มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คนตายแล้วไปเกิดได้อย่างไร





“คนตายแล้วไปเกิดได้อย่างไร” เป็นเรื่องที่ท่านพระอาจารย์บุญมีได้แสดงปาฐกถา ณ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๔๙๘ และได้รับการจัดพิมพ์เป็นหนังสือ ซึ่งตีพิมพ์มาแล้ว ๑๘ ครั้ง

ครั้งสุดท้าย พิมพ์เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๔ จำนวน
๑,๐๐๐ เล่ม



และเนื่องด้วยวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๕
ที่จะถึงนี้เป็นวันครบรอบปี่ที่ ๑๑ ของการจากไปของท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร ผู้ก่อตั้งมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

กอปร์กับวันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดี เป็นวันที่คนไทยเราถือว่าเป็นวันครู



จึงถือโอกาสนี้น้อมบูชาพระคุณครู

ด้วยการนำผลงานของครูมาเผยแพร่เป็นธรรมทานค่ะ

ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
ธัญนันทน์ เสือพิทักษ์
(พี่ดาของน้องๆ ค่ะ)

โดย พี่ดา...นำเสนอ [14 พ.ย. 2545 , 07:07:10 น.] ( IP = 158.108.12.99 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


คนตายแล้วไปเกิดได้อย่างไร ?


คำนำ (ครั้งแรก)



ในปัจจุบันนี้ มีท่านผู้แสดงธรรมได้นำเอาคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ออกสู่ประชาชนมากขึ้นกว่าแต่ก่อน แสดงด้วยวาจาตามที่ชุมนุมชาวพุทธบ้าง ทางสถานีวิทยุต่างๆ บ้าง และพิมพ์เป็นเล่มหนังสือเพื่อแจกจ่ายหรือจำหน่ายบ้าง

บรรดาท่านทั้งหลายเหล่านี้ ล้วนแต่มีเจตนาที่ดีเป็นมหากุศล ปรารถนาที่จะถางหนทางให้ประชาชนไปสู่สัจธรรม แต่ความปรารถนาอันประกอบด้วยคุณค่าเหล่านั้น ในบางคราว ในบางเรื่องอาจล้มเหลวลงโดยสิ้นเชิง แล้วกลับเป็นผลร้ายไปก็มี เหมือนการวางยารักษาโรค วางไม่ดี ยานั้นจึงกลับพิษขึ้น ด้วยเหตุนี้ ปัญหาสำคัญจึงอยู่ที่จะต้องทำความเข้าใจในเรื่องโรคและในเรื่องยาให้ดีจริงๆ



มีบางท่านแสดงว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ทรงพยากรณ์ เมื่อมีผู้ใดผู้หนึ่งมาถามว่า
“สัตว์ทั้งหลายตายจากภพนี้แล้ว จะไปเกิดได้อีกหรือไม่ ?”
ในบางครั้งผู้บรรยายจะตอบเป็นเชิงปฏิเสธ หรือแบ่งรับแบ่งสู้ว่า
“เรื่องตายไปแล้วเกิดอีกได้หรือไม่ เป็นธรรมที่ไม่ควรหรือไม่จำเป็นที่จะต้องศึกษา” หรือ
“เรื่องตายเรื่องเกิด จะเรียนรู้ไปทำไม ? เพราะถึงอย่างไรก็เข้าถึงความจริงนี้ไม่ได้” หรือ กล่าวอย่างไม่แน่ใจว่า
“เชื่อว่าตายแล้วเกิดไว้ก่อนก็ดี ไม่ขาดทุนอะไร” หรือ
“ควรจะเรียนรู้เรื่องทุกข์กับความดับทุกข์เท่านั้น เพราะรู้เรื่องตายหรือเกิดแล้ว ก็แก้ปัญหาคือแก้ทุกข์ไม่ได้ เสียเวลาไปเปล่าๆ”


การที่มีผู้คิดเห็นดังกล่าวมาแล้วนั้น คงจะเนื่องมาจากสาเหตุ ๒ ประการคือ

๑. เห็นว่าในปัจจุบันนี้วิชาวิทยาศาสตร์เจริญมาก มีเจตนาดี กลัววิทยาการทางโลกสมัยใหม่จะมาหักล้างทำลายหลักการณ์เรื่องตายแล้วเกิดเสีย เป็นการป้องกันเอาไว้ก่อน หรือเป็นการจูงใจคนสมัยใหม่ส่วนมากที่ไม่เชื่อในเรื่องเหล่านี้ให้โน้มเอียงมาทางตน

๒. เพราะมีความเข้าใจพระพุทธศาสนาแต่เพียงผิวเผิน เข้าใจเรื่องตายเกิดไม่ดีพอ ไม่อาจแก้ปัญหาให้แก่ผู้ซักถามได้ ด้วยไม่เคยได้ศึกษาปรมัตถธรรมมาก่อนเลย เป็นต้น

ในกิจการงานทั้งหลาย ที่ได้กระทำลงไปด้วยความปรารถนาดี ก็หาใช่ว่าจะบังเกิดผลดีเสมอไปไม่ เมื่อมีเจตนาที่ดีแล้ว ทำให้ดี ให้ถูกต้อง ก็จะได้ประโยชน์สมประสงค์ แต่ถ้ามีเจตนาที่ดีแล้ว ทำไม่ดี ไม่ถูกต้อง ก็จะบังเกิดความเสียหายได้เป็นอันมาก

การแสดงว่า ชีวิตภายหลังความตายไม่มี พูดกำกวม หรือพูดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องศึกษาในเรื่องนี้ให้เข้าใจ ย่อมเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายได้หลายประการ คือ

๑. ทำให้ใครๆ พากันคิดว่าตายแล้วสูญ ซึ่งเป็นมิจฉาทิฏฐิ มีความเห็นผิด ทำให้บังเกิดความเสียหายแก่ชีวิตของผู้เชื่อเอง และแก่พระพุทธศาสนาด้วย

๒. จะเป็นเหตุให้ขาดความสนใจที่จะศึกษาธรรมอันละเอียดที่ว่าด้วยชีวิตซึ่งเมื่อศึกษาเรื่องชีวิตเข้าใจแล้วจะทำให้บังเกิดความสุข และรู้หนทางที่จะแก้ปัญหาให้แก่ตัวเอง อันจะเป็นบันไดก้าวไปสู่ความพ้นทุกข์ได้

๓. การแสวงหาความดีจะลดลง ความไม่ดีจะเพิ่มขึ้น ด้วยพากันคิดว่า เมื่อตายลงแล้วก็หมดเรื่องกัน ไม่ต้องกลัวที่จะรับผลกรรมภายหน้า ดังนั้น การทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ก็จะย่อหย่อน

๔. เห็นพุทธศาสนามีแต่สอนศีลธรรม จึงหันหลังให้ต่อการปฏิบัติสมถะ และวิปัสสนากรรมฐาน อันเป็นเรื่องสำคัญและเป็นประโยชน์สูงที่สุดของพระพุทธศาสนา

๕. คำสั่งสอนเรื่องสังสารวัฏ คือ การเวียนว่ายตายเกิด เป็นคำสั่งสอนที่ทำให้คลี่คลายจากความยึดมั่น คลายจากความทุกข์ ความเร่าร้อน และคลายจากความพัวพันในกิเลส อันจะเป็นบาทนำทางให้เกิดปัญญา ต่อไปก็จะค้นคว้าหาศึกษากันยาก เมื่อไม่มีใครพูด ไม่มีใครอ่าน ตำรับตำราก็จะไม่มีใครจับ มันก็จะค่อยๆ สูญสลายไปหมด

๖. ใครๆ ก็จะพากันพูดว่า ทนลำบากเอาไม่กี่ปี หรือกี่สิบปี รับทุกข์ชาตินี้ไม่นานนัก ก็จะพากันตายไป จึงทำในสิ่งที่หาสาระมิได้มากขึ้น นิพพาน และอริยบุคคล ก็คงจะไม่มีความหมาย หนทางที่จะเดินไปสู่จุดสูงสุดของชีวิตก็จะเกิดขึ้นไม่ได้

๗. เป็นการหมิ่นสัพพัญญุตาญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คิดว่าพระองค์ท่านเป็นเพียงนักปราชญ์ราชบัณฑิตคนหนึ่งที่สอนศีลธรรมเท่านั้น ไม่มีความรู้พิเศษอย่างใด จึงเป็นเหตุให้ตกอยู่ในความประมาท

ตามที่ยกตัวอย่างความเสียหายมาย่อๆ นี้ ก็พอจะเห็นได้แล้วว่า ความปรารถนาที่ดี แต่ถ้าทำลงไปไม่ดี ก็อาจได้รับผลเสียหายได้เป็นอันมาก ถ้าความปรารถนาที่ดีแบบนี้เกิดขึ้นทั่วๆ ไปแล้ว ไม่ช้าไม่นานพุทธศาสนาอันละเอียดประณีต เช่น ปฏิจจสมุปบาท, อริยสัจจ์ ๔ เป็นต้น ก็จะค่อยๆ สลายหายไปทีละน้อยๆ จากจิตใจก่อน แล้วธรรมที่ละเอียดรองลงมาก็จะคลอนแคลนหวั่นไหว ตั้งอยู่ไม่ได้ ตามลำดับต่อๆ กันไป


คนตายแล้วเกิดได้อย่างไร เล่มนี้ เป็นปาฐกถาครั้งเดียว ซึ่งเป็นธรรมดาอยู่เองที่จะคลี่คลายปัญหาใหญ่ๆ ในเรื่องตายเรื่องเกิดไม่ได้มาก ขอเสนอแก่ท่านพอได้เห็นเป็นแนวทางเท่านั้น ท่านผู้ใดปารถนาที่จะศึกษาให้กว้างขวางออกไป โปรดได้มอบให้อภิธรรมมูลนิธิรับใช้ท่าน

ผู้ที่ได้ศึกษาพระอภิธรรม หรือปรมัตถธรรม มีความเข้าใจดีจริงๆ แล้ว
ย่อมจะไม่เห็นว่า คนตายแล้วไปเกิดนั้นเป็นเรื่องทีลึกลับซับซ้อนประการใด.


นายบุญมี เมธางกูร


(โปรดติดตาม…ตอนที่ ๑…ในวันพรุ่งนี้ค่ะ)



โดย พี่ดา [14 พ.ย. 2545 , 07:11:06 น.] ( IP = 158.108.12.99 : : )


  สลักธรรม 2

อนุโมทนา..สาธุค่ะพี่ดา
เพียงคำนำครั้งแรก ก็ทำให้เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งของพระอภิธรรมแล้วค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
จะติดตามอ่านอย่างตั้งใจเลยค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [14 พ.ย. 2545 , 09:51:09 น.] ( IP = 203.149.33.236 : : )


  สลักธรรม 3


อนุโมทนา..สาธุครับ
ปลื้มใจจังเลยที่บัดนี้
ผลงานของท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร
มีออกมาตลอดเลย ทำให้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง
ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ
เหมือนท่านไปได้จากไปกำลังสอนอภิธรรมอยู่อบอุ่นมากๆเลย
ขอบคุณครับ





โดย พี่เณรชิต [14 พ.ย. 2545 , 11:40:47 น.] ( IP = 203.170.131.57 : : )


  สลักธรรม 4



อนุโมทนาค่ะ.....พี่ดา จะคอยติดตามนะคะ

โดย ทวีพร [14 พ.ย. 2545 , 12:44:00 น.] ( IP = 203.144.181.245 : : 203.144.181.253 )


  สลักธรรม 5

...
เข้ามาอ่านด้วยคนครับ :-)
...

โดย นรพัลลภ [14 พ.ย. 2545 , 13:07:04 น.] ( IP = 203.154.163.129 : : )


  สลักธรรม 6

ขออนุโมทนากุศล ของพระอาจารย์บุญมีค่ะ ได้ความกระจ่างเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนค่ะ
ขอขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงเจ้าค่ะ

โดย MASHIMNA - [14 พ.ย. 2545 , 15:00:27 น.] ( IP = 210.1.12.130 : : )


  สลักธรรม 7

อนุโมทนากุศล ของพี่ดาด้วยนะค่ะ

โดย MASHIMNA - [14 พ.ย. 2545 , 15:11:12 น.] ( IP = 210.1.12.130 : : )


  สลักธรรม 8


อนุโมทนาค่ะพี่ดา
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญและควรสนใจอย่างยิ่ง
เพราะความเห็นผิดน่ากลัวที่สุด
และจะมาติดตามต่อนะคะ


โดย หมออุ๊ [14 พ.ย. 2545 , 21:36:13 น.] ( IP = 202.57.176.53 : : )


  สลักธรรม 9

อนุโมทนา...สาธุค่ะ

โดย เซิ่น [14 พ.ย. 2545 , 23:31:19 น.] ( IP = 203.170.141.50 : : )


  สลักธรรม 10


อนุโมทนา"คุณดา"มากค่ะ


อ่านแค่คำนำ ...ก็เห็นความสำคัญในการเรียนพระอภิธรรม
โดยเฉพาะ เรื่อง ตายแล้วไปเกิดได้อย่างไรนี้ จะช่วยให้เราไม่ประมาทในชีวิต
ต้องติดตามอ่านอย่างแน่นอนค่ะ

โดย วยุรี [15 พ.ย. 2545 , 06:44:53 น.] ( IP = 203.113.39.10 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org