| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ยืมคำถามมาถามตรงนี้
สลักธรรม 1อย่าเพิ่งเบื่อชีวิตเลยค่ะเพราะชีวิตนั้นมีค่ามาก อ่านแล้วรู้สึกว่าผู้หญิงท่านนี้คงเคยปฏิบัติธรรมมาบ้างในอดีตชาติจึงทำให้มีการระลึกได้ว่าชีวิตคนเราถ้าอยู่ในทางโลกๆแล้วมันไร้ค่า
และอนุโมทนากับความคิดที่อยากบวชแต่เพราะเป็นหญิงจึงบวชไม่ได้ แต่การเป็นผู้หญิงก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการศึกษาและปฏิบัติธรรมเช่นเดียวกับพระภิกษุสงฆ์นะคะ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับชายในการศึกษาพระอภิธรรม และปฏิบัติวิปัสสนาซึ่งเป็นทางสายเอกที่จะทำให้เราพ้นทุกข์ได้ ถึงแม้ได้บวชเป็นพระก็อาจมิได้ศึกษาพระอภิธรรมและปฏิบัติวิปัสสนาก็ได้นะคะ อาจได้เพียงศึกษาพระวินัย พระสูตร ปฏิบัติสมถกรรมฐานเท่านั้นถึงแม้จะเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าเหมือนกันแต่พระองค์ได้สอนว่าทางที่ประเสริฐที่สุดคือการเดินตามทางมรรคมีองค์๘ ก็คือการปฏิบัติวิปัสสนานั่นเองที่จะทำให้เราพ้นทุกข์ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก และในการปฏิบัติวิปัสสนาก็ต้องศึกษาพระอภิธรรมซึ่งเปรียบเสมือนแผนที่ในการเดินทางเห็นไหมค่ะว่าเพศหญิงไม่ได้มีอุปสรรคในการเดินตามทางที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าผู้นั้นจะมีความเพียร ความศรัทธามากน้อยเพียงใด ลองมาศึกษาพระอภิธรรมและปฏิบัติวิปัสสนาซิค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าชีวิตนั้นมีค่ามากขึ้นอย่างมากมายเลยค่ะ และการที่เราได้เกิดเป็นมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่หาได้ยากมากต้องใช้โอกาสที่เราได้เกิดเป็นมนุษย์มาสร้างกุศลให้กับตนเองมากๆเถอะค่ะโดย เล็ก [29 ต.ค. 2545 , 08:59:11 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : )
สลักธรรม 2
"คนเราอยู่เพื่ออะไร"
คำถามนี้หลายคนจะเกิดขึ้นในใจบางคนเกิดตอนยังเยาว์บางคนเกิดตอนใกล้ฝั่งแล้วอาจเป็นเพราะเห็นชีวิตมานานเริ่มหาสิ่งที่เรียกว่าสาระของชีวิตไม่เจอ
จึงเป็นคำถามที่ใคร่อยากให้ท่านผู้รู้ทั้งหลายที่มีคำถามนี้ในใจมาตอบตามทัศนะ
แห่งตน คำถามนี้เคยเกิดขึ้นในใจเช่นเดียวกันบัดนี้พอจะมีคำตอบให้ตนเองบ้าง ก็จะลองตอบดูว่า คนเราอยู่เพื่ออะไร
ทุก ๆ คนอยู่ไปเพื่อปรารถนาซึ่งความสุข ไม่ต้องการทุกข์ แต่ทำไมคนเราจึงต้องพบแต่ความทุกข์มากกว่าสุข และบางครั้งไม่สามารถจะแก้ทุกข์ของตนเองได้ บางทียิ่งแก้ก็ยิ่งทุกข์มาก คำตอบก็เพราะเราไม่รู้เหตุผลตามเป็นจริงว่า อะไรเป็นเหตุของทุกข์ อะไรเป็นเหตุของสุข เมื่อได้รู้แล้วก็จะแก้ได้ คือ ละเหตุทีให้เกิดทุกข์ ทำเหตุที่ให้เกิดสุข อุปสรรคที่สำคัญอันหนึ่งก็คือใจของเราเอง เพราะคนเราตามใจตนเองมากไป จึงต้องเกิดเดือดร้อน ถ้าเราสังเกตความจริงแล้วจะเห็นว่า
การตามใจตนเองนั้น มีความทุกข์อยู่ในขณะที่เราตามใจมากกว่าสุขคือต้องขวนขวายแสวงหา สมจริงดังที่พระพุทธองค์ทรงแสดงว่ากามนี้มีสุขน้อยมีทุกข์มาก ที่ได้พูดกันว่าตามใจตนนั้น โดยที่แท้ก็คือตามใจตัณหาคือความอยากของใจมากกว่า
ขณะที่เราอยู่ในสังคมคนหมู่มาก
ยังไม่ต้องถึงดับความอยากให้หมด เพราะยังต้องอาศัยความอยาก เพื่อสร้างโลก หรือสร้างตนเองให้เจริญต่อไป แต่ก็ต้องมีการควบคุมความอยากให้อยู่ในขอบเขตที่สมควร และจะต้องรู้จักอิ่มรู้จักพอในสิ่งที่ควรอิ่มควรพอ ดับตัณหาได้เพียงเท่านี้ก็พอครองชีวิตอยู่เป็นสุขในโลก ผู้ก่อไฟเผาตนเองและเผาโลกอยู่ทุกกาลสมัยก็คือ ผู้ที่ไม่ควบคุมตัณหาของใจให้อยู่ในขอบเขต ประหนึ่งถ้าคนเรามีความอยากจะได้วิชา ก็ตั้งใจพากเพียรเรียนรู้ ถ้ามีความอยากจะได้ทรัพย์ ยศ ก็ตั้งใจเพียรทำงานให้ดี ตามกำลังตามทางที่สมควร ดังนี้แล้วก็ใช้ได้ แปลว่า ปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ ในเชิงโลกธรรมก็ถือว่าเราใช้ธรรมที่เครื่องเกาะอยู่ ชีวิตยังชื่อว่ามีสาระ
คนเราต้องมีการพักผ่อน ร่างกายก็ต้องมีการพัก ต้องนอนหลับ ซึ่งเป็นการพักทางร่างกาย จิตใจก็ต้องมีเวลาที่ปล่อยให้ว่างให้สงบ ถ้าจิตใจยังมุ่งคิดอะไรอยู่ไม่ปล่อยความคิดนั้นแล้วก็หลับไม่ลง ผู้ที่ต้องการมีความสุขสนุกสนานจากรูป เสียงทั้งหลาย เช่น ชอบฟังดนตรีที่ไพเราะ หากจะถูกเกณฑ์ให้ต้องฟังอยู่นานเกินไป เสียงดนตรีที่ไพเราะที่ดังจ่อหูอยู่นานเกินไปนั้น จะก่อให้เกิดความทุกข์อย่างยิ่ง จะต้องการหนีไปให้พ้น ต้องการกลับไปอยู่กับสภาวะที่ปราศจากเสียง คือความสงบ จิตใจของคนเราต้องการความสงบเช่นนี้อยู่ทุกวันบ้าง ความสงบความดิ้นรนทะยานอยากของใจ ซึ่งเป็นความระงับทุกข์ให้เกิดสุขนั่นเอง ฉะนั้น ถ้าทำความเข้าใจให้ดีว่า ความดับทุกข์ของชาวโลกที่ขาดอยู่ก็คือความสงบใจ ซึ่งเป็นอาหารใจที่ทุก ๆ คนต้องการอยู่ทุกวัน
ควรคิดต่อไปว่า ใจที่ไม่สงบนั้น ก็เพราะเกิดความดิ้นรนขึ้น และก็บัญชาให้ทำ พูด คิด ไปตามใจที่ดิ้นรนนั้น เมื่อปฏิบัติตามใจไปแล้วก็อาจสงบลงได้ แต่การที่ปฏิบัติไปแล้วนั้น บางทีชั่วเวลาประเดี๋ยวเดียวก็ให้เกิดทุกข์โทษอย่างมหันต์ บางทีเป็นมลทินโทษที่ทำให้เสียใจไปช้านาน คนเช่นนี้ ควรทราบว่า บัดนี้เราตกเป็น "ทาสของตัณหา" ฉะนั้น จะมีวิธีทำอย่างไรที่จะไม่แพ้ตัณหา หรือจะเป็นนายของตัณหาในใจของตนเองได้ วิธีดังกล่าวนี้ก็คือหนทางเดินสู่ความหลุดพ้นจากการวนเวียนแห่งการชีวิต ซึ่งทางนี้พระผู้มีพระภาคทรงเรียก มรรคมีองค์ ๘ ซึ่งเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์นั้นเองโดยอาศัยวิถีทางสร้างสติเข้าไประลึกในฐาน๔โดยอาศัยความเพียรและมีปัญญาในการพิจารณา ทางนี้พระผู้มีพระภาคทรงเรียกว่า สติปัฎฐาน ๔อันชื่อว่าเป็นเอกายนมรรค เป็นทางเดินของบุคคลเดินคนเดียว รู้คนเดียว เห็นคนเดียว ยังตนให้ถึงความบริสุทธิ์หมดจดจากเครื่องเศร้าหมองซึ่งทำให้ชีวิตของเราต้องเศร้าหมองและเป็นตัวการสำคัญให้เราทั้งหลายหาคำตอบไม่เจอว่า จะอยู่เพื่ออะไร
คำถามที่ว่า คนเราจะอยู่เพื่ออะไร คำตอบที่เกิดในใจนี้ก็ได้พบหนทางด้วยพระปัญญาธิคุณแห่ง
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นประทีปอันชี้หนทางเดินของเหล่าสัตว์ทั้งหลายในสากลจักรวาล
ว่าชีวิตของเราท่านอยู่เพื่ออะไร
คำตอบก็สรุปว่า อยู่ไปเพื่อพัฒนาความรู้ นำชีวิตเดินต่อไปสู่หนทางที่ไม่ต้องมาเกิดอีกเลยโดย เณรวัส [29 ต.ค. 2545 , 09:21:54 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )
สลักธรรม 3
ทุกคนมีชีวิตอยู่ และอยู่ได้มาถึงปัจจุบันนี้ เพราะมีเพื่อนที่เหนือชีวิตตัวเอง เฝ้าคอยเอาใจใส่ เป็นนาย เช้าสาย บ่าย เย็น คํ่า จะคอยตาม( ความอยากได้ในกามคุณอารมณ์ มีรูปสวยๆเป็นต้น )
![]()
เมื่อเป็นเช่นนี้ ต้องหาเหตุผล ทางพระพุทธศาสนามาแก้ไข หลักคำสอนบางตอนอาจจะไม่ถูกใจ เพราะสิ่งที่ทำให้เบื่อหน่ายต่อชีวิต คือนายใหญ่ ที่เรียกว่าโลภะหมดอาหาร![]()
ต้องมีจิตมุ่งถึง คำว่าพระอรหันต์![]()
มีพระอรหันต์ ( ในอดีต นางเป็นบ้า เพราะมีความทุกข์ใจ สุดที่รัก สามีและ ลูก มาด่วนจากไปสู่ความตาย )อำนาจของบุญเก่าที่เคยพบพระพุทธศาสนาอดีตชาติผลักดัน ให้ได้พบพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงตรัสกับนางว่า จงมีสติเถิดน้องหญิง นางได้สติแล้วก็ยังมีโอกาส ฟังธรรม สำเร็จมรรคผลนิพพาน
กว่าจะได้มาเป็นมนุษย์ มิใช่เรื่องง่าย คิด พิจารณาให้ดี ชีวิตมีค่า นะครับ
โดย สง่า [29 ต.ค. 2545 , 19:43:00 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.148.199 )
สลักธรรม 4
เห็นคำถามพี่เณรแล้ว และคำตอบของชีวิตแบบนี้แล้ว ก็น่าคิดจริงๆนะคะ น้องอุ๊เห็นว่าพี่ๆหลายคนตอบตรงใจมากเลย
ไหนๆก็บวชไม่ได้ บวชใจก่อนก็ได้ค่ะ และอยู่เพื่อสู้กับความชั่ว และทำความดีต่อไปดีกว่า
บวชใจทำง่ายจริงๆนะคะ เพียงแต่คิดดี ทำดี พูดดี
และ ความดี นี่ ต้องเป็นความดีที่พระพุทธเจ้าบอกนะคะ ไม่ใช่ดีของเรา หรือของเขาโดย น้องอุ๊ [29 ต.ค. 2545 , 22:33:43 น.] ( IP = 202.57.179.41 : : )
สลักธรรม 5
ขอบพระคุณทุกๆ ท่านค่ะ
อ่านคำถาม คนเราอยู่เพื่ออะไร แล้ว
คิดถึงคำว่า นานาจิตตัง
![]()
แต่ละคน แต่ละทัศนะ
อย่าว่าแต่คนอื่นๆ เลย แค่ตัวเราเอง คำถามเดียวกัน ยังตอบไม่เหมือนเดิม
ลองทบทวนดูแล้ว ก่อนเรียนธรรมะ ก็อยู่เพื่ออย่างหนึ่ง
พอเรียนธรรมะ ตอนแรกๆ ก็อีกอย่าง พอตอนหลังก็เปลี่ยนอีก
ตอนนี้รู้แต่ว่า เพราะเป้าหมายมีหลายอย่าง มัวแต่เปลี่ยนแปลง จึงไปไม่ถึงที่
จึงพยายามให้มีเป้าหมายเดียว คืออยู่เพื่อทำความดี และศึกษาว่า ดีที่แท้จริง จนถึงดีที่สุด(ประเสริฐ) ทำอย่างไร และพยายามเดินตามเพื่อให้ถึงตรงนั้นโดย วยุรี [30 ต.ค. 2545 , 07:48:53 น.] ( IP = 203.113.38.7 : : )
สลักธรรม 6
![]()
คนเราอยู่เพื่ออะไร
คำถามนี้ตอบได้หลากหลายจริงๆค่ะ อยู่เพื่อทำความดี อยู่เพื่อใช้วิบาก
เมื่อก่อนนี้ตัวเองก็เคยมีคำถามประเภทนี้เกิดขึ้น เช่นเดียวกันค่ะ
และก็ได้พบคำตอบเมื่อมาศึกษาพระอภิธรรม
ได้เรียนและรู้ว่า การเกิดเป็นทุกข์ เมื่อมีชีวิตขึ้นมาแล้ว จะหนีไปจากทุกข์ไม่ได้เลย
จึงขอมีเป้าหมายเพื่อการไม่เกิด และพยายามเดินไปตามทางสู่ความพ้นทุกข์นั้น
เมื่อชีวิตมีเป้าหมาย การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อแผ้วถางทางเพื่อไปสู่เป้าหมายนั้นค่ะ
ฉะนั้นการมีเป้าหมายของชีวิต จึงเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ
อนุโมทนากับคำตอบของทุกๆท่านค่ะโดย ธัญธร [31 ต.ค. 2545 , 21:51:09 น.] ( IP = 203.113.71.166 : : )
สลักธรรม 7อยู่เพื่อสร้างกรรมดี และปฏิบัติดีเพื่อไปสู่เป้าหมายในอนาคตค่ะ
โดย ธัญนันทน์ [1 พ.ย. 2545 , 10:55:43 น.] ( IP = 158.108.12.98 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |