิบาก(มีปฏิสนธิวิญญาณ และปัญจวิญญาณ)ให้เกิดขึ้น นั่นก็คือ มรรคจิต วิบากจิตทั้งหลาย และกิริยาจิต

ข้อ 2.สัมปยุตขันธ์หมายถึงอะไรบ้างค่ะ
ในที่นี้จะขอพูดเฉพาะเรื่องของจิตตุปบาทเท่านั้น ก็คือ วิญญาณ และเจตสิกที่เหลือ(นอกจากเจตนาเจตสิก)

คงไม่รังเกียจนะคะที่นักศึกษาด้วยกันมาอธิบายให้ฟังเสียก่อน

โดย นักศึกษาเหมือนกันค่ะ [13 ต.ค. 2545 , 20:19:00 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.150.134 )


  สลักธรรม 2


ขอบคุณมากค่ะ คุณนักศึกษาอภิธรรม
ยินดีมากค่ะที่มาช่วยให้คำตอบ ได้ความเข้าใจมากขึ้นเลยค่ะ
แต่ก็ยังนึกภาพไม่ค่อยออก อยากจะขอตัวอย่างประกอบให้เห็นชัดเจนขึ้นค่ะ

โดย ธัญธร [13 ต.ค. 2545 , 21:05:46 น.] ( IP = 203.113.71.170 : : )


  สลักธรรม 3

จะนึกภาพอะไรล่ะคะ...

ในการเกิดขึ้นของจิตหนึ่งดวง จะมีเจตสิกประกอบด้วยอย่างน้อย 7 ดวง ...(วิบากจิตที่อยู่ในกลุ่มของทวิปัญจวิญญาณ)
ฉะนั้น ที่มีการกล่าวว่า สัมปยุตขันธ์ ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นร่วมด้วย
เจตนาเจตสิก ก็จะมีเจตสิกที่เหลืออีก 6 ดวงเกิดขึ้นร่วมด้วย และมีจิตเกิดขึ้นพร้อมด้วย ....ตามเงื่อนไขที่เราเรียนกันมาแล้วว่า .....เจตสิกเกิด/ดับ/ที่มีอาศัยย/มีอารมณ์เดียวกันกับจิต ....

เจตนาเจตสิก ก็คือ สังขารขันธ์

เจตสิกที่เหลือ คือ ผัสสะ เวทนา สัญญา เอกัคคตา ชีวิตินทรีย์ และมนสิการ ก็แบ่งเป็นขันธ์ได้ดังนี้

ผัสสะ เอกัคคตา ชีวิตินทรีย์ มนสิการ ก็คือ สังขารขันธ์..

เวทนาเจตสิก ก็คือ เวทนาขันธ์
สัญญาเจตสิก ก็คือ สัญญาขันธ์
จิต ก็คือ วิญญาณขันธ์

นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องของรูปขันธ์ที่เกิดขึ้นร่วมด้วยนะคะ
เพราะจะยิ่งงงไปใหญ่

คงจะพอมองเห็นภาพบ้างแล้วนะคะ

ส่วนที่เป็นวิบากจิตนั้น เป็นจิตที่จัดว่าเป็นผลปห่งการกระทำ เกิดขึ้นมาตามเหตุปัจจัยในอดีตที่เคยได้ทำไว้ คือเหตุบุญ/บาป ด้วยอำนาจของ ..วิปากปัจจัย เป็นต้น

คงจะยากที่จะอธิบายเรื่องปัจจัยให้ทราบในขณะนี้
แต่ขอให้เข้าใจว่า สิ่งที่เป็นวิบากนี้เกิดขึ้นจากเหตุที่ได้เคยทำไว้ ก็คือ กรรมต่างๆ
แล้วส่งผล(ด้วยอำนาจของปัจจัยหลายๆประการ) มาให้เป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นกับเราทางทวารต่างๆ
และเมื่อรับผลนั้นแล้วก็จะมีการกระทำกรรมเพิ่มเติมเข้าไป
เช่น ได้เห็นผ้าสีสวย ลายสวยๆ ก็จะเกิดความรู้สึกชอบ..ซึ่งเป็นความโลภ ....เป็นการกระทำกรรม(เจตนา)ฝ่ายอกุศล อย่างนี้เป็นต้น

แต่วิบากเหล่านี้ก็ไม่ได้หมายความว่า จะต้องตอบโต้ให้เกิดความต่อเนื่องแห่งวัฎฎะได้เพียงอย่างเดียว

ผู้ที่มีปัญญา(พระอริยบุคคล) เมื่อได้รับวิบากที่ดี/ไม่ดี แต่จะมีการกระทำกรรมที่ดีกว่า คือ การมีโยนิโสมนสิการ ..รู้ถึงสภาพที่แท้จริงของสิ่งที่มากระทบ ว่าเป็นรูป/นาม ...กำลังเกิด/เสื่อม/ดับ อย่างนี้เป็นต้น ตรงนี้คือสิ่งที่มโนสัญญเจตนาหารถูกยกเว้นไว้ไม่อยู่ในข้อที่ 1 คุณธัญธรยกมาข้างต้น คือ

๑ เจตนาที่ประกอบในอกุศลและโลกียกุศลนำให้วิบากวิญญาณเกิดขึ้นโดยตรง

เพราะเป็นการกำจัดกิเลสตัดเหตุแห่งการเกิดขึ้นโดยตรง ซึ่งก็คือมรรคจิต นั่นเอง ส่วนในกิริยาจิตก็เป็นเช่นเดียวกัน เพราะเป็นจิตที่ที่ทำตามหน้าที่โดยไม่มีกิเลสร่วมด้วย เช่น กิจของปัญจทวาราวัชชนะ มโนทวารราวัชชนะ หสิตุปปาท และโดยเฉพาะกิริยาจิตนั้น เป็นจิตที่ไม่มีกิเลสเข้าเจือปนเลย..อย่างที่ทราบๆกันจากการเรียน


ตัวอย่างของเรื่องนี้ขอให้อ่านเพิ่มเติมที่กระทู้นี้นะคะ
ช่วงที่พี่ดอกแก้วตอบคำถามคุณวีน่ะค่ะ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=1737



โดย นักศึกษาฯ [15 ต.ค. 2545 , 10:04:39 น.] ( IP = 203.146.170.12 : : )


  สลักธรรม 4

ขอบคุณ คุณนักศึกษามากค่ะ ที่กรุณาตอบให้ความกระจ่าง
อ่านดูแล้ว ที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยนะคะ ถ้าเราแจกแจงออกมาได้ และอย่าไปคิดให้มากเกินไป ค่อยๆเรียนไป ความเข้าใจก็จะเพิ่มมากขึ้น สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยกันได้ง่ายขึ้น
แต่การศึกษาด้วยตัวเอง บางครั้งก็เกิดปัญหาที่หาคำตอบเองไม่ได้ เพราะความรู้ยังอ่อนด้อย ถ้ามีเพื่อนนักศึกษาหรืออาจารย์ชี้แนะ ก็ช่วยได้มากเลยค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ ที่แนะนำกระทู้ดีๆให้อ่านเพิ่มเติมค่ะ

แต่..เอ นักศึกษาท่านนี้จะเปิดเผยนามได้ไหมคะ
อยากจะชมน่ะค่ะ ว่าอธิบายได้เข้าใจดี
ทายเอาไว้ในใจแล้ว... ใช่น้องกิ๊ฟหรือเปล่าคะ
ถ้าทายผิดไป ก็ขออภัยด้วยค่ะ

โดย ธัญธร [16 ต.ค. 2545 , 19:52:08 น.] ( IP = 203.113.71.170 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org