มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คนตายแล้วไปเกิดได้อย่างไร...ตอนที่ ๘




คนตายแล้วไปเกิดได้อย่างไร...ตอนที่ ๘





ข้าพเจ้าขอให้ตัวอย่างคนใกล้จะตาย คืออยู่ในมรณาสันนกาลเป็นเวลาหลายวันสักเรื่องหนึ่ง

ชายผู้นี้เป็นคนจีน อายุราว ๕๐ ปี
อยู่บ้านไม่ไกลจากบ้านข้าพเจ้านัก
ชอบฆ่าสัตว์อย่างทรมานเป็นประจำ
สุนัขใครเพ่นพ่านเข้ามาต้องโดนตีตาย
หรือโดนยาเบื่อ

ถ้าไม่มีสุนัขของใครเข้ามา
บางทีก็อุตส่าห์เอายาเบื่อไปวางถึงถนนหลวงช่วยกระทรวงสาธารณสุข

สัตว์ที่ใช้กินเป็นอาหารก็ชอบฆ่าสดๆ ร้อนๆ
เช่นจะกินปลา ก็ต้มน้ำเดือดแล้วเอาปลาเป็นๆ
ใส่ลงไป ฟังเสียงมันดิ้นด้วยความเร่าร้อน
เหมือนได้ฟังเสียงดนตรีอันไพเราะ

บางทีก็เอาปลาลงไปทอดแล้วกดให้แน่น
เรามองเห็นตาของปลาแจ๋วแหวว
กล้ามเนื้อด้านบนยังเต้นอยู่ไปมา

ถ้าไก่ตัวใดเป็นโรคระบาด
เขาจะติดไฟถ่านในเตาให้ลุกแดง
แล้วจับรวบขาทั้งสองเอาศีรษะปัก
กดลงไปในเตาอันร้อนระอุนั้นทีละตัวๆ จนกว่าจะหมด เป็นเคล็ดที่จะแก้โรคระบาด

อาชีพของเขาฝืดเคืองลงมาก
ต้องทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา



ต่อมาตอนที่เขาจะตายนั้น
เขาเริ่มเป็นบ้าทีละน้อยๆ
กลางันชอบนอนตากแดดเสมอ
กลางคืนตี ๑ ตี ๒ ก็ชอบลงไปลอยคออยู่ในน้ำ
ปลิงกัดโลหิตไหลโทรม

เป็นอยู่เช่นนี้วันละหลายหน พวกเราต้องช่วยกันจับ
เพราะเขาชักดิ้นชักงออยู่ครั้งละนานๆ
อาหารกินได้น้อยที่สุด ญาติพีน้องก็ไม่เอาใจใส่
พวกเราคนภายนอกที่มีจิตเมตตาช่วยกันเอง

ก่อนเมื่อจะตายนั้น ตลอด ๓ วัน ๓ คืน
ตัวกะดุกกระดิกไม่ได้เลย อาหารและน้ำอาศัยพวกเราหยอดให้
ตาพองแข็งอยู่ตลอดเวลา หายใจรัวๆ แสดงว่ายังไม่ตาย

ขณะนี้คงอยู่ในมรณาสันกาล
ถ้าว่ากันตามหลักแล้ว
กิริยาอาการที่เป็นตั้งแต่ต้นชวนให้เห็นว่าได้อารมณ์ที่ไม่ดี
ใบหน้าแสดงความหวาดเสียวอยู่ตลอดเวลา
แต่ร้องไม่ออก

บุคคลผู้นี้ขอให้ท่านทายว่า ตายแล้วไปไหน


โดย พี่ดา...นำเสนอ [22 พ.ย. 2545 , 08:48:05 น.] ( IP = 203.149.34.67 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ในขณะมรณาสันนกาลนั้น
คนไข้ยังมีความรู้สึกตัวอยู่
นอกจากจะอยู่ในวิสัญญี คือสลบ
แต่แม้ว่าจะมีความรู้สึกทางตา, หู, จมูก, ลิ้น, กาย อยู่ก็ดี
แต่มีกำลังอ่อนมาก

การที่มีกำลังอ่อนมากนั้น ก็เพราะว่ากรรมชรูป
คือรูปอันเกิดจากกรรมเป็นผู้สร้าง
ได้แก่รูปอันเป็นที่ตั้งของจิตนั่นเอง
และเมื่อรูปอันเป็นที่ตั้งของจิตมีกำลังน้อย
การแสดงออกของจิตก็อ่อนกำลังลงไป

แต่เมื่อถึงมรณาสันนวิถี
วิถีสุดท้ายอยู่ติดกับความตายแล้ว
คนไข้จะไม่รู้สึกจากทวารทั้ง ๕ เลย
ไม่ว่าจะทุบตีหรือเอาไฟไปเผา
แต่อย่างไรก็ดี การให้สติแก่คนไข้
ถ้าจะเริ่มให้กันตั้งแต่ต้นๆ ของมรณาสันนกาลก็ยิ่งดี
ในขณะที่สติของคนไข้ยังดีอยู่
อารมณ์นั้นจะได้สืบต่อไปจนถึงจุติ



ทันทีที่จุติ (เกิดขึ้น)
ปฏิสนธิก็สืบต่อกันไปไม่ขาดสาย
เหมือนน้ำที่ไหลติดต่อกันในลำธาร
ไม่มีอะไรมาคั่นกลางเลย
แม้ว่าจะตายที่นี่แล้วไปเกิดยังเชียงใหม่
เพราะจิตเกิด-ดับรวดเร็วยิ่งนัก
ลัดนิ้วทีเดียวถึงเกิดดับแสนโกฏิขณะ

ฉะนั้นทันทีที่จุติเกิดขึ้น
จิตที่สืบติดต่อกันนั้นก็ต้องเป็นปฏิสนธิจิต
ด้วยอำนาจของกรรมเป็นตัวสั่ง

ข้าพเจ้าคิดว่าได้บรรยายเรื่องการปฏิสนธิจิตมาพอสมควรแล้ว


โดย พี่ดา..นำเสนอ [22 พ.ย. 2545 , 08:49:38 น.] ( IP = 203.149.34.67 : : )


  สลักธรรม 2


ต่อไปนี้ข้าพเจ้าจะได้บรรยายถึงเรื่องของรูป
คือกรรมชรูปว่าไปสร้างรูปใหม่ขึ้นได้อย่างไร ? มีอะไรบ้าง ?
เพราะข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้วในตอนต้นว่า
จิตล่องลอยไปเกิดก็ไม่ได้ จะว่าจิตสืบไปเกิดแต่อย่างเดียวไม่ได้
เพราะรูปย่อมไปเกิดร่วมด้วย

ข้าพเจ้าไม่สามารถให้ความละเอียดแน่นอนในเรื่องนี้ได้
จำเป็นจะต้องศึกษาพระอภิธรรมให้พอสมควรเสียก่อนเป็นขั้นๆไป
ยิ่งกว่านั้น ท่านที่นั่งฟังอยู่ข้างหลัง
ก็ไม่อาจเห็นตัวเลขในขบวนการของรูปวิถี
ซึ่งเป็นรูปเล็ก ๆ ในตารางนี้ได้
แต่ไม่เป็นไร ข้าพเจ้าต้องการจะแสดงให้ท่านทราบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ว่า อภิธรรมมีความวิจิตรพิสดารอย่างไร
มีใครคิดบ้างว่าการที่คนตายแล้วไปเกิดได้นั้น

นอกจากจิตแล้วกำลังของกรรมสามารถไปสร้างรูปขึ้นในขณะเกิดได้
และรูปเหล่านั้นไปได้อย่างไรกัน

ถ้าท่านผู้ใดต้องการทราบความพิสดาร

ก็ขอได้โปรดทดลองศึกษาจากพระอภิธรรม

ซึ่งเป็นธรรมอันประเสริฐสูงสุดดูสักพัก



ความจริงข้าพเจ้าก็ได้ศึกษาพระอภิธรรมมาหลายปีจนถึงบัดนี้
แม้ว่าจะเป็นผู้บรรยายพระอภิธรรมก็คงเป็นนักศึกษาอยู่
และคิดว่าคงจะต้องเป็นนักศึกษาอยู่จนตลอดชีวิต
ยิ่งศึกษามาก ก็ยิ่งรู้สึกตัวว่าโง่

เพราะธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากว้างใหญ่ไพศาลยิ่งนัก
เฉพาะเรื่องตายเรื่องเกิด ข้าพเจ้าก็ยังศึกษาไม่จบ
มีอยู่ตลอดทุกคัมภีร์ทั้ง ๗ คัมภีร์

ผู้ศึกษาพระอภิธรรมเข้าใจดีแล้ว
ก็จะภาคภูมิใจว่าไม่เสียทีที่เกิดมาพบพระพุทธศาสนาแล้วชาติหนึ่ง
ก็จะรู้สึกว่าไม่เสียทีที่มีชีวิตขึ้นมา
แล้วก็เข้าใจเรื่องของชีวิตอยู่บ้าง



ข้าพเจ้าต้องขอประทานอภัย
ที่ปาฐากถาครั้งนี้ออกจะยืดยาวทำให้ท่านต้องนั่งเมือ่ยแล้วเมื่อยอีก
ในปาฐากถาคราวหน้าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าพิศวง ตอนที่ ๑๓
ก็จะกล่าวถึงการตายและการเกิดอีก
แต่เป็นคนละแนวทางกับวันนี้
ฉะนั้น ถ้าข้าพเจ้าแสดงในวันนี้ไม่จบ ก็จะยุ่งยากในคราวหน้า
ทั้งจะเป็นการแสดงเรื่องตายเรื่องเกิดหลายครั้งหลายหนนัก
ท่านได้อุตส่าห์อดทนฟังมาจนบัดนี้แล้ว

ขอได้โปรดอดทนต่อไปอีกสักเล็กน้อยเถิด
เรื่องการปฏิสนธิของจิตเท่าที่กล่าวมาแล้วก็คงจะเป็นประโยชน์บ้าง

ต่อไปนี้ท่านจะได้ทราบว่ากรรมชรูปคือรูปอันเกิดจากกรรมมีอะไรบ้าง
แล้วไปเกิดอย่างไร
ความเป็นไปตั้งแต่ปฏิสนธิ คือรูปวิถีอันเป็นการแสดงการงานของรูป

ก่อนอื่นข้าพเจ้าขอแสดงสมุฏฐานของรูปเสียก่อน

คำว่ารูปตามหลักพระพุทธศาสนาไม่ได้หมายถึงรูปตามที่เข้าใจกันทั่วๆไปเท่านั้น

สิ่งที่มองไม่เห็นหรือสัมผัสไม่ได้ เช่นพลังงานก็เรียกว่ารูป
สิ่งที่ไม่มีตัวตนบางอย่างก็เรียกว่ารูปได้
เมื่อท่านคิดถึงธรรมะเรื่องหนึ่ง เช่นความเมตตา
เพราะความเมตตามาเป็นตัวยืนให้จิตรู้
หรือการที่เราแสดงกิริยาให้ผู้อื่นรู้
กิริยานั้นก็เรียกว่ารูปเหมือนกัน

โดย พี่ดา...นำเสนอ [22 พ.ย. 2545 , 08:51:11 น.] ( IP = 203.149.34.67 : : )


  สลักธรรม 3


ผู้ศึกษายึดหลักไว้ง่ายๆ เพียงว่า
ธรรมชาติใดที่เป็นตัวยืนหรือเป็นตัวปรากฏให้จิตรู้
ก็เป็นรูปนามและโลกนี้ทั้งโลกก็ รูป กับ นาม เท่านั้น

ถ้าแยกออกเป็นรูปปรมัตถ์แล้วมี ๒๘ รูป
….เป็นนิปผันนรูป ๑๘
….และอนิปผันนรูป ๑๐



แต่ถ้าว่าถึงธรรมชาติที่เป็นเหตุให้เกิดรูปขึ้นมาได้แล้ว
ต้องอาศัยเหตุ ๔ ประการ คือ กรรม จิต อุตุ อาหาร

…..๑. กรรม ที่ทำให้เกิดรูป ได้แก่เจตนา ๒๕ ที่เป็นกุศลและอกุศล
เรียกว่า
กรรมชรูป

…..๒. จิต ที่ทำให้เกิดรูป หมายถึงจิต ๗๕ (เว้น ๑๔ ดวง)
เรียก
จิตตชรูป

……๓. อุตุ ที่ทำให้รูป ๑๓ เกิด ได้แก่ สีตเตโช และอุณหเตโช (เย็นและร้อน) เรียก
อุตุชรูป

……๔. อาหารนั้นได้แก่อาหารที่ทำให้รูป ๑๒ เกิด
เรียก อาหารชรูป



(โปรดติดตามตอนต่อไป ….)

โดย พี่ดา...นำเสนอ [22 พ.ย. 2545 , 08:52:19 น.] ( IP = 203.149.34.67 : : )


  สลักธรรม 4

อนุโมทนาค่ะพี่ดา

โดย น้องอุ๊ [22 พ.ย. 2545 , 11:42:03 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )


  สลักธรรม 5



ขอบคุณและอนุโมทนาค่ะ.......พี่ดา

โดย ทวีพร [22 พ.ย. 2545 , 14:17:45 น.] ( IP = 203.144.181.245 : : )


  สลักธรรม 6

มาแล้วๆๆค่ะพี่ดา
มาทำความเข้าใจเพิ่มเติมค่ะ
ดีจังเลยนะคะ เพราะถึงแม้ว่าจะไม่ได้ไปนั่งเมื่อยแล้วเมื่อยอีกตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๐
แต่ก็ยังมีโอกาสได้รับความรู้เช่นเดียวกันกับท่านทั้งหลายในสถานที่นั้น
ก็เพราะความใจดีของพี่ดานี่แหละค่ะที่นำมาเผื่อแผ่อยู่เสมอ
ขอบคุณมากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [22 พ.ย. 2545 , 14:30:29 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.154.113 )


  สลักธรรม 7


อนุโมทนาในการนำเสนอโดยดีมาตลอดครับผม ขอให้รุ่งเรืองด้วยปัญญาอย่างยิ่งนะครับ.

โดย วิชิต ธรรมรังษี [22 พ.ย. 2545 , 16:40:08 น.] ( IP = 203.170.142.82 : : )


  สลักธรรม 8

อนุโมทนาค่ะพี่ที่แสนดีและขยันหมั่นเพียร

โดย เล็ก [22 พ.ย. 2545 , 18:16:07 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : )


  สลักธรรม 9

อนุโมทนาและขอบพระคุณพี่ดามากค่ะ

โดย วรางคณา [27 พ.ย. 2545 , 09:29:45 น.] ( IP = 203.146.82.10 : : 192.168.1.42 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org