มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อยากทราบว่าพระอานนท์นิพพานที่ไหน?




อยากทราบว่าพระอานนท์พุทธอนุชานั้น นิพพานอายุเท่าใดและที่ไหน มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้างครับ
ขอบคุณมาก

โดย โคจรธรรม [17 ส.ค. 2544 , 14:27:22 น.] ( IP = 203.170.146.87 : : 203.170.146.87 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

เมื่อพระอานนท์เถระช่วยกระทำสังคายนาเสร็จแล้ว ท่านก็ได้เที่ยวไปโปรดสัตว์อยู่อีก 40 พระวัสสา จนพระชนมายุได้ 120 พระวัสสา อยู่มาวันหนึ่ง ท่านได้พิจารณาอายุสังขารของท่านว่า ชราภาพ ถึง 120 ปีแล้ว เมื่อพิจารณาไปในเบื้องหน้าพบว่า อายุสังขารท่านนั้นยังอีก 7 วัน ก็จะสิ้นสูญเข้าสู่พระนิพพาน ท่านจึงพิจารณาว่าจะเข้านิพพาน ณ ที่ใด ก็เห็นว่าท่านจะเข้าสู่พระนิพพานที่ปลายแม่น้ำโรหิณี ซึ่งอยู่ระหว่างเมือง กบิลพัสดุ์ กับ เมืองโกลิย มหาชนในที่นั้นเป็นญาติวงศาก็มี ที่มีคุณูปการปฏิบัติท่านมาก็มีมาก ถ้าท่านไปเข้านิพพาน ณ ที่นั้น จะเป็นคุณูปการแก่ชนทั้งหลายเป็นอันมาก ดังนั้น ท่านจึงออกจากเมืองกบิลพัสดุ์ มุ่งไปมหาคาม ครั้นถึงจึงบอกลาพระสงฆ์ทั้งหลาย แล้วสอนว่า
ท่านทั้งหลายอย่าได้ประมาทในคำสอนของพระบรมศาสดา จงเร่งตั้งใจเจริญสิกขาทั้ง 3 คือ อธิศีลสิกขา อธิจิตตสิกขา อธิปัญญาสิกขา และเมื่อท่านเห็นพระสงฆ์ทั้งหลายโศกเศร้าเสียใจ ท่านก็เทศนาสั่งสอนว่า ธรรมดาเกิดมาเป็นสัตว์สังขารแล้ว ล้วนไม่เที่ยงไม่แท้ ย่อมแปรปรวนวิปลาส ไม่พ้นอนิจจังไปได้ จะว่าไปไยถึงสัตว์มีชีวิต ถึงต้นไม้และภูเขาก็เป็นอนิจจังไม่เที่ยงแท้

ครั้นถึงวันเป็นคำรบ 7 พระอานนทเถระจะเข้าสู่พระนิพพาน ท่านจึงอธิษฐานให้เป็นบัลลังก์ ในท่ามกลางแม่น้ำโรหิณี แล้วท่านก็ขึ้นสู่บัลลังก์ เทศนาโปรดเทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย ที่มาประชุมกันทั้งสองฝั่งแม่น้ำโรหิณี
มีความว่า ตัวท่านทั้งหลายได้เกิดมาเป็นมนุษย์ แต่ล้วนได้บำเพ็ญกุศลมา อย่าได้ประมาท จงมีศรัทธาอุตสาห์รักษาศีลให้บริสุทธิ์ จงมีปัญญาหน่วงเอาคุณพระรัตนตรัย อย่าสงสัยในคุณทั้ง 3 ประการ อย่าเกียจคร้านในการกุศล จงเร่งขวนขวาย ยกตนให้พ้นจากอำนาจอนิจจังให้จงได้ จงพยายามไปให้แจ้งในห้องแห่งพระจตุราริยสัจทั้ง 4 ประการ หน่วงเอาพระนิพพานเป็นที่ยิ่ง จงสละทิ้งทั้งโลภะ โทสะ โมหะ ให้สูญเป็นที่สุดในครั้งนี้ จากนั้นท่านได้แสดงพระจตุราริยสัจทั้ง 4 ประการ คนทั้งหลายผู้ที่มีปรีชาญาณ ครั้นได้ฟัง ก็ตั้งอยู่ในมรรคและผลตามวาสนาบารมีของตน เมื่อจบพระธรรมเทศนาแล้ว[font color="red"] ท่านก็ได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ด้วยประการต่าง ๆ แล้วตั้งจิตอธิษฐาน ให้กายของท่านแตกออกเป็น 2 ภาค ภาคหนึ่งให้ไปตกฝั่งฟากโน้น อีกภาคหนึ่งให้ตกลงฝั่งฟากนี้ แล้วท่านได้เจริญเตโชกสิณ ยังเปลวเพลิงให้บังเกิดในกาย สังหารมังสะและโลหิตให้สิ้นสูญ ยังเหลืออยู่แต่พระธาตุมีสีขาวดังสีเงิน
พระธาตุที่เหลือจึงแตกออกเป็น 2 ภาค ด้วยกำลังอธิษฐานของท่าน บรรดาผู้ที่มาประชุมกัน ณ ที่นั้น ต่างก็รองรับพระธาตุไว้ แล้วกระทำเจดีย์บรรจุพระธาตุไว้ ทั้ง 2 ฟากฝั่งแม่น้ำโรหิณี


ข้าพเจ้า บุษกร เมธางกูร ขอนอบน้อมสักการะบูชา ท่านพระอานนท์อริยเจ้าด้วยเศียรเกล้า




โดย อจ.บุษกร เมธางกูร - [17 ส.ค. 2544 , 16:06:44 น.] ( IP = 203.148.169.254 : : )


  สลักธรรม 2

นิพพานที่ใจขอรับ ...
กราบประทานโทษที่ตอบสั้น ๆ
โปรดพิจารณา...

โดย โก๋ขอรับ [17 ส.ค. 2544 , 21:26:02 น.] ( IP = 203.107.245.151 : : )


  สลักธรรม 3

สวัสดีค่ะทุกๆท่านและคุณโก๋ด้วยนะคะ_/¦\_ ต้องขอเข้ามาแนะนำสักนิดเพื่อความตั้งมั่นของทิฎฐิที่ถูกนะค่ะ ที่ว่านิพพานที่ใจนั้นยังไม่ถูกนะค่ะ ขอโทษนะค่ะเพราะยังไม่ใช้การตอบที่เป็นสัมมาทิฎฐิค่ะเพราะต้องเข้าใจว่า พระนิพพาน มีความสงัดจากกิเลสและขันธ์ ๕ เป็นลักษณะค่ะ แต่ต้องทราบนะค่ะว่า วิเสสลักษณะ ของพระนิพพานนั้น มี ๓ ประการ เท่านั้นนะค่ะ
ดังพระบาลีที่แสดงว่า
สนฺติลกฺขณมจฺจุตรส
นิพฺพาน อมตํ อนิมิตฺตํ
อุปฎฐานํ ปทฏฺฐานํ น ลพฺภติ ฯ
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมกล่าวสภาวธรรมชนิดหนึ่ง ที่เข้าถึงได้และมีอยู่โดยเฉพาะ ไม่เกี่ยวด้วยองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมกล่าวสภาวธรรมชนิดหนึ่งที่ เข้าถึงได้และมีอยู่โดยเฉพาะไม่เกี่ยวด้วย สังขตธรรม
ไม่มีความตาย ก้าวล่วงจากขันธ์ ๕ เสียได้ ไม่ถูกปรุงแต่งด้วยปัจจัย ๔ อย่างใดเลย
จัดว่าเป็นธรรมที่ประเสริฐสุดค่ะ ดังนั้นจึงต้องขอแก้นะค่ะ พระนิพพานนั้นตอบสั้นๆไม่ได้หรอกค่ะ

โดย อจ.บุษกร เมธางกูร - [18 ส.ค. 2544 , 07:10:07 น.] ( IP = 203.148.169.117 : : )


  สลักธรรม 4

กราบขอบพระคุณ อจ.มากเลยขอรับ
ที่เพิ่มเติม
สมัยก่อนผมเล่น ไอซีคิว บ่อย มีท่าน ๆ หนึ่งสนใจ และรู้ธรรมลึกซึ้งมาก
แซทกับผมสด ๆ ถามหลายเรื่อง โดยเฉพาะ เรื่องนิพพานนี่

ผมนะไม่รู้หรอก ว่าคืออะไร จึงค้นคว้า
ตามที่ หลวงตา หลวงพ่อ หลาย ๆ ท่านกล่าวถึง
ไม่ทราบตามพระอภิธรรม
เช่น ของหลวงตามหาบัว (ถ้าสนใจ จะคัดมาให้ขอรับ อยู่ตรงไหน ในระบบ คงต้องไปทำ copy มา) ต่อนะครับ...

เขายกตัวอย่างมาถามผม ผมก็ตอบว่า ไม่ใช่ ลูกเดียว เพราะตอนนั้นไม่ทราบรายละเอียด
ก็ตามไปว่า ไม่ใช่ ๆๆๆๆ ลูกเดียว
เขาถาม เขายกตัวอย่าง มาเยอะมาก ๆ
คนป่วยเข้า โรงบาล จะตายแล้ว
คนนอนหลับ คน ฯลฯ โอ้ย เยอะจนผมปวดหัวไปหมด
คือแกถามจนผม งง และคิดตามไม่ทัน
ผมเลยตอบเข้าไปไว้ ให้พิจารณาใจเป็นหลัก
ให้รู้ทันใจ ทันจิตเข้าไว้
คือตอบลักษณะปัจจุบัน เข้าไว้ ๆ
เขานิ่งไปพักหนึ่ง แล้วก็ตอบกลับมาว่า
อ๋อ... ผมเข้าใจแล้ว ......
ผมงี้งง เลยครับ ทำไมเขารู้ได้
ผมยังไม่รู้ แล้วเขาก็ off icq ไป
ไปพร้อมกับความสงสัยของผม
เขาเข้าใจเรื่องนิพพาน แต่ผมนี่สิ
ต้องหาใหม่ หุหุ

ยาวเลยครับ
อจ.ครับ ผมอ่านสองรอบแล้ว ข้างบน
ก็ยังคลางเครงใจไม่น้อย เพราะ ภาษายากต่อการเข้าจริง ๆ
ต้องกราบประทานโทษด้วย
แต่เข้าใจว่า ตามที่ตอบ
นิพพานนี่ ต้องตายแล้ว จึงไปใช่หรือไม่ขอรับ
หรือว่า เป็น ๆ นี่แหละ ก็นิพพานได้
ขออนุญาตเจ้าขอกระทู้ ใช้กระทู้ซ้อนกระทู้ไปเลย

โปรดเมตตา....

โดย โก๋ขอรับ [18 ส.ค. 2544 , 07:55:56 น.] ( IP = 202.47.238.183 : : )


  สลักธรรม 5

ค่ะคุณโก๋ ดืมากเลยค่ะที่พยายามหาความจริง..เพราะความจริงสูงกว่าความรู้นะค่ะพระนิพพานนั้นเป็นการดับกิเลสโดยสิ้นเชิงไม่เหลือค่ะ ( สมุเฉทปหาน) ดังนั้นขณะที่มีชีวิตค่ะพระนิพพานถึงเกิด มี 4 ครั้งเท่านั้นนะค่ะคือ พระโสดา พระสกทาคา พระอนาคา พระอรหันต์ค่ะแต่เมื่อถึงพระอรหัตย์กิเลสอนุสัยหมดสิ้นเป็นการสิ้นสุดวัฎฎะสงสารเลยค่ะไม่ต้องเกิดอีกวันนี้ขอตัวก่อนนัค่ะจะไปสอนแล้วค่ะที่มูลนิธิอภิธรรมค่ะไว้จะกลับมาอีกนะค่ะ

โดย อจ.บุษกร เมธางกูร - [18 ส.ค. 2544 , 08:12:03 น.] ( IP = 203.148.169.225 : : )


  สลักธรรม 6

ตามที่อาจารย์บุษกร เมธางกูร ได้ตอบมานั้น ตรงประเด็นมาก เพราะเรื่อง "พระนิพพาน" นี้เราจะพูดกันเองไม่ได้เพราะเป็นสภาวะธรรมที่พระอริยบุคคลได้เข้าถึงแล้ว พระนิพพานเป็นอารมณปัจจัยให้แก่มัคคจิต และผลจิต หากไม่มีพระนิพพานเป็นอารมณ์แล้ว มัคคจิตและผลจิตก็เกิดขึ้นไม่ได้ ที่พูดกันว่านิพพานที่ใจนั้นจึงไม่ถูกต้อง เพราะว่าการประหาณกิเลสนับตั้งแต่โสดาปัตติมัคคจิตทำหน้าที่ประหาณครั้งแรกที่มีพระนิพพานเป็นอารมณ์ ตลอดจนถึงอรหัตตมัคคจิตประหาณครั้งสุดท้าย กิเลสถูกทำลายเป็นมสุทเฉทประหาณ ทำให้สิ้นอาสวะทั้งปวง เพราะฉะนั้นการนิพพานจึงไม่ใช่ใจ ดังนั้นผู้ที่ยังไม่ได้ถึงการดับกิเลสให้สิ้นแล้วดังพระอริยเจ้าท่าน แต่ได้กล่าวอ้างว่าเป็นพระอริยนั้น น่ากลัวมากครับเพราะเป็นการอวดอุตตริมนุษยธรรม และเป็นเหตุและปัจจัยให้แก่มิจฉาทิฎฐิได้ครับผม

โดย สง่า มาดี [18 ส.ค. 2544 , 08:33:47 น.] ( IP = 203.148.169.225 : : )


  สลักธรรม 7

_/¦\__/¦\_สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

โดย วยุรี สุวรรณอินทร์ [18 ส.ค. 2544 , 08:45:33 น.] ( IP = 203.170.147.121 : : 203.170.147.121 )


  สลักธรรม 8

อื่มเริ่มเข้่มข้นแล้ว
เรื่องนิพานนี่ มีการพูดกันเยอะ
เลยแยกแยะไม่ถูก บางท่านไม่กล้าแตะเลย
เพราะกลัวบาป ไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์
ด้วยเกรงไม่รู้จริง ไม่เข้าใจจริง
วันนี้ผมติดธุระเช่นกัน คงจะยาวไม่ได้
แต่เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก การนำนิพพาน
เข้าสู่เยาวชน ชาวพุทธโดยทั่วไป เป็นเรื่องยุ่งยาก
และไม่ให้ความสนใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียยิ่ง
เพราะเรื่องนิพพานนี่ มีกล่าวถึงใน มงคล 38 ด้วย

แต่อย่างไร ไหน ๆ ก็มาแล้ว ผมขออนุญาตนำงานเก่า
ที่ผมเคยเผยแพร่ มาฝากไว้
หากมีสิ่งใดที่ควรชี้แนะเพิ่มเติม ก็แจมกันได้เลย
ผมไม่กลัวหรอกที่จะไปนรกสวรรค์ ขอให้รู้ความจริง
ได้แสดงออกเป็นใช้ได้ ผิด เราก็แก้ให้มันถูกครับ
ใช้หลัก 3 ข้อ
1.เสรีภาพ
2.เสมอภาค และ
3.ภราดรภาพ
ซึ่งเป็นหลักการบริหารที่คนสมัยโบราณเขาใช้
ปัจจุบัน ฝรั่งยังมาศึกษาและนำไปใช้กัน
คือยุค สุโขทัยของเรา ศิลปะวัฒนธรรม
โดยเฉพาะ พุทธศาสนา มีความเจริญรุ่งเรืองมาก
ระบอบการปกครองเป็นแบบ พ่อปกครองลูก
ประชาชน อยู่ดีมีสุข มีธรรมะ แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน
เหมือนอณาจักรกรีก ที่มีศิลปะ แขนงต่าง ๆ เจริญรุ่งเรือง แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน
ไม่เหมือนสมัยโรมัน วิทยาการ ความรู้ ก้าวหน้ามาก
แต่ก็มีศึก สงครามมากเช่นกัน ทุกวันนี้
สังคมโลก มีรากฐานมาจากโรมันทั้งสิ้น....

โอเคขอรับ
เพิ่มเติมเรื่องนิพพานได้ที่นี่
วิเคราะห์ พิจารณา กันตามอัธยาศรัย....
http://www.tourthai.com/gallery/general/pic07992.shtml

โดย โก๋ขอรับ [18 ส.ค. 2544 , 12:31:37 น.] ( IP = 203.144.239.146 : : )


  สลักธรรม 9

ในสมัยนั้นมีความเจริญมากก็จริงค่ะแต่ในหลักฐานสีปาดไม่เห็นมีการระบุว่าผู้ใดเป็นพระอรหันต์บ้าง? ถ้ามีหลักฐานช่วยให้ความรู้แก่สีปาดด้วย..ด้วยความเคารพค่ะ

โดย สีปาด..ปาดสี [18 ส.ค. 2544 , 18:42:56 น.] ( IP = 203.155.227.10 : : )


  สลักธรรม 10

แม้โลกของเราจะกว้างใหญ่เพียงใด ก็เป็นเพียงแค่เรารู้ และทราบได้เฉพาะที่มีสัญญา
ไม่ว่าจะเคยเรียนในชั้นเรียน
ในตำรา ผู้อื่น เอ่ยให้ฟัง

จักรวาลนี้กว้างใหญ่ยิ่งนัก
จะมีเพียงโลกเราเพียงแห่งเดียวกระนั้นหรือ

พระปัจเจกพุทธเจ้า อุบลเกิดขึ้นมามากมาย
พระพุทธเจ้า ในตำราที่บันทึกไว้ ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ก็จะมีมาอีกไม่จบไม่สิ้น

บางท่าน แม้ไม่ได้เกิดในพระพุทธศาสนา
ก็สามารถบรรลุธรรมได้
สังเกตุได้อย่างไร
ในต่างประเทศเช่น ไต้หวันเป็นต้น ก็เคยมีผู้บันทึก
เกี่ยวกับกระดูก ผู้ตาย ซึ่งมีลักษณะ เป็นพระธาตุ
บ่งบอกถึงผู้มีธรรมสูง

บางแห่ง หรือแทบจะทุกแห่งบนพื้นโลกนี้
ก็มักมีการค้นพบอยู่มากมายเช่นกัน
เปรียบได้กับเม็ดทรายในมหาสมุทร
มากเสียจน ไม่สามารถนับจำนวนได้

เราเห็นท้องฟ้า ก็อยากจะรู้ว่า ฟ้าสุดที่ไหน
เหนือฟ้ามีอะไร เหนือจักวาลมีอะไร เหนือจักรภพมีอะไร
เป็นความสงสัยที่ไม่สิ้นสุด
เป็นนิวรณ์ ที่หาข้อยุติมิได้

หากต้องการหาอะไรสบาย ๆ ไปอ่าน
เรื่องหมาเรื่องแมวของผมที่นี่ครับ ใหม่ ๆ สด ๆ กันเลย
เพิ่มเติมที่นี่ครับ http://www.tourthai.com/gallery/general/pic08351.shtml

เรียนเชิญมา ด้วยความเคารพยิ่งครับ

โดย โก๋ขอรับ [18 ส.ค. 2544 , 19:16:03 น.] ( IP = 203.107.243.31 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org