| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
การระลึกถึงความตาย
สลักธรรม 1สวัสดีครับคุณเอนก คุณทราบไหมครับว่า...
ตอนนี้ในลานธรรมการถามของคุณ สร้างประโยชน์มากเลยนะครับ
ก็เพราะว่าถ้าโรงเรียนมีแต่ครู ไม่มีนักเรียนก็หาชื่อว่าโรงเรียนไม่ได้
อาจเรียกว่าห้องพักครูไงครับ
ที่ผมต้องยกตัวอย่างนี้ก็เพราะ คุณเอนกครับคุณเป็น
ส่วนสำคัญให้กิจกรรมงานของเราดำเนินไปได้ไง
ครับ ขอบคุณมากครับ.
.
ความจริงประการหนึ่งในชีวิตก็คือ เราจะต้องสูญเสียบุคคลผู้เป็นที่รักของเรา เมื่อญาติหรือมิตรสหายสิ้นชีวิตลง เราย่อมเศร้าโศกยิ่งนักและรู้สึกว่ายากที่จะทนได้ พระธรรมคำสอนของพระผู้มีพระภาคช่วยให้เราเผชิญความจริงได้และรู้ความจริงของธรรมทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมเรื่องความทุกข์โศกอันเกิดจากการสูญเสียบุคคลผู้ที่เป็นผู้รักไว้มากทีเดียวส่วนคำถามที่คุณมีอยู่นั้น ผมต้องขอย้อนไปในสมัยพุทธกาลสักนิดก่อนนะครับ เพื่อทำความเข้าใจเสียก่อน
การที่พระองค์ทรงตรัสเช่นนั้นก็เพราะว่า ความจริงประการหนึ่งในชีวิตก็คือ
เราจะต้องสูญเสียบุคคลผู้เป็นที่รักของเรา
เมื่อญาติหรือมิตรสหายสิ้นชีวิตลง เราย่อมเศร้าโศก
ยิ่งนักและรู้สึกว่ายากที่จะทนได้
พระธรรมคำสอน ของพระผู้มีพระภาค
ช่วยให้เราเผชิญความจริงได้ และรู้ความจริงของ
ธรรมทั้งหลาย
พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมเรื่องความ
ทุกข์โศกอันเกิดจากการสูญเสีย บุคคลผู้ที่เป็นผู้รัก
ไว้มากทีเดียวครับ...ดังเช่น
พระพุทธองค์ทรางตรัสว่า
"ดูกรคฤหบดี ท่านไม่มีอินทรีย์ที่จะระงับจิตของท่าน
อินทรีย์ของท่านมีอาการเป็นอย่างอื่นไป"
"ข้าแต่พระผู้เจริญ
ทำไมข้าพระองค์จะไม่มีอินทรีย์เป็นอย่างอื่นเล่า เพราะว่าบุตรน้อย คนเดียวของข้าพระองค์ ซึ่งเป็นที่รัก เป็นที่ชอบใจ ได้ทำกาละเสียแล้ว"
"ดูกรคฤหบดี ข้อนี้เป็นอย่างนั้นๆ
เพราะว่า โสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัส
และอุปายาส ย่อมเกิดแต่ของที่รัก มาแต่ของที่รัก"
"ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ข้อที่ว่า โสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัส และอุปายาส
ย่อมเกิดแต่ของที่รัก เป็นมาแต่ของที่รักนั้น จักเป็น
อย่างนั้นได้อย่างไร?
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความจริง ความยินดี และความโสมนัส ย่อมเกิดแต่ของที่รัก มาแต่ของที่รัก"
พักเดียวนะครับคุณเอนก เมื่อยครับผม แต่สักครู่เดียวครับ
![]()
โดย วิชิต ธรรมรังษี [20 พ.ย. 2545 , 17:06:05 น.] ( IP = 203.170.145.211 : : )
สลักธรรม 2
มาแล้วครับผมหลับไปหนึ่งตื่นแหะ แหะ
.คฤหบดีนั้นไม่ยินดี ไม่คัดค้าน พระภาษิตของพระผู้มีพระภาค ลุกจากที่นั่งแล้วหลีกไป
....คฤหบดีนั้น ... ไม่เข้าใจความหมายที่ลึกซึ้งของพระธรรม
เราควรจะพิจารณาให้เข้าใจพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดง เราควรพิจารณาให้เข้าใจว่า
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมเรื่อง
โลก เรื่องของเราเอง เรื่องชีวิต และความตายไว้อย่างไรบ้าง
พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงประมวลพระธรรมไว้ ในอริยสัจธรรม.
พระผู้มีพระภาคทรงแสดงอริยสัจธรรม ๔
แก่ภิกษุปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
ใกล้พระนครพาราณสี
อริยสัจธรรมที่ ๑ คือ ทุกขอริยสัจ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็
ทุกขอริยสัจนี้แล คือ ความเกิดก็เป็นทุกข์
ความแก่ก็เป็นทุกข์
ความเจ็บก็เป็นทุกข์
ความตายก็เป็นทุกข์
ความประจวบด้วยสิ่งอันไม่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์
ความพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักก็เป็นทุกข์
ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้ แม้ข้อนั้นก็เป็นทุกข์
โดยย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์"
ขันธ์ ๕
คือนามธรรม และรูปธรรม
ทั้งภายในและภายนอกนั้นเป็นทุกข์
คราวนี้ คุณเอนก สงสัยไหมครับว่าทำไมขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ ยังมีคนจำนวนมากสงสัยอยู่ครับ
ก็เพราะเราไป
ยึดถือจิตใจว่าเป็นตัวตน
แต่ที่เรายึดถือว่าเป็นจิตของเรานั้น
ก็เป็นแต่เพียงนามธรรม ที่เกิดขึ้นแล้วดับไปทันที
เท่านั้นเอง......เรายึดถือร่างกายว่าเป็นตัวตน
แต่ที่เรายึดถือว่า.. เป็นร่างกายของของเรานั้น
เป็นแต่เพียงรูปธรรมที่เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป
.เมื่อไม่รู้ความจริง....คนเราก็คิดว่า...สภาพธรรมเหล่านั้นยั่งยืน
และยึดถือว่าเป็นตัวตน เช่น เราอาจจะคิดว่าความเศร้าโศกนั้นไม่หมดไปมีอยู่ตลอดเวลา
แต่ว่าในวันหนึ่งๆ นั้น ก็ไม่ได้มีแต่ความเศร้าโศก มีสภาพธรรมอื่นๆ อีกหลายอย่างด้วยเช่น
.มีการเห็น การได้ยิน การคิดนึกไปในเรื่องต่างๆที่เราเรียกกันว่าฟุ้งซ่านไปนั่นนะครับ ที่เราคิดว่าเศร้าโศกนั้น แท้จริงเป็นสภาพธรรมต่างๆ ชนิดกัน ที่เกิดดับสืบต่อกันอยู่เรื่อยๆ
สภาพธรรมทั้งปวงที่ไม่เที่ยงนั้น ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง
ฉะนั้นจึงเป็นทุกข์ ถึงแม้จะใช้คำว่าทุกข์ ก็มิได้หมายเฉพาะความรู้สึกที่เป็นทุกข์เท่านั้น
ทุกขอริยสัจ คือ สภาพของสังขารธรรมทั้งปวง
ที่เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ตลอดชีวิตของเรานั้นไม่มีอะไร
เลยที่ไม่ใช่ทุกข์ ถึงแม้ความรู้สึกเป็นสุขนั้น ก็เป็น
ทุกข์ เพราะไม่เที่ยงไงครับ
แค่อธิบายคำว่าทุกข์นะครับ คุณเอนก ยังยาวขนาดนี้ ผมยังไม่ได้อธิบายถึงสมุทัย นิโรธ มรรค เลยนะครับ ไว้พรุ้งนี้นะครับ
คุณอาจจะไหว อิอิ แต่ผมไม่ไหวแล้วครับบอกตรงๆ
เพราะไล่ตอบอยู่คนเดียวทั้งกระดานโอ๊ยเป็นทุกข์
ครับสวัสดีครับผม![]()
...........
โดย วิชิต ธรรมรังษี [20 พ.ย. 2545 , 20:32:47 น.] ( IP = 203.170.129.109 : : )
สลักธรรม 3
กราบขอบพระคุณอาจารย์วิชิต ครับ
![]()
ผมขอบทระลึกถึงความตาย ที่อาจารย์วยุรีได้รวบรวมจากคำสอนหลวงพ่อเสือ ซึ่งมีดังนี้
------------------------------------------------------------
ข้าพเจ้าขอระลึกนึกถึง"ความตาย"ที่ต้องเจอในปั้นปลายของชีวิต ซึ่งไม่มีใครสามารถลิขิตได้ เพราะทุกสิ่งย่อมเป็นไปตามกรรมที่แต่ละคนได้กระทำมา ขอปัญญาที่ได้เล่าเรียน และหมั่นเพียรนำมาปฏิบัติ จงขจัดความกลัว โดยการทำตนเป็นบัวที่ได้รับแสง สามารถแจกแจงพระธรรมมาค้ำยันให้กับจิต สามารถนึกคิดได้ว่า วันนี้อาจเป็นวันสุดท้ายของชีวิต ขอเวลาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด จงลิขิตหนทาง สร้างคุณค่าให้กับเวลา แสวงหาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์สลัดสิ่งที่เป็นโทษออกจากจิต ประดิษฐ์แต่กุศลกรรม นำชีวิตไปให้พ้นจากความประมาท ดำเนินตามโอวาทของพระพุทธองค์ ที่ทรงเปล่งปัจฉิมวาจา ประกาศว่า " จงยังชีวิตด้วยความไม่ประมาทเถิด" ขอชีวิตของข้าพเจ้าจงบังเกิดสติ สามารถดำริด้วยปัญญา น้อมนำพา"มรณสติ" เข้าสู่ความรู้สึกนึกถึงวันตาย ซึ่งเป็นวันที่ร่างกายไม่สามารถรับรู้อะไรได้ แต่การเวียนว่ายตายเกิดยังไม่มีที่สิ้นสุดเพราะขีวิตยังไม่หยุดซึ่งตัณหา ขออวิชชาที่ครอบงำจิต จงถูกริดรอนด้วยปัญญา และความศรัทธาที่เข้าปฏิบัติ จงขจัดซึ่งความโง่ อันเป็นลูกโซ่แห่งสังสารวัฏ ขอการปฏิบัติวิปัสสนา จงนำพาชีวิตไปให้พ้นจากการวนเวียนของล้อเกวียนแห่งกรรม กิเลส และวิบาก เพื่อหมดชาติได้โดยเร็ว
-----------------------------------------------------------
อานิสงส์ของการเจริญมรณานุสสติ
๑. เป็นผู้มไม่ประมาทเป็นนิจ เพราะ
- จิตใจตั้งอยู่ในความไม่ประมาท คือมีสติ
- ขวนขวายในการกระทำที่พึ่งได้
- ใช้ชีวิตเป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น
- ไม่เป็นคนผลัดวันประกันพรุ่ง
- เตรียมพร้อมไว้ดีแล้วก่อนตาย
- ไม่สร้างความยุ่งยากให้แก่ผู้อยู่เบื้องหลัง
๒. ปราศจากความตระหนี่ ในทรัพย์สมบัติอันเป็นของนอกกาย เพราะรู้ว่าชีวิตที่เรารักอย่างที่สุด เรายังเอาไว้ไม่ได้เลย จะเป็นผลทำให้เกิดการทำทานสะสมเป็นอริยทรัพย์ เป็นการทำลายมัจฉริยะ
๓. ทำให้เห็นความไม่มีแก่นสารของชีวิต ช่วยทำให้ถ่ายถอนความยึดมั่นในชีวิตได้ เพราะเกิดความรู้สึกว่าป่วยการที่จะอุปาทานในสิ่งรอบข้าง
