| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
คนตายแล้วไปเกิดได้อย่างไร...ตอนที่๙
สลักธรรม 1
ข้าพเจ้าคิดว่า ได้นำท่านเข้าสู่ปัญหาที่ซับซ้อนเข้าอีก
คำบางคำก็เป็นภาษาบาลี
ซึ่งจำเป็นที่ข้าพเจ้าจะได้คลี่คลายพอให้เข้าใจ
คือ รูปต่างๆ อันเกิดจากกรรมนั้นมี ๓ ได้แก่
.. กายทสกะ
.. ภาวทสกะ
.. วัตถุทสกะ
๑. กายทสกะ
กายในที่นี้หมายถึงประสาทของกายทั้งหมด
คำว่าปสาทะ หรือปสาทนี้ ไม่เหมือนกับปสาทในวิชาทางโลก
ซึ่งนายแพทย์อาจเอาคีมดึงออกมาได้เป็นเส้นๆ
ปสาททางธรรมะ อันเป็นรูปที่ไม่สามารถ
เห็นหรือจับต้องได้
แต่สามารถรับกระทบก่อให้เกิดความรู้สึก
หมายถึงความใสดุจความใสของกระจกที่ก่อให้เกิดเงาขึ้นมาได้
มีอยู่ทั่วร่างกาย
๒. ภาวทสกะ
ภาวะหมายถึงเครื่องแสดงเพศ แต่มิใช่อวัยวะเพศเท่านั้น มีอยู่ ๒ คือ อิตถีภาวะ เพศหญิง และปุริสภาวะ เพศชาย เครื่องเพศนี้ก็อีกเหมือนกัน ได้แก่ อวัยวะที่แสดงเพศหญิงเพศชายหมดทั้งร่างกายเลยทีเดียว จะเป็นหน้า ตา จมูก กล้ามเนื้อ แขนขา ก็แสดงเพสได้ เช่นเราเห็นมือหรือเท้าโผล่ออกมาเท่านั้น เราก็ทายได้ว่าเป็นมือเท้าของหญิงหรือชาย
๓. วัตถุทสกะ
วัตถุในที่นี้ หมายถึงรูปอันเป็นที่ตั้งที่อาศัยของจิตที่อยู่ภายในหัวใจ แต่เป็นสุขุมรูป คือ รูปละเอียด ไม่สามารถมองเห็นได้เหมือนกัน
คำว่า ทส
คือ ๑๐
ได้แก่ รูปรวมกันเข้าแล้วเป็น ๑๐ รูป
มี อวินิพโภครูป ๘
คือ ธาตุดิน, น้ำ, ไฟ, ลม, รูป หรือ สี, กลิ่น, รส, โอชะ
ดังได้กล่าวมาแล้วแต่ตอนแรก
รวมกับ ชีวิตรูป ๑ กายปสาท ๑
ก็เป็น ๑๐ พอดี
โดย พี่ดา...นำเสนอ [23 พ.ย. 2545 , 00:11:27 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 202.183.157.221 )
สลักธรรม 2สำหรับ
ชีวิตรูป นั้น มีคำอธิบายว่า
ธรรมดารูปทั้งหลายย่อมมีธรรมชาติอยู่อย่างหนึ่ง
ที่ทำหน้าที่ยึดเหนี่ยว
หรือควบคุมให้รูปทั้งหลายที่อยู่ภายในกลุ่มเดียวกัน
มิให้แตกแยกหลุดออกจากกัน
ธรรมชาตินี้เรียกว่าชีวิตรูป
เมื่อรวมกายทสกรูป ๑๐
ภาวทสกรูป ๑๐
วัตถุทสกรูป ๑๐
จึงเป็นรูปที่ถูกกรรมสร้างขึ้น ๓๐ รูป
แต่เฉพาะที่ด้วยอำนาจของกรรมแต่อดีตแท้ๆ นั้น ได้ ๙ รูป คือ
หทยรูป ๑
ภาวรูป ๒ (หญิง- ชาย)
ปสาทรูป ๕ (ปสาทตา หู จมูก ลิ้น กาย)
แล้วเอาชีวิตรูปรวมเข้าไปอีก ๑
จึงเป็น ๙ รูป
คำว่า กลาป หมายถึงหมวด หมู่ มัด กลุ่ม
เช่น อวินิพโภครูป ๘ + ชีวิตรูป ๑ รวมเป็น ๙ เรียกว่า ชีวิตนวกกลาป
กรรมชกลาป คือรูปที่เกิดด้วยอำนาจของกรรม มี ๙
จิตตชกลาป คือรูปที่เกิดด้วยอำนาจของจิต มี ๖
อุตุชกลาป คือรูปที่เกิดด้วยอำนาจของอุตุ มี ๔
อาหารชกลาป คือรูปที่เกิดด้วยอำนาจของอาหาร มี ๒
รวม ๒๑ กลาป หรือ ๒๑ หมู่
ในเรื่องความละเอียดของรูป
ข้าพเจ้าจะขอยับยั้งไว้เพียงเท่านี้
มิฉะนั้น.. จะทำให้ท่านที่ยังมิได้ศึกษาพระอภิธรรมมาก่อน
เกิดความง่วงเหงาหาวนอนได้
โดย พี่ดา...นำเสนอ [23 พ.ย. 2545 , 00:14:25 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 202.183.157.221 )
สลักธรรม 3
ข้าพเจ้าได้เคยกล่าวมาหลายครั้งแล้วว่า
บุคคลทั้งหลายย่อมถูกครอบคลุมอยู่ด้วย ตัณหา
คือ ความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ
และเมื่อได้อารมณ์นั้นสมความปรารถนาแล้ว
เกิดความต้องการในอารมณ์ที่ดียิ่งขึ้นไปอีก
ความยินดีติดใจในอารมณ์ซึ่งเป็นตัณหานี้
ย่อมต้องมีเจตนาหรือความปรารถนาประกอบอยู่ด้วยทุกอารมณ์
เหตุนี้ตลอดเวลาที่เรามีชีวิตอยู่
เราก็ถูกครอบงำด้วยตัณหา
เรามีกรรม คือเจตนา หรือความปรารถนาอยู่มิได้ว่างเว้น
ความปรารถนาที่จะ
ได้เห็น
ได้ยิน
ได้กลิ่น
ได้ลิ้มรส
ได้รู้สึก
ได้คิดนึก
สั่งสมอบรมไว้ในจิตมากมายก่ายกองนั้น
มีอานุภาพ คือความสามารถ
(มีพลัง คือความสามารถที่จะทำงานได้)
ของกรรมจะสร้างรูปให้เกิดในภพใหม่ได้ ๓ กลุ่ม
กลุ่มละ ๑๐ รูป ได้แก่
๑. ประสาทกาย (ปสาทตา หู จมูก ลิ้น เกิดขึ้นในปวัตติ)
๒. รูปแสดงเพศทั้งหญิงทั้งชาย
๓. รูปอันเป็นที่ตั้งที่อาศัยของจิต
ตามที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมานี้ ท่านก็จะเห็นได้ว่า
ด้วยอำนาจของกรรมต่ออดีตย่อมสร้างรูป ๓ กลุ่มขึ้นได้ในขณะปฏิสนธิ
แต่เป็นรูปละเอียดมาก จนเราไม่สามารถอาจจะมองเห็น
หรือส่องกล้องดูได้ในรูปของปรมาณูลงบนวัตถุเคมี
ที่เกิดจากการสมสู่ของพ่อแม่
รูปที่เกิดขึ้นนี้เป็นไปตามอาจของกรรม คือเจตนา
หรือความปรารถนาในภพเก่าๆ
เหตุนี้ข้าพเจ้าจึงได้กล่าวไว้แต่ต้นๆ ว่า
ผู้ใดปรารถนาอะไรก็จะได้อย่างนั้น
ถ้าความปรารถนานั้นมีกำลังพอ
เช่นอยากจะเห็นอยู่เสมอ
กรรมชรูปจึงไปสร้างประสาทตาขึ้นในภพใหม่ให้ได้เห็น
และการที่คนตายไปเกิดก็เพราะต้องการเกิดอีกนั่นเอง
แม้จะมีบางท่านพรรณนาว่ามีความทุกข์เหลือเกิน
ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่เลย
แต่เมื่อทราบว่าถูกล๊อตเตอรี่รางวันที่ ๑
ก็จะกลับหัวเราะเสีย งอหาย
ตัวอย่างต่อไปนี้เพื่อให้เห็นอำนาจของกรรมเท่านั้น
โดย พี่ดา...นำเสนอ [23 พ.ย. 2545 , 00:16:23 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 202.183.157.221 )
สลักธรรม 4
๑. คนที่ชอบทิ่มแทงตาสัตว์ให้บอดอยู่บ่อยๆ จิตของเขาย่อมมีเจตนาที่จะให้สัตว์นั้นมองไม่เห็น เจตนา (กรรม) นั้นก็ย่อมสร้างรูปนั้นประทับไว้ในจิต เมื่อตายลง กรรมชรูปที่สร้างขึ้นมาจะทำให้เป็นคนจักษุพิการมาแต่กำเนิด คือตั้งแต่ในครรภ์
๒. คนที่ฆ่าสัตว์เสมอ ทุกครั้งที่ฆ่าสัตว์ก็มีเจตนาที่จะให้สัตว์อายุสั้น ให้สัตว์เจ็บปวด ดังนั้นกรรมชรูปที่สร้างขึ้น จึงเป็นเหตุให้ผู้นั้นอายุสั้น และเจ็บปวด ป่วยออดแอดสามวันดีสี่วันไข้
๓. คนที่ดื่มสุราเมามายอยู่เสมอ ย่อมมีโมหะ คือความหลงมากเพราะขาดสติ เจตนาของผู้ดื่มเช่นนี้ย่อมประทับไว้ในจิต เมื่อตายแล้วเกิดขึ้นมาใหม่ กรรมชรูปย่อมสร้างรูปให้เป็นคนสติอ่อน จิตทราม หรือคุ้มดีคุ้มร้ายและเป็นบ้า
ข้าพเจ้าไม่สามารถอธิบายอย่างละเอียดได้
และบางเรื่องก็จำเป็นต้องศึกษาอยู่เป็นเวลานานจึงจะเข้าใจ
ผู้ที่ศึกษาพระอภิธรรมมาพอสมควรก็จะเข้าใจได้ละเอียด
แล้วก็จะมีความเลื่อมใสเชื่อถือมากขึ้นๆ
แต่อย่างไรก็ดี ในขณะที่วิทยาการทางโลกได้กล่าวว่า
คนจะเคลื่อนไหวอิริยาบทได้นั้นก็ด้วยอำนาจของพลังงาน
เพราะกล้ามเนื้อหดหรือยืดตัว
ซึ่งก็ไม่ผิดเพราะเป็นกำปั้นทุบดิน
สำหรับคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นละเอียดไปยิ่งกว่า
เพราะทุกๆ อิริยาบทที่เคลื่อนไหวไปมา
ทุกครั้งที่เห็นหรือได้ยิน
มิใช่เป็นไปในอำนาจของรูปหรือวัตถุตามอำนาจของกรรมชรูป
ที่นักวิทยาศาสตร์เข้าใจเท่านั้น
ขณะนั้นย่อมประกอบด้วยอำนาจของกรรมชรูป
จิตตชรูป อุตุชรูป อาหารชรูป
ทำงานกันอย่างพิสดาร
กำลังเหล่านั้นบังคับปรมาณูในร่างกายกันอยู่สลับซับซ้อนมากมายเกินที่ผู้ใด
(ที่มิได้ศึกษา) จะเข้าใจได้
ผู้ที่ศึกษาพระอภิธรรมศึกษาเรื่องกรรมชรูปอันเกิดขึ้นและเป็นไปในขณะมีชีวิตอยู่จนเข้าใจดีแล้ว ก็จะเชื่อว่า คนตายแล้วกรรมมีอำนาจไปสร้างรูปในภพได้จริงหรือไม่ ข้าพเจ้ากล่าวในวันนี้ก็พอเป็นเค้าหยาบๆ
(โปรดติดตามตอนต่อไป .)
โดย พี่ดา...นำเสนอ [23 พ.ย. 2545 , 00:17:45 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 202.183.157.221 )
สลักธรรม 5![]()
และแล้วก็เข้าสู่ตัวการสำคัญคือ..เจตนา...
ที่นำพาสรรพทุกข์ สรรพโศก สรรพโรค สรรพภัย ..มาให้ใครหลายๆคนต้องพากันไปสะเดาะเคราะห์กัน
ขอบคุณค่ะพี่ดาที่นำวิทยาการอันล้ำลึกยิ่งกว่าวิทยายุทธใด
ออกมาเผยแผ่ให้แพร่หลายอีกครั้ง
ซึ่งจะยังเกียรติคุณของท่านพระอาจารย์บุญมีให้ตราไว้ในแผ่นดินตราบนานเท่านาน
อนุโมทนาสาธุค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [23 พ.ย. 2545 , 02:52:29 น.] ( IP = 203.170.141.105 : : )
สลักธรรม 6
สาธุ ด้วยความวิจิตรที่ได้รับรู้นี้ ขอจงเป็นพลวะปัจจัยแด่ข้าพเจ้าและเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายทั้งหลาย
ได้มีโอกาสรับแสงสว่างของพระพุทธพจน์นี้ได้ทุกกาลเทอญ.โดย เทพธรรม [23 พ.ย. 2545 , 07:23:59 น.] ( IP = 203.170.129.2 : : )
สลักธรรม 7ยิ่งเรียนยิ่งลึกซึ้งยิ่งซาบซึ้งรสพระธรรม
กราบเท้าขอบพระคุณท่านพระอาจารย์บุญมี เมธังกุโร เป็นอย่างสูง
อนุโมทนา และขอบพระคุณพี่ดามากค่ะโดย วรางคