มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คนตายแล้วเกิดได้อย่างไร




คนตายแล้วไปเกิดได้อย่างไร...ตอนที่ ๒




ต่อไปนี้ข้าพเจ้าจะได้แสดงถึงเรื่องว่าด้วยความตายเสียก่อนว่า มีเหตุอะไรบ้างที่จะมาทำให้ตาย

ตามพุทธภาษิต พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแบ่งความตายออกเป็นส่วนใหญ่ๆ
ไว้เป็น ๒ ประการคือ :-

๑. กาลมรณะ
หมายความว่า ถึงเวลาที่จะต้องตาย


๒. อกาลมรณะ
หมายความว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องตาย


ทั้งนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่า ความตายนั้น เมื่อถึงเวลาหรือถึงที่จะตายแล้วจึงตายก็มี และเมื่อยังไม่ถึงเวลาหรือไม่ถึงที่ตายแล้ว ตายไปก็มี



คำว่า มรณุปปัตติ แยกศัพท์ออกเป็น ๒ คือ :-
มรณะและอุปปัตติ
…….มรณะ แปลว่า ตาย
…….อุปปัตติ แปลว่า เกิดขึ้น

หมายถึงความตาย และความเกิดขึ้น

มรณุปปัตตินั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ มี ๔ ประการ คือ
……..๑. อายุขยมรณะ หมายถึง ตายโดยสิ้นอายุ
……..๒. กัมมักขยมรณะ หมายถึง ตายโดยสิ้นกรรม
……..๓. อุภยักขยมรณะ หมายถึง ตายโดยสิ้นอายุและสิ้นกรรม
……..๔. อุปัจเฉทกมรณะ หมายถึง ตายด้วยอุบัติเหตุต่างๆ มาตัดรอน คือยังไม่สิ้นทั้งอายุและยังไม่สิ้นทั้งกรรม


ข้อ ๑. อายุขยมรณะ
ตายโดยสิ้นอายุ ข้อนี้ได้แก่สัตว์ทั้งหลายต้องตายโดนสิ้นอายุ เพราะสัตว์ทุกชนิดย่อมจะมีชีวิตอยู่ภายในขอบเขตของอายุขัย เช่น เต่ามีอายุ ๑๓๐ ปี ช้างมีอายุ ๓๐๐ ปี ยุงมีอายุ ๑๕ วัน เป็นต้น

มนุษย์ในปัจจุบันมีอายุขัยเพียง ๗๕ ปีก็ตาย แม้ว่าจะมีผู้มีอายุกว่า ๗๕ ปีก็มีอยู่บ้างจำนวนน้อย การที่โลกในปัจจุบันค้นคว้าในสรีระของมนุษย์ จนมีความรู้ละเอียดประณีตค้นคว้าในเรื่องอาหารและหยูกยาสารพัด เพื่อประสงค์จะให้มนุษย์ปราศจากโรคภัยมาเบียดเบียน แล้วจะได้มีอายุยืนนั้น ถึงค้นคว้ากันต่อไปสักเพียงใด วิทยาศาสตร์การแพทย์จะเจริญก้าวหน้าไปสักเพียงไหน ก็เป็นการช่วยได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะการมีอายุยืนหรืออายุสั้น มิได้มีเหตุเพียงในด้านวัตถุอย่างเดียวเท่านั้น แต่ความจริงมีเหตุอื่นสำคัญมากอีกหลายประการ ซึ่งข้าพเจ้าจะได้กล่าวในโอกาสต่อไป


๒. กัมมักขยมรณะ
ตายโดยสิ้นกรรม ในข้อนี้หมายถึงว่า การที่สัตว์ทั้งหลายเกิดขึ้นมาและเป็นไปนั้นอาศัยกำลังของกรรมหล่อเลี้ยงหรือสนับสนุนไว้ หากหมดกำลังของกรรมเมื่อใด ผู้นั้นก็จะถึงแก่ความตาย สำหรับในเรื่องของกรรมที่หล่อเลี้ยงหรือสนับสนุนให้ชีวิตดำเนินไปได้อย่างไร ข้าพเจ้าจะให้เหตุผลข้อเท็จจริงภายหลัง ขณะนี้กำลังกล่าวถึงเรื่องความตาย การที่จะต้องกล่าวถึงกรรมก็เพราะเกี่ยวพันไปถึง



๓. อุภยักขยมรณะ
ตายโดยสิ้นอายุและกรรม ข้อนี้ไม่มีปัญหาอะไรมาก ด้วยความตายที่เกิดขึ้นเพราะสิ้นอายุนั้นหมายถึงแก่เฒ่าอายุมาก ร่างกายก็หมดกำลังที่จะอยู่ต่อไปได้ ทั้งกรรมที่สนับสนุนให้คงชีวิตอยู่ก็หมดลงด้วย บุคคลผู้นั้นก็ถึงแก่ความตายด้วยเหตุทั้ง ๒

๔. อุปัจเฉทกมรณะ
หมายถึง ตายด้วยอุบัติเหตุต่างๆ มาตัดรอนทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงอายุขัยและยังไม่สิ้นกรรม เช่น ตกต้นไม้ตาย หรือถูกรถทับตาย ความตายในข้อนี้เป็นความตายโดยเหตุต่างๆ อันเป็นปัจจุบัน มิได้สิ้นอายุหรือมิได้สิ้นกรรม แต่มีกรรมในอดีตมาตัดรอน อาศัยกรรมแต่อดีตเป็นแรงส่ง เช่นกรรมแต่อดีตเป็นตัวส่งให้เข้าไปอยู่ในเรือนจำแล้วไปติดโรคระบาดภายในเรื่อนจำตาย เป็นต้น

เพื่อความเข้าใจง่ายขึ้นสำหรับความตายทั้ง ๔ ประการนี้ ท่านได้เปรียบเทียบไว้กับดวงประทีปที่ใช้น้ำมัน คือ ชีวิตทั้งหลายเปรียบเหมือนดวงประทีป หรือโคมไฟที่อาศัยน้ำมัน ธรรมดาโคมไฟที่อาศัยน้ำมันนั้นไฟจะดับก็ด้วยเหตุ ๔ ประการ

เหตุที่ทำให้ไฟดับ ๔ ประการ คือ
……๑. เพราะเหตุที่หมดน้ำมัน
……๒. เพราะเหตุที่หมดไส้
……๓. เพราะเหตุที่หมดทั้งน้ำมันและหมดไส้
……๔. เพราะเหตุที่มีอุบัติเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ลมพัดดับ
หรือมีอะไรมาทับให้ดับ



๑. เมื่อโคมไฟน้ำมันหมด ไฟก็ดับ
ข้อนี้หมายถึงชีวิตทั้งหลายจะถึงแก่ความตายเมื่อสิ้นอายุ

๒. เมื่อโคมไฟหมดไส้ ไฟก็ดับ
หมายถึงชีวิตทั้งหลาย เมื่อสิ้นกำลังของกรรมที่สนับสนุนให้ชีวิตคงอยู่แล้ว ก็จะถึงแก่ความตาย

๓. เมื่อโคมไฟหมดทั้งน้ำมันและหมดทั้งไส้
ข้อนี้ได้แก่ชีวิตทั้งหลายต้องสิ้นไป เพราะหมดอายุและกำลังของกรรม
ที่จะให้คงอยู่

๔. เมื่อโคมไฟถูกลมพัดดับ
ข้อนี้ได้แก่ยังไม่สิ้นอายุและสิ้นกรรม แต่ต้องตายด้วยได้รับอุบัติเหตุ
อย่างใดอย่างหนึ่ง



สำหรับในข้อ ๑, ๒, ๓, ตายเพราะถึงเวลาที่จะต้องตาย สำหรับในข้อ ๔ ข้อเดียวเท่านั้น ผู้ตายยังไม่ถึงคราวที่จะต้องตาย แต่ก็ได้ตายลงไปเพราะเหตุในปัจจุบัน




โดย พี่ดา....นำเสนอ [16 พ.ย. 2545 , 07:20:45 น.] ( IP = 158.108.12.71 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


เมื่อท่านได้ทราบเหตุของการตายโดยย่อๆ แล้ว ก็ควรจะทราบต่อไปด้วยว่า ขณะใกล้จะตายนั้น ได้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ทั้งจิตใจและร่างกายทำงานกันอย่างสลับซับซ้อนอย่างไร การแสดงในเรื่องนี้ไม่ใช่ง่าย ถ้าจะกล่าวโดยละเอียดแล้วก็ต้องใช้เวลามาก และจะต้องมีภาพของวิถีจิตในวิถีต่างๆ และตารางแสดงรูปอันเกิดแต่กรรม จิต อุตุ และอาหารด้วยว่าเกิดดับสืบต่อกันไปยังภพใหม่ได้อย่างไร ?



ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้วถึงเรื่องจิตว่ามีการทำงานอยู่ ๒ อย่าง คือ ขณะรับอารมณ์ทางทวารตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และจิตในขณะเป็นภวังค์ คือไม่รู้สึกตัวเลย

บุคคลผู้ซึ่งใกล้จะถึงแก่ความตายนั้น จะต้องเกิดอารมณ์ขึ้น ไม่ทางทวารใดก็ทวารหนึ่งทั้ง ๖ ทวารนี้



การเกิดอารมณ์ขึ้นตอนใกล้จะตายนั้นเป็นธรรมดา บุคคลใดจะตายลงโดย
ไม่เกิดอารมณ์ขึ้นก่อนทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ได้เลย ไม่ว่าจะตายโดยฉับพลันทันทีอย่างไรก็ตาม เพราะจิตนั้นย่อมเกิดดับโดนรวดเร็วมาก และต้องอาศัยกำลังของกรรมที่เกิดขึ้นขณะใกล้ตายนั้นเป็นตัวนำส่งให้เกิดอาการปฏิสนธิขึ้น

บุคคลที่ใกล้จะตายนั้นย่อมต้องมีอารมณ์ แต่อารมณ์จะดีหรือร้ายก็ได้ เช่น ได้เห็นสิ่งสวยงามเป็นที่น่านิยม คนไข้ก็จะมีหน้าตาแจ่มใสยิ้มแย้ม แต่ถ้าได้เห็นสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัว หรือหวาดเสียว คนไข้ก็จะแสดงอาการตื่นเต้น ตกใจ ขวัญหาย หน้าตาบูดเบี้ยว ผู้ที่ดูแลคนไข้ที่ใกล้จะตายมักจะได้ประสบ



การที่อารมณ์ได้เกิดขึ้นขณะเมื่อใกล้จะตายให้เห็นไปต่างๆ ก็เป็นประกาศว่า บุคคลผู้นั้นจะไปเกิดในสุคติหรือทุคติอย่างไร ? ดังนั้นเราจึงเห็นว่าโดยมากคนที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ตายจึงบอกพระอรหังแก่คนไข้ และศาสนาอื่นก็บอกสิ่งที่ดีงามต่างๆ ชี้ทางสวรรค์ให้แก่คนไข้



เรื่องความตายเป็นเรื่องสำคัญขั้นสุดท้ายของชีวิต ผู้ใดเข้าใจดีก็จะเป็นเครื่องช่วยตัวเองและคนอื่นได้มาก ความไม่เข้าใจหรือผิดพลาดไปเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้เกิดการเสียหายร้ายแรงอย่างยิ่งแก่ชีวิตไปชั่วกาลนานได้



แต่อาจมีผู้สงสัยว่า เหตุใดคนที่ใกล้จะตาย ทำไมจึงต้องเกิดอารมณ์ขึ้น อะไรทำให้เกิดอารมณ์หรือเป็นไปต่างๆ นานา เพียงอารมณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น จะนำไปสู่สุคติหรือทุคติได้จริงหรือ ? คนที่กำลังจะตายมีความรู้สึกหรือเจ็บปวดอย่างไรบ้าง ? การงานที่จิตและร่างกายได้กระทำไปขณะชีวิตใกล้จะแตกดับ ตลอดจนถึงมีอะไรบ้างไปปฏิสนธิ เพราะตามหลักพระพุทธศาสนาถือว่า ผู้ใดเข้าใจว่าจิตของผู้ตายนั้นเองล่องลอยไปหาที่เกิดใหม่ก็เป็นความเห็นที่ผิด ความเห็นที่ถูกนั้นเป็นอย่างไร ?
ข้าพเจ้าจะได้กล่าวต่อไปตามลำดับ



ตามหลักปรมัตถธรรม หรือตามสภาวะนั้น คนตายหรือสัตว์ตายไม่มี คนตายหรือสัตว์ตาย เป็นเพียงเราสมมุติพูดกันให้เข้าใจเท่านั้น

อันหมายถึงว่าคนที่ไม่หายใจแล้ว คือคนตาย แต่ตามสภาวธรรมกลับตรงกันข้าม คนจะตายหรือคนกำลังมีชีวิตอยู่ ธรรมชาติของจิตก็เกิดดับสืบต่อไป และทำงานเช่นนั้น เจตนาซึ่งมีหน้าที่ประกอบกับจิตก็เกิดดับสืบต่อกันไปเช่นนั้น หรือแม้แต่รูปที่เกิดขึ้นในร่างกายก็เกิดดับสืบต่อกันไปเช่นนั้นเหมือนกัน ความแตกต่างกันมีอยู่เพียงว่า จิต เจตสิก และรูปของคนตาย ได้ไปปรากฏอยู่ยังภพใหม่ หรือที่ใหม่เท่านั้นเอง ถ้าถอดเอาความยึดถือที่สมมุติว่าเป็นคน เป็นสัตว์ออดเสีย ก็เหมือนกับไฟฟ้าที่เกิดอยู่ที่นี่ เมื่อมีเหตุปัจจัยก็ไปเกิดอยู่ที่โน่นอันเป็นธรรมดา ธรรมชาติแม่เหล็กก็จะต้องมีความดึงดูดอยู่เสมอ



ธรรมชาติของจิตก็ต้องรับอารมณ์อยู่มิได้หยุดหย่อนเช่นเดียวกัน คนที่กำลังมีชีวิต หรือคนที่ใกล้จะตายก็เหมือนกัน จิตย่อมรับอารมณ์อยู่อันเป็นธรรมชาติ ต่างกันแต่ว่าเมื่อคนใกล้จะตายเราเรียกชื่ออารมณ์นั้นว่า…
กรรม, กรรมนิมิต, คตินิมิต



(โปรดติดตามตอนต่อไป ….)

โดย พี่ดา..นำเสนอ [16 พ.ย. 2545 , 07:23:08 น.] ( IP = 158.108.12.71 : : )


  สลักธรรม 2


ยอดเยี่ยมจริงๆครับผม สาธุ

.คิดเหมือนผมบ้างไหมครับ ? อาจารย์ท่านเก่งจังนะครับ.

โดย เทพธรรม [16 พ.ย. 2545 , 13:25:21 น.] ( IP = 203.170.138.14 : : )


  สลักธรรม 3

ดีจังเลย
สาธุ ค่ะ
...



โดย machima [16 พ.ย. 2545 , 15:27:08 น.] ( IP = 202.47.238.60 : : )


  สลักธรรม 4

อนุโมทนา สาธุค่ะ

โดย เล็ก [17 พ.ย. 2545 , 10:07:23 น.] ( IP = 203.155.233.106 : : )


  สลักธรรม 5

...
ตามอ่านต่อครับ :-)
...

โดย นรพัลลภ [18 พ.ย. 2545 , 11:06:40 น.] ( IP = 203.154.163.129 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณมากค่ะพี่ดา
ถึงจะมาช้าแต่ก็ได้ความรู้ไปเพียบเลยค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [18 พ.ย. 2545 , 13:40:26 น.] ( IP = 203.149.32.157 : : )


  สลักธรรม 7

The cheap fendi handbags has a width of 42 mm. 440 grades hermes replicastainless steel has been used coach handbagsto make these versace bags, and the golden color is dueGraham watches to 10 microns of 18 carat gold plating.The blackcroum watches dial of this Patek PhilippeMontblanc replica Geneve – SKU1783 watch is differentGlashutte replica. The sub dials for date of thereplica Louis Vuitton day, power reserve, and seconds on the main replica Maurice Lacroixdial are useful for thedesigner handbags wearer. The square shape is rounded at replica bottega venetathe edges. The watch case is in gianni versace handbagssteel color. The strap is made from blackChristian Dior for sale color leather. Japanese movementsBvlgari for sale, with 27 jewels have been used inside these Burberry for sale.Patek Philippe Geneve – SKU1646 balenciaga replica handbags has a black color face, steel color replica cartier handbags case, and black color strap. You will find the celine replica handbagsdigits I to XII written at the time markers.

โดย rrplica handbags - [17 ก.ค. 2553 , 15:39:21 น.] ( IP = 221.6.135.66 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org