มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดีจริงหรือ




มีนักพูดนักเทศน์และนักการเมือง พูดติดปากว่า
ทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดี
คำพูดเช่นนี้เป็นจริงหรือ

โดย เณรวัส [28 ต.ค. 2545 , 17:20:47 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


.สวัสดีครับเณรวัส วันนี้มาแบบสุดๆเลยนะครับ
เณรชิตขอตอบว่า..ไม่แน่ใจครับ เพราะการเป็นคนดีนั้น ต้องมีองค์ประกอบมากมาย
และเราก็ไม่ทราบเลยว่า แต่ละที่นั้นสอนอะไรกัน
พระพุทธเจ้าทรงเตือนว่า
..


.อย่าเชื่อโดยฟังตามกันมา
อย่าเชื่อโดยอ้างตำรา
อย่าเชื่อโดยผู้พูดน่าเชื่อ
อย่าเชื่อโดยอนุมานเอา......เป็นต้น
..


.การที่มีพระนักเทศน์ หรือนักการเมืองพูดอย่างนั้น
ก็เข้าในข้อง ...ฟังตามกันมา...หรือไม่ก็อนุมานเอา
ดังนั้นจึงยังไม่น่าตัดสินเด็ดขาดได้
..


โดยเฉพาะท่านที่กล่าวนั้นไปได้รับฟัง
การสอนมาทุกศาสนาหรือไง..อย่าว่าแต่ไม่เคยเลย
แค่พระพุทธศาสนาที่นับถืออยู่..ในทะเบียนบ้านนั้น
ท่านเหล่านั้นรู้ไหมว่า


....พระพุทธเจ้าสอนอะไร ..เพื่ออะไร..ได้อะไรจากการนับถือ

นี้คือข้อชี้บ่งให้เห็นว่า..การที่พูดโดยเหมาหมดนั้นเป็นการพูดที่ขาดความรู้จริง

เมื่อเป็นเช่นนั้น เณรชิตจึงตอบว่า..ไม่แน่หรอกครับว่าสอนให้เป็นคนดีเหมือนกัน
.

หลักธรรมที่ดำเนินสู่ความเป็นคนดีก็มีมาก
เช่น โลกบาลธรรม
พรหมวิหารธรรม
สาราณียธรรม
สัปปุริสธรรม
นาถกรณธรรม

*** ถ้ามีหลักธรรมประจำใจและใช้ด้วยเป็นคนดีแน่ครับผม
..



โดย เณรชิตครับ [28 ต.ค. 2545 , 19:25:36 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 202.183.157.184 )


  สลักธรรม 2


....ตอบไม่ได้เพราะไม่เคยฟังศาสดาอื่นเลยนิ....

แล้วจะไปเชื่อได้ไงนิ

โดย กุสล [28 ต.ค. 2545 , 23:54:19 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.147.119 )


  สลักธรรม 3

นักพูดนักเทศน์และนักการเมือง พูดติดปากว่า
ทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดี
คำพูดเช่นนี้เป็นจริงหรือ ?????



ดีจริงหรือไม่ ..ยังไม่ขอตัดสิรในตอนนี้ ....เพราะในความเห็นของน้องกิ๊ฟนั้น มองคำพูดนี้เป็นหลายมุมค่ะ
คือต้องพิจารณาทั้งพื้นฐานทางความคิดของผู้พูด และความมุ่งหมายของผู้พูดอีกด้วย
แต่ก่อนที่จะไปพบกับมุมต่างๆก็ต้องทำความเข้าใจสักนิดนะคะว่า
การให้ความเห็นนี้ มิได้เป็นไปเพื่อวิวาทะเกี่ยวกับการตั้งกระทรวงพระพุทธศาสนา
เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับคำถามประโยคนี้เท่านั้นเอง


มุมแรก ..น้องกิ๊ฟมองว่า ทั้งสองท่านคือทั้งนักการเมืองและนักเทศน์นั้น มีพื้นฐานทางความคิดที่เป็นไปเพื่อสันติภาพ คือ เป็นการกล่าวโดยรวมว่า อุดมคติของทุกศาสนานั้น ต่างก็มีความต้องการให้ศาสนิกของตนเป็นคนดีตามหลักความเชื่อที่ศาสดาของแต่ละศาสนากำหนดขึ้น ซึ่งเมื่อศึกษาเกี่ยวกับศาสนาสากลแล้วก็จะพบว่า คำว่าความดีที่ปรากฏในแต่ละศาสนา(ไม่ใช่ลัทธิ)นั้น ก็จะมีส่วนที่คล้ายคลึงกันในเรื่องของการบริจาคทาน คุณธรรม และศีลธรรมบางประการ แต่จะแตกต่างกันในรายละเอียดของข้อปฏิบัติ ข้อห้ามต่างๆ และความดีหรือความสุขสูงสุดในศาสนา

ด้วยเหตุนี้ ผู้พูดที่มีพื้นฐานการพูดมาจากเหตุนี้ ก็นับได้ว่า เป็นการมองความดีในมุมกว้าง
และเป็นการพูดเพื่อสันติภาพในการอยู่ร่วมกันของหลายศาสนา เป็นการมองในมุมของความสามัคคีนั่นเอง



มุมที่สอง..น้องกิ๊ฟมองว่า ถ้าหากผู้พูดทั้งสองท่านนั้น มีเจตนาที่จะไกล่เกลี่ยความขัดแย้งมิให้บานปลาย ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว หรือคนในสังคมเดียวกัน ….ทั้งที่ผู้พูดรู้ว่า สิ่งใดคือสิ่งที่ดีแท้และสิ่งใดคือสิ่งที่ดีเทียม สามารถมองได้ว่าที่พูดเช่นนั้นก็เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ต้องการสร้างกระแสให้เกิดความแตกแยก และอาจมีความเชื่อเป็นส่วนตัวอยู่ว่า เป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะนับถือศาสนา ผู้มีปัญญาก็จะเลือกในสิ่งที่มีคุณค่าได้เอง
การไปโต้แย้งให้เกิดความแตกแยกนั้น จึงไม่ยังประโยชน์ให้แก่ใครเลย


มุมสุดท้าย ถ้าหากมองจากอุดมคติของพุทธศาสนา ก็คงต้องนำหลักธรรมมาพิจารณาว่า ผู้พูดทั้งสองท่านนั้นมีภูมิธรรมเพียงไหน ทราบหรือไม่ว่า สัมมาทิฏฐิคืออะไร …ความดีที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้คืออะไร …ก็อย่างที่เราทราบกันมาแล้วว่า ความจริงมีหลายระดับ คือ จริงของเรา จริงของเขา และจริงของพระพุทธเจ้านั่นเอง ซึ่งรายละเอียดตรงนี้ได้ปรากฏคำอธิบายไว้ในสลักธรรม ๑ แล้ว

สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความเห็นอย่างย่อๆเท่านั้นนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [29 ต.ค. 2545 , 16:34:27 น.] ( IP = 203.146.170.16 : : )


  สลักธรรม 4

คนดีดียืนนาน
มีหลักการประจำใจ
ธรรมะนะหลักใหญ่
ย่อมดีแท้แม้ลับตา...

โดย ดอกสารภี [29 ต.ค. 2545 , 22:28:15 น.] ( IP = 202.28.25.183 : : )


  สลักธรรม 5

จุดเด่นของพระศาสนา..คือ

.การชำระจิตใจให้บริสุทธิ์.

. ทุกศาสนาเพียรสอนให้ ละชั่ว ทำดีแต่พระพุทธศาสนาสอนให้ชำระจิตให้บริสุทธิ์อีกด้วยค่ะ...ดังคำสอนใน..โอวาทปาติโทกข์คือ .

สัพพปาปัสสอกรณัง
การไม่ทำบาปทั้งปวง


กุสลัสสูปสัมปทา
การทำกุศลให้ถึงพร้อม
.

.สจิตตปริโยทปนัง
การนำจิตให้ผ่องแผ้ว

.


ขอเพียงทราบหลักธรรมที่แท้จริง..เราจะทราบความจริงได้เองค่ะ.

โดย อ.บุษกร เมธางกูร - [30 ต.ค. 2545 , 07:25:44 น.] ( IP = 203.170.128.113 : : )


  สลักธรรม 6


สวัสดีค่ะ ทุกๆ ท่าน


ก็เคยได้ยินเหมือนกันในคำพูดที่ว่า ทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดี
แต่ไม่เคยเข้าไปศึกษาแก่นแท้ของศาสนาอื่นๆ เท่ากับศาสนาพุทธ ที่มีคำสอนให้เป็นคนดี
เลยขอนำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ มาฝากให้พวกเราได้อ่านกันนะคะ


ในพระไตรปิฎก เล่มที่ 36
มีการกล่าวถึง คนดี และคนดียิ่งกว่าคนดี ว่า...



คนดี เป็นไฉน
คนบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต จากอทินนาทาน
จากกาเมสุมิจฉาจาร จากมุสาวาท จากการพูดส่อเสียด จากการพูดคำหยาบ
จากการพูดเพ้อเจ้อ เป็นผู้ไม่โลภอยากได้ของเขา ไม่พยาบาทปองร้ายเขา
เห็นชอบตามทำนองคลองธรรม นี้เรียกว่า คนดี



คนดียิ่งกว่าคนดี เป็นไฉน
คนบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เว้นขาดจากปาณาติบาตด้วยตนเองด้วย
ชักชวนผู้อื่นให้เว้นจากปาณาติบาตด้วย เป็นผู้เว้นขาดจากอทินนาทานด้วยตนเอง
ด้วย ชักชวนผู้อื่นให้เว้นจากอทินนาทานด้วย เป็นผู้เว้นขาดจากกาเมสุมิจฉาจาร
ด้วยตนเองด้วย ชักชวนผู้อื่นให้เว้นจากกาเมสุมิจฉาจารด้วย เป็นผู้เว้นขาดจาก
มุสาวาทด้วยตนเองด้วย ชักชวนผู้อื่นให้เว้นจากมุสาวาทด้วย เป็นผู้เว้นขาดจาก
การพูดส่อเสียดด้วยตนเองด้วย ชักชวนผู้อื่นให้เว้นจากการพูดส่อเสียดด้วย
เป็นผู้เว้นขาดจากการพูดคำหยาบด้วยตนเองด้วย ชักชวนผู้อื่นให้เว้นจากการพูด
คำหยาบด้วย เป็นผู้เว้นขาดจากการพูดเพ้อเจ้อด้วยตนเองด้วย ชักชวนผู้อื่น
ให้เป็นผู้เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อด้วย เป็นผู้ไม่โลภอยากได้ของเขาด้วยตนเองด้วย
ชักชวนคนอื่นไม่ให้โลภอยากได้ของเขาด้วย ไม่พยาบาทปองร้ายเขาด้วยตนเอง
ด้วย ไม่ชักชวนให้ผู้อื่นพยาบาทปองร้ายเขาด้วย เป็นผู้เห็นชอบตามทำนอง
คลองธรรมด้วยตนเองด้วย ชักชวนผู้อื่นให้เห็นชอบตามทำนองคลองธรรมด้วย
นี้เรียกว่า คนดียิ่งกว่าคนดี



เป็นยังไงบ้างคะ อ่านแล้วพิจารณาเองก็แล้วกันนะคะ !

โดย วยุรี [31 ต.ค. 2545 , 06:54:21 น.] ( IP = 203.113.39.8 : : )


  สลักธรรม 7

อนุโมทนาครับ

น้องจุกทราบแต่ว่าจะพยายามทำตัวให้เป็นคนดี และขยันเรียนพระอภิธรรมให้เข้าใจ เพื่อจะได้ปฏิบัติให้เข้าถึงครับ

โดย น้องจุก [31 ต.ค. 2545 , 14:49:37 น.] ( IP = 203.149.33.248 : : )


  สลักธรรม 8

ทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดีนั้นเป็นความจริง

แต่ความดีของแต่ละศาสนานั้นไม่เหมือนกัน

ความดีจึงต่างกัน ตามที่ศาสนานั้น ๆ สอน แล้วแต่ว่าสอนไว้ว่าอะไรเป็นความดีในศาสนาของตน ๆ

เช่น อิสลามสอนว่าการฆ่าศัตรูหรือการตายในสนามรบเพื่อการเผยแผ่ศาสนานั้นเป็นความดีของเขา

การฆ่าคนนอกศาสนาไม่บาป แต่ห้ามฆ่าพวกเดียวกัน เป็นความดีของเขา

หลักการเรื่องรูปเคารพ (มีลักษณะทำร้ายน้ำใจผู้อื่น)
เริ่มด้วยการทำลาย เช่นนักการเมืองฝ่ายอิสลามเป็นใหญ่ต้องย้ายพุทธรูปออกสถานที่นั้น ๆ หรือถ้าเคร่งจัด ก็ถึงขึ้นมีการทำลายรูปเคารพของศาสนาอื่น ๆ ออกจากเมืองนั้นไปเลย (อย่างเช่นตะลีบันทำลายพระพุทธรูป ที่ประเทศปากีสถาน) ถือเป็นความดีของเขา (แต่มีลักษณะทำลายน้ำใจของคนพุทธ เป็นต้น)


0000 ศาสนาพุทธ ถือว่าการทำลายกิเลสในใจของตนออกจนหมดจัดเป็นความดีสูงสุดของศาสนา

เป็นศาสนาที่ดีที่สุดในโลก เพราะดูจากประวัติศาสตร์ศาสนานี้ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยว่าเป็นเหตุให้เกิดสงคราม ล่าอาณานิคม หรือก่อให้เกิดความรุนแรงเลย มีลักษณะใจดีมาก ๆ ต่อทุกคนทุกศาสนา เห็นสัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนร่วมทุกข์เกิด แก่ เจ็บ ตาย เสมอเหมือนกัน


หลักความดีใหญ่ ๆ ของพุทธมี ๓ คือ
๑.การไม่ทำบาปทั้งปวง
๒.การทำความดีให้ถึงพร้อม
๓.การทำใจให้บริสุทธิ์ (บรรลุอรหันต์ ไม่มีกิเลส)

เป็นความดีของพุทธ

000 ความดีของคริสต์ คือ รักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง และรักพระเจ้าสุดจิต สุดใจ


000 ความดีของศาสนาพราหมณ์ คือ.........

000ความดี ของศาสนาเชน คือ ............

000 ความดีของศาสนาสิกข์ คือ ..........

000 ความดีของศาสนาเต๋า คือ .............

000 และความดีของศาสนาอีกมากมายในโลก คือ ...

ที่ไม่ตอบเพราะเว้นไว้ให้ผู้รู้ตอบ

แต่สรุปคือ ความดีของแต่ละศาสนานั้นไม่เหมือนกัน
จึงเป็นความดีตามที่ศาสนานั้น ๆ สอน

ความดีจึงไม่เท่ากัน เพราะสอนไม่เหมือนกัน

คนดีจึงดีใครดีมัน ดีไม่เท่ากัน ตามศาสนาสอน





โดย โจโจ้ [1 เม.ย. 2546 , 02:03:14 น.] ( IP = 203.107.157.184 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org