มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ชีวิตภายหลังความตาย ตอน อำนาจกรรมเวลาใกล้จะตาย




อำนาจของกรรมเมื่อเวลาใกล้จะตาย


ตามธรรมดาจิตใจของสัตว์ทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นมาอยู่เสมอ และจิตใจที่เกิดขึ้นมาอยู่เสมอนั้นก็เพราะได้กระทบซึ่งอารมณ์ต่างๆ ถ้าไม่มีอารมณ์มากระทบแล้ว จิตใจก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้เลย เช่น เมื่อจิต เห็น”เกิดขึ้นก็เพราะมีรูปารมณ์ อันได้แก่คลื่นแสงเข้ามากระทบ เมื่อจิต ได้ยิน เกิดขึ้นก็เพราะมีสัทธารมณ์ อันได้แก่คลื่นแสงเข้ามากระทบ และเมื่อจิตคิดนึกเกิดขึ้น ก็เพราะมีเรื่องราวอยู่ภายในใจเข้ามากระทบ วันหนึ่งๆเราหนีอารมณ์ต่างๆมากมายไปไม่ได้ และการกระทบอารมณ์เหล่านี้เรียกว่าผัสสะ
บรรดาอารมณ์ทั้งหลายที่เข้ามากระทบจิตใจนั้น ก็มีอารมณ์แรงบ้าง อารมณ์ไม่แรงบ้าง และถ้าเป็นอารมณ์ที่แรงมากระทบแล้ว จิตก็จะหนีไปไหนไม่ได้จะต้องเกิดขึ้นมาจับอารมณ์นั้นทันที เช่น ฟ้าแลบหรือเสียงที่ดังมาก จิตก็จะต้องเห็นหรือได้ยิน หรือเมื่อมีใครมานินทาว่าร้ายให้บังเกิดความเสียหายก็จะเกิดความโกรธแล้วจะเก็บเรื่องราวเหล่านั้นเอาไว้ในจิตใจ เมื่อได้โอกาสเรื่องราวหรือความโกรธที่เก็บเอาไว้นั้นก็จะกระทบใจออกมา คือเกิดผัสสะขึ้นทำให้ครุ่นคิดซ้ำๆซากๆอีก บางทีก็ออกจะบ่อยครั้งหรือยาวนานก็ได้ หรือล่วงเลยไปหลายวันแล้วก็ยังอดคิดไม่ได้ก็มี
อารมณ์ต่างๆที่มากระทบใจเหล่านี้ เป็นตัวการทำให้จิตเกิดเวทนาขึ้น คือถ้าอารมณ์ที่ดีมากระทบก็มีความสนใจชอบใจ ถ้าอารมณ์ที่ไม่ดีมากระทบก็รู้สึกไม่ชอบใจ และถ้าอารมณ์นั้นมีกำลังอ่อนหรือเป็นอารมณ์ที่ไม่กระทบกระเทือนใจแล้ก็จะรู้สึกเฉยๆเป็นไปดังนี้อยู่ตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน ผลัดเปลี่ยนกันไปมาในทวารทั้ง ๖ ทวารนั้นวันหนึ่งนับจำนวนไม่ได้
เมื่อตื่นนอนลืมตาขึ้นมาแล้ว ก็หนีอารมณ์ต่างๆที่เข้ามากระทบไปไม่พ้นและเมื่อจิตได้รับกระทบอารมณ์ ก็จะเกิดความชอบใจ ไม่ชอบใจ หรือเฉยๆก็จะหนีบุญหรือบาปไปไม่ได้ บุญและบาปจึงได้เกิดขึ้นมามากบ้างน้อยบ้างตามกำลังแรงของอารมณ์เหล่านั้นอยู่ทั้งวัน วันหนึ่งก็นับจำนวนไม่ไหว เราจึงได้ชื่อว่าทำบุญทำบาปอยู่วันยังค่ำ และท่านทั้งหลายคงจะทราบด้วยตนเองว่าบุญหรือบาปในวันหนึ่งอย่างไหนจะเกิดมากกว่ากัน
ปุถุชนทั้งหลายเกิดอารมณ์ขึ้นมาแล้ว บุญหรือบาปก็จะไม่เกิดขึ้นมาก็ย่อมจะไม่มีเลย จึงหนีบุญหนีบาป คือกุศลกรรม อกุศลกรรมไปไม่ได้ ไม่เลือกว่าจะเป็นในเวลาที่ชีวิตเป็นไปตามปกติ หรือในเวลาที่ใกล้จะถึงแก่ความตายก็ตาม แต่อารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเวลาใกล้จะตายนั้น ท่านตั้งชื่อเอาไว้อย่างหนึ่ง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ผู้ศึกษาได้เข้าใจว่า ไม่ใช่เป็นอารมณ์อื่นๆทั่วไปหากแต่เป็นอารณ์ของผู้ที่ใกล้จะถึงแก่ความตายเท่านั้น
บุคคลผู้ถึงแก่ความตายนั้น จะต้องมีอารมณ์ที่ชื่อว่า กรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ และคตินิมิตอารมณ์ จะเป็นอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งก็ได้ใน ๓ อารมณ์นี้ เกิดขึ้นก่อนแล้วความตายจึงจะมาถึง จะไม่มีอารมณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเลยแล้วก็ตายไปก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ (ยกเว้นพระอรหันต์)

กรรมอารมณ์


กรรมอารมณ์นี้จะเกิดขึ้นทางมโนทวารเท่านั้น จะไม่เกิดขึ้นทางปัญจทวารเลยเพราะเป็นอารมณ์ที่ระลึกถึงกรรมที่ตนทำไว้ในอดีต หรือเรียกว่าเป็นอดีตอารมณ์ อำนาจของกรรมที่ทำไว้แล้วมีกำลังมากมากระทบใจทำให้บังเกิดความรู้สึกคิดนึกขึ้น เป็นการนึกคิดขึ้นถึงกรรมที่ได้ทำมาเท่านั้น มิได้เป็นภาพหรือสร้างมโนภาพหรือเป็นนิมิตมาปรากฏแต่ประการใด
กรรมอารมณ์ที่เป็นฝ่ายกุศล ก็ระลึกถึงทานที่ตนได้ทำไปแล้ว ระลึกถึงศีลหรือการฟังธรรม หรือระลึกถึงการปฏิบัติสมาธิและวิปัสสนาที่ตนได้เคยกระทำมา กรรมอารมณ์ที่เป็นฝ่ายอกุศล ก็ระลึกถึงการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ผิดในกามทำร้านหรือจำจองสัตว์เอาไว้ ระลึกขึ้นมาเหมือนที่ตนได้ทำทุกอย่าง

กรรมนิมิตอารมณ์


กรรมนิมิตอารมณ์นั้นได้แก่การระลึกถึงทางมโนทวาร หรือการเห็นการได้ยิน เป็นต้น ทางปัญจทวารด้วยตาด้วยหูของตนเอง ถ้าเป็นการระลึกขึ้นมาในใจก็จะเป็นอดีตอารมณ์ ถ้าเห็นหรือได้ยินก็จะเป็นปัจจุบันอารมณ์
กรรมนิมิตอารมณ์ที่เป็นฝ่ายกุศล ได้แก่ระลึกหรือเห็นเครื่องมือเครื่องใช้หรืออุปกรณ์ต่างๆ เช่นเห็นโบสถ์ วิหาร เห็นพระพุทธรูป เห็นพระที่ตนเคยบวช เห็นขบวนแห่และธงทิวเมื่อเวลาบวชนาค เห็นเครื่องสักการะที่ตนบูชา หรือเห็นวัตถุสิ่งของ หรือผ้าผ่อนแพรพรรณที่ตนให้ทานไป
กรรมนิมิตอารมณ์ที่เป็นฝ่ายอกุศล ได้แก่การเห็นแห อวน หอกดาบ ปืนผาหน้าไม้เครื่องประหารสัตว์ที่ตนเคยใช้มา เห็นข้าวของเงินทองที่ตนเคยคดโกง ปล้น จี้ชาวบ้านเขามา

คตินิมิตอารมณ์


คตินิมิตอารมณ์จะปรากฏขึ้นทางมโนทวารทางเดียว เป็นปัจจุบันอารมณ์ที่ตนกำลังนึกเห็นอยู่ คตินิมิตอารมณ์ก็คือเห็นเครื่องหมายที่จะนำตนไปสู่สุคติหรือทุคติ อันเป็นที่ๆตนจะต้องไปเกิด ณ ที่นั้น
คตินิมิตอารมณ์ที่เป็นฝ่ายกุศล ก็จะเห็นเป็นวิมาน หรือปราสาทราชวัง หรือนางเทพอัปสร วัดวาอาราม เห็นภิกษุสามเณร หรือเห็นครรภ์ของมารดา
คตินิมิตอารมณ์ เครื่องหมายที่จะนำตนไปสู่ทุคติ ก็จะเห็นเหว เห็นถ้ำ เห็นปล่องที่น่ากลัว เห็นนายนิรบาล เห็นสุนัข แมว แร้ง กาที่จะมาทำร้ายตน
อารมณ์เหล่านี้ทั้งหมดเหล่านี้ เรียกว่า อารมณ์กามาวจรปฏิสนธิ ผู้ตายจะต้องไปเกิดในกามภูมิ ๑๑ คือ สัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสูรกาย มนุษย์ และเทวดา ซึ่งมีอยู่ ๖ ชั้นด้วยกันจึงรวมเป็น ๑๑

ในเรื่องของกรรม มีพุทธพจน์ปรากฏในอัฏฐสาลินีอรรถกถาว่า
“เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ เจตยิตฺวา กมฺมํ กโรติ กาเยน วาจาย มนสา”
แปลเป็นใจความว่า ภิกษุทั้งหลาย เรา(ตถาคต) กล่าวว่า เจตนานั่นแหละเป็นกรรม เมื่อมีเจตนาแล้ว บุคคลย่อมกระทำกรรมโดยทางกาย วาจา ใจ ในข้อนี้ก็หมายความว่า เจตนาอันได้แก่ความตั้งใจ หรือความจงใจที่จะกระทำกรรมโดยทางกาย วาจา ใจทั้งในทางดีหรือทางชั่วนั่นแหละเป็นตัวกรรม และเจตนานี้ก็ได้แก่ เจตนาที่ในอกุศลจิต ๑๒ และเจตนาที่ในโลกียกุศลจิต ๑๗ รวมเป็นเจตนา ๒๙นั่นเอง อย่างไรก็ดี ในที่นี้ต้องเว้นเจตนาในโลกุตรกุศล ๔ ได้แก่ เจตนาในมรรคจิต ๔ เพราะเจตนาในมรรคกรรม ๔ นี้ มีนิพพานเป็นอารมณ์ เป็นกรรมที่มิได้ทำให้ต้องท่องเที่ยวอยู่ในภูมิต่างๆแต่เป็นกรรมที่ตัดวัฏฏะ ความเวียนว่ายตายเกิด ดังนั้นจึงต้องตัดเอาออกเสีย

สำหรับเจตนาในวิบาก ซึ่งมีอยู่ ๓๖ ก็จัดเป็นกรรมไม่ได้ เพราะเป็นผลไม่ใช่ตัวกรรม และเจตนาในกิริยาจิต ๒๐ ก็ไม่จัดเป็นกรรม เพราะสักแต่ว่ากระทำ จึงหาเป็นบุญเป็นบาปได้ไม่
เจตนาในความหมายที่เป็นตัวกรรมนั้นมี ๒๙ ได้แก่จิตเหล่านี้ คือ
เจตนาในโลภมูลจิต ๘ เจตนาในโทสมูลจิต ๒ เจตนาในโมหมูลจิต ๒ รวมเป็นเจตนาในอกุศลจิต ๑๒
เจตนาในมหากุศลจิต ๘ เจตนารูปาวจรกุศล ๕ เจตนาในอรูปาวจรกุศล ๔ รวมเป็นเจตนาในโลกียกุศลจิต ๑๗
รูปาวจรกุศล ๕ กับอรูปาวจรกุศล ๔ เป็นจิตที่บุคคลทำสมาธิจนได้ถึงฌานในขั้นต่างๆ ทั้งรูปฌาน อรูปฌาน ทำให้กิเลสนิวรณ์ที่มีอยู่ภายในจิตใจสงบลงได้ไม่เฟื่องฟูขึ้นมา ด้วยเหตุนี้ผู้ปฏิบัติได้ฌานถึงรูปาวจรจิต ๕ กับอรูปาวจรจิต ๔ เมื่อตายลงแล้วจึงปฏิสนธิในรูปพรหมและอรูปพรหมภูมิ


บุคคลซึ่งใกล้จะถึงแก่ความตายจะต้องมีอารมณ์และอารมณ์ที่เกิดขึ้นมาก็จะหนีบุญหนีบาปไม่ได้ และอารมณ์ที่ใกล้ชิดกับความตายนี่เองที่เป็นผู้ผลักส่งให้ผู้ตายนั้นไปเกิดใหม่ มีจิต เจตสิก และกรรมชรูป ขึ้นมาในภพชาติใหม่ตามแต่อำนาจของอารมณ์ หรือเจตนาอันเป็นบุญหรือบาปที่เกิดขึ้นเมื่อตอนใกล้จะถึงแก่ความตาย
เมื่อตอนใกล้จะถึงแก่ความตายมีอารมณ์ที่เรียกว่า กรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ และคตินิมิตอารมณ์ เกี่ยวกับโลภมูลจิต ๘ ดวงใดดวงหนึ่ง ผู้ปฏิสนธิในชาติใหม่ก็จะได้ชีวิตจิตใจเป็นเปรต อสูรกาย
เมื่อตอนใกล้จะถึงแก่ความตายมีอารมณ์ที่เรียกว่า กรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ และคตินิมิตอารมณ์ เกี่ยวกับโทสมูลจิต ๒ ดวงใดดวงหนึ่ง ผู้ปฏิสนธิในชาติใหม่ก็จะได้ชีวิตจิตใจเป็นสัตว์นรก
เมื่อตอนใกล้จะถึงแก่ความตายมีอารมณ์ที่เรียกว่า กรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ และคตินิมิตอารมณ์ เกี่ยวกับโมหมูลจิต ๒ ดวงใดดวงหนึ่ง ผู้ปฏิสนธิในชาติใหม่ก็จะได้ชีวิตจิตใจเป็นสัตว์เดรัจฉาน
เมื่อตอนใกล้จะถึงแก่ความตายมีอารมณ์ที่เรียกว่า กรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ และคตินิมิตอารมณ์ เกี่ยวกับมหากุศลจิต ๘ ดวงใดดวงหนึ่ง ผู้ปฏิสนธิในชาติใหม่ก็จะได้ชีวิตจิตใจเป็นมนุษย์และเป็นเทวดาทั้ง ๖ ชั้น
บุคคลทั้งหลายที่จะทำอะไร หรือจะไปไหนนั้นก็จะต้องคิดนึกเสียก่อน เช่นนึกว่าจะไปถนนตก แล้ก็ไปถนนตก นึกว่าจะไปเชียงใหม่ แล้วก็ไปเชียงใหม่ ถ้าไม่นึกคิดขึ้นมาก่อน หรือเจตนามิได้มีแล้วก็จะไปณ ที่นั้นไม่ได้ ด้วยเหตุนี้อำนาจของกรรมหรืออำนาจของเจตนา จึงมีอิทธิพลมากเพราะเป็นตัวการสำคัญที่ส่งบุคคลนั้นให้ไปยังที่ใด บางคนจึงได้พูดว่าอารมณ์นั้นเป็นหนทาง เช่นอารมณ์ถนนตก และอารมณ์เชียงใหม่ ซึ่งเป็นการนำทางให้ถึงจุดหมาย เป็นต้น
ผู้ที่ใกล้จะถึงแก่ความตายจึงเกิดอารมณ์ขึ้น แล้วจึงได้อาศัยอารมณ์ที่ได้นี้เป็นหนทางไปสู่การปฏิสนธิ ตามแต่อำนาจของอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอย่างไร

เห็นไหมค่ะชีวิตคนเรานี้น่ากลัวมากประมาทไม่ได้เลยนะคะ ครั้งหน้าจะนำเสนอเกี่ยวกับการให้ผลของกรรมของบุคคลใกล้ตายค่ะ สวัสดีค่ะ

โดย เพ็ญภัทร์ [12 พ.ย. 2545 , 19:06:22 น.] ( IP = 203.107.142.213 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


อนุโมทนากับคุณ.เพ็ญภัทร์จริงๆเลยครับผม

เพราะธรรมะที่นำมาลงนั้นเป็นความสำคัญต่อชีวิตเราท่านทั้งชาตินี้ และชาติหน้า

เพราะถ้าขาดความรู้ความเข้าใจแล้ว ยากที่จะเกาะอารมณ์ที่ถูกที่ดีได้เลย สาธุ ในกุศลที่คุณ.เพ็ญภัทร์ได้เพียรสร้างด้วยครับ ..

โดย วิชิต ธรรมรังษี [12 พ.ย. 2545 , 22:11:34 น.] ( IP = 203.170.129.63 : : )


  สลักธรรม 2


อนุโมทนาค่ะน้องเล็ก

เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก
อ่านแล้วอ่านอีกก็ไม่เบื่อ

เป็นเรื่องของชีวิตจริงที่ทุกคนควรทราบค่ะ

ขอบพระคุณและอนุโมทนาในความเพียรค่ะ

โดย พี่ดาค่ะ [13 พ.ย. 2545 , 09:55:02 น.] ( IP = 158.108.12.81 : : )


  สลักธรรม 3


ก้อยขออนุโมทนาบุญกับพี่เล็กมากเลยคะ

โดย สมพร ต่อยกระโทก [13 พ.ย. 2545 , 12:14:50 น.] ( IP = 203.170.129.54 : : )


  สลักธรรม 4

...
อ่านสะสมไปเรื่อยครับ
บางทีก็เข้าใจบางทีก็ไม่เข้าใจ
คงเป็นธรรมดาของการเรียนรู้

ขอบคุณครับคุณดอกแก้ว :-)
...

โดย นรพัลลภ [13 พ.ย. 2545 , 12:58:12 น.] ( IP = 203.154.163.129 : : )


  สลักธรรม 5

อนุโมทนาด้วยครับ
เป็นเรื่องที่ให้ประโยชน์ดีจริงครับ

โดย น้ำใส [13 พ.ย. 2545 , 14:37:48 น.] ( IP = 202.133.132.30 : : )


  สลักธรรม 6

อนุโมทนาและขอบคุณมากเลยค่ะคุณเพ็ญภัทร์

โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ย. 2545 , 16:13:56 น.] ( IP = 203.149.32.80 : : )


  สลักธรรม 7



ขอบคุณและอนุโมทนาค่ะ คุณเพ็ญภัทร์

โดย ทวีพร [13 พ.ย. 2545 , 20:29:11 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบคุณมากค่ะ

ก่อนตายหมายอารมณ์
แดนสุขสมหรือเศร้าทาง
ยากนักจักละวาง
มิเว้นได้ในอารมณ์....

โดย ดอกสารภี [17 พ.ย. 2545 , 23:45:18 น.] ( IP = 202.28.27.2 : : 202.28.25.183 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org