มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระพุทธคุณ




……


พระพุทธศาสนาปรากฏขึ้นในโลกได้ด้วยพระพุทธคุณ ๓ ประการ คือ

พระปัญญาธิคุณ
พระบริสุทธิคุณ
พระมหากรุณาธิคุณ

พระปัญญาธิคุณ คือ สัพพัญญุตาญาณ คือ ธรรมที่รู้ทั่วถึงทั้งปวง ไม่มีอะไรมาปกปิดพระองค์ได้

พระปัญญาธิคุณ เกิดขึ้นมาได้ เพราะ ปัญญาที่รู้อนุสัยกิเลส รู้อัชฌาสัยอันอ่อนแก่หย่อนตึงของเวไนยสัตว์ที่เคยอบรมมาแต่อดีตว่า คนนี้ คนนั้นได้เคยอบรมมาอย่างไร จึงได้เข้าไปสอนในลีลาต่างๆ เรียกลีลาชีวิต

พระพุทธศาสนา เกิดขึ้นมาในโลกนี้ เพราะ ปัญญาที่พระองค์ทรงเจริญภาวนา รู้การเจริญภาวนาของเวไนยสัตว์ว่า สัตว์โลกต่างมีกรรมเป็นของตน แล้วทำความเจริญมาต่างๆ กัน อ่อน – แก่, หย่อน – ตึง ต่างกันอย่างไร


พระบริสุทธิคุณ พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นในโลกนี้ก็เพราะพระบริสุทธิคุณ ถ้าขาดพระบริสุทธิคุณ พระพุทธศาสนาไม่เกิด พระองค์ทรงประกาศศาสนาโดยมิหวังอามิสบูชา ทรงโปรดสัตว์ไม่เลือกวรรณะ ไม่ว่าจะเป็นคนมีหรือคนจน จะมีอำนาจวาสนา ยศถาบรรดาศักดิ์ ฉะนั้น ในอิริยาบถน้อย อิริยาบถใหญ่ ในอารมณ์น้อยอารมณ์ใหญ่ คือ กาย เวทนา จิต และ ธรรม กว่าจะรู้จักตัวจริงถ้วนทั่ว ต้องอาศัยเวลา

พระมหากรุณาธิคุณ เป็นความกรุณาที่ไม่มีขอบเขตจำกัด ไม่เหมือน พ่อ – แม่ กรุณาต่อลูก ต่อญาติมิตร คนใกล้ชิดและคนที่ชอบ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงไม่จำกัดบุคคล ไม่จำกัดกาล ไม่จำกัดสถานที่ ถ้าจะโปรดให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้แล้ว เป็นต้องไปโปรด แม้จะลำบากยากเข็ญอย่างไรก็ตาม

เริ่มตั้งแต่แรกที่พระองค์ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ทรงโปรดพระปัญจวัคคีย์ด้วย ธรรมจักรกัปปวัตตนสูตร เป็นปฐมเทศนา ทรงประกาศศาสนาตลอดกาล ๔๕ พระพรรษา แม้ใกล้เวลาจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระองค์ก็ทรงอุตสาหะเสด็จประทานเทศนาโปรดแก่ สุภัททะปริพาชก ให้สำเร็จเป็นพระอรหันต์เป็นองค์สุดท้าย

นี่จัดเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่จะมุ่งจะรื้อสัตว์ขนสัตว์ให้พ้นจากวัฏฏภัย


ทำไมพระองค์จึงมีพุทธประสงค์เช่นนั้น?

ก็เพราะพระองค์ทรงเห็นว่า สัตว์โลกทั้งหลาย ต่างถูกกักขังอยู่ในสังสารวัฏฏ์มาเป็นเวลานานจนหาเบื้องต้นไม่ได้เหมือนกับคนติดคุก โดยมิรู้ว่าเราถูกเข้าคุกมาตั้งแต่อยู่ในท้อง แม่อยู่ในคุก เราก็อยู่ในคุกมาด้วย ฉะนั้น แม่เราติดคุกมาก่อน เวลาเราปฏิสนธิ เราก็ติดอยู่ในคุก ๒ ชั้น เลย แล้วเกิดในคุก แล้วยังไม่มีโอกาสรู้ว่าจะออกจากคุกเมื่อไร

เมื่อจิตของพระองค์หยั่งรู้อย่างนี้ จึงสุดประมาณที่จะไม่กรุณาไม่ได้


……


โดย ทวีพร.....นำมาเสนอ [10 พ.ย. 2545 , 15:32:54 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.155.4 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ]


  สลักธรรม 1


ขอขอบคุณมากในการให้ที่เราท่านต่างรับทราบดีว่า การให้ธรรมทานเหนือการให้ทั้งปวง

การกระทำบารมีนั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะจิตจะต้องสัมปยุตด้วยเหตุอันควร พร้อมด้วยความเคารพในทานนั้นๆ

แต่ในระหว่างทางที่ไปสู่การได้ซึ่งบารมีนั้น การให้เช่นนี้แหละยังทำด้วยความประณีตย่อมมีแรงเจตนาอันสมบรูณ์ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั้งได้เหตุแห่งความพร้อมนั้นมา ผมจึงขออนุโมทนากุศลด้วยครับ

โดย วิชิต ธรรมรังษี [10 พ.ย. 2545 , 16:16:19 น.] ( IP = 203.170.129.68 : : )


  สลักธรรม 2

......


ขอบพระคุณ อ.วิชิตมากค่ะ ที่เป็นแรงกระตุ้นใจ และ กำลังใจในการกระทำความดีเสมอมา

ขอให้ท่านช่วยขยายความเพิ่มเติมเพราะยังไม่เข้าใจที่ท่านกล่าวว่า

การกระทำบารมีนั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะจิตจะต้องสัมปยุตด้วยเหตุอันควร พร้อมด้วยความเคารพในทานนั้นๆ

อะไรคะคือ "เหตุอันควร" และ อย่างไรชื่อว่าเคารพในทาน

และการ "ได้เหตุแห่งความพร้อม"นั้น หมายถึงอย่างไรคะ



......

โดย ทวีพร [10 พ.ย. 2545 , 16:33:53 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.155.4 )


  สลักธรรม 3



เหตุอันควร

คำนี้มีความสำคัญมากต่อการสร้างทางพ้นทุกข์ เพราะส่วนมากการกระทำของเราท่าน ยังเรียกว่าตกอยู่ในความประมาทเหลือเกิน เพราะเราไม่มีความละเอียดพอในธรรมของพระพุทธองค์...

การเรียนคันธะธุระนั้นก็เรียนไปตามประสานักเรียนมิใช่นักค้นคว้า ความรู้ที่ได้มาจึงต่างกันมากครับ.


ตัวอย่างเช่น การกระทำ ที่เรานึกว่าดีแล้ว และสังคมทั้งหลายก็ยอมรับรับว่าดี แต่เราลืมไปว่าในเนื้อแก่นแท้ของชีวิต พระอภิธรรมได้กล่าวถึงเหตุ และผล เท่านั้น หาใช่เรื่องราวไม่ เรื่องราวจัดเป็นพฤติกรรม ที่เกิดจากเจตนาและเป็นกรรมด้วย

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า สิ่งที่เรานึกว่าดี นึกว่าถูก แท้จริงแล้วดีของเราถูกของเรา แต่ไม่ตรงความจริงที่ทรงตรัสรู้ .


การกระทำย่อมสร้างอุปนิสัย หรือวาสนาที่ไม่มีใครสามารถตัดได้ยกเว้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น

เมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าเราจะทำถูกทำดีแค่ไหน ต้องได้เหตุอันควร. มีกาล มีสมัย เป็นตน.


....ยังมีต่อขอ ไปประคบขา ก่อนนะครับไฟและน้ำพร้อมแล้ว

โดย วิชิต ธรรมรังษี [10 พ.ย. 2545 , 16:58:43 น.] ( IP = 203.170.129.68 : : )


  สลักธรรม 4



ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ ขอให้ท่านพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนนะคะ เพราะทราบว่าวันนี้หลังกลับจากโรงพยาบาลก็เพลียและอาเจียนด้วย

วีขอฝากข้อสงสัยหลังจากอ่านคำตอบช่วงแรก คือสงสัยที่ท่านกล่าวว่า" การกระทำย่อมสร้างอุปนิสัย หรือวาสนาที่ไม่มีใครสามารถตัดได้"

แล้วจะหลีกเลี่ยงได้อย่างไร หรือ รู้ได้อย่างไรคะ เพราะการเกิดมาแต่ละชาติเราก็ล้วนแต่มีวาสนามาด้วยกันทั้งสิ้น

วีกำลังนึกถึงคำว่ากัลยาณมิตรขึ้นมานะคะ เพราะรู้สึกว่าโชคดีที่มีผู้ชี้ให้เห็นว่าอะไรควร ไม่ควร เพื่อเลือกปฏิบัติ จะได้ไม่เป็นการสร้างอุปนิสัยที่ไม่ดีต่อไป


....................

โดย ทวีพร [10 พ.ย. 2545 , 19:37:25 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 5


เข้ามาอ่านเพื่อความรู้ค่ะ

และก็ได้มาพบกับการถาม/ตอบในเรื่องของการสร้างบารมี

โดยเฉพาะคำว่า ...เหตุอันควร..


และที่ยังไม่จบกระบวนความในการตอบคำถาม ก็คือ

วิธีการเรียนคันถะธุระอย่างถูกต้อง


และจะรอคำอธิบายเพิ่มเติมในคำถามที่ติดตามมาด้วยค่ะ...



โดย อาภา [10 พ.ย. 2545 , 20:11:17 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.156.31 )


  สลักธรรม 6

สวัสดีอีกครั้งครับ มาอธิบายต่อ ในเรื่องเหตุอันควร...ดังที่กล่าวไว้ที่ในสลักธรรม 3 .นี่คือสิ่งที่จะต้องอาศัยความละเอียดสุขุมพิจรณาอย่างมาก เพราะ.

การกระทำใดๆก็แล้วแต่ถึงจะถูกจะดีแค่ไหน แต่หากว่ามิใช่ตั้งอยู่บนสติปัฎฐานแล้ว ความดีเหล่านั้นหานำออกจากสังสารวัฏฏ์ไม่ ด้วยเหตุนี้เองผมจึงอยากจะให้ข้อคิดว่า

เรานั้นมองสั้นกันเกินไปแล้ว มองแค่ไม่ผิดศีล ไม่ผิดธรรมแค่นั้น แต่มิได้คำนึงถึง ทางสายเอกที่เรารู้ว่าป็นทางสู่พระนิพพาน (รู้โดยฟังตามกันมาไงครับวี) ผมจึงห่วงทุกท่านเสมอ

เพราะการพูดไปๆมาๆในเรื่องต่างๆที่ดี ก็สร้างนิสัยช่างพูด ถ้าอนาคตได้เหตุและปัจจัยไม่ดี อยู่ในกาลไม่สมควรแล้วจะสร้างทุจริต 3 ได้ง่าย

เพราะสิ่งเหล่านี้คือ อาหารของอวิชชาทั้งสิ้น
จัดอยู่ในหัวข้อ ความไม่สำรวมครับผม
..


. หวังว่าการถ่ายทอดหัวใจตอบนี้ คงยังประโยชน์ให้ได้กันนะครับ

...หวังดีเสมอครับ... พร้อมอุ้มน้องๆ ไม่ให้เท้าเปลื้อนดินและเจ็บเสมอ...ดังในภาพที่เห็น..


ครู..



โดย วิชิต ธรรมรังษี [10 พ.ย. 2545 , 20:49:22 น.] ( IP = 203.170.129.188 : : )


  สลักธรรม 7


เส้นทาง สายนี้ ที่วาดหวัง
จากพลัง ตอบรับ มาขับขาน
ร้อยเรียง อักษร แห่งกลอนกานท์
สืบสาน บทธรรมนี้ มิมีคลาย

ผ่านมา ทางนี้ ด้วยมีฝัน
มุ่งมั่น ฟันฝ่า คว้าจุดหมาย
ท่ามกลาง ทางเปลี่ยว แสนเดียวดาย
มิตรภาพ มากมาย ผูกสายใย

น้ำใจ ไมตรี ที่หยาดหยด
หลั่งมา รินรด งามสดใส
หากแม้ วันหนึ่ง ถึงจากไป
ทุกห้อง หัวใจ ไม่ลืมเลือน ฯ


.

โดย ครู [10 พ.ย. 2545 , 21:40:51 น.] ( IP = 203.170.129.188 : : )


  สลักธรรม 8


กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ


อ่านมาถึงข้อความที่ว่า...พร้อมอุ้มน้องๆ ไม่ให้เท้าเปื้อนดินและเจ็บ
ทำให้เกิดความรู้สึกหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อกลับไปมองภาพที่ที่ประกอบด้วยแล้ว ทำให้คิดว่า แม้พี่จะมีร่างกายไม่แข็งแรงอยู่ก็ตาม แต่ด้วยจิตใจที่รักน้องๆ จึงต้องอดทนต่อความหนักเพื่อที่จะทำให้ชีวิตของน้องไม่ตกต่ำ
... เพราะดูๆไปแล้ว น้องๆ นั้นยังไม่ประสีประสาต่อความดีเท่าไรนัก



และคำพูดที่กล่าวว่า…
การกระทำใดๆก็แล้วแต่ถึงจะถูกจะดีแค่ไหน แต่หากว่ามิใช่ตั้งอยู่บนสติปัฎฐานแล้ว ความดีเหล่านั้นหานำออกจากสังสารวัฏฏ์ไม่
ทำให้นึกถึงคำพูดของอาจารย์ที่ว่า พวกเรากลัวบาป แต่ไม่กลัวเกิด
หากต้องเกิดในกาลที่มีสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยอกุศลแล้ว เราจะเป็นอย่างไร...ด้วยอุปนิสัยที่กลัวบาป ย่อมทำให้เกิดโทสะเมื่อต้องประสบกับเหตุการณ์นั้นๆ แน่นอนที่หมายย่อมไปนรก
ซึ่งท่านอาจารย์คงทนไม่ได้ที่ต้องเห็นพวกเรา"น้องๆ" ต้องตกต่ำเช่นนั้น


แต่ขณะนี้นับได้ว่า เราทุกคนมี "เหตุอันควร" กันอยู่บ้างแล้ว
จึงเป็นโอกาสอันดีที่เราควรจะรีบเร่งกระทำเพื่อสร้างเสริมเส้นทางให้กับตนเอง
เมื่อสร้างเหตุดี เหตุย่อมผลักพาให้เราไปได้รับผลดีเองอย่างแน่นอน



นึกถึงเนื้อเพลงที่กล่าวว่า…พ่อเหนื่อยหนัก พี่เหนื่อยนัก ท่านทนไหว
ก็ขอที่จะพยายามกระทำความดีทุกๆ อย่าง เพื่อ ให้คุ้มกับการเหนื่อยของพ่อ และพี่ค่ะ



ต้องขออนุโมทนาอาจารย์ทวีพร และขอบคุณที่ตั้งคำถาม ทำให้ได้ข้อคิดที่มีประโยชน์อย่างมากมายค่ะ

โดย วยุรี [11 พ.ย. 2545 , 07:37:37 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )


  สลักธรรม 9


สวัสดีครับหมออุ๊ คำถามที่กล่าวถึงประโยคที่ว่า

พระอภิธรรมได้กล่าวถึงเหตุ และผล เท่านั้น หาใช่เรื่องราวไม่ เรื่องราวจัดเป็นพฤติกรรม นั่นก็ได้แก่ความจริงไงครับหมออุ๊

ตามหลักธรรมที่ว่าด้วยระบบการกำเนิดแห่งชีวิต คือ ปฎิจจสมุปบาท.นั่นเอง.คือมีแต่ธรรมที่เป็นเหตุ ธรรมที่มีเหตุ และธรรมที่เป็นเหตุด้วยมีเหตุด้วย เท่านั้นไม่มีสมมติเลย

ดังนั้นเนื้อความที่เราเข้าใจนั้น เกิดจากสัญญาวิปลาสไง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเนื้อ
ความจะเกิดเป็นเรื่องราวต่างๆต้องผ่านกระบวนการของ
ตี. น ท ปัญจ วิ สํ ณ โว ชชชชชชช ตทา ตทา ภ ภ.ใช่ไหมหมออุ๊และไม่ใช่วิถีเดียวเท่านั้น ดังที่เรียนมาแล้ว

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องราวอะไรเลยจริงๆ แต่ที่รับรู้กันว่ามีนั้นนั่นคือทิฎิวิปลาสไงครับผม.



โดย วิชิต ธรรมรังษี [11 พ.ย. 2545 , 13:25:42 น.] ( IP = 203.170.142.100 : : )


  สลักธรรม 10



เข้ามารับความรู้อีกครั้ง

กราบขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านเป็นอย่างสูงค่ะ
ที่กรุณาให้ความรู้ ชี้แนะในสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง

ได้รับสัมผัสของความจริงใจที่ครูทุกท่านมีให้ตลอดมาค่ะ


โดย ทวีพร [11 พ.ย. 2545 , 18:05:47 น.] ( IP = 203.144.181.245 : : 203.144.181.253 )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org