| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
การบำเพ็ญเพียรของ..พระศรีอาริยเมตไตรย...ตอนที่ ๒
การบำเพ็ญพระบารมี..ของพระศรีอาริยเมตไตรย
ตอนที่ ๑ อ่านที่นี่ครับ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=1951
โดย เทพธรรม [11 พ.ย. 2545 , 00:41:13 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.149.172 )
สลักธรรม 1
สมเด็จพระเจ้าสังขจักรบรมบพิตรผู้ประเสริฐ หาความห่วงใยในศิริราชสมบัติบรมจักรของพระองค์ไม่ ด้วยมีพระทัยนั้นผูกพันอยู่ในการที่จะได้พบเห็นองค์สมเด็จพระศรีสรรเพชรเป็นที่ยิ่งอย่างอุกฤษฏ์ ก็กระทำการราชาภิเษกเจ้าสามเณรนั้น ให้สึกออกมาเสวยราชสมบัติแทนพระองค์เป็นพระราชาอันประเสริฐ
ครั้นกระทำการราชาภิเษกเจ้าสามเณรแล้ว เสด็จลำพังแต่เพียงพระองค์เดียว มีพระทัยเฉพาะต่อทิศอุดร ตั้งพระทัยไปสู่บุพพารามวิหาร อันเป็นที่ประทับแห่งองค์สมเด็จพระสิริมิตรสัมมาสัมพุทธเจ้า
แต่พระเจ้าสังขจักรเป็นสุขุมาลชาติ พระสรีรกายนั้นละเอียดอ่อนเป็นอันดี เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปตามหนทางแต่พระบาทเปล่า เพียงเวลาวันเดียวเท่านั้น พระบาททั้งสองข้างก็แตกจนพระโลหิตไหลไปตามฝ่าพระบาททั้งสอง
เมื่อพระบาททั้งสองบาดเจ็บจนเดินไปมิได้แล้ว ในกาลนั้นพระองค์ก็ลงนั่งคุกเข่าคลานไปทีละน้อย ไปตามหนทางที่เจ้าสามเณรบอกมานั้น ไม่ยอมละเสียซึ่งความเพียร
ครั้นล่วงไปถึง ๔ วัน พระหัตถ์ซ้ายขวา และพระชงฆ์ (แข้ง) ทั้งสองข้างนั้นก็แตกช้ำ โลหิตไหลออกมา จะคุกคลานไปก็มิได้ให้เจ็บปวดแสนสาหัส เห็นขัดสนพระทัยนักแล้ว
ถึงกระนั้นพระองค์จะได้คิดท้อถอยย้อนรอยกลับคืนมาหามิได้ ทรงมุ่งมั่นในพระทัยว่า จะต้องไปให้ถึงสำนักขององค์สมเด็จพระจอมไตรให้จงได้
ครั้นพระองค์คุกคลานมิได้แล้ว ก็ทรุดลงพังพาบไถลไปแต่ทีละน้อย ด้วยพระอุระ (อก) ของพระองค์ ประกอบไปด้วยทุกขเวทนาเหลือที่จะอดกลั้น
พระองค์ยึดหน่วงเอาพระพุทธคุณของสมเด็จพระพุทธองค์ เป็นอารมณ์ ด้วยเจตนาใคร่จะทรงพบเห็นพระองค์ผู้ทรงประเสริฐยิ่งกว่าใครในโลก แล้วก็ทรงอดกลั้นซึ่งทุกขเวทนานั้นเสีย หาได้ทรงอาลัยในพระวรกายของพระองค์ไม่
โดย เทพธรรม [11 พ.ย. 2545 , 00:46:35 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.149.172 )
สลักธรรม 2
ครั้งนั้น สมเด็จพระสิริมิตรสัพพัญญูผู้ประเสริฐ พระองค์ทรงพระมหากรุณาเล็งแลดูสัตวโลกทั้งหลายด้วยพระสัพพัญญุตญาณ
ก็รู้แจ้งเห็นด้วยกำลังความเพียรของพระเจ้าสังขจักรนั้นเป็นอุกฤษฏ์ยิ่งโดย วิเศษแล้ว ก็มิใช่อื่นมิใช่ไกล เป็นหน่อพระพุทธางกูรพุทธพงศ์วงศ์เดียวกันกับพระตถาคต นั่นเอง สมควรที่ตถาคตจักเสด็จไปสู่ที่ใกล้แห่งบรมสังขจักร
เมื่อพระพุทธองค์ทรงพระดำริแล้ว ก็เสด็จพระพุทธดำเนินมาด้วยพระศิริวิลาสเป็นอันงาม แล้วพระองค์กระทำอิทธิฤทธิ์เนรมิตพระวรกายของพระองค์ให้อันตรธานหาย กลับกลายเป็นมานพน้อย ขึ้นขับรถ ทวนมรรคามาเฉพาะหน้าแห่งสมเด็จพระบรมสังขจักรนั้น
แล้วสมเด็จพระพุทธสัพพัญญูเจ้าจึงร้องถามไปว่า ผู้ใดมานอนอยู่กลางทางขวางหน้ารถเรา จงหลีกไปเสีย เราจะขับรถไป.. !
ฝ่ายพระบรมโพธิสัตว์เจ้าจึงตรัสตอบว่า ดูก่อน.. นายสารถีผู้ขับรถ ท่านจะมาขับเราไปให้พ้นจากหนทางนั้นด้วยเหตุใด
ตัวเราผู้รู้จักคุณสมเด็จพระจอมไตรเป็นอารมณ์ยิ่งนัก หากแต่นายสารถีจะยั้งรถของท่านให้ หลีกเราไปเสียจึงจะสมควร
ถ้าท่านไม่หลีกก็ให้ท่านขับรถไปเหนือหลังเราเถิด ซึ่งจะให้เราหลีกนั้นเราหาหลีกไม่
แล้วจึงมีพระพุทธฎีกาตรัสว่า ถ้าท่านจะไปยังสำนักพระพุทธเจ้าแล้ว จงมาขึ้นรถไปกับเราเถิด เราจะพาท่านไปให้ถึงสำนักพระประทีปแก้วให้สมดังความปรารถนา
สมเด็จพระราชาธิบดีจึงตรัสตอบว่า ถ้าท่านเอ็นดูกรุณาแก่เรา เราก็มีความยินดีสาธุอนุโมทนาด้วย แล้วก็อุตสาหะดำรงทรงพระวรกายขึ้นสู่รถแห่งองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธองค์ก็ทรงหันหน้ารถไป ตามถนนหนทาง ในระหว่างทางนั้น สมเด็จอมรินทราธิราชกับนางสุชาดาผู้เป็นอัครมเหสี จึงได้นำเอาโภชนาหารอันเป็นทิพย์กับทั้งน้ำทิพย์ลงมา จำแลงเพศเป็นบุรุษยืนอยู่ตรงหน้ารถแล้วร้องว่า
ดูก่อน.. นายสารถีผู้เจริญ! ท่านต้องการข้าวน้ำโภชนาหารหรือ... เราจะให้ เมื่อท้าวโกสีย์สักกเทวราชกับนางสุชาดากล่าวดังนั้น
องค์สมเด็จพระภควันต์บรมศาสดาซึ่งแปลงเพศเป็นายสารถีขับรถจึงกล่าวว่า มานพผู้เจริญ! บุรุษทุพพลภาพผู้หนึ่งมาในรถด้วยกับเรา มีความลำบากเวทนานัก ท่านจะให้ข้าวน้ำโภชนาหารแก่เราก็ให้เถิด
เราจะได้ให้แก่บุรุษผู้นี้บริโภค องค์อัมรินทร์ปิ่นธานีกับนางสุชาดาก็ให้ข้าวน้ำ โภชนาหารอันเป็นทิพย์ แด่องค์สมเด็จพระธรรมสามิสตร์ แล้วพระองค์ก็ทรงประทานให้แก่พระบรมโพธิสัตว์สังขจักรเสวยข้าวน้ำอันเป็นทิพย์นั้น
ครั้นพระองค์เสวยอิ่มหนำสำเร็จแล้ว ด้วยอานุภาพแห่งข้าวน้ำอันเป็นทิพย์นั้น ทำให้ทุกขเวทนาในพระสรีรกายอันตรธานหาย มีพระวรกายเป็นสุขสมบูรณ์เสมอเหมือนแต่ก่อน
องค์สมเด็จพระชินวรเจ้า จึงพาพระยาสังขจักรไปใกล้ "บุพพารามวิหาร" แล้วพระองค์ก็ประทับนั่งบนพระพุทธอาสน์ในพระวิหาร ส่วนหน่อเนื้อพระบรมพงศ์โพธิสัตว์ก็เสด็จลงจากรถ เข้าไปสู่บุพพาราม
ทอดพระเนตรไปเห็นองค์สมเด็จ พระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ประกอบไปด้วยลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการ และอนุพยัญชนะอีก ๘๐ ทั้งประดับด้วยพระพุทธรัศมีอันโอภาสสว่างรุ่งเรืองออกจากพระวรกาย
อันเสด็จประทับ นั่งอยู่ในที่นั้น พระองค์ก็ทรงสลบลงตรงพระพักตร์แห่งองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยความโสมนัส เกิดความปีติยินดีหาที่สุดมิได้โดย เทพธรรม [11 พ.ย. 2545 , 00:53:02 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.149.172 )
สลักธรรม 3
กราบอนุโมทนาท่านเทพธรรมค่ะ
ติดตามมาอ่านต่อ ทำให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาในปณิธานของผู้ปรารถนาพุทธภูมิมากยิ่งขึ้น
...สมบัติพัสถานใดๆ ก็ไม่อาจเหนี่ยวรั้งปณิธานที่มีได้
ความมุ่งมั่นต่อปณิธานที่มีนั้น สูงสุดอย่างหาที่เปรียบได้
ซาบซึ้งกับการยึดหน่วงพระพุทธคุณเป็นอารมณ์
กว่าจะถึงเป้าหมาย...ก็เพื่อพวกเราทั้งหลายที่ยังตกต้างอยู่..พระองค์ทรงต้องทนทุกข์ทรมานอย่างที่สุด
ขอนอบน้อมสักการะบูชาในน้ำพระทัยของพระศรีอาริยเมตไตรย ตลอดจนพระโพธิสัตว์ทั้งหลายที่กำลังบำเพ็ญบารมีทุกๆ พระองค์..ค่ะ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ
โดย วยุรี [11 พ.ย. 2545 , 08:07:44 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )
สลักธรรม 4กราบขอบพระคุณท่านเทพธรรมเป็นอย่างยิ่งค่ะ
ที่มิได้ปล่อยให้รอคอยจนเนิ่นนาน
ทำให้ความปิติใจในการอ่านเรื่องของพระโพธิสัตว์เกิดขึ้นได้ทุกวัน
นอกจากความซาบซึ้งปิติใจแล้วยังได้พบความแตกต่างในการตั้งปณิธานของแต่ละคน..
ผู้ที่จะเป็นพระมหาบุรุษหรือผู้ที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น
จะต้องมีความไม่ย้อท้อต่ออุปสรรคดังที่ปรากฏในคำที่ท่านเทพธรรมได้เน้นไว้ว่า
..ถ้าท่านไม่หลีกก็ให้ท่านขับรถไปเหนือหลังเราเถิด ซึ่งจะให้เราหลีกนั้นเราหาหลีกไม่ ...
เป็นตัวอย่างของความเพียรอันแรงกล้าที่จะทำเจตนานั้นให้สำเร็จลุล่วง
ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ![]()
โดย อาภา [11 พ.ย. 2545 , 08:51:38 น.] ( IP = 203.149.32.46 : : )
สลักธรรม 5
ขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมมากค่ะ
เข้ามาติดตามอ่านต่อค่ะ....
นอกจากได้รับความรู้แล้ว
ยังได้รับทราบถึงความเพียรและเจตนาอันแรงกล้าที่มุ่งมั่นสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้
ขอน้อมกราบบูชาพระโพธิสัตว์ทุกๆพระองค์ด้วยเศียรเกล้าโดย ดาค่ะ [11 พ.ย. 2545 , 09:46:26 น.] ( IP = 158.108.12.99 : : )
สลักธรรม 6...
...
![]()
กราบขอบพระคุณท่านเทพธรรมมากค่ะ
อ่านแล้วน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้งในพระปณิธานอันแน่วแน่ของพระโพธิสัตว์เจ้า เปี่ยมด้วยพระขันติและพระวิริยะอย่างยิ่งยวด
นึกถึงคำกล่าวที่ว่า "ชีวิตเป็นของไร้สาระ ธรรมะเป็นสิ่งยิ่งใหญ่" ซึ่งคงจะเป็นความเห็นของพระโพธิสัตว์เจ้าทุกๆพระองค์
จะคอยติดตามต่อไปนะคะ
...
...
![]()
โดย ทวีพร [11 พ.ย. 2545 , 10:04:52 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )
สลักธรรม 7กราบขอบพระคุณท่านเทพธรรมเป็นสูงสุดค่ะ
เป็นมงคลแก่ชีวิตอย่างยิ่ง สำหรับได้มีโอกาสรับทราบปณิธานแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงขอนอบน้อมอภิวาทแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น และอยากร้องไห้จังโดย หมออุ๊ [11 พ.ย. 2545 , 12:14:05 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )
สลักธรรม 8
. อายุขัยในมนุษย์นี้น้อยนัก
อย่าช้าชักจักเกินการสุดแก้ไข
เพราะบางคนอาจตายก่อนจะถึงวัย
มรณภัยนี้ ไม่รอให้ต่อรอง![]()
โดย เทพธรรมนำมาฝากครับ [11 พ.ย. 2545 , 13:42:28 น.] ( IP = 203.170.142.100 : : )
สลักธรรม 9
.ขออนุโมทนากุศลจิตของทุกๆท่านที่ได้อ่าน และเกิดปิติสุข
ขอความสุขอันเกิดจากการได้เห็น ได้ยิน ได้อ่านเรื่องอันเป็นมงคลนี้จงทำให้ท่านเจริญยิ่งขึ้นไปด้วยกุศลบารมีธรรมทั่วกันทุกท่านเทอญ.
..........โดย เทพธรรม [12 พ.ย. 2545 , 07:02:18 น.] ( IP = 203.170.129.200 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |