มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เพียงเพื่อพ่อ






สวัสดีค่ะทุกๆ ท่าน


วันนี้เป็นวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ ซึ่งตามปกติแล้วจะต้องนำเสนอเรื่อง “สิตางศุ์”
แต่เกิดเหตุขัดข้องบางประการ เรื่องจึงยังไม่แล้วเสร็จ …ต้องขออภัยด้วยนะคะ


ประกอบกับอีก ๔-๕ วันเท่านั้นก็จะถึงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันสำคัญยิ่งของชาวอภิธรรมมูลนิธิ นั่นคือ“ร่วมรำลึกครบรอบ ๑๑ ปีที่ประทีปดวงเอก (ท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร) จากไป” และ “รับขวัญวันคืนสู่เหย้า ครูของเรา ชาวอภิธรรมมูลนิธิ (อาจารย์บุษกร เมธางกูร)”


ขอเชิญชวนสมาชิกทุกท่านได้โปรดไปร่วมงานกุศลกับพวกเราด้วยนะคะ


และขอถือโอกาสอันดีนี้ นำเสนอเรื่อง
“เพียงเพื่อพ่อ”
ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้เขียนเกี่ยวกับท่านอาจารย์ทั้งสองมาลงให้อ่าน ก่อนที่จะถึงวันสำคัญในวันที่ ๒๔ พฤศจิกายนนี้ …ค่ะ

โดย วยุรี [19 พ.ย. 2545 , 06:42:16 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



เพียงเพื่อพ่อ



นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ จวบจนปัจจุบัน เป็นเวลากว่า ๔๐ ปีที่กาลเวลาหมุนพาชีวิตคนหลายๆ คนให้เดินออกจากเส้นทางสายเดิม สายที่ชีวิตต้องระหกระเหินเดินย่ำอยู่กับบาปและความจอมปลอม ให้หันกลับมาหลอมใจไปในเส้นทางสายใหม่ อันเป็นสายที่
ฝักใฝ่อยู่กับบุญ คุ้นอยู่กับสัจจธรรม ด้วยการนำชีวิตเดินทางสู่
“มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ” ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นในปีนั้น

…นับเป็นเหตุการณ์ที่น่าประหลาด เพราะในเวลาที่ไล่เรี่ยกัน เป็นวันที่ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่มีใครกำหนด แต่เพราะกรรม…จึงกำหนดให้สองชีวิตต้องมาพบกัน อาจเป็นเพราะแรงอธิษฐานที่มีมาแต่อดีตชาติ จึงวาดทางชีวิตให้เด็กคนนั้นต้องมาเป็นลูกสาวของผู้ก่อตั้งมูลนิธิ
การเจริญวัยของเด็กน้อยจึงค่อยๆ ถูกปลูกฝังหยั่งรากของความรู้สึกลงสู่คุณธรรม ชีวิตถูกบ่มฟักด้วยสัจจะอันเป็นความจริงที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ เพราะจากการได้ติดตามบิดาไปทุกหนทุกแห่งตั้งแต่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ศาลาโพธิลังกา และโรงเรียนมงคลทิพย อภิธรรมมูลนิธิ วัดโพธิ์ ท่าเตียนและแม้แต่การเข้าปฏิบัติตามสถานที่ต่างๆ นั้น ทำให้คุณงามความดีซึมซาบเข้าสู่จิตใจของเธอ


สิ่งที่เธอได้ยินมาตั้งแต่เด็ก คือลำนำคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า…บุคคลที่เธอได้พบล้วนเป็นผู้ที่ฝักใฝ่อยู่ในปัญญา และการกระทำของเธอล้วนเป็นการสร้างสรรค์ชีวิตให้มีคุณค่ามาตั้งแต่เด็ก…
นั่นคือเธอได้ ใช้ชีวิตเพื่อชีวิต

เพราะแม้ขณะที่อยู่บ้าน เธอก็ต้องอุทิศตนเป็นผู้ช่วยเหลือแก่ผู้ทรงคุณธรรมมาตั้งแต่เยาว์วัย ความเป็นไปของเธอมีพ่อเป็นผู้ชี้นำมาโดยตลอด ชีวิตของเธอจึงเป็นเสมือนสมบัติของพ่อแต่เพียงผู้เดียว…

นี่คือที่มาของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีนามว่า “อาจารย์บุษกร เมธางกูร” กับคุณพ่อของเธอ “พระอาจารย์บุญมี เมธางกูร”

สิบเอ็ดปีที่ข้าพเจ้าได้รู้จักบุคคลทั้งสอง ได้พบเห็นและซาบซึ้งในความรู้สึกอันดีที่มีต่อกันโดยเฉพาะความรู้สึกของเธอที่มีต่อพ่อ มันช่างสูงค่าเกินราคาที่จะประเมิน เพราะหาได้ยากยิ่งในบุคคลใดๆ ความรัก ความห่วงใย ความอดทน และความกตัญญู ล้วนมีพร้อมอยู่ในตัวเธอ

…ยามพบเพ่อเธอจะปรี่เข้าหาด้วยความรัก สีหน้าและแววตาแสดงออกถึงความยินดีอย่างสุดซึ้ง และบางครั้งดูเหมือนอุณหภูมิของความดีใจก็ต้องค่อยๆ ลดลง เพราะสายตาของพ่อลืมมองมายังเธอ พ่อที่เธอรอคอยอยู่ตลอดเวลา แต่เพราะพ่อของเธอมีวิญญาณของความเป็นครูสูง พ่อจึงมองค่าของลูกศิษย์สูงกว่าลูกสาว ซึ่งพ่ออาจจะคิดว่าสำหรับเธอพบเมื่อไรก็ได้ บางครั้งข้าพเจ้ารู้สึกสงสาร ที่มองเห็นว่าดวงตาโตคู่นั้นคลอไปด้วยอัสสุชล โดยไม่เคยเห็นเธอบ่นหรือตัดพ้อต่อว่า ยังคงทำตนเป็นลูกที่ดี อยู่ในโอวาทอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

…ยามพ่อป่วย ดูเหมือนว่าเธอจะเจ็บป่วยยิ่งกว่า สภาพจิตใจที่ทรุดโทรมเนื่องจากกำแพงวิบากที่คอยขัดขวางทางเข้าเยี่ยมทำให้สภาพร่างกายเสื่อมโทรมลง เธอห่วงใยในความเป็นไปของพ่อมากกว่าชีวิตของตนเอง ข้าพเจ้าดีใจที่มีโอกาสเป็นไปรษณีย์ใจให้กับเธอ ได้นำความรู้สึก และความห่วงใยของเธอไปฝากพ่อ
คำพูดที่ข้าพเจ้าได้ยินบ่อยครั้ง “พี่วยุรี ต้อยฝากดูแลคุณพ่อด้วย”

และยามพบหน้าพระอาจารย์บุญมี แม้ท่านไม่มีเรี่ยวแรงแต่กิริยาของความเป็นห่วงจะแสดงออกทุกครั้งด้วยคำพูดว่า “เขาเป็นอย่างไรบ้าง”

นี่คือความผูกพันของพ่อลูกคู่นี้…

อุปสรรคขวากหนามที่มีก็กั้นได้เพียงกาย แต่จิตใจของบุคคลทั้งสองไม่มีสิ่งใดๆ มากีดกั้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอาจารย์บุญมีท่านทราบดีว่าเมื่อใดที่ข้าพเจ้าไปหาท่าน นั่นคือความรู้สึกของความรักและความห่วงใยจากบุตรสาวที่ท่านรอคอย แม้ก่อนมรณภาพไม่กี่วัน ข้าพเจ้าไปเยี่ยมท่านที่บ้าน ได้รับทราบจากพยาบาลที่เฝ้าไข้ว่าท่านไม่ยอมลุกนั่งมาเป็นสัปดาห์ๆ แล้ว แต่พอเห็นหน้าตัวแทนบุตรสาว ท่านพระอาจารย์บุญมีพยายามที่จะลุกนั่งท่ามกลางความดีใจของพยาบาลที่ต้องการให้คนไข้ได้มีโอกาสลุกบ้าง ทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าได้พบทำให้เกิดความประทับใจในความห่วงใยและความผูกพันที่มีต่อกันของบุคคลทั้งสอง

พระอาจารย์บุญมีท่านพูดกับข้าพเจ้าเสมอว่า

“…ก็ต้องขอบคุณเขา ได้เขานี่แหละช่วยงานมาโดยตลอด ไม่เคยบ่นเลย ก็นับว่าเขาเป็นคนที่เสียสละมาก”

…ยามเธอเจ็บป่วย เธอต้องอดทน เพราะเธอมีงานของพ่อที่เธอต้องรับผิดชอบ ชีวิตของเธอบอบช้ำมามาก จากการผ่าตัดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ละครั้งเธอใช้เวลาพักรักษาตัวเพียงไม่กี่วันก็ต้องกลับไปทำงานอันเป็นกิจการงานบุญ ซึ่งเป็นมรดกที่พ่อทิ้งไว้ให้เธอรับผิดชอบ

ยังจำได้ว่าเมื่อครั้งที่อาจารย์ยังเป็นฆราวาส วันนั้นเธอป่วยหนักลุกขึ้นไม่ไหว อาจารย์บุญมีเดินเข้ามาหาหลายๆ คนดีใจคิดว่าอาจารย์มาเยี่ยมลูกสาว เพราะประโยคแรก “เป็นยังไงบ้าง ไหวไหม” พอประโยคที่สอง “ลูกต้องอดทนประชาชนเขาคอยเราอยู่”
เพราะสำหรับอาจารย์เจ็บเท่าไรก็ต้องทน เพราะชีวิตคน (อื่น) สำคัญกว่า คำพูดของอาจารย์ดูเหมือนเป็นคำประกาศิตที่เธอต้องริดรอนความเจ็บป่วยให้ออกไปให้ได้ เพื่อที่จะลุกไปทำงานตามที่พ่อต้องการต่อไป


ความอดทนที่เธอมีไม่เพียงแค่ทางกายเท่านั้น แม้ทางใจเธอก็ต้องทนต่อมรสุมของวิบากที่รุมล้อมเข้าสู่ชีวิตหลายๆ แบบ พายุที่โหมกระหน่ำเข้ามาในรูปของวาทภัย แต่ด้วยใจคอที่หนักแน่นเธอจึงหาข้อธรรมให้กับใจตนพร้อมเผื่อแผ่ไปยังศิษย์ว่า

โดย วยุรี [19 พ.ย. 2545 , 06:51:09 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )


  สลักธรรม 2



มีคนมากมายถูกเข้าใจผิด…
เพิ่มเราเข้าไปอีกคนหนึ่งจะเป็นไรไป
เราก็อยู่ในโลกที่ผู้คนเต็มใจจะเข้าใจผิดอยู่แล้ว
มีคนมากมายถูกเข้าใจผิด…
คนอ่อนแอพากันท้อแท้
แต่คนเข้มแข็งรอคอยการพิสูจน์อย่างมั่นใจ
มีคนมากมายถูกเข้าใจผิด…
แต่บางคนพยายามเข้าใจตนเองให้ถูก
และอยู่เหนือความเข้าใจผิดของคนอื่น
มีคนมากมายถูกเข้าใจผิด…
แต่คนที่เข้าใจตนเองถูกต้องดีแล้ว
พอใจที่จะให้คำตอบสั้นๆ มากกว่าคำอธิบายที่ยืดยาว
มีคนมากมายถูกเข้าใจผิด…
แต่คนที่เลือกงานทำให้ตัวเองถูกต้องดีแล้ว
ย่อมจะควรสงบใจเพื่ออยู่กับความถูกต้องดีกว่าความกลัว


และด้วยอุปนิสัยของการเป็นผู้ให้ บางครั้งเธอให้ทุกสิ่งทุกอย่างแม้ชีวิตและความรู้สึกของตนเอง ทว่าผลที่ตามมาคือความเจ็บช้ำ แต่เธอก็สามารถแยกแยะให้พวกเราได้เห็นชัดเจนขึ้นในเรื่องกรรมและวิบาก ประสบการณ์และคำสอนของเธอทำให้ข้าพเจ้าได้ข้อคิดว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิตล้วนเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่คิดถูกและมีปัญญา เธอย้ำเสมอว่า “ปัญหาจะลดไป ถ้าใจเรามีปัญญา”

เหตุการณ์ที่เธอพบผ่านมาตั้งแต่เด็กหล่อหลอมชีวิตของเธอให้เป็นคนอดทน หากชีวิตเธอเป็นเหล็กวิบากร้ายๆ ที่เธอได้รับย่อมเป็นเสมือนไฟ แต่เธอก็ได้ใช้ประโยชน์จากการนำไฟวิบากนั้นมาตีเหล็กให้เป็นมีดที่คม เป็นมีดปัญญาที่จะคอยฟาดฟันกิเลสซึ่งพร้อมจะเกิดขึ้นตลอดเวลา
…นับว่าเธอคืออาจารย์ที่เป็นแบบอย่างให้กับลูกศิษย์ ผู้กำลังคิดเปลี่ยนวิถีชีวิตไปจากเดิม

…ปัจจุบันแม้ท่านอาจารย์บุญมีจะมรณภาพไปแล้วก็ตาม มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิก็ยังคงดำรงอยู่และมีกิจกรรมที่เฟื่องฟูจนเป็นที่ยอมรับของหน่วยงานและสถาบันต่างๆ หากท่านพระอาจารย์บุญมีท่านมีโสตประสาทที่สามารถรับรู้ได้ ท่านคงปลื้มและปีติใจที่บุตรสาว “มรดกธรรม” ของท่านได้ดำเนินตามรอยธรรมที่ท่านสร้าง และสามารถทำได้เป็นอย่างดี

ลูกศิษย์หลายๆ คนหวั่นวิตกว่าเมื่อสิ้นพระอาจารย์บุญมีแล้ว มูลนิธิจะเป็นอย่างไร เพราะทุกคนยอมรับว่างานทุกอย่างที่ผ่านมาจนมูลนิธิเจริญเติบโตมานั้น ลูกสาวทำเพราะพ่อ เมื่อสิ้นพ่อแล้ว ทุกคนจึงกังวลโดยเฉพาะเมื่อได้เห็นสภาพลูกสาวในวันที่รู้ว่าเสาหลักของชีวิตเธอได้โค่นหักลงไปแล้ว แต่เพราะคุณธรรมที่ถูกปลูกฝัง ความกตัญญูที่ฝังแน่นอยู่ในใจ ประกอบกับชีวิตที่เป็นไปในบุญมาตั้งแต่เด็ก สิ่งเหล่านี้จึงหล่อหลอมให้เธอต้องเสียสละ เพราะเธอคิดว่า…

ลูกยังมีหน้าที่ที่พ่อมอบ
รับผิดชอบก่อกรรมดีมามากหลาย
รอวันนั้นมาถึงซึ่งวันตาย
ทั้งร่างกายและวิญญาณพานพบกัน


เธอจึงต้องอยู่…อยู่เพื่อทำความดี อยู่เพื่อสานงานที่พ่อก่อ อยู่เพื่อต่อไฟธรรมะให้กับประชาชน ให้เขาได้พ้นไปจากความมืดของโมหะ ด้วยการทำธุระของงานพระศาสนา คือการเป็นอาจารย์ที่สอนให้ลูกศิษย์สามารถนำธรรมะไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เบาบางไปจากทุกข์ …อาจารย์เยี่ยงเธอจึงมีคุณค่าที่สุด เพราะโลกยุคโลกาภิวัตน์นับวันมีแต่ความวิบัติ มีความผันผวนทางเศรษฐกิจ และมีความวิกฤติของสังคม ทำให้ผู้คนขาดน้ำใจชีวิตที่เป็นไปจึงแห้งแล้ง
แต่เพราะคำสอนของเธอ ลูกศิษย์หลายคนยอมรับว่าได้ช่วยจิตใจและช่วยชีวิตพวกเราไว้ได้มาก


บางครั้งเธอเป็นครูที่เคี่ยวเข็ญจนลูกศิษย์ให้สมญานามว่า “คุณครูกระดาษทราย” แต่ข้าพเจ้ายอมรับว่า เพราะเธอ การขัดของเธอ…จึงทำให้ความด้านหนาในจิตใจที่เกิดจากการพอกพูนของกิเลสได้หลุดลอกถลอกออกไปบ้าง เมื่อได้รับธรรมะ จิตใจที่ถูกขัดเกลาจึงสามารถซึมซาบคุณธรรมเหล่านั้นได้
ดั่งที่ท่านพยายามสอนพวกเราเสมอว่า
“ผ้ายังย้อมติด จิตต้องย้อมได้”

บางครั้งข้าพเจ้านึกละอายใจที่ดูเหมือนว่า เธอซึ่งเป็นคนป่วยเพิ่งฟื้นตื่นจากการผ่าตัด เป็นคนป่วยที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัด แต่ต้องมานั่งสอนคนที่แข็งแรงกว่าอย่างพวกเรา
แต่เมื่อเธอพูดว่า “ต้อยป่วยกาย แต่ต้อยไม่ป่วยใจ” ทำให้ข้าพเจ้าได้ฉุกใจคิดว่า พวกเรายังป่วยใจอยู่ และที่สำคัญ “ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว” เราควรจะต้องรีบรักษาใจมิใช่หรือ

มาวันนี้…ลูกศิษย์ทุกๆ คนปลาบปลื้มและดีใจเป็นล้นพ้นเพราะไม่เป็นเพียงแต่เป็นวันครบรอบวันเกิดเท่านั้น แต่เป็นวันที่สำคัญ คือวันที่พวกเราได้มีโอกาสแสดงความยินดีที่คุณงามความดีของเธอได้ถูกจารึกลงในราชกิจจานุเบกษา เป็นที่รับรู้ของคนทั่วไป…นั่นคือเธอ อาจารย์ของพวกเรา “อาจารย์บุษกร เมธางกูร” ได้รับของขวัญ รางวัลในการทำความดี …ความดีที่เธอทำมาตลอดชีวิต จนเป็นที่ยอมรับของสังคม

“จตุตถดิเรก คุณาภรณ์” เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันทรงเกียรติสำหรับผู้ที่ทำคุณงามความดีด้านพระศาสนา จึงเป็นสิทธิของเธอโดยชอบธรรม…. เพราะตลอดมาและคงจะตลอดไปที่เธอจะใช้ชีวิตของตนเองเพื่อช่วยชีวิตของผู้อื่นอยู่ที่ “มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ” ณ พุทธมณฑลสาย ๔… และทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำก็เพราะ “เพียงเพื่อพ่อ” เท่านั้น ด้วยความหวังว่าเมื่อถึงวันนั้น วันที่เธอจะต้องไปหาพ่อ พ่อคงจะต้องยิ้มขอบคุณในสิ่งที่เธอทำมาทั้งหมด

เขียนเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐

โดย วยุรี [19 พ.ย. 2545 , 07:01:44 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )


  สลักธรรม 3


ขอบคุณอาจารย์วยุรี และสวัสดีท่านผู้อ่าน


สำหรับมดเองๆเชื่อในสิ่งที่อาจารย์วยุรีเขียนนี้ทุกอย่างค่ะ

ก็เพราะมดเองได้รู้จักและเคยได้รับฟังข้อคิดและคำสอนจากอาจารย์บุษกรเสมอ ทำให้มดมีแรงที่จะทำความดีต่ออย่างน่าอัศจรรย์

เพราะถ้ามดไม่ได้มีโอกาสรู้จักท่านแล้ว ชีวิตของมดคงแน่นเต็มไปด้วยอารมณ์ที่เศร้าหมองและครองชีวิตด้วยความไม่รู้จักจุดยืนให้แก่ตนเองแน่นอน

มดจึงอยากจะนำส่วนหนึ่งที่มดได้ไว้จากอาจารย์บุษกร เมธางกูร มาฝากทุกท่านและพร้อมยืนยันในคุณความดีของท่านเสมอค่ะ


อาจารย์บุษกรบอกมดว่า

หลักความเชื่อของพี่คือ
ความสุขเป็นสิ่งดีงามเพียงอย่างเดียว
สถานที่ที่ให้ความสุขอยู่ที่นี่
เวลาแห่งความสุขคือปัจจุบัน
และส่วนที่จะมีความสุขได้
คือการทำให้คนอื่นรู้สึกสุขด้วย
และนำเขาออกจากทุกข์ให้ได้



นี่คืออุดมการณ์ความสุข ของ...
อาจารย์บุษกร เมธางกูรที่มดเคารพรักมาก และเป็นชีวิตตัวอย่างที่ดี ต่อความอ่อนแอของผู้อ่อนแอได้จริงๆค่ะ

และถ้าใครมีอะไรประทับใจจากอาจารย์ท่านแล้ว โปรดนำมาเล่าไว้บ้างนะค่ะ

เพื่อแนวทางและแง่คิดชีวิตที่งามไงคะขอบคุณค่ะ





โดย กมลชนก รักเสรี - [19 พ.ย. 2545 , 08:40:25 น.] ( IP = 203.170.129.105 : : )


  สลักธรรม 4

อ่านแล้วทั้งซึ้งใจ และ ประทับใจ ต่อความกตัญญูที่ท่านอาจารย์ บุษกรได้มีต่อคุณพ่อ ทำทุกอย่างเพื่อพ่อ และนึกถึงความโชคดีที่ได้เข้ามาเป็นลูกศิษย์ของท่านได้ ๓ ปีเต็มแล้วค่ะ โดยถูกฝึกอบรมขัดเกลาจิตใจตลอดมา รู้สึกตัวว่าปัจจุบันอยู่กับเรื่องไร้สาระน้อยลง เพราะมีอาจารย์ที่ดีคอยแนะนำอบรมสั่งสอนให้ใช้ชีวิตที่มีค่านี้อยู่กับการศึกษาพระธรรมมากขึ้นค่ะ ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์บุญมีที่สร้างมูลนิธิแห่งนี้ค่ะ และขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์บุษกรมากค่ะ จะขอตอบแทนพระคุณท่านทั้งสองสุดความสามารถค่ะ

โดย เพ็ญภัทร์ [19 พ.ย. 2545 , 15:41:31 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : )


  สลักธรรม 5

...
ผมก็กำลังมองหาความสุขให้ควั่กเลยครับ
มันแอบอยู่ "ข้างใน" นี่แหละผมว่า
...

สวัสดีครับทุกท่าน

โดย นรพัลลภ [19 พ.ย. 2545 , 16:32:57 น.] ( IP = 203.154.163.129 : : )


  สลักธรรม 6


สวัสดีค่ะ คุณนรพัลลภ
วันนี้จะรอการพบความสุขที่หาเจอนะคะ
อย่าลืมบอกกันบ้างละค่ะ

โดย อาภา [20 พ.ย. 2545 , 07:37:14 น.] ( IP = 203.170.129.244 : : )


  สลักธรรม 7





ขอบพระคุณอาจารย์วยุรีมากค่ะ

อ่านแล้วก็ทำให้ทราบได้เลยว่าเหตุใด
แม้ขณะที่อาจารย์บุษกรเจ็บป่วย
อาจารย์ก็ไม่เคยหยุดงานเผยแพร่ธรรมะ

ดาก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้รับคำเตือนและคำสอน
จากอาจารย์บุษกร...

อาจารย์มักจะเตือนเสมอว่า



ไม่มีใครทำให้เราตกต่ำได้ ถ้าเราไม่ยินยอม



ขอน้อมกราบด้วยความรัก


โดย พี่ดา [20 พ.ย. 2545 , 08:57:40 น.] ( IP = 203.149.33.175 : : )


  สลักธรรม 8

...
ยังพลิกหาอยู่เลยครับคุณอาภา
เจอเมื่อไหร่จะมาบอกครับ :-)
...

โดย นรพัลลภ [20 พ.ย. 2545 , 14:58:40 น.] ( IP = 203.154.163.129 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบคุณพี่แอ๊ะค่ะ ศิษย์รุ่นพี่ที่มีโอกาสได้รับประะสบการณ์ตรงและนำมาเล่าสู่กันฟัง ทำให้เเห็นการต่อสู้ของอาจารย์ในอดีตได้อย่างเป็นรูปธรรมมาก และรู้สึกศรัทธาท่านค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

โดย ช้างน้อย [20 พ.ย. 2545 , 21:04:04 น.] ( IP = 210.203.181.159 : : )


  สลักธรรม 10

อาจารย์บุษกรเป็นอาจารย์ที่เป็นแบบอย่างให้กับลูกศิษย์จริง ๆ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความกตัญญู ความอดทน ความเสียสละ
ความเป็นครูผู้พร้อมให้...ให้ความจริงที่ตรงกับคำสอนของพระพุทธองค์

โดย เซิ่น [20 พ.ย. 2545 , 23:38:04 น.] ( IP = 203.170.128.53 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org