| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
คนตายแล้วไปเกิดได้อย่างไร..ตอนที่ ๖
สลักธรรม 1
![]()
ขอให้ท่านดูที่วงกลมหมายเลข ๑ ตัว ต. เป็นลำดับไป
เลข ๑ ต. หมายถึงอดีตภวังค์
คือเสียงกระทบจิต เมื่อกระทบแล้วก็ถึง
๒ น. = ภวังคจลนะ อันได้แก่ขณะจิตไหวสะเทือนขึ้นแล้วจึง
๓ ท. = ภวังคุปัจเฉทะ
จิตดวงนี้ตัดกระแสภวังค์ ทำให้ขาด จะขึ้นรับอารมณ์ใหม่แล้ว เพราะขณะเป็นภวังค์รับอารมณ์อื่นไม่ได้ เหมือนกำลังจะเปิดสวิทช์ให้บังเกิดแสงสว่าง
ต่อไปเลข ๔ ปัญ.= ปัญจทวาราวัชชนะ
ได้แก่จิตที่เปิดรับอารมณ์จากทางทวารทั้ง ๕ คือ จะเป็นทางตา จมูก ลิ้น หรือ กาย ถ้าเป็นเสียง จิตรับเสียงก็จะเกิดขึ้นรับเสียงนั้น ต่อไปก็ถึง
เลข ๕ ส. = โสตวิญญาณ
หมายถึงจิตที่รับอารมณ์ทางหู คือได้ยิน แต่ไม่ได้หมายความว่าได้ยินเสียงว่ากระไร เพียงแต่ได้ยินเสียงเท่านั้น
๖ สัม. = สัมปฏิจฉนะ
เป็นคนกลางที่รับอารมณ์ส่งต่อไปยังดวงที่
๗ สัน. = สันตีรณะ
เป็นจิตที่พิจารณาอารมณ์ว่าเสียงที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงอะไร
๘ โวฏ. = โวฏฐัพพนะ
เป็นจิตที่ตัดสินแน่นอนว่าเป็นเสียงสวดมนต์
เมื่อตัดสินแล้วก็ถึง
๙, ๑๐, ๑๑, ๑๒, ๑๓, ๑๔, ๑๕, ช. = ชวนะ
เป็นตัวเสพอารมณ์จากการที่ได้ตัดสินแล้ว ยินดี, ยินร้าย,
บุญ, บาป ก็จะเกิดขึ้นที่นี่ แล้วก็จะเก็บไว้ในจิตต่อไป
๑๖, ๑๗ ณ. หมายถึง ตทาลัมพณะ
คือจิตที่รับอารมณ์ต่อจากชวนะ
เพราะเหตุที่เป็นอารมณ์ที่แรงมาก
จึงมีตทาลัมพณะมาคั่น ๒ ขณะ
ต่อไปจากนี้ก็จะเป็นภวังค์
จิตที่ขึ้นวิถีรับอารมณ์นี้
ท่านจะเห็นว่า ๑๗ ขณะใหญ่
จิตแต่ละดวง มี ๓ ขณะเล็ก คือ อุปาทขณะ ฐีติขณะ ภังคขณะ
ฉะนั้นในวิถีหนึ่งก็มี ๕๑ ขณะเล็ก ใน ๑๗ ขณะใหญ่
หรือ วิถีนี้เกิด-ดับวนเวียนอยู่เป็นอันมาก จึงได้ยินครั้งหนึ่ง
เพราะจิตเกิด-ดับรวดเร็วยิ่งนัก
จนเราไม่สามารถจะจับจังหวะขาดได้เลย
โดย พี่ดา...นำเสนอ [20 พ.ย. 2545 , 08:26:43 น.] ( IP = 203.149.33.175 : : )
สลักธรรม 2
ตามหมายเลข ๑ ถึง ๑๗ ขณะ
ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้วนี้ เรียกว่า มรณาสันนกาล
คือเวลาใกล้จะตาย
คนไข้จะมีอารมณ์อยู่เสมอไม่ว่าทวารใดก็ทวารหนึ่ง
นอกจากจะถึงแก่วิสัญญีได้สลบไป
มรณาสันนกาลนี้อาจเป็นอยู่เร็วหรือช้าก็ได้
เช่นวินาทีหนึ่ง หรือสัปดาห์หนึ่ง หรือหลายสัปดาห์
คนไข้ที่อยู่ในเขตนี้ มีโอกาสที่จะกลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาอีกได้
เมื่อเหตุของความตายต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นยังไม่แสดงผล
แต่ถ้าหากถึง มรณาสันนวิถี
คือวิถีต่อมาอันเป็นวิถีสุดท้ายของชาตินี้เมื่อใดแล้ว
ก็ไม่มีหวังที่จะคืนชีพได้อีกเลย
ในขณะมรณาสันนกาลนี้
ถ้าเป็นเวลาหลายนาที หรือหลายวัน
คนไข้ก็จะเกิดอารมณ์ต่างๆ ขึ้นอย่างสับสนกลับไปกลับมา
ถ้าไม่มีครุกรรม คือกรรมหนักอันนี้แล้ว
ก็จะเป็นอาสันนกรรม คือ กรรมใกล้ๆ ตายนั้น
เช่น เห็นหรือได้ยินอะไร
หรือผู้ดูแลคนไข้จะให้อารมณ์ เป็นต้นว่าเอาภาพวัดวาอาราม
หรือพระพุทธรูปมาให้ดู
นิมนต์พระมาสวดให้ได้ยิน
บอกให้ระลึกถึงพระอรหันต์
ให้ระลึกถึงบุญกุศลหรือข้อธรรมต่างๆ
ถ้าเคยทำกรรมฐานก็ให้ทำสมถะ
หรือวิปัสสนากรรมฐาน ฯลฯ
ถ้าคนไข้เคยศึกษาธรรมมาบ้าง
หรือเคยสนใจในธรรมะมาก่อน
ควรพูดเรื่องตายเรื่องเกิด
หรือจะให้สติอะไรก็ได้
แต่ถ้าคนไข้ไม่ค่อยสนใจในเรื่องธรรมะมาก่อน
หรือคนไข้เป็นคนมีเหตุผลน้อย
ชอบทำบุญให้ทานอย่างเดียว ไม่ชอบศึกษา
หรือคนไข้มีความกลัวตายเป็นทุนอยู่แล้ว
การให้สติดังกล่าว คนไข้รู้เท่าทันก็จะบังเกิดความตกใจ
หรือเสียใจว่าตัวจะต้องตาย
หรือคิดว่าลูกหลานจะแช่งให้ตายเพื่อจะเอาสมบัติ
หรือเกิดความอาลัยเสียดายชีวิตขึ้นมา
หรือเป็นห่วงทรัพย์สินเงินทอง เรือกสวนไร่นาที่ยังไม่ได้แบ่งสันปันส่วน
เมื่อตายลงขณะนั้นก็มีหวังไปสู่ทุคติ
ในขณะมรณาสันนกาลนี้
ถ้าคนไข้ทำอกุศลมามาก
คนไข้ก็จะแสดงกิริยาอาการต่างๆ ที่น่ากลัว
บางทีก็หลายวัน
เพราะได้เห็นหรือได้ยินเสียง
หรือจิตได้สร้างภาพอันน่าหวาดเสียวขึ้น
ถ้าคนไข้มิได้ตกอยู่ในวิสัญญี คือสลบ
หรือเข้าไปอยู่ในความหลง มีโมหะมากแล้ว
เราก็มีหวังจะแก้อารมณ์ได้โดยวิธีการต่างๆ แล้วแต่กรณี
แต่ถ้าคนไข้ขาดสติและหลงอยู่เสมอแล้ว
ความหวังเช่นนั้นก็จะอยู่ห่างไกล
หรือสิ้นหวังเอาเลยทีเดียว
แต่ถึงอย่างไรก็ดี ผู้ที่พยาบาลคนไข้ที่มีใจอารี
มีจิตเป็นกุศลก็ย่อมจะพยายามจนสุดความสามารถ
เพราะเสียสละเวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
อาจจะให้ประโยชน์อันมหาศาลแก่คนไข้
เขาย่อมไม่ให้เวลาอันเป็นนาทีทองเหล่านั้นสูญเสียไปโดย พี่ดา...นำเสนอ [20 พ.ย. 2545 , 08:28:54 น.] ( IP = 203.149.33.175 : : )
สลักธรรม 3
ในขณะที่มรณาสันนกาล
อารมณ์มักจะเกิดแก่คนไข้ได้มากที่สุดก็คืออาจิณกรรม
ซึ่งได้แก่กรรมที่กระทำอยู่เสมอในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่
กรรมที่ทำมาชำนาญเหล่านั้นก็มักจะปรากฏแก่คนไข้
เช่นเคยทำกุศลหรืออกุศลในทางใดๆเสมอ
กรรมเหล่านั้นก็จะกระทบจิตทำให้เห็นไปต่างๆ นานาอย่างเด่นชัด
เหมือนว่าภาพนั้นเป็นจริงเป็นจังต่อหน้าต่อตา
ข้อนี้ขอให้ท่านเทียบกับความฝันของท่านในคืนวันที่ความฝันนั้นชัดเจนมากๆ เช่น
เห็นการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา
เห็นวัดวาอาราม
บางทีก็แสดงกิริยาอาการออกมาด้วย
คนไข้จะยิ้มแย้ม จะหัวเราะ จะเอื้อมมือไขว่คว้าด้วยหน้าชื่นบาน
ถ้าเป็นฝ่ายอกุศล ก็
จะเอะอะโวยวาย
บางทีถอยหนีด้วยความหวาดกลัว
ถ้าตกเบ็ดล่อปลามาชำนาญก็จะทำมือยกขึ้นๆ ลงๆ เหมือนยกคันเบ็ด
ถ้าชอบขนไก่ก็มักจะเอาหัวแม่มือชนกันจนเลือดออก
ถ้าชอบฆ่าหมูก็มักจะได้ยินเสียงร้องอี๊ดๆ เป็นเสียงหมู
ถ้าหมั่นฆ่าสัตว์อยู่บ่อยๆ ก็มักจะเห็นสัตว์ เห็นอาวุธที่ใช้เป็นเครื่องมือประหารสัตว์
หรือเห็นสัตว์กำลังได้รับการทรมาน
เห็นเลือดไหลนอง
เห็นภาพตัวเองอยู่ในกระทะน้ำร้อนทีกำลังเดือดพล่าน
ถ้าชอบเล่นหวย ก. ข. ภาพหวย ก.ข. ก็จะปรากฏขึ้น
ขณะมรณาสันนกาลนี้
ถ้าคนไข้ไม่กลับฟื้นขึ้นมาแล้ว
ก็นับว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่ออันสำคัญอย่างยิ่งของชีวิต
เพราะอาจไปมีความสุขอย่างสุดที่จะพรรณา
หรือได้รับทุกขเวทนาแสนสาหัสก็ได้
ดังนั้น เราผู้ซึ่งยังไม่ถึงมรณาสันนกาล
ก็เป็นการสมควรยิ่งนักที่ไม่พึงประมาท
จะต้องหมั่นกระทำอาจิณกรรมที่เป็นฝ่ายกุศลเอาไว้
จะทำทาน รักษาศีล หรือเจริญภาวนาก็ได้
ถ้ายิ่งศึกษาธรรมะให้มากๆ ก็ยิ่งดี
ถ้าเดินทางไปยังที่ใดที่หนึ่งในเวลาค่ำมืดเดือนมืด
ท่านก็ต้องถือตะเกียงไปด้วย
ท่านจึงจะเดินทางไปได้โดยสะดวก
แต่ถ้าท่านเดินทางนี้บ่อยๆ จนชำนาญแล้ว
ท่านก็ไม่จำเป็นต้องถือตะเกียงไป
ท่านก็จะเดินไปได้ง่ายๆ
เกือบจะไม่ต้องคิดด้วยซ้ำว่าตรงไหนเป็นหลุมเป็นบ่อ
หรือตรงไหนจะรกจะคดเคี้ยว
มีก้อนอิฐก้อนหินอยู่ที่ไหนอย่างไร
ท่านก็สามารถจะก้าวข้ามหลบหลีก
และเลี้ยวได้อย่างคล่องแคล่ว
โดยไม่ต้องอาศัยแสงสว่าง
ทั้งนี้เพราะทางเดินนี้เป็นทางเดินสะดวกเสียแล้ว
เหตุนี้ผู้ที่มรณาสันนกาลยังมิได้มาถึง
ผู้ที่มฤตยูยังไม่ได้เรียกร้องถามหา
หรือผู้ที่เห็นภัยร้ายแรงในวัฏฏะ
ก็ย่อมไม่ตกอยู่ในความประมาท
เขาจะพยายามทำอาจิณกรรมทีเป็นฝ่ายกุศลเข้าไว้ให้ชำนาญ
ให้เป็นทางเดินสะดวก
ทุกๆ คืนก่อนจะนอนก็จะกราบพระ
เพื่อรักษาจิตที่กิเลสทั้งหลายได้เข้ามาเกลือกกลั้วอยู่ตลอดวันมาแล้ว
ให้สงบระงับเป็นสมาธิ
จะตั้งใจอธิษฐานขอให้พ่อแม่พี่น้อง ครูอาจารย์
เพื่อนฝูง
ไม่ว่าศัตรูหรือมิตร
ตลอดจนสัตว์ทั้งหลายจงอย่าเบียดเบียนซึ่งกันและกัน
ขอให้เขาเหล่านั้นมีความสุขความเจริญ
ขณะจิตก็เป็นสมาธิสะอาดบริสุทธิ์ขึ้น
นิสัยเห็นแก่ตัวอันเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งที่ติดมากับสัตว์ทั้งหลาย
ก็จะหยุดยั้งลงชั่วขณะหนึ่ง
กุศลก็จะประทับลงไว้ในจิต
ประดุจฝุ่นละอองสีดำคล้ำทั้งหลายที่เข้ามายึดกับจิตไว้ได้
ถูกฝุ่นละอองสีขาวบริสุทธิ์แม้เพียงเล็กน้อยปะปนเข้าไป
ทำให้ความดำคล้ำนั้นไม่มืดมิดสนิทจริงๆ
ต่อจากการแผ่ส่วนกุศลแล้ว
ถ้าทำสมถะหรือวิปัสสนากรรมฐานต่อไปอีกสัก ๑๐ ๓๐ นาที
หรือ ๑ ชั่วโมง ได้
ก็จะเป็นประโยชน์มากที่สุดทั้งในชาตินี้และชาติหน้า
(โปรดติดตามตอนต่อไป .)
โดย พี่ดา...นำเสนอ [20 พ.ย. 2545 , 08:32:12 น.] ( IP = 203.149.33.175 : : )
สลักธรรม 4มาติดตาม..ตามคำเชิญแล้วค่ะพี่ดา
ถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแล้วนะคะ
จะไปทางไหนก็คงต้องตัดสินกันที่โค้งสุดท้ายนี่แหละค่ะ
ประมาทไม่ได้เลยนะคะเรื่องกรรมนี่...
ขอบคุณมากค่ะพี่ดาโดย น้องกิ๊ฟ [20 พ.ย. 2545 , 09:46:30 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 6ขอบพระคุณอย่างเหลือเกินค่ะท่านอาจารย์วิชิต
บอกด้วยความรู้สึกจากใจจริงว่า
ปลาบปลื้มใจจนเหมือนหัวใจจะพองโตมากที่ได้รับคำอนุโมทนาเช่นนี้
และก็ยังทำให้ทราบถึงการกระทำเล็กๆน้อยๆที่ตนกระทำอย่างสม่ำเสมอ เป็นสิ่งที่มีคุณค่าไม่เล็กน้อยเลย
เพราะสามารถกลายเป็นพาหนะใช้สำหรับข้ามภพข้ามชาติได้
และก็รู้สึกในความ"ใจดี" และความเมตตาที่กว้างขวางอย่างยิ่ง ....ที่รู้ว่าสิ่งใดเป็นประโยชน์แล้วก็ไม่ทอดทิ้งบุคคลที่อยู่รอบข้าง .
..ทุ่มเทที่จะก่อสร้างฐานแห่งประโยชน์นั้นให้เกิดขึ้นกับทุกคนให้ได้มากที่สุด
เพื่อความมีสุคติเป็นที่ตั้งแห่งชีวิตของเขาทั้งหลายโดยแท้
และก็เห็นใจในความเดียวดายและเหนื่อยยากที่เพียรเดินเคาะประตูบ้านอยู่ตามลำพังเพื่อปลุกผู้หลับใหลให้ตื่นขึ้นมาจากความดิ่งจมนั้นบ้าง....
กราบขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ
ที่กรุณามอบแสงสว่างมาให้
จะพยายามเดินทางอย่างสว่างไสวและไม่ไร้แสงเทียนให้มากยิ่งขึ้นค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [20 พ.ย. 2545 , 15:51:37 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 7...
...
![]()
เข้ามาติดตามต่อค่ะ.......พี่ดา ขอบคุณและอนุโมทนาเป็นอย่างมากค่ะ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์วิชิตค่ะ.....วีเป็นอีกคนหนึ่งที่มีโอกาสได้ต่อเทียนนั้นมาจากอาจารย์ และกำลังประคับประคองไม่ให้เทียนนั้นดับ
เพราะท่านเป็นผู้ชี้นำและให้ความรู้รวมถึงโอกาสต่างๆมากมายที่จะทำความดีต่อไป เพื่อเพิ่มแสงแห่งแรงเทียนให้สว่างไสวยิ่งๆขึ้น จนหมดโอกาสที่จะพบกับความมืดอีกต่อไป
กราบขอบพระคุณมาด้วยความเคารพยิ่งค่ะ.......
...
...
![]()
โดย ทวีพร [20 พ.ย. 2545 , 17:03:20 น.] ( IP = 203.144.181.245 : : )
สลักธรรม 8
![]()
ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์วิชิตค่ะที่ให้โอกาส
ดาได้ทำอาจิณกรรม และได้ต่อแสงเทียนของชีวิตโดย ดาค่ะ [21 พ.ย. 2545 , 00:49:33 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.155.107 )
สลักธรรม 9
.อนุโมทนากับทุกท่านค่ะ
และต้องกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์บุญมี
ท่านอาจารย์วิชิต และท่านอาจารย์ทุกท่าน
ที่ให้แสงสว่างกับชีวิต
พร้อมที่จะให้ท่านอาจารย์ทั้งหลายขัดเกลาอยู่ตลอดค่ะ เพื่อเดินทางไปสู่แสงสว่างที่แท้จริง
คือ พระนิพพานค่ะ![]()
โดย เล็ก [21 พ.ย. 2545 , 09:07:25 น.] ( IP = 203.170.129.129 : : )
สลักธรรม 10ขอบพระคุณทุกท่านที่พยายามจุดแสงเทียนความสว่างนำทางสำหรับผู้มืดบอด ขออนุโมทนาด้วยความตื้นตันใจยิ่ง และจะพยายามเป็นหนึ่งในผู้ที่เดินไปสู่แสงสว่าง
โดย หญิง [15 พ.ค. 2550 , 15:18:55 น.] ( IP = 58.136.98.221 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |