มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สันติ




ได้รับเอกสารจากท่านอาจารย์วิชิต ธรรมรังษี ....เปิดดูมีเรื่อง "สันติ" รวมอยู่ด้วย....เป็นเรื่องที่ท่านอาจารย์บุษกร เมธางกูร ได้เขียนไว้ขณะอยู่ที่ประเทศอังกฤษ แม้จะเคยอ่านแล้ว

แต่แปลก..คราวนี้ดูเหมือนมีความตั้งใจอยากจะอ่านมาก เพราะท่านอาจารย์วิชิต..เมื่อท่านให้อะไรใครสักอย่าง... สิ่งนั้นต้องมีความหมายและมีคุณค่าสำหรับผู้นั้น

อ่านแล้วอ่านอีก ๒-๓ รอบ ได้ความรู้สึกที่ดี เป็นสิ่งที่เราควรนำมาใช้ปรับปรุงการคิด การดำรงตนให้มีความสุขในสภาวแวดล้อมที่ยุ่งเหยิงเช่นปัจจุบัน

จึงนำมาเสนอให้เพื่อนได้อ่าน กรุณาอ่านช้าๆ และคิดตาม..จะเกิดประโยชน์ เกิดกุศลมากทีเดียว

และขอกุศลที่ได้นี้จงเป็นพลวปัจจัยให้ท่านอาจารย์บุษกร มีสุขภาพอนามัยแข็งแรงไวๆค่ะ

ด้วยรักและผูกพัน
พี่ดา

โดย พี่ดา...นำเสนอ [21 ต.ค. 2545 , 09:25:54 น.] ( IP = 158.108.12.99 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

สันติ



เมื่อครั้งที่ฉันนั่งอยู่ในวัดอมราวดี ประเทศอังกฤษ ฉันมองเห็นดอกไม้สีสวยสดกำลังบานสะพรั่ง ไกลลิบตาด้านขวา แต่พอฉันเดินไปในสวนดอกไม้นั้น ฉันเห็นชายวัยกลางคนชาวอังกฤษคนหนึ่ง กำลังปลูกดอกไม้ประดับตามถนนหนทางหลากสีหลายพันธุ์ เอามารวมกันไว้ในกระถาง เกิดเป็นองค์ประกอบที่สวยงาม



จึงเกิดความคิดได้ว่า ดอกไม้หลายๆชนิด หลายๆอย่างเอามาปลูกรวมกันในกระถางเดียวได้ ฉันเดินไปคิดไปจนถึงเกาะกลางถนนซึ่งมีสวนสาธารณะแห่งหนึ่งซึ่งจำลองสวนญี่ปุ่นมาไว้ โดยนำพันธุ์ไม้มาจากแดนอาทิตย์อุทัยอันไกลโพ้น แม้เป็นพืชจากคนละท้องถิ่น นำมาปลูกรวมกันในสวน กับดอกทิวลิปก็อยู่รวมกันได้เป็นอย่างดี “ต้นไม้หลายๆ อย่าง ต่างอยู่รวมกันได้เป็นอย่างดี”



ต้นไม้อยู่รวมกันได้โดยง่าย ไม่รังเกียจเดียดฉันท์ ไม่มีปัญหา ซึ่งทำให้ฉันคิดว่ามันช่างต่างจากคนจริงๆ เลย มีคำถามในใจว่า “ทำไมคนจึงอยู่ด้วยกันยาก” เพราะถ้าอยู่รวมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป มักจะเกิดความขัดแย้งเป็นเรื่องเป็นราว ชวนให้เข้าใจผิดกันไม่มากก็น้อย ไม่ช้าก็เร็ว ยิ่งในคนหมู่มาก ปัญหาก็ยิ่งมาก ปัญหาก็ยิ่งมีมากตาม ฉันจึงถามต้นไม้ไปว่า…


ถาม ทำไมคนชอบทะเลาะกัน ?


ตอบ “………………………”


ถาม ทำไมคนเรา จึงไม่อยู่ด้วยกันด้วยความสงบ ?


ตอบ “………………………”


เงียบ ต้นไม้ทั้งหมดไม่ตอบฉันเลย



จึงทำให้ฉันคิดได้ว่า เพราะต้นไม้ ไม่ตอบ นั่นเอง ต้นไม้จึงอยู่กันโดยไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน คนเราถ้าเอาอย่างต้นไม้ ไม่ตอบ ไม่โต้ ไม่โอ้อวด ไม่ต่อความยาวสาวความยืด ไม่จองเวร สังคมมนุษย์คงพบความสงบสุขกว่าเดิมมากแน่นอน ต้นไม้ไม่มีความนึกคิด และถ้อยคำ แต่เพราะคนเรามีจิตใจ ซ้ำยังต่างจิตใจกัน จึงเกิดอารมณ์ที่ปรารถนา และซับซ้อน อันนำไปสู่วจีกรรม และกายกรรมอันยุ่งเหยิง จึงยากนักที่เราจะให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างสงบราบเรียบดั่งใจ



โดยเฉพาะจิตที่ต่างกัน ความคิดที่ต่างกัน ซึ่งเคลือบอยู่ด้วยโลภะ โทสะ โมหะ คำพูดที่แฝงไปด้วยความไม่ปรารถนาดี และไม่มีสติปัญญาไตร่ตรอง จึงมักก่อความเดือดร้อนใจให้แก่ตนเองและผู้อื่น และเป็นเหตุแห่งการทะเลาะวิวาทสืบเนื่องนั่นเอง

ผิดจากคำพูดที่มาจากกุศลเจตนา มีเมตตา กรุณา มุทิตา ตั้งสติให้เหมาะสม ย่อมยังความสงบให้เกิดขึ้น ซ้ำยังพาให้เรื่องร้ายๆ ปิดฉากลง

เราจึงควรที่จะต้อง เลือกส่ง และรับถ้อยคำ อันเป็นสื่อที่สำคัญยิ่งแห่งความเข้าใจของมนุษย์



เลือกส่งคำพูด………..
ว่าเป็นแบบใด ระหว่างคำพูดหลอกลวง บิดเบือน กับคำสัตย์จริง, คำพูดส่อเสียดยุยง กับคำปรองดองให้สมานฉันท์, คำพูดบ่นว่าด่าทอ หยาบคาย มองโลกในแง่ร้าย ปราศจากการระมัดระวัง ใคร่ครวญ กับคำพูดที่อุดมด้วยอรรถสาระประโยชน์


เลือกรับคำพูด………..
เมื่อเสียงมากระทบหู ย่อมก่อให้เกิดความรับรู้ของโสตวิญญาณ อันนำไปสู่สังขาร - การนึกคิดปรุงแต่ง แล้วเป็นเวทนาเกิดอารมณ์ความรู้สึก สุขทุกข์ พอใจไม่พอใจ


หยุด …………
ก่อนตอบโต้กลับเป็นการกระทำและคำพูด แล้วท่องคาถาดับอภิชฌาและโทมนัสเสียก่อนว่า “ เขาไม่ได้พูดให้เราโกรธ หรือชอบ เราโกรธ – เราชอบเอง ”

หากมีปัญญาใคร่ครวญได้ทัน ก็ยิ่งสามารถพิจารณาแยกแยะให้เห็นประโยชน์จากถ้อยคำนั้น ถ้าไร้สาระก็วางเฉย ไม่ต้องตอบ ไม่ต้องโต้ ไม่ต้องเดือดร้อนวุ่นวาย

เหมือนต้นไม้หลายพันธุ์ที่อยู่รวมกันในป่า ต่างทำหน้าที่ของตนไปตามปกติ แม้จะแตกต่างกันในรูปทรง เทือกเถาเหล่ากอ แต่ก็อยู่ด้วยกันได้ในที่เดียวโดยสงบ

คนเรา หากต่างทำหน้าที่ของตน ไม่ต้องรับคำพูดที่ไม่ควรรับ ไม่ต้องพูดคำที่ไม่ควรพูด ไม่เคลือบแฝงด้วยอกุศลเจตนาต่อกัน ถึงจะแตกต่างกันในพื้นฐานจิตใจ เราก็อยู่ร่วมกันได้โดยสันติสุข เหมือนดอกไม้หลายพันธุ์ในกระเช้าที่ฉันเห็นมาเล่าสู่กันฟังไงจ๊ะ หรือจะเรียกว่า อยู่กันอย่างฉันมิตร


แม้นต้นไม้จะกระทบกระเทือนเบียดเสียดกันบ้าง ก็คงเป็นไปส่วนน้อย และเป็นไปโดยปราศจากมายา คนเราถ้ากระทบกันโดยไม่ตั้งใจ ก็ไม่มีแก่นสารอะไรที่ควรยึดถือ ขอเพียงอยู่ด้วยกันด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ขอเพียงเราไม่ตอบ ไม่โต้ ไม่ต่อความ ไม่จองเวร เท่านี้สังคมก็อยู่ด้วยดี มีความสุข


หากใครเขายังไม่หยุด เราหยุดได้ ก็พอแล้ว


ต้อย
๑๗ ตุลาคม ๒๕๔๑



พี่ดา...นำเสนอด้วยความปรารถนาดีค่ะ
















โดย พี่ดา...นำเสนอ [21 ต.ค. 2545 , 09:36:27 น.] ( IP = 158.108.12.117 : : )


  สลักธรรม 2

ขอบคุณมากค่ะพี่ดา...

โดย อาภา [21 ต.ค. 2545 , 14:13:02 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.146.39 )


  สลักธรรม 3

.อาจารย์เปิด com.ก้อยจึงมีโอกาสได้ร่วมอ่านในสิ่งที่มีประโยชน์เช่นนี้ ยิ่งพี่ดาให้อ่านช้าๆแล้วคิดด้วยก้อยจึงเห็นตามที่ปรากฏเลยว่า...เราควรจะมีชีวิตสันติได้ ถ้าเราทำหรือเริ่มที่ตัวเรา ไม่รอให้ใครช่วยเหลือต่างคนต่างช่วยตนเองนั้นดีที่สุดค่ะ......

. ขอบคุณพี่ดามากนะค่ะ

อ้ออาจารย์ฝากบอกว่า...

.....There is a mystic power in the ties..

.which friendship throws around

.........the human heart.....




โดย น้องก้อย [21 ต.ค. 2545 , 15:03:41 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.159.110 )


  สลักธรรม 4

ขอบคุณพี่ดามากค่ะ
ถึงแม้จะเคยอ่านแล้ว แต่เมื่อมาอ่านอีกในครั้งนี้ รู้สึกว่าได้ความคิดดีๆ ที่จะนำไปปรับปรุงตนเองค่ะ
โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย
หากใครเขายังไม่หยุด เราหยุดได้ก็พอแล้ว
เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ

โดย ธัญธร [21 ต.ค. 2545 , 22:25:16 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )


  สลักธรรม 5

หว้าอ่านเข้าใจมาตลอดเลยพอถึงภาษาอังกฤษแปลไม่ออกครับ...กรุณาแปลไว้ให้น้องจิ้กด้วยนะครับแล้วจะมาอ่านครับผม

โดย น้องจิ้ก [22 ต.ค. 2545 , 07:10:52 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.157.241 )


  สลักธรรม 6


น้องจิ้กครับ......
น้องจุกพยายามสุดความสามารถที่จะแปลภาษาอังกฤษให้น้องจิ้กเข้าใจ ได้ความว่า......


มิตรภาพเป็นพลังลี้ลับในความผูกพันที่แผ่กระจายในจิตใจของมนุษย์


ปวดหมองเลย ขอไปกิน I-ติมไมโลก่อนนะครับ

โดย น้องจุก [22 ต.ค. 2545 , 16:43:24 น.] ( IP = 203.149.34.56 : : )


  สลักธรรม 7


. น้องจุก

เก่งจังเลย อ้าว.ปวดหมองไหงไปกินไอติมละกั้บ

คิก คิก..


.พี่เณรไปแปลเสียอีกมุมละ ลา ละ อิอิ..ลองฟังไหม อิ อิ..

..


........There is a mystic power in the ties..

.which friendship throws around

.........the human heart...

....มิตรภาพมีพลังอันลึกลับ

ที่สามารถพันผูกใจคนไว้ด้วยกันได้....เย้ๆๆ
.
.



โดย พี่เณรชิต [22 ต.ค. 2545 , 20:00:52 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.155.83 )


  สลักธรรม 8

แวะมาเที่ยวแถวๆนี้
ดีเลยค่ะ .ได้อ่านคำแปลสองสำนวน
...แต่ก็ล้วนบ่งบอกว่า มิตรภาพเป็นสิ่งที่ดี....
ขอบคุณทุกท่านค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [22 ต.ค. 2545 , 21:35:02 น.] ( IP = 203.170.128.126 : : )


  สลักธรรม 9


ได้ข่าวว่าน้องกิ๊ฟแต่งกลอนเก๊งเก่ง

น้องกิ๊ฟช่วยแต่งกลอนเกี่ยวกับมิตรภาพที่ผูกพันจิตใจพวกเรากันหน่อยนะครับ

โดย น้องจุก [23 ต.ค. 2545 , 09:27:53 น.] ( IP = 203.149.34.211 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org