มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เอกายนมรรค




“เอกายนมรรค”




เมื่อแบ่งเป็นคำพรรณนาแล้วมี ๔ แบบ คือ

๑. เป็นทางสายเอก ต้องไปเพียงผู้เดียว
โดยมีอรรถาธิบายว่า เมื่อผู้ที่เห็นภัยในวัฏฏสงสารต้องการจะเดินทางนี้แล้ว จะต้องไปผู้เดียวไม่มัวแต่เหลียวหลัง จะเอา พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย พี่น้อง ครู ไปเป็นเพื่อนด้วยไม่ได้ จะต้องละจากการคลุกคลีกับหมู่คณะ

เพราะในหมู่คณะนี้มีแต่เรื่องเอะอะ ครึกครื้นอยู่ตลอดเวลาไปตามประสาโลกธรรม จึงต้องปลีกออกไปในสถานที่อันสงบและมีหน้าที่ง่วนอยู่กับการทำหน้าที่ปฏิบัติแต่เพียงผู้เดียว เรียกว่า เดินไปบนขาของตัวเองอย่างเปล่าเปลี่ยวไม่เหลียวหลังและไม่หยุดยั้ง ไม่คำนึงถึงอะไร ไม่หยุดยั้ง ตั้งหน้าเดินดุ่มไปในทางสายเอกคือพระมหาสติปัฏฐานเท่านั้นเอง


โดย ทวีพร....นำเสนอ [2 พ.ย. 2545 , 23:26:24 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.147.97 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


๒. เอกายนมรรค หมายถึง เป็นทางสายเอกที่สมเด็จพระพุทธเจ้าพระองค์เดียวเท่านั้นที่ทรงแสดงเอาไว้

มีอรรถาธิบายว่า ท่านผู้มีฤทธิ์ จะมีเดช มีศักดาเท่าใด ก็จะไม่มีความสามารถ นำเอาสิ่งเหล่านี้มาให้พวกเรา ๆ รู้ได้เลย ไม่ว่าใครทั้งนั้น บรรดาสิ่งที่มีอยู่หรือสัตว์ที่มีอยู่ที่บันลือสีหนาทได้มากมายก็ไม่สามารถบอกทางนี้ได้ ชีวิตที่เลื่องลือในไตรโลก เช่น พระฤาษีโยคีนี้มีฌานกล้า สามารถแสดงฤทธิ์ต่างๆได้ หรือพระอินทร์ผู้มากไปด้วยบุญฤทธิ์สถิตอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หรือพระพรหมผู้วิเศษสุดในบรรดารูปพรหมด้วย เรียกว่าบรรดาท่านที่กล่าวมานี้มีความสุขมีความปรารถนาอายุยืนยาว และจะมีบัญญัติกสิณวิเศษมากมายแค่ไหนก็แล้วแต่ จะมีปัญญาค้นคว้าหาทางเอกายนมรรคได้ด้วยตนเองหามีไม่ เป็นไปไม่ได้ และจะนำมาแสดงแก่ชาวโลกก็ไม่ได้ เมื่อไม่เห็นแล้วก็จะนำมาแสดงไม่ได้ด้วย คือทางสายเอกนี้เป็นสิ่งที่เหลือวิสัย ทำนามให้หมดไปก็ทำได้ ทำรูปให้หมดไปก็ทำได้ แต่ทำทางสายเอกให้ปรากฏขึ้นไม่ได้

แต่สมเด็จพระทศพลสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ผู้ทรงสร้างสมบ่มพระบารมีมาเพื่อปรมาภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณโดยเฉพาะ ประสงค์ที่จะรื้อสัตว์ขนสัตว์ ตั้งแต่เริ่มมโนปณิธานเลยก็คือ จะตั้งใจปรมาภิเษกให้ได้ในอนาคตเพื่อจะกอบโกยสัตว์ที่เป็นทุกข์นี้ให้หมดไปจากความทุกข์ นั่นคือพระพุทธประสงค์

พระเจตนาของพระโพธิสัตว์จนสมพระพุทธประสงค์ พระพุทธองค์ก็ทรงทำจนสำเร็จ พระพุทธองค์ทรงค้นพบและทรงแสดงทางสายเอกนี้ให้แก่เวไนยสัตว์ทั้งหลายเรียกว่า เอกายนมรรค ทางที่สมเด็จพระพุทธเจ้าพระองค์เดียวแสดงเอาไว้

โดย ทวีพร [2 พ.ย. 2545 , 23:35:42 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.147.97 )


  สลักธรรม 2


๓. เอกายนมรรค คือ ทางสายเอกที่จะพาผู้เดินให้ไปถึงโลกุตตรธรรม คือพระนิพพานได้ เป็นทางสายเอกที่จะนำผู้เดินไปถึงพระนิพพานได้

โดยมีอรรถาธิบายว่า ตามธรรมดาสัตวโลกนี้ หรือ พูดง่าย ๆ ก็คือ คนเรานี้ ชีวิตแต่ละคน คนนี้ดีกว่าคนนั้น คนนั้นดีกว่าคนนี้ คนเราเมื่อเกิดมาแล้วใช่ว่าจะมีชีวิตอยู่นานนักหนา เรียกว่าจะมีชีวิตอยู่ชั่วฟ้าดินสลายก็หาไม่ จะต้องถึงความตายเข้าสักวันหนึ่งแน่นอน ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ตาย ทุกคนมีที่หมายคือความตาย

เมื่อสิ้นลมล้มตายกลายเป็นศพ ถึงจุดจบเกมชีวิตปิดฉากฉาย
นอนในโลงใบแคบแคบโอบแนบกาย ไม่มีสหายญาติหรือทรัพย์ไปกับเรา

ฉะนั้น ชีวิตที่เป็นอยู่นี้ ถ้าก่อกรรมทำเข็ญประพฤติธรรมลามก ใจสกปรกเต็มไปด้วยบาป พอตายแล้วจากโลกนี้ไปก็ตรงดิ่งไปทีเดียว ไปไหน? โน่นเมืองนรก เมืองเปรต เมืองอสุรกาย หรือเมืองเดรัจฉาน อบาย ๔ เรียกว่า อบายภูมิ แต่ถ้ามีจิตประกอบไปด้วยเมตตา มีศรัทธาเลื่อมใส เช่น เคยให้ทาน เคยรักษาศีล ซึ่งเรียกว่าเป็นคนใจบุญใจกุศล พอสูญสิ้นชีพชนม์ลงไป ก็ย่อมจะเคลื่อนแคล้วไปตามทางที่ดี คือไปสู่สุคติโลกสวรรค์

แต่ถ้าเป็นคนมีน้ำใจเด็ดเดี่ยวอยากจะได้ดีขึ้นไปกว่านั้น มีความหมั่นอุตสาหะอย่างแรงกล้า บำเพ็ญสมถกรรมฐานจนสำเร็จฌานสมาบัติ เมื่อตายแล้วก็ไปเกิดบนเส้นทางอันสูงสุด คือไปอุบัติเกิดขึ้นบนพรหมโลก จะเห็นว่าคนเราเมื่อตายแล้วย่อมจะเดินไปตามเส้นทางที่ตนทำไว้ทั้งสิ้น แต่ทางเหล่านั้นไม่ใช่ทางไปสู่พระนิพพานเลย ถ้าผู้ใดประสงค์จะไปสู่พระนิพพาน อันเป็นแดนอมตะคือไม่มีความตายอีกแล้ว ก็จะต้องเดินไปบนทางที่ประเสริฐ ซึ่งมีอยู่สายเดียวที่จะพาไปสู่ที่แห่งเดียวคือพระนิพพาน ทางที่ว่านั้นก็คือ “พระมหาสติปัฏฐาน” อันเป็นเอกยนมรรค คือเป็นทางสายเดียวและเป็นทางที่จะพาผู้นั้นไปสู่พระนิพพาน อันเป็นที่เกษมอย่างเอกอย่างเดียว

โดย ทวีพร [2 พ.ย. 2545 , 23:43:03 น.] ( IP = 203.170.147.97 : : )


  สลักธรรม 3



๔. เป็นทางสายเอก คำว่า เอก หมายถึง เป็นทางสายเอกที่มีอยู่ในที่แห่งเดียว คือมีอยู่ในบวรพุทธศาสนาเท่านั้น นอกพุทธศาสนาไม่มี

ซึ่งมีอรรถาธิบายใจความว่า ….ในโลกนี้ใช่ว่าจะมีแต่พระพุทธศาสนาปรากฏอยู่ สมัยที่ไม่มีพระพุทธเจ้าหรือยังไม่มีพระพุทธศาสนาเพราะยังไม่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาอุบัติขึ้นมาในโลก บางช่วงก็ว่างศาสนาไป หรืออย่างทุกวันนี้ระหว่างการที่มีพระพุทธศาสนา อยู่ยังมีพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอยู่ แต่พระพุทธเจ้าไม่มี พระองค์ดับขันธปรินิพพานแล้ว

จะมีอีกกาลหนึ่งกาลที่พระพุทธศาสนาไม่มี
เวลานั้นแหละจะมีคำสอนมากมายเป็นคำสอนส่วนตัวส่วนบุคคลที่เรียกว่าทิฏฐิ ๖๒

ฉะนั้น ลัทธิมี ๖๒ ลัทธิ ก็คือทิฏฐิ ๖๒ นั่นเอง ที่ต่างอบรมชาวประชาสัตว์ต่าง ๆ ให้มีความยึดมั่นถือมั่นจนน้อมใจเชื่อกันเป็นส่วนมาก ในที่สุดพระพุทธเจ้าผู้เป็นพระบรมโลกุตตราจารย์ก็ได้อุบัติขึ้นและประกาศสัจจธรรมนำทางสายเอกคือพระมหาสติปัฏฐานอันเป็นทางสายเอกที่มีแห่งเดียวในพระพุทธศาสนา ซึ่งจะนำสัตว์ทั้งหลายไปสู่ความพ้นทุกข์

จึงเป็นอันว่า
พระมหาสติปัฏฐาน นี้ประเสริฐย่อมเป็น เอกายนมรรค ทรงไว้ซึ่งความเป็นเอก ๔ ประการ คือ.

เป็นทางสายเอกที่ผู้ประพฤติปฏิบัติต้องไปผู้เดียวประการหนึ่ง

เป็นทางสายเอกที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ประกาศทางหนึ่ง

เป็นทางสายเอกที่ผู้ปฏิบัตินั้นจะไปถึงทางอันเอก

เป็นทางสายเอกที่มีในบวรพุทธศาสนา


เรื่องที่นำมาเสนอนี้ เป็นตอนหนึ่งในธรรมะจากห้องเสือพิทักษ์ค่ะ

โดย ทวีพร...นำเสนอ [3 พ.ย. 2545 , 08:18:29 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.155.88 )


  สลักธรรม 4

สาธุ สาธุ สาธุ ค่ะพี่ทวีพร

โดย มด [3 พ.ย. 2545 , 14:19:03 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 5

อนุโมทนาค่ะ

โดย หมออุ๊ [3 พ.ย. 2545 , 15:09:23 น.] ( IP = 202.57.176.89 : : )


  สลักธรรม 6


ขอให้กุศลกรรมที่เพียรกระทำอยู่นี้
จงเป็นพลวะปัจจัยส่งเสริมศรัทธา
ให้...คุณทวีพร
แก่กล้าในธรรมอันเจริญทั้งปวงนะครับ.

โดย เทพธรรม [3 พ.ย. 2545 , 18:03:52 น.] ( IP = 203.170.138.117 : : )


  สลักธรรม 7




นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน
สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถาเทวะมะนุสสานังพุทโธ ภะคะวาติ

โส โส สะ สะ อะ อะ อะ อะ นิ
เต ชะ สุ เน มะ ภู จะ นา วิ เว

โดย พี่ต้อยค่ะ [3 พ.ย. 2545 , 20:10:05 น.] ( IP = 203.170.131.21 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณมากค่ะอาจารย์ทวีพร

โดย น้องกิ๊ฟ [3 พ.ย. 2545 , 22:06:13 น.] ( IP = 203.170.141.170 : : )


  สลักธรรม 9

อนุโมทนาค่ะ

โดย เซิ่น [3 พ.ย. 2545 , 22:52:20 น.] ( IP = 203.146.212.70 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org