| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
คนตายแล้วเกิดได้อย่างไร...ตอนที่ ๕
สลักธรรม 1
พระองค์ทรงสอนว่า
เม็ดข้าวเปลือกเม็ดหนึ่ง เมื่อแยกออกเป็น ๗ ส่วน
ส่วนหนึ่งนั้นก็จะเท่ากับตัวเล็น
ใน ๑ ตัวเล็นนี้ย่อยออกไปอีก ๗ ส่วน ๑ ส่วนก็จะเป็นลิกขา
๑ ลิกขานี้ย่อยออกไปอีก ๓๖ ส่วน ๑ ส่วนก็จะเป็นรถเรณู
๑ รถเรณู ย่อยออกอีก ๓๖ ส่วน ๑ ส่วนก็จะเป็น ๑ ตัชชารี
ใน ๑ ตัชชารี นี้ เมื่อย่อยออกอีก ๓๖ ส่วนแล้ว ๑ ส่วนนั้นจะเป็น ๑ อณู
และ ๑ อณูนี้ย่อยออกเป็น ๓๖ ส่วน ๑ ส่วนนั้นก็จะได้แก่ ๑ ปรมาณู
ข้าพเจ้าไม่สามารถจะตอบได้ว่า คำว่า ๑ ปรมาณูของทางวิทยาศาสตร์
กับ ๑ ปรมาณูของทางธรรม แตกต่างกันเท่าใด แต่ขอให้ท่านลองคูณดูว่า ทางธรรมะนั้นย่อยออกไปจากตัวเล็นจนถึงปรมาณูนั้น จะเป็นขนาดไหน ในขนาดนี้เราไม่สามารถที่จะเห็นหรือถูกต้องได้แล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงเป็นรูปอยู่ คือเป็นรูปที่สุขุมละเอียดมาก
และนอกจากนี้พระองค์ยังทรงแสดงต่อไปว่า ใน ๑ ปรมาณูนั้น ทุกๆ ปรมาณูโดยมิได้ยกเว้น ย่อมจะมี ธาตุปถวี, อาโป, เตโช, วาโย, ได้แก่ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม (โปรดทำความเข้าใจเรื่องธาตุ ๔ ตามหลักพุทธศาสนาด้วย มิได้มีความหมายตรงไปตามตัวหนังสือ เช่นธาตุน้ำ ก็ไม่ใช่น้ำที่เราดื่ม เพราะธาตุน้ำเป็นสุขุมรูป มองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้เป็นต้น)
นอกจากนี้แล้ว ยังมี วรรณะ คันธะ รสะ โอชา คือ รูป หรือสี มีกลิ่น มีรส และโอชะ (หมายถึงสิ่งที่ร่างกายย่อยให้เป็นประโยชน์ได้)
ดังนั้น ๑ ปรมาณู จึงมีรูป ๘ เรียกว่า อวินิพโภครูป และพระองค์ยังได้ทรงสอนต่อไปว่าปรมาณูทั้งหลายเหล่านั้นหาได้ติดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไม่ แม้เราจะเห็นวัตถุใดเป็นแท่งทึบ แต่ปรมาณูทุกปรมาณูย่อมถูกคั่นด้วยปริจเฉทรูป คือ ช่องอากาศ หรือช่องว่าง นั่นคือรูปทั้งหลายที่เราเห็นเป็นแท่งทึบนั้น แท้จริงมีรูปโปร่งคั่นอยู่ด้วย
พระองค์ทรงสอนเรื่องปรมาณู ก็มิได้มีความปรารถนาจะสอนให้ศึกษาวิชาสรีรวิทยา หรือให้ทำลูกระเบิดปรมาณูเพื่อจะได้ทิ้งใส่ทำลายซึ่งกันและกัน พระองค์ปรารถนาจะชี้ให้เห็นถึงความไม่แน่นอนคงทนของรูป เพราะย่อมเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะมิได้หยุดนิ่ง อย่าได้ยึดถือเป็นจริงเป็นจังมั่นคง และเพื่อมิให้หลงงมงายเชื่อเฉพาะที่ตามองเห็นเท่านั้น ถ้าเชื่อ เพียงเท่านั้นก็จะได้ชื่อว่าโง่เขลามองไม่เห็นความจริงของธรรมชาติ แล้วก็หาว่าธรรมชาตินั้นเจ้าเล่ห์มายา
และยิ่งกว่านั้นพระองค์ยังต้องการแสดงสภาวะของรูปเหล่านี้ว่า กรรมหรือตัณหาย่อมมีอานุภาพสร้างรูปอันประณีตนี้ในรูปของรูปปรมาณู หรือในรูปของพลังงาน ในขณะที่ปฏิสนธิตั้งต้นขึ้นในภพใหม่ได้ด้วย
แต่ส่วนจะสร้างรูปอะไรในภพใหม่ได้อย่างไรนั้น ข้าพเจ้าจะได้กล่าวต่อไป
โดย พี่ดา...นำเสนอ [19 พ.ย. 2545 , 09:59:11 น.] ( IP = 203.149.32.119 : : )
สลักธรรม 2
ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้วว่า
จิตนั้นเป็นธรรมชาติที่รับอารมณ์
มีอารมณ์อยู่เสมอ
และอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นก็ด้วยเหตุต่างๆ กัน
แต่สำหรับคนที่ใกล้จะตาย
อารมณ์ที่เกิดขึ้นในขณะใกล้ตาย เรียกว่า
กรรมอารมณ์
กรรมนิมิตอารมณ์
คตินิมิตอารมณ์ .
๑. ผู้ใดทำกรรมอะไรไว้ ไม่ว่าจะดีหรือชั่วก็ตาม เมื่อทำไว้มากๆ กรรมเหล่านั้นก็มักจะกระทบกับจิตทำให้เกิดอารมณ์ขึ้น
คือทำให้จิตได้สร้างเป็นมโนภาะโดยอาศัยอานุภาพของกรรมในอดีตให้เป็นไปต่างๆ นานา เป็นต้นว่า
...ฆ่าสัตว์มากๆ ก็มักจะเห็นการฆ่าสัตว์ เช่น ยิงนก ตกปลา
...ถ้าทำบุญให้ทานมาก ๆ ก็มักจะเห็นการทำบุญให้ทานนั้น หรือการรักษาศีลเจริญภาวนา อารมณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็น กรรมอารมณ์
..๒. บุคคลผู้ใดใกล้จะตายเห็นนิมิตต่างๆ อาจจะเป็นทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจก็ดี
เช่นเห็นอุปกรณ์การทำกุศลหรืออกุศลที่ตนได้เคยกระทำมา เห็นธงทิว เครื่องตบแต่ง หรือขบวนแห่บวชนาค ทอดกฐินซึ่งเป็นกุศล
ทางฝ่ายอกุศลก็เห็นแห อวน มีด ไม้ เครื่องดักหรือจับสัตว์ เห็นเครื่องมือการพนันหรือคิดอะไรทำอะไรก็มองเห็นเป็นเลขท้าย ๓ ตัว อารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเรียกว่า กรรมนิมิตอารมณ์
..๓. บุคคลที่ใกล้จะตาย เกิดเห็นถ้ำ
เห็นเหว เห็นปล่อง เห็นการทรมานสัตว์ก็ดี หรือเห็นปราสาทราชวังที่ทำด้วยทอง
เห็นราชรถอันวิจิตร บางทีก็ไม่มีในเมืองมนุษย์ก็ดี อารมณ์ที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า คตินิมิตอารมณ์
สัตว์ทั้งหลายขณะที่ใกล้จะจุติ คือ ตาย จะต้องเกิดอารมณ์ขึ้น ไม่กรรม ก็กรรมนิมิต หรือคตินิมิต อันใดอันหนึ่ง สัตว์ที่จะตายจะไม่เกิดอารมณ์ขึ้นนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้
ทั้งนี้เพราะอารมณ์กรรมนั้นๆ ย่อมเป็นกำลังงานอันสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดการปฏิสนธิขึ้น
กรรม, กรรมนิมิต, คตินิมิตนั้นเป็นอารมณ์ครั้งสุดท้ายในชาตินั้นๆ ที่ทรงอิทธินำให้มีภพชาติสืบต่อไป
โดย พี่ดา...นำเสนอ [19 พ.ย. 2545 , 10:03:52 น.] ( IP = 203.149.32.119 : : )
สลักธรรม 3
อารมณ์ที่เกิดขึ้นครั้งสุดท้ายนี้
เป็นที่หมายได้แน่นอนว่า
จะต้องไปเกิดตามที่ตนได้เห็น
เหมือนเราทำแบบแปลนแผนผังไว้แล้ว
ปลูกสร้างที่อยู่อาศัยตามแบบแปลนนั้นๆ เช่น
ผู้ที่จะไปเกิดเป็นมนุษย์ย่อมเห็นครรภ์มารดา
ผู้ที่จะเกิดยังเทวภูมิย่อมเห็นเทพยดานางฟ้าหรือวิมาน
ผู้ที่จะเกิดในนรกก็ย่อมเห็นการเผาผลาญสัตว์ เห็นเปลวไฟ
ผู้ที่จะไปเกิดเป็นเปรต ก็เห็นปล่องหุบเขาอันตกอยู่ในความมืดมิด
ผู้ที่จะเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ก็ย่อมจะเห็นสัตว์หรือเห็นเชิงเขา ชายน้ำ เป็นต้น
ทุกคนมีจุดหมายปลายทาง คือความตาย
ไม่ว่าพระราชาหรือยาจก
ไม่ว่าเทวดาหรือสัตว์นรก
ไม่เลือกว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่ออันสำคัญ
สำหรับผู้ที่ฉลาดในเรื่องของชีวิต ควรจะต้องศึกษาให้รู้
เมื่อเป็นเช่นนี้ศึกษาเรื่องความตายจึงเป็นการสำคัญอย่างยิ่ง
จะได้ชื่อว่าไม่ตกอยู่ในความประมาท
เพราะการศึกษาเล่าเรียนเรื่องความตายเสียให้เข้าใจดีแล้ว
ก็ย่อมมีหวังอยู่เป็นอันมากที่จะไปเกิดในสุคติภูมิ
การมองดูคนไข้ที่ใกล้จะตาย จะแสดงกิริยาอาการต่างๆ
แม้จะทายที่ไปของผู้นั้นไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์ก็จริง
แต่ก็มีส่วนถูกเป็นอันมาก
ด้วยการที่คนไข้เกิดอารมณ์ขึ้นเหมือนความฝัน ภาพนั้นย่อมชัดเจนแจ่มใสมาก
จิตของคนไข้จะมีความยินดีหรือตกใจแล้ว ก็ย่อมจะมองเห็นจากการแสดงกิริยาอาการต่างๆ เช่น
..ถ้าคนไข้เห็นนายนิรบาลถือหอกโตเท่าลำตาล กำลังเงือดเงื้อจะพุ่งลงมายังทรวงอก
..หรือเห็นน้ำทองแดงกำลังเดือดพล่านจะไหลเข้าในปาก
..หรือเห็นแร้ง กาตัวโต มีปากเป็นเหล็กกำลังจะฉีกเนื้อของตัวกิน
..หรือเห็นอสุรกายใหญ่ตัวโตราวภูเขาดำทมิฬกำลังย่างเข้ามาทำร้าย
เมื่อคนไข้ได้เห็นเช่นนี้ก็จะมีความตกใจ ก็จะร้องโอดครวญด้วยเสียงอันดัง และจะแสดงอาการหวาดหวั่นสะดุ้งกลัวอย่างน่าสงสาร หรือแลบลิ้นปลิ้นตาร้องโวยวายให้คนช่วย เช่นนี้อบายภูมิก็มีหวังได้
โดย พี่ดา...นำเสนอ [19 พ.ย. 2545 , 10:07:51 น.] ( IP = 203.149.32.119 : : )
สลักธรรม 4
..ถ้าคนไข้เห็นนิมิตที่มาปรากฏนั้นเป็นพระ เป็นเณร
..เห็นปราสาทราชวัง
..เห็นอาภรณ์อันประณีต
..เห็นคนรักษาศีล
..คนให้ทาน
และคนไข้ก็ยิ้มแย้มผ่องใส หน้าตาอิ่มเอิบ หรือหัวเราะ
เช่นนี้สุคติก็มีที่หวังได้
เมื่อเราเอื้อมมือไปจะหยิบอะไรอย่างหนึ่ง
บนโต๊ะ ที่อยู่ข้างหน้า
ตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มเคลื่อนมือไป จิตย่อมจะสั่งการโดยตลอด
เหตุนี้เอง ....
ถ้าหากมือที่เอื้อมออกไปนั้นยังไม่ถึงสิ่งที่ต้องการ
เกิดมีเสียงเอะอะขึ้น
จิตก็จะสั่งให้หันไปดูที่เสียงนั้น
มือที่เอื้อมก็จะค้างอยู่ คือเกร็ง (spasm)
โดยทำนองเดียวกันนี้
คนที่ใกล้จะตาย
เมื่อเกิดอารมณ์ขึ้นครั้งสุดท้าย
จะเป็นยินดีหรือตกใจก็ตาม
ก็ย่อมจะแสดงกิริยาหรือท่าน่ากลัว
หรือยิ้มแย้มทันที
จุติ (ตาย) ก็เกิดขึ้น
ซากศพของผู้นั้นก็ปรากฏอาการค้างอยู่
ซึ่งทำให้เราพอทายได้ว่าจะไปสู่สุคติ
หรือทุคติได้เป็นส่วนมาก
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงแยกธรรมที่จะเป็นเหตุนำให้สัตว์ไปปฏิสนธิ ๔ ประการ คือ
ครุกรรม (กรรมหนัก)
ทางฝ่ายกุศลเช่นทำฌาน ทางฝ่ายอกุศลเช่นฆ่าพ่อ ฆ่าแม่เป็นต้น กรรมนี้เป็นกรรมหนักมีกำลังมาก
ดังนั้นเมื่อเวลาจุติคือตาย
กำลังของกรรมนี้ก็จะเกิดขึ้นเป็นชนกกรรม
นำไปสู่การปฏิสนธิ
ไม่มีกรรมใดมาขัดขวางได้
เราะเป็นกรรมหนักมีกำลังมากต้องให้ผลก่อน
อาสันนกรรม (กรรมใกล้ตาย)
บุคคลใกล้จะตายอาจได้รับอารมณ์อะไรก็ได้
ที่เกิดขึ้นติดชิดกับความตาย
เช่นขณะนั้นเห็นพระพุทธรูป
ได้ยินเสียงสวดมนต์ เป็นต้น
อาจิณกรรม (กรรมที่ทำอยู่เสมอ)
ถ้าอาสันนกรรมมิได้ให้ผลแล้ว
อาจิณกรรมก็จะมาให้ผล
ข้อนี้ก็คือ บุคคลทั้งหลายย่อมกระทำกรรมอยู่เสมอ
เมื่อเช่นนี้กรรมที่กระทำอยู่เสมอนี้มีโอกาสมากทีสุด
จะกระทบจิตทำให้เกิดอารมณ์ขึ้น
แล้วแต่อารมณ์นั้นจะเป็นกุศลหรืออกุศล
กฏัตตากรรม (กรรมเล็กน้อย)
ถ้ากรรมอื่นๆ ทั้งหมดไม่ให้ผลแล้ว
กรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะมาปรากฏในอารมณ์ นำไปสู่การปฏิสนธิได้
ทั้ง ๔ ข้อนี้ ข้าพเจ้าจะขอกล่าวแต่เพียงย่อๆ เพราะเกรงจะทำให้ท่านต้องทนนั่งอยู่นานเกินไป
(โปรดติดตามตอนต่อไป .)
โดย พี่ดา...นำเสนอ [19 พ.ย. 2545 , 10:13:09 น.] ( IP = 203.149.32.119 : : )
สลักธรรม 5ขอบพระคุณค่ะพี่ดา
จะติดตามอ่านต่อไปด้วยค่ะ
อนุโมทนาในการเสียสละกำลังกายและใจเพื่องานอันเป็นกุศลนี้เป็นอย่างยิ่งเลยค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [19 พ.ย. 2545 , 11:29:23 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 6อนุโมทนาค่ะ แล้วจะกลับมาอ่านซ้ำนะคะ เวลาหมดแล้ว
โดย หมออุ๊ [19 พ.ย. 2545 , 13:00:16 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )
สลักธรรม 7...
มาอ่านต่อครับ
เข้าใจมั่ง ไม่เข้าใจมั่งครับ :-)
...โดย นรพัลลภ [19 พ.ย. 2545 , 14:01:17 น.] ( IP = 203.154.163.129 : : )
สลักธรรม 8อนุโมทนาในการสร้างกุศลอย่างสม่ำเสมอของพี่ดาค่ะ จะติดตามตอนต่อไปเช่นเดียวกันค่ะ
![]()
![]()
โดย เล็ก [19 พ.ย. 2545 , 15:20:58 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : )
สลักธรรม 9
อนุโมทนาคุณดาค่ะ
ช่วงนี้งานมาก เข้ามาอ่านไม่ทันเลยคะ
ท่านอาจารย์อธิบายได้ละเอียดมาก แถมมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ทำให้เรื่องน่าสนใจมากทีเดียว
โดยเฉพาะเรื่องที่คุณดากำลังนำเสนอนี้ เป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องประสบอย่างแน่นอน จึงเป็นเรื่องที่เราไม่ควรพลาด(ที่จะอ่าน) มิฉะนั้น ความประมาทย่อมเกิดขึ้นได้
ขอบคุณมากๆ ค่ะ
โดย วยุรี [20 พ.ย. 2545 , 07:17:27 น.] ( IP = 203.113.39.10 : : )
สลักธรรม 10
![]()
อนุโมทนาค่ะ....พี่ดา เข้ามาติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์จริงๆ
ขอบคุณมากนะคะ
![]()
โดย ทวีพร [20 พ.ย. 2545 , 07:21:14 น.] ( IP = 203.144.181.245 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |