มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สิตางศุ์ ตอน กำลัง(ใจ) ภายใน





สิตางศุ์

ตอน กำลัง(ใจ) ภายใน




ความปวดรวดร้าว ระบมไปแทบทุกส่วนของร่างกาย ทำให้สิตางศุ์เกือบจะประคองร่างขึ้นไปบนห้องพระไม่ไหว แต่ด้วยจิตใจอันมั่นคงประกอบกับสัจวาจาที่เธอได้ให้ไว้กับพ่อว่า เธอจะต้องนำผลงานที่ได้กระทำไปถวายท่านทุกๆ คืน ดังนั้นแม้จะดึกดื่นเพียงใดก็ตาม เธอก็ไม่ย่อท้อ พยายามที่จะไปนั่งอยู่ ณ เบื้องหน้ารูปของพ่อให้ได้

ภาพในอดีตเมื่อครั้งที่เจ็บป่วยจนลุกแทบไม่ไหวผุดขึ้นในความทรงจำ วันนั้นพ่อรีบร้อนเดินเข้ามาหา ทำให้สิตางศุ์ดีใจเพราะคิดว่า พ่อเป็นห่วงเธอ
“พ่อ..หนูไม่ไหว ไม่ไหวแล้วจริงๆ ”
“สิตางศุ์…ลูกต้องไหว ทุกๆ คนกำลังคอยลูกอยู่ ลูกต้องอดทน ไปทำหน้าที่ อย่าทำให้พวกเขาผิดหวัง ! ”
พ่อก็ยังเป็นพ่อคนเดิมที่เธอรู้จักมาตั้งแต่เล็ก พ่อจะเป็นห่วงทุกๆคนเสมอ

เมื่อตอนเด็ก เธอเคยนึกน้อยใจเมื่อคิดเปรียบเทียบว่า ระหว่างเธอผู้ซึ่งเป็นลูก กับบรรดาลูกศิษย์ ดูเสมือนว่าพ่อจะเป็นห่วงพวกเขามากกว่า แต่เมื่อโตขึ้น เธอจึงพยายามบอก และปลอบใจตนเองว่า อาจเป็นเพราะพ่อคิดว่าเธอได้รับธรรมะจากท่านมามากแล้ว หากจะเปรียบเทียบกับลูกศิษย์คนอื่นๆ ฉะนั้นเธอจึงไม่ควรที่จะทำให้พ่อผิดหวัง


ความไม่ต้องการให้พ่อผิดหวังฝังรากลึกอยู่อย่างเหนียวแน่นภายในจิตใจของเธอตั้งแต่เล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีเหตุการณ์อย่างหนึ่งที่เธอจดจำฝังใจอย่างไม่มีวันลืม แม้เวลาจะผ่านมานานแค่ไหนก็ตาม คราใดที่เธอรู้สึกเหนื่อย เมื่อยล้า ท้อแท้ หมดกำลังใจ ภาพเหล่านั้นก็จะหวนกลับเข้ามาสู่ความนึกคิด

เย็นวันหนึ่ง ขณะที่เด็กน้อยกำลังนั่งง่วนเล่นขายของอยู่ตามลำพังเพียงคนเดียวในสวนหลังบ้าน
“สิตางศุ์…ลูกพ่อ อยู่ที่ไหน ?” เสียงของพ่อแว่วมาไกลๆ
หนูน้อยดีใจ รีบลุกขึ้นทันที บอกตัวเองว่า วันนี้พ่อกลับมาเร็ว พ่อคงจะซื้อขนมมาฝากเธอ รวดเร็วเท่าความคิด เธอรีบวิ่งออกไปในทันที
“พ่อขา หนูอยู่ที่นี่ค่ะ พ่อขา”


ด้วยความต้องการที่จะไปให้ถึงพ่อเร็วที่สุด จึงไม่ทันได้สังเกตว่ามีตอไม้ขวางอยู่ข้างหน้า เท้าเล็กๆ ที่กำลังซอยวิ่งมาด้วยความเร็วก็สะดุดเข้ากับตอไม้ เซถลาหน้าคะมำลงสู่พื้น เด็กน้อยร้องไห้จ้า

พ่อรีบวิ่งเข้ามา ตอนนั้นเธอยังคงนอนพังพาบ คว่ำหน้าร้องไห้อยู่กับพื้น เมื่อเงยหน้าเห็นพ่อวิ่งมาหา เธอยิ่งร้องไห้เสียงดัง และยิ่งดังขึ้นกว่าเดิมเมื่อรู้สึกปวดแสบบริเวณหัวเข่า และข้อศอก เธอแหงนหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตามองพ่อที่ยืนอยู่เบื้องหน้า พร้อมคิดในใจว่าประเดี่ยวพ่อคงจะอุ้ม และปลอบโยนเธอให้หายเจ็บ

ความรู้สึกขณะนั้น เวลาผ่านไปนานมาก เธอร้องไห้จนแทบไม่มีเสียง แต่ทว่าพ่อยังคงยืนมองเธอเฉยอยู่ เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพ่อไม่ปลอบ ยังจำได้ว่าตนต้องค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นเองด้วยความเจ็บปวด และทันทีที่ก้มลงมองหัวเข่าของตนเอง พบว่ามีเลือดออกมาก เธอก็ยิ่งแผดร้องเสียงดังกว่าเดิม

พ่อก็ยังคงยืนมองเธออย่างนิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น !
“…ฮือ ฮือ ..คุณพ่อใจร้าย…” เด็กน้อยไม่เข้าใจเลยว่า พ่อเฉยอยู่ได้อย่างไร ในเมื่อเรื่องราวที่ร้ายแรงและใหญ่โตได้เกิดขึ้นกับเธอถึงมากมายขนาดนี้
เธอร้องให้จนเหนื่อย ในที่สุดก็มีเสียงสะอื้นเพียงเบาๆ เธอคงเหนื่อยเกินกว่าที่จะร้องให้ต่อไปอีก


ถึงตอนนี้ พ่อจึงอุ้มเธอ พาเดินกลับเข้าบ้านโดยไม่พูดอะไรเลยสักคำ .
หลังจากที่พ่อทำแผลใส่ยาให้เธอเรียบร้อยแล้ว จึงได้นำขนมที่ซื้อกลับมาให้เธอรับประทาน ..ตอนนี้เด็กน้อยเริ่มมีอารมณ์ดีขึ้น พ่อจึงอุ้มเธอมาไว้บนตัก ลูบผมเธอเบาๆ พร้อมบอกว่า

“สิตางศุ์ ลูกต้องจำไว้นะลูกนะ ทุกคนที่เกิดมามีชีวิต ไม่มีใครไม่เคยหกล้ม ไม่มีใครไม่เคยเจ็บปวด ต่อไปเมื่อลูกโตขึ้นแล้ว ลูกจะพบว่าชีวิตนั้นลำบากนัก ลูกจะต้องพบกับความทุกข์ ความเจ็บปวดมากกว่านี้ หากลูกไม่อดทน ไม่พยายามที่จะช่วยเหลือตนเองแล้ว ชีวิตของลูกจะต้องพบกับความทุกข์ยากอย่างแน่นอน ฉะนั้นลูกของพ่อจะต้องอดทน ลูกล้มเอง ลูกก็ต้องลุกขึ้นเองให้ได้ …จงจำคำพ่อเอาไว้นะ เมื่อลูกเป็นลูกของพ่อ ลูกจะต้องฝึกหัดอดทน ความอดทนเท่านั้นที่จะช่วยลูกของพ่อได้”

เธอกลับคิดในใจว่า “ก็มันเจ็บนี่นา หนูไม่ได้อยากจะร้องสักหน่อย แต่มันร้องของมันเอง”
..แต่เธอก็รับปากกับพ่อว่า “ค่ะพ่อ หนูจะเป็นเด็กดี เด็กดีจะต้องต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ หนูเป็นเด็กดีก็ต้องเชื่อฟังพ่อ หนูจะอดทนค่ะ” …แล้วเธอก็รีบลงจากตักพ่อ มายืนทำท่าสัญญาแบบลูกเสือ…ตามแบบที่เคยเห็นมาจากพี่ชาย
ตอนนั้นเธอคงรับปากกับพ่อแบบนกแก้วนกขุนทอง โดยไม่เคยคิดเลยว่า ความอดทนนั้นเป็นธรรมะชั้นเลิศ เพราะเป็นธรรมที่ช่วยส่งเสริมให้บุคคลเดินทางไปสู่เป้าหมายตามที่ต้องการได้

เหตุการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต ประกอบกับคำสอนของพ่อที่ถ่ายทอดให้แก่เธอในยามที่ประสบปัญหานั้น ทำให้เธอซึมซับรับคำสอนนั้นโดยไม่รู้ตัว

โดย วยุรี [21 ต.ค. 2545 , 12:48:56 น.] ( IP = 203.113.38.8 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

อนุโมทนากับพี่วยุรีเป็นอย่างยิ่งค่ะ
อ่านเรื่องสิตางศุ์แล้ว ทั้งได้ความเพลิดเพลิน แล้วยังได้สาระธรรมอันยังประโยชน์แก่ชีวิตมากค่ะ
ขอให้พี่วยุรีมีกำลัง(ภายใน)ใจที่จะต่อสู้กับวิบาก และสร้างสรรงานการกุศลได้ตลอดไปค่ะ

โดย ธัญธร [22 ต.ค. 2545 , 22:08:22 น.] ( IP = 203.113.71.172 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org