มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธรรมะจากข่าว: โลกร้อนระอุ





...ปัญหาที่ทำให้โลกร้อนระอุมิใช่เพียงมลพิษอันผุดพุ่งขึ้นไปทำลายชั้นบรรยากาศ จนทำให้โลกเกิดความร้อนแทบเผาไหม้ แต่ปัญหาของคนที่อยู่บนโลกที่ทำให้ความเป็นอยู่ร้อนระอุในขณะนี้ คือ กิเลส ๓ กอง ได้แก่ ราคะ โลภะ โทสะ อันมีแม่ของกิเลส
คือ โมหะความลุ่มหลง

ความลุ่มหลงก่อให้เกิดความใหลหลงอันเป็นผลของราคา โทสะ โมหะ

ชาวโลกจึงร้อนไปด้วยพฤติกรรม เรียกสั้นๆ ว่า "ชิง"


...ชิงรัก..
เพราะอำนาจราคะกลัว ตัณหาจัดจึงเกิด
ชิงรักกันขึ้น

ด้วยความเข้าใจว่า ถ้าได้ผู้ชายคนนั้น ผู้หญิงคนนั้นมาเป็นคู่รักคู่ครองแล้วจะมีสุข ผลสุดท้ายก็แสดงพฤติกรรม ชิงรัก ด้วยการฆ่าอีกฝ่ายหนึ่ง


...ชิงสุกก่อนห่าม
อำนาจราคะกล้า ตัณหา จัดการ เพราะถูกกระตุ้นด้วยสื่อสารภาพและเสียนัยน์ หรือสถานเริงรมย์
เด็กวัยรุ่นยั้งใจไม่อยู่ทั้งชายหญิงก็เลย ชิงสุกก่อนห่าม เกิดปัญหาร้อน เพราะหลงนามราคะจนไม่เป็นอันเรียน หรือท้องก่อนวัยเรียน หรือรีดลูก ฯลฯ



...ชิงชัง..
คนเคยรักกัน แต่พอจะเปลี่ยนใจขึ้นมาก็เลยเกิดชิงชัง เมื่อชิงชังก็ต้องตบตี ฆ่าทิ้ง หรือคนที่ปะทุทางอารมณ์ เกิดการชิงชังกันมีเรื่อง วิวาทบาดหมางจนถึงฆ่าฟันกันในระดับชาติ ระดับโลก


...ชิงดีชิงเด่น
เกิดจากความโลภในเงินทอง ตำแหน่ง เกียรติยศ ชื่อเสียง จึงชิงดีชิงเด่นด้วยพฤติกรรมต่างๆ จนสุดท้ายเพราะมึงเด่นมึงต้องดับ


...ชิงผลประโยชน์ ในภาวะที่คนหลงวัตถุ นับถือคนมีเงิน การชิงบางผลประโยชน์จึงเกิดขึ้นในบ้านเมือง ในใจมันพาไปสู่การล้างมือปืนยิงคู่แข่งตาย ฯลฯ

...ชิงตาย ในบางคนไม่ได้ลาภอย่างที่โลภ ไม่ได้ของรักอย่างที่หลง ไม่ได้สิ่งอย่างที่หวัง พลันติดต่อไปเราอยู่ไม่ได้
ไม่มีของเราอยู่ไม่ได้ ไม่มี ฯลฯ เราอยู่ไม่ได้
จึงชิงฆ่าตัวตายเสียก่อนด้วยวิธีการต่างๆ


ประมวลพฤติกรรมในข่าวสารภาพสื่อสาร
และสื่อสิ่งพิมพ์แล้วก็เหมือนจริงตามที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า... กิเลสเป็นเหตุให้วิบัติ

แล้วเราจะคิดอย่างไรกับพฤติกรรม ชิง อันเป็นกิเลสของสัตวโลก

ด้วยมีใครสักคนที่ เชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัส ปฏิบัติในสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน

คือ เห็นว่าในโลกนี้ทั้งสรรพสิ่ง สรรพสัตว์ วิบัติเพราะกิเลส แล้วพิจารณาด้วยปัญญาในทางสัมภาษณ์ว่า

เกิดมาบนกองดิน

ทำกินบนกองงาน

ทำบุญสุนทานด้วยกองเงิน

ทุกขณะเดินสู่กองฟอน

ตายแล้วนอนขอนบนกองไฟ

เผาไหม้แล้วเหลือแต่กองกระดูก


ต้องเริ่มที่พระสงฆ์แล้วไปลงที่คฤหัสถ์



พระพิพิธธรรมสุนทร

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม

โดย พระพิพิธธรรมสุนทร [9 พ.ย. 2545 , 08:14:36 น.] ( IP = 203.170.129.30 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

ชยสาโรภิกขุ

ถ้าหากว่าชีวิตเราไม่มีทิศทาง อยู่ไปวันๆสุดท้ายมักจะป่วย ไม่ป่วยกายก็ป่วยใจ เพราะชีวิตขาดปัจจัยที่ห้าของมนุษย์คือ อรรถ หรือความหมายย่อมอ่อนแอ ขอให้สังเกตดูก็แล้วกันว่าเมื่อไรคนเราเห็นว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่มีความหมายเราก็กล้าเสียสละกล้าอดทนในการกระทำสิ่งนั้น แต่ถ้าเผื่อรู้สึกว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ไม่มีความหมาย ถึงจะอดได้ก็ไม่อยากอด ไม่รู้จะอดไปทำไม

ความสำคัญยิ่งของความหมายและเป้าหมายในชีวิตมนุษย์เป็นสิ่งที่คนสมัยปัจจุบันมักมองข้าม ถึงแม้ว่าลึกๆแล้ว ภายในจิตรู้สึกอ้างว้างว้าเหว่ว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดที่เป็นแก่นสารสาระ ตราวใดที่เรายังไม่เห็นโทษ ก็มัวแต่สะสมวัตถุมัวแต่วิ่งหาโลกธรรม โดยถือหลักเพียงแค่ว่าน่าจะเป็นทางที่ถูก เพราะเป็นทางของคนส่วนใหญ่ คือ เอาโลกของสังคมเป็นเกณฑ์ แต่คำถามสำคัญที่เราต้องฝืนใจถามตัวเองคือ วิถีชีวิตอย่างนี้ได้ผลสมปราถนาจริงไหม ชีวิตสมบูรณ์แล้วหรือ หรือสมบูรณ์ขึ้นทุกปีใหม่ ไนเมื่อสิ่งที่เราต้องการอย่างแท้จริงคือความสุขที่เที่ยง แต่เรากลับเอาแต่โลกธรรมเป็นที่พึ่ง แล้วทำไมจะไม่เหงา ใครที่ยังเอาทรัพย์สมบัติเงินทอง เกีรติยศ ชื่อเสียงเป็นเครื่องวัดความสำเร็จในชีวิต เรียกว่าเป็นผู้ที่ยังขาดการศึกษาทางอรรถศาสตร์ (อาตมาเรียกเอง บัญญัติศัพท์เมื่อกี้นี้) อ่อนความรู้เกี่ยวกับแก่นแท้ของชีวืต หยุดอยู่แค่ระดับประถม ถ้าเป็นอย่างนั้น อายุมากแล้ว ผมย้อมดำสนิทก็ตาม เราอาจจะหลอกตาคนได้บ้าง แต่ด้านในเราหลอกธรรมชาติไม่ได้หรอก แก่แล้วโดยไม่มีความเป็นนักปราชญ์ปรากฏเลย ก็ขาดที่พึ่ง น่าเสียดาย

ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ชีวิตที่ดีจำต้องมีจุดมุ่งหมายที่สูงกว่าเพียงแค่ผลตอบแทนจากการทำมาหากิน ต้องมีความหมายสูงกว่าโลกธรรมดาต่างๆ บางคนมัวแต่แสวงหาอำนาจ ต้องการเป็นผ้มีชื่อเสียง โดยลืมไปว่าดังเท่าไรก็ตาม ตายแล้วไม่กี่ปีก็ไม่มีใครจำเขาได้ ขอถามว่าเมื่อ ๕๐ ปีที่แล้วใครเป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมือง จำได้ไหม? ๕๐ ปีที่แล้วคนที่เคยถือตนเหลือเกิน เดี๋ยวนี้นอกจากนักวิชาการและผู้ที่ศึกษาประวัติศาสตร์โดยตรงเท่านั้นที่จำได้ นากนั้นจำเขาไม่ได้เลย ไม่ต้องเอาถึง ๕๐ ปี ๒๐ ปี ๑๐ ปี รัฐมนตรีมีใครบ้าง จำได้ไหม เราจะเอาชื่อเสียงเป็นที่พึ่งในชีวิตได้หรือ

โดย ผู้ศรัทธาธรรม [22 ต.ค. 2548 , 19:20:47 น.] ( IP = 61.91.220.177 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org