
กมฺมกฺขยมรณ มีแสดงวจนัตถะว่า กมฺมสฺ ขโย = กมฺมกฺขโย ความสิ้นสุดแห่งกรรม ชื่อว่า กัมมักขยะ
กมฺมกฺขเยน มรณํ = กมฺมกฺขยมรณํ ความตายเพราะสิ้นสุดแห่กรรม ชื่อว่ากัมมักขยมรณะ
การตายเพราะความสิ้นสุดแห่งกรรม ชื่อว่า กัมมักขยมรณะ
บางคนเกิดขึ้นมาแล้วมีอายุน้อยเหลือเกิน เพราะเกิดมาได้เพียงวันเดียว หรือ ๕ ปี ๑๐ปีเท่านั้นก็ตายแล้ว แต่บางคนอายุยิ่งน้อยไปอีกเพราะตายเสียก่อนที่จะได้เห็นเดือนเห็นตะวัน ในเรื่องของกรรมนั้นมีอำนาจหลายอย่าง กรรมบางอย่างทำให้รูปผันแปรเปลี่ยนแปลงเป็นรูปใหม่ไปก็ได้ ในทางธรรมะตั้งชื่อให้ว่ากรรมชรูป กรรมบางอย่างมีอำนาจช่วยอุดหนุนหรือส่งเสริมให้เกิดการปฏิสนธิในภพใหม่ชาติใหม่ ในทางธรรมะตั้งชื่อให้ว่าชนกกรรม กรรมบางอย่างมีหน้าที่ช่วยสนับสนุนรูปนามที่เกิดจากชนกกรรมให้ตั้งอยู่ในภพนั้นๆได้ เรียกชื่อว่า อุปถัมภกกรรม และกรรมบางอย่างเข้าไปตัดรอนวิบากและกรรมชรูปที่เกิดจากชนกกรรม คือทำให้ชีวิตต้องดับสูญสิ้นลง ในทางธรรมะมีชื่อว่า อุปฆาตกรรม
กรรมทุกๆอย่างล้วนมีอำนาจทั้งนั้น มีความสามารถที่จะให้บังเกิดผลได้เสมอ ถ้ามันมีกำลังเพียงพอ แต่ที่มันยังไม่ได้แสดงผลขึ้นมาก็เพราะกรรมอื่นที่มีกำลังมากกว่ากำลังให้ผลอยู่ ยังไม่ได้เปิดช่องโอกาสให้เท่านั้นเอง จึงสงบอยู่ ตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายก็คือ เมื่อมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันขึ้นเป็นการใหญ่ จิตใจก็ย่อมจะตั้งมั่นไม่ได้ เพราะเรื่องที่ทะเลาะกันเหล่านั้นมีกำลังมาก เรื่องนั้นๆจึงได้มากระทบจิตใจทำให้เกิดความครุ่นคิดเคียดแค้น หรือเศร้าหมอง ปิดบังขวางกั้นอารมณ์ทั้งหลายให้หมดโอกาส หรือมีโอกาสน้อยที่จะเกิดได้ และเกิดได้นานๆ
แม้จะมีเรื่องเร้าร้อนอยู่ภายในจิตใจมากมายก็ตาม แต่ถ้ามีอารมณ์ที่แรงๆเข้ามากระทบ เรื่องเร่าร้อนเหล่านั้นก็จะสะดุดหยุดลงชั่วคราว เช่นเมื่อมีคนมาคุยถึงเรื่องที่มีความสนใจ หรือมีคนมาพูดตลกคะนองทำให้เกิดความขบขัน หรือว่าเกิดถูกล๊อตเตอรี่รางวัลใหญ่ขึ้นมา อำนาจของอารมณ์ที่แรงกว่าเข้ามากระทบ จึงทำให้ความเร่าร้อนคนุ่นเคืองที่คุกรุนอยู่ในใจระงัยลงได้ชั่วครู่ชั่วยาม ทั้งนี้ย่อมเป็นการแสดงว่า อำนาจของอารมณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นมา ซึ่งก็คือ กรรม นั่นเอง ต้องต่อสู้กันเองอยู่เสมอ ถ้าใครมีอำนาจมากก็มีความสามารถยึดครองเอาไว้ได้นาน ถ้าอำนาจลดลง ก็ถูกกรรมอันอื่นที่เหนือกว่าเข้ามาตัดรอนแล้วแสดงบทบาทแทน
ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายก็เหมือนกัน เมื่อชนกกรรมนำเกิดขึ้นมาในภพชาติแล้ว จะเป็นมนุษย์หรือสัตว์เดรัจฉานก็ตาม ชนกกรรมนำให้เกิดก็หมดหน้าที่ลง รูปนามที่เกิดขึ้นมาแล้วนี้ก็จะได้รับการอุดหนุนบำรุงต่อไปให้รูปนามชนกกรรมนำให้เกิด ยังคงอยู่ได้ในภพนั้นๆต่อไป กรรมดังกล่าวนี้เรียกว่า อุปถัมภกกรรม และถ้าอุปถัมภกกรรมอันเป็นกรรมที่ได้ทำมาแล้วในอดีตหมดอำนาจลง ไม่สามารถที่จะอุปถัมภ์ค้ำจุนได้อีกต่อไปแล้ว บุคคลนั้นก็จะถึงซึ่งความตาย การสิ้นสุดของกรรมที่ปกปักรักษานี้แหละเรียกว่า กัมมักขยะ คือตายลงไปเพราะสิ้นกรรมที่จะอุปถัมภ์ค้ำชู อาจจะมีอายุอยู่ไม่กี่นาที ไม่กี่วันหรืออาจจะมีอายุมากก็ได้
ความตายดังกล่าวนี้ เปรียบเหมือนดวงประทีบที่ต้องดับลงไปเพราะหมดน้ำมัน