มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ผู้บุกเบิกการศึกษาพระอภิธรรมของเมืองไทย




(อาจารย์วินัย อ.ศิวะกุล ...คนแรกจากด้านซ้ายมือ แถวยืนด้านหลัง)


พระอาจารย์บุญมี เมธงฺกุโร ( เมธางกูร )
ผู้บุกเบิกการศึกษาพระอภิธรรมของเมืองไทย


บุคคลใดที่สามารถเป็นสื่อกลางให้เข้าใจพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าย่อมเป็นบุคคลที่น่าเคารพ และควรแก่การสรรเสริญยิ่ง บุคคลซึ่งสามารถนำพระธรรมที่มีความยากลำบากแก่การเข้าใจ อันได้แก่ พระอภิธรรมปิฎกหนึ่งในพระไตรปิฎก ให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้โดยไม่ลำบาก บุคคลเช่นนี้ยิ่งน่าเคารพนับถือ และควรแก่การสรรเสริญอย่างยิ่ง พระอาจารย์บุญมี เมธงฺกุโร เป็นบุคคลประเภทหลังนี้

กุศลกรรมที่พระอาจารย์บุญมีได้กระทำเกี่ยวกับการให้การศึกษาพระอภิธรรม และให้แนวทางปฏิบัติธรรมแก่ประชาชน ย่อมถือว่าเป็นกิตติคุณที่ทรงเกียรติยิ่ง ซึ่งบัณฑิตผู้มีใจสูงด้วยคุณธรรม ย่อมสรรเสริญ แม้ชีวิตของพระอาจารย์บุญมี จะจากไปตามหลักปรมัตถธรรมก็ตาม แต่เกียรติคุณของการบุกเบิกพระอภิธรรมให้ประชาชนรุ่นหลัง ได้มีโอกาสลิ้มรสพระอภิธรรมยังคงอยู่ และจะดำรงอยู่ในใจของศิษย์ที่ได้เข้าใจพระพุทธศาสนา เพราะอาศัยคำอธิบายของพระอาจารย์บุญมี ตลอดไป

ในบทความนี้ จะขอนำผลงานที่เป็นมหากุศลกรรมที่ทรงเกียรติอันสูงส่งของพระอาจารย์บุญมีมาตีแผ่เพื่อให้ท่านผู้อ่านจะได้เกิดมหากุศลจิต ด้วยการอนุโมทนามหาบุญที่พระอาจารย์บุญมีได้กระทำมา และที่สำคัญยิ่ง ก็คือ มารู้จักกับผลงานของพระอาจารย์บุญมี เพื่อจะได้หาโอกาสศึกษาผลงานของท่านต่อไป ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสร้างปัญญาบารมีของทุกชีวิต

ผลงานพระอาจารย์บุญมี ที่จะนำมากล่าวนี้มุ่งผลงาน ที่จรรโลงพระพุทธศาสนา
โดยแยกออกเป็น 3 ด้านดังนี้
1. ด้านการบรรยายพระอภิธรรม
2. ด้านการเขียนหนังสือพระอภิธรรม
3. ด้านการสอนการปฏิบัติกรรมฐาน


1. ด้านการบรรยายพระอภิธรรม ภายหลังที่พระอาจารย์บุญมี ได้ศึกษา
พระอภิธรรมจากพระอาจารย์โชติกะ (วัดระฆัง) ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์ผู้ตั้งปรารถนาที่จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต พระอาจารย์โชติกะได้แต่งตั้งให้พระอาจารย์บุญมี ในสมัยที่ยังเป็นฆราวาสอยู่เป็นอาจารย์สอนพระอภิธรรม

พระอาจารย์บุญมีได้สอนพระอภิธรรมที่พุทธสมาคมตั้งแต่อยู่วัดบวรฯ ต่อมาย้ายมาอยู่ถนนพระอาทิตย์ และย้ายมาสอนที่วัดพระเชตุพนฯ การบรรยายพระอภิธรรมมีมาก่อน พ.ศ.2500 พระอาจารย์บุญมีสมัยเป็นฆราวาสได้บอกกับผู้เขียนว่า วิธีบรรยายพระอภิธรรมของท่าน ท่านเห็นว่า ผู้ฟังไม่ใช่มาคิด แต่มาฟัง เราต้องช่วยคิดให้ผู้ฟัง ผู้ฟังจึงจะเข้าใจพระอภิธรรมได้ง่ายขึ้น

คำบรรยายพระอภิธรรมของพระอาจารย์บุญมี จึงเป็นคำบรรยายที่มีความวิจิตรพิสดาร ขยายเนื้อความพระอภิธรรมที่ยากแสนยากให้มีข้อความที่เข้าใจง่าย นี้เป็นลักษณะเด่นของคำบรรยาย โดยพระอาจารย์บุญมี

พระอาจารย์บุญมีบรรยายพระอภิธรรมสม่ำเสมอไม่น้อยกว่า 30 ปี คำบรรยายของท่านได้มีการบันทึกเทปไว้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพระอภิธรรม มัตถสังคหะ 9 ปริเฉท ได้มีการจัดทำเทปคาสเซสเผยแพร่ที่อภิธรรมมูลนิธิหรือติดต่อคุณเขียน ศรีทองทาบ สถานปฏิบัติวิปัสสนาอ้อมน้อย คำบรรยายพระอภิธรรมของพระอาจารย์บุญมีเต็มไปด้วยพลังปัญญา ทำให้ผู้ฟังมีปัญญาในการแก้ไขปัญหาชีวิตระดับต่างๆ โดยเฉพาะทำให้รู้จักหนทางไปสู่ความสุขอันมั่นคงสถาพรตามหลักพระพุทธศาสนา


2. ด้านการเขียนหนังสือพระอภิธรรม นอกจากกิจกรรมการบรรยายพระอภิ
ธรรมของพระอาจารย์บุญมีแล้ว เวลาว่างส่วนมาก ท่านจะเขียนหนังสือพระอภิธรรมในลักษณะขยายความให้เกิดความเข้าใจด้วยภาษาง่ายๆ ผู้เขียนไปหาท่านที่โรงงานของท่านหลายครั้ง และพบว่าท่านมักจะเขียนหนังสือพระอภิธรรมในเวลาว่างๆ แม้ที่บ้านหรือในระหว่างเดินทางไปบรรยายพระอภิธรรมยังสถานที่ต่างๆ เมื่อมีเวลาว่างท่านจะเขียนหนังสือพระอภิธรรม

นักศึกษาที่ศึกษาพระอภิธรรมกับพระอาจารย์บุญมี คงจำได้ว่า ท่านถือกระเป๋าหนังใบหนึ่ง ในกระเป๋าก็จะเป็นกระดาษที่เตรียมพร้อมที่จะเขียนหนังสือพระอภิธรรม เมื่อมีเวลาว่างผลงานเขียนหนังสือพระอภิธรรมมีจำนวนมาก เช่น

หนังสือชื่อว่า ความมหัศจรรย์ของจิต ท่านได้อธิบายความรู้เรื่องจิต ประเภทต่างๆ อย่างละเอียดละออ
หนังสือ ชื่อว่า การนอนหลับคืออะไร ท่านได้อธิบายถึงแก่นแท้ของชีวิต
นอนหลับคืออะไร เมื่อนอนไม่หลับจะแก้ไขอย่างไร หนังสือเล่มนี้เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอนไม่หลับ
หนังสือ ชื่อว่า ปัญญา ท่านได้อธิบายถึงปัญญาประเภทต่าง ๆ ถึง 47 ประเภท ซึ่งไม่มีวิชาการทางโลกจะสามารถอธิบายได้ เพราะไม่ใช่วิสัยของปุถุชนผู้หนาด้วยกิเลส แต่เป็นวิสัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระอาจารย์บุญมี เป็นผู้นำปัญญาจากคำสอนของพระพุทธองค์มาอธิบายขยายความออกมา
หนังสือ ชื่อว่า คนตายแล้ว เกิดได้อย่างไร ท่านได้อธิบายถึงกลไกก่อนใกล้จะตาย ตายแล้วเกิดอย่างไร วิธีตายแล้ว เกิดสุคติทำอย่างไร
หนังสือชื่อว่า ชีวิตภายหลังความตาย ท่านได้อธิบายความเป็นไปของชีวิตภายหลังความตายอย่างพิสดาร
หนังสือ ชื่อว่า การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
ท่านได้อธิบายการปฏิบัติวิปัสสนาตามลำดับอย่างง่ายๆ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปฏิบัติ

โดย ผู้ดูแลบอร์ด [21 พ.ย. 2545 , 11:49:48 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


3. ด้านการสอนการปฏิบัติกรรมฐาน พระอาจารย์บุญมี ได้สร้างสถานที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่อ้อมน้อย ถ.เพชรเกษม สมุทรสาคร ที่ดินจำนวน 7 ไร่ ในตอนต้น คุณสด สังขพิทักษ์ เป็นผู้บริจาคให้ ต่อมาได้ขยายสถานปฏิบัติวิปัสสนาเพิ่มเติม บุคคลที่ช่วยดูแลสถานปฏิบัติวิปัสสนาคือ คุณสอน ไตรยสรรค์

พระอาจารย์บุญมี ได้จัดให้มีการบรรยายแนะนำการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอยู่ประจำ ซึ่งถือว่าเป็นแนวปฏิบัติที่ประเสริฐที่สุด เพราะนำไปสู่การรู้แจ้งอริยสัจ 4 คำบรรยายการเข้าใจการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตรงตามแนวพระไตรปิฎก และพระอาจารย์บุญมียังได้มีเมตตาจิตแยกแยะให้ชาวพุทธเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องในการปฏิบัติวิปัสสนา เช่น อธิบายว่าการทำสมาธิแตกต่างกับการเจริญวิปัสสนาอย่างไร การเจริญวิปัสสนา
เป็นการเกิดปัญญารู้แจ้งสภาวะธรรมตามความเป็นจริงในขณะปัจจุบัน ไม่ใช่เป็นการคาดคิดนึกเอาไม่ใช่ไปนึกความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ของนามรูป แต่เป็นการเห็นนามรูปต่อหน้าต่อตาตามความเป็นจริง ถ้าไปคิดนึก ท่านใช้คำว่า เป็นวิปัสสนึก ไม่ใช่วิปัสสนาที่แท้จริง เป็นต้น


ผลงานของพระอาจารย์บุญมี ที่เกี่ยวกับการเผยแพร่พระพุทธศาสนาตามที่กล่าวมา
ย่อมเป็นผลงานที่ทรงคุณค่ายิ่ง สมควรอย่างยิ่งที่นำออกเผยแพร่ให้อนุชนรุ่นหลังได้มีโอกาสศึกษาพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะพระอภิธรรม ซึ่งเป็นแม่บทของคำสอนของพระพุทธศาสนา การกระทำเช่นนี้เป็นการคารวะบูชาพระอาจารย์บุญมีอย่างแท้จริง เพราะพระอาจารย์บุญมีเกิดมาได้อุทิศชีวิต ให้กับการเผยแพร่พุทธศาสนาอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคนานาประการ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าใจพระอภิธรรมอย่างกว้างขวาง


ท้ายนี้ ในฐานะผู้เขียน เป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์บุญมี เมธงฺกุโร ซึ่งผู้เขียนพอมีความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนา เพราะอาศัยคำอธิบายธรรมของท่าน ขอแสดงความเคารพนับถืออย่างสูงต่อท่าน

และมีความมั่นใจในมหากุศลกรรมของท่านที่จะทำให้ท่านมีความสุขและสามารถบำเพ็ญบุญบารมียิ่ง ๆ ขึ้น ตามที่ท่านปรารถนาเพื่อความสุขของชาวโลก แม้ชีวิตในชาตินี้จะจากไปแต่คุณงามความดียิ่งกว่าความดีของท่าน ยังดำรงอยู่ในดวงใจของผู้เขียนตลอดไป และยังคงให้ความเคารพนับถือในมหากุศลของท่านอย่างมิรู้ลืม

อาจารย์วินัย อัศว์ศิวะกุล
คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์
( ประธานสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ )
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

โดย ผู้ดูแลบอร์ด [21 พ.ย. 2545 , 11:59:16 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

คิดถึงท่านอาจารย์


เมื่อพูดถึงความรู้เรื่องพระอภิธรรม ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร เป็นผู้มีอุปการคุณต่อผู้เขียนมาก ตั้งแต่ปี 2513 ผู้เขียนได้มีโอกาสได้ฟังท่านบรรยายเรื่อง “รูป” ที่ตำหนักสมเด็จ ภายในวัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร ในขณะนั้นยอมรับว่าท่านเป็นผู้มีความสามารถในการบรรยายมาก ท่านบรรยายละเอียดลึกซึ้ง ใช้สำนวนภาษาที่เข้าใจง่ายถ้อยคำบรรยายพรั่งพรูชวนให้ติดตามฟัง จึงเกิดความสนใจเรียนพระอภิธรรมตั้งแต่นั้นมา

เท่าที่รู้จักท่านในปี 2513 ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร เป็นขวัญใจชาวพุทธศาสนิกชนในด้านการสอน การบรรยายพระอภิธรรม ไม่ว่าท่านจะไปบรรยายที่ไหนจะมีผู้สนใจตามไปฟังกันแน่นทุกแห่ง
เหมือนท่านเป็นดารานักร้อง หรือดาราภาพยนตร์คนหนึ่งที่ไปปรากฎตัวที่ไหนมีคนให้ความสนใจต้อนรับกันอย่างคับคั่ง

ความจริงจังและจริงใจต่อการเผยแผ่ธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอภิธรรมท่านเป็นผู้ร่วมบุกเบิกเปิดโลกพระอภิธรรมให้กว่างไกล ทุกคนเมื่อได้ฟังท่านบรรยายครั้งแรกแล้วจะต้องติดตามฟังท่านบรรยายครั้งที่ 2 และ 3
ต่อไป ท่านจึงเปรียบเหมือนแสงสว่างส่องทางพระอภิธรรมให้ทุกคนได้รู้จักพระอภิธรรม ได้เรียนพระอภิธรรม ได้รู้พระอภิธรรมกันอย่างมากมาย วงการศึกษาธรรมเกิดความตื่นตัว ยอมรับกันว่าพระอภิธรรมเป็นแสงสว่างส่องทางชีวิต ใครได้เรียนได้ศึกษาแล้วจะเป็นผู้มีเหตุผล เข้าถึงเหตุผล เป็นผู้รู้ธรรมเข้าถึงธรรมด้วยเทคนิคและลีลาการบรรยายของท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตลอดเวลาที่ผู้เขียนได้รู้จักเคารพท่านเหมือนบิดาแห่งพระอภิธรรม และช่วยงานด้านการสอนพระอภิธรรมและสอนฝึกพูดแบบธรรมมา 16 ปี
ผู้เขียนได้พบจุดเด่นของท่านอยู่ 3 ประการ คือ
1. น้ำเสียงของท่านไม่ตก ไม่แหบแห้ง แม้จะบรรยายต่อเนื่องกันหลาย ๆชั่วโมงก็ตาม เสียงของท่านยังแจ่มใสเร้าใจผู้ฟังตลอดเวลา
2. ความจริงจังและจริงใจต่อการที่จะให้ผู้ศึกษา ได้รับความรู้ความเข้าใจในพระอภิธรรมนั้นสูงมาก จึงไม่มีการท้อถอยต่ออุปสรรคใดๆทั้งสิ้น
3. มีความต้องการให้พระอภิธรรมแผ่กระจายออกไปสู่โลกกว้าง ท่านจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ชาวโลกทราบว่า
พระอภิธรรมนั้นเป็นวิทยาศาสตร์ยิ่งกว่าวิทยาศาสตร์


เป็นที่น่าเสียดายที่จุดเด่นประการที่ 3 ยังไม่บรรลุเป้าหมายอย่างสมบูรณ์ เนื่องด้วยวัย และสังขารไม่เอื้ออำนวยให้งานเผยแผ่ จึงจะระงับดับลงไปตามวัยและสังขารของท่านพระอาจารย์บุญมี เมธงฺกุโร ได้จากโลกนี้ไปแล้ว ยังคงเหลือไว้แต่ชื่อ และคุณความดีเท่านั้นที่ประทับอยู่ในความทรงจำชั่วกาลนาน

ตลอดเวลา 30กว่าปีคุณความดีของท่านอาจารย์มีลูกศิษย์ได้รับความรู้ความเข้าใจในด้านพระอภิธรรมอย่างมากมาย กุศลผลบุญของท่านที่ได้สั่งสมมาจะเป็นแรงผลักดันให้ท่านสู่สุคติอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ท่านจะจากไปแล้ว คุณความดีและผลงานของท่านยังมีประดับไว้ในโลก


พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่ห์คง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา


ขอนอบน้อมความมีน้ำใจและคุณความดีของท่านพระอาจารย์บุญมี เมธงฺกุโร
(เมธางกูร) ด้วยชีวิตจนตลอดชีวิต.
สรรค์ชัย พรหมฤาษี
รายการพระอภิธรรมทางอากาศ
สถานีวิทยุยานเกราะ 1305

โดย ผู้ดูแลบอร์ด [21 พ.ย. 2545 , 12:16:13 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3


พระคุณท่านปานบิดา


พระพุทธองค์ตรัสกับเทวดาท่านหนึ่งว่า
ผู้ให้ข้าว-น้ำ ชื่อว่า ให้กำลังกาย
ผู้ให้เสื้อผ้า ชื่อว่า ให้ผิวพรรณ
ผู้ให้ยานพาหนะ ชื่อว่า ให้ความสุข ( แม้ให้รองเท้า ก็จัดว่า ให้พาหนะเหมือนกัน )
ผู้ให้ดวงประทีป ชื่อว่า ให้ดวงตา (คือแสงสว่าง)
ผู้ให้ที่อยู่อาศัย ชื่อว่า ให้ทุกอย่าง
ผู้ให้ธรรมะ ชื่อว่า ให้สิ่งไม่ตาย
สิ่งไม่ตาย คือ สิ่งที่ประเสริฐ เพราะสามารถทำให้ผู้รับได้ประสบกับความสุขอันไพบูลย์ คือ “พระนิพพาน” ได้
( จากสังยุตนิกาย สคาถวรรค กินททสูตร ข้อ 137-138 )


จากพระพุทธดำรัสที่อัญเชิญมานี้ ดิฉันได้รับความเมตตา-กรุณาจากมารดา-บิดามาโดยตลอด ธรรมะที่ท่านก็แนว ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทน เมตตาและอภัย เป็นต้น เป็นความดีสำหรับผู้ครองเรือนดีในระดับหนึ่ง แต่ไม่อาจช่วยให้พ้นทุกข์ได้ เพราะยังขาดปัญญาฯ ไม่เข้าใจในเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิด ไม่เข้าใจเรื่องกรรม การให้ผลของกรรม

ปี พ.ศ.2502 อาชีพการงานกำลังเจริญรุ่งเรือง แต่ก็มีอุปสรรคอย่างรุนแรงมาขัดขวาง ความไม่เข้าใจเรื่องของ “วิบาก” คือผลของกรรม ทำให้เกิดเป็นความทุกข์ “กุศล” ได้ชักนำให้ไปฟังคำบรรยายของหลวงพ่อพระอาจารย์บุญมี ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นฆราวาส สำนักงานอภิธรรมมูลนิธิ ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดบวรฯ ถนนพระสุเมรุ บางลำพู ( ปัจจุบันเป็นสมาคมโหร )

แต่เนื่องจากงานล้นมือ จึงไปศึกษาธรรมะได้เพียงเล็กน้อย แล้วก็ห่างเหินไป ปี พ.ศ.2508 ก็เพราะไม่ได้ศึกษาธรรมะโดยเฉพาะพระอภิธรรมฯ นาวาชีวิตจึงจวนเจียนจะอับปาง ท่านอาจารย์บุญมี รู้ข่าวอดีตลูกศิษย์คนนี้ว่า มีปัญหาก็ได้แต่บอกฝากใครต่อใครให้ไปหาท่าน เพราะท่านไม่ทราบที่อยู่ของดิฉัน


ปี พ.ศ.2509 จึงได้มีโอกาสมาศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมฯกับท่านอาจารย์อีกครั้งหนึ่ง แม้เพียงสัปดาห์ละครั้ง แต่ก็มีความเข้าใจชีวิตดีขึ้นเหมือนเรือที่มีหางเสือและได้รับการฝึกสอนในการคัดวาดมาพอสมควร

เหตุใดท่านอาจารย์จึงจำลูกศิษย์ที่มาชั่วแล้วหายไปหลายปีได้ ถ้ามิใช่เพราะจิตที่มีเมตตา-กรุณาอย่างสูง
เหตุใดท่านอาจารย์จึงปรารถนาให้ดิฉันที่กำลังมีความทุกข์ ได้ศึกษาพระอภิธรรม ก็เพราะท่านมองเห็นแล้วว่า ทางนี้เท่านั้นที่จะทำให้ดิฉันมีปัญญา และคลายจากความโง่-หลง ได้ แม้ อวิชชา จะยังมีอยู่ตามวิสัยของ ปุถุชน แต่ก็ต้องยอมรับว่าธรรมะที่ได้รับจากท่านอาจารย์บุญมี มีคุณค่าต่อชีวิตมากมายมหาศาล “พระคุณท่านปานบิดา”


ชีวิตแจ่มใสขึ้นมาได้ เพราะท่านอาจารย์มีส่วนอย่างสำคัญผลักดันให้ดิฉันมีบทบาทในการเผยแพร่ธรรมะสู่ประชาชนทุกรูปแบบ เช่น เผยแพร่ทางวิทยุ ทาง ที.วี. ทางเขียนหนังสือ และทางบทเพลง เป็นต้น มีเสียงสะท้อนกลับมาให้ปิติโสมนัสอยู่บ่อยๆ ว่ามีบุคคลได้รับความสุขคลายจากความทุกข์ จากผลงานของดิฉันมิใช่เล็กน้อย แม้ตั้งใจว่าจะทำเพื่อเป็น “พุทธบูชา” แต่ก็ไม่เคยลืมผู้มีพระคุณอย่างสูงสุด
เมื่อจบการสวดมนต์ภาวนาทุกครั้งก็จะต้องอุทิศส่วนกุศลให้ท่านทุกครั้งไป

แด่ “หลวงพ่อพระอาจารย์บุญมี เมธงกุโร ( เมธางกูร )” ท่านผู้ซึ่งให้ธรรม ชื่อว่า ให้สิ่งไม่ตาย

พูลศรี เจริญพงษ์
รายการ “เพื่อนคู่คิด”
สถานีวิทยุ 1 ป.ณ.

โดย ผู้ดูแลบอร์ด [21 พ.ย. 2545 , 12:19:25 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

อนุโมทนาและขอบพระคุณผู้ดูแลบอร์ดด้วยครับ
ที่นำเรื่องราวในอดีตมาให้ได้รับรู้ ถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ทุกท่าน ที่ทำให้ผมได้มีโอกาศศึกษาความเป็นจริงของชีวิต

โดย เฉลิมศักดิ์ [22 พ.ย. 2545 , 03:29:08 น.] ( IP = 203.113.81.169 : : )


  สลักธรรม 5

แด่..ท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร ด้วยความเคารพและบูชายิ่งค่ะ

ท่าน..คือ..ผู้กอปรเกื้อประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาอย่างหาประมาณมิได้ และพระคุณของท่านยังคงไว้ซึ่งแผ่นดินสยามตลอดกาลนาน

โดย อัญชลี สมโสภณ [22 พ.ย. 2545 , 12:17:52 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณค่ะ
ได้ทราบความที่ละเอียดค่ะ

โดย ดอกสารภี [6 ธ.ค. 2545 , 06:00:29 น.] ( IP = 202.28.27.2 : : 202.28.25.183 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org