ดังนั้นผู้ที่ไม่ประมาท ปราศจากความตระหนี่ เห็นแต่ความไม่มีแก่นสารของชีวิต จึงเป็นบุคคลที่ไม่หวั่นไหว มีจิตใจพร้อมที่จะตาย แต่เมื่อยังมีชีวิตขอเพียงไม่มีโรค ไม่มีหนี้ มีแต่ทานและบุญกุศลเท่านั้นเป็นพอ.......นี่คือคุณลักษณธของผู้ที่มีปัญญา
-----------------------------------------------------------
เมื่อไปงานศพ ขณะที่เคารพศพ มองไปที่โลงพร้อมบอกความจริงกับใจตนเองว่า " เมื่อก่อนท่านก็เป็นอย่างเรา(มีชีวิต) อีกหน่อยเราก็เป็นอย่างท่าน(เป็นศพ)โดย เฉลิมศักดิ์ [21 พ.ย. 2545 , 05:19:23 น.] ( IP = 203.113.81.169 : : )
สลักธรรม 4
ก่อนอื่นต้องขออนุโมทนากับคุณเอนก ท่านอาจารย์และคุณเฉลิมศักดิ์มากค่ะ
![]()
หลวงพ่อเสือสอนให้ระลึกถึงความตายว่า
.....(ชื่อ) เธอจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
เธอจะไปเกิดเป็นอะไรก็ไม่รู้
เธอจะตายที่ไหนก็ไม่รู้
เธอจะตายด้วยโรคอะไรก็ไม่รู้
![]()
หมั่นระลึกเช่นนี้ทุกวันเพื่อจะได้รีบเร่งทำกุศลไว้ให้มากเพราะคนเราไม่สามารถเอาอะไรไปได้นอกจากบุญหรือบาปเท่านั้น และจะเห็นว่าความตายเป็นของธรรมดาแต่ภายหลังความตายนั่นซิค่ะสำคัญกว่า
โดย เล็ก [21 พ.ย. 2545 , 08:11:40 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : )
สลักธรรม 5
...........
สวัสดีครับคุณเอนก วันนี้ผมมาตอบต่อนะครับ
เรามาดูเรื่องเหตุให้เกิดทุกข์กันต่อไปนะครับผม
อริยสัจจ์ที่ ๒ คือ เหตุให้เกิดทุกข์
ซึ่งได้แก่ ตัณหา ในพระสูตรเดียวกันมีข้อความว่า "
.ก็ทุกขสมุทัยอริยสัจนี้แล คือตัณหา อันทำให้มีภพใหม่ ประกอบด้วยความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจ ความเพลิดเพลินยิ่งนักในอารมณ์นั้นๆ
ได้แก่ กามตัณหา
ภวตัณหา
วิภวตัณหา
...ตราบใดที่ยังมีตัณหาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะใดก็ตาม ก็ยังมีปัจจัยให้เกิดอยู่ มีปัจจัยให้นามธรรมและรูปธรรมเกิดขึ้น
ฉะนั้นก็จะต้องเป็นทุกข์ครับผม
.
.อริยสัจจ์ที่ ๓
คือ ทุกขนิโรธ ซึ่งได้แก่นิพพาน
ในพระสูตรที่ได้กล่าวถึงแล้วนั้น มีข้อความว่า
" .ก็ทุกขนิโรธอริยสัจนี้แล คือความดับด้วยการสำรอก โดยไม่เหลือแห่งตัณหานั้นแหละ
ความสละ ความวาง ความปล่อย ความไม่อาลัย"
นิพพานเป็นธรรมที่ดับกิเลส เมื่อดับตัณหาแล้ว
ก็ไม่มีเหตุปัจจัยที่จะทำให้เกิดภพชาติอีกต่อไป
ฉะนั้นจึงเป็นที่ดับของทุกข์ทั้งปวงครับ
.
ในพระสูตรเดียวกัน
แสดง อริยสัจจ์ที่ ๔ ว่าดังนี้
" .ก็ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ นี้แล
คืออริยมัคค์ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ซึ่งได้แก่
สัมมาทิฏฐิ
สัมมาสังกัปปะ
สัมมาวาจา
สัมมากัมมันตะ
สัมมาอาชีวะ
สัมมาวายามะ
สัมมาสติ
สัมมาสมาธิ ฯ"
มัคค์มีองค์ ๘ หรืออริยมัคค์นั้น เป็นการเจริญปัญญารู้แจ้งสภาพธรรมทั้งหลายที่ปรากฏในชีวิตประจำวัน
เราเจริญปัญญาใ ห้รู้ชัดในโลกทั้งภายในและภายนอก ไม่ใช่โดยการคาดคะเน แต่เป็นการรู้แจ้งด้วยตนเอง..
เรารู้แจ้งโลกได้อย่างไร เรารู้แจ้งโลกได้ในขณะเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส รู้โผฏฐัพพะ และ ธรรมารมณ์
ทุกสิ่งที่ ปรากฏให้รู้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นั้นรวดเร็วมาก เพราะธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้นนั้นดับไปทันที ขณะที่เห็นก็เป็นโลกของสี ซึ่งไม่เที่ยง เกิดแล้วดับไปๆ
ขณะที่ได้ยินก็เป็นโลกของเสียงซึ่งก็ไม่เที่ยง โลกของกลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ ก็เช่นเดียวกัน โลกเหล่านี้ไม่เที่ยงเลย
.
.ในวิสุทธิมัคค์ (มรณสติ)
มีข้อความเรื่องความสิ้นไปอย่างรวดเร็วของโลก
ดังนี้ว่า "
.โดยปรมัตถ์ ขณะแห่งชีวิต ของปวงสัตว์มีน้อยยิ่งนัก ฯ เปรียบดุจล้อรถแม้ที่หมุนอยู่
ก็ย่อมหมุนด้วยส่วน (แห่งดุม)
อันเดียวเท่านั้น
แม้เมื่อหยุดก็หยุดด้วยส่วน (แห่งดุม)
อันเดียวเหมือนกันฉันใด
ชีวิตของสัตว์ก็ฉันเดียวกันนั่นแล
เป็นไปเพียงขณะจิตดวงเดียว
เมื่อจิตดวงนั้นพอดับแล้ว
สัตว์ท่านก็เรียกว่าตายแล้วเหมือนกันฯ ."
..โดย วิชิต ธรรมรังษี [21 พ.ย. 2545 , 10:37:13 น.] ( IP = 203.170.129.129 : : )
สลักธรรม 6ขอบคุณมากค่ะคุณเอนก
ที่กรุณาทำให้ห้องพักครูกลายเป็นห้องเรียนขึ้นมาบ้างแล้ว
และก็เกิดประโยชน์กับนักเรียนนอกห้องด้วยค่ะ![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [21 พ.ย. 2545 , 10:39:12 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 7
เป็นนักเรียนเหมือนคุณเอนกค่ะ
ตามติดทุกสถานการณ์ แต่จะกลับมาอ่านซ้ำนะคะ ตาลายแล้วค่ะ...หิวข้าวเหนียว กับส้มตำไทยโดย อัญชลี [21 พ.ย. 2545 , 18:44:01 น.] ( IP = 202.57.178.217 : : )
สลักธรรม 8
ขอบคุณผู้ตั้งคำถาม คือ คุณเอนก
และขอบพระคุณผู้ตอบ คือ อาจารย์วิชิต ค่ะ
อ่านแล้วทำให้ได้รับประโยชน์ค่ะโดย เซิ่น [22 พ.ย. 2545 , 00:07:26 น.] ( IP = 203.170.128.47 : : )
สลักธรรม 9ขอบคุณท่านอาจารย์วิชิตและคุณเอนกมากค่ะ เข้ามาร่วมชั้นเรียนด้วยคนค่ะ
โดย เล็ก [22 พ.ย. 2545 , 17:54:23 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : )
สลักธรรม 10จิตรู้อยู่อารมณ์
มากทับถมบ่มเหมือนต่อ
แท้เกิดดับนับเปลี่ยนพอ
เพียงยากทันกลับมั่นตรึง....
ขอบคุณค่ะโดย ดอกสารภี [22 พ.ย. 2545 , 23:02:44 น.] ( IP = 202.28.27.2 : : 202.28.25.183 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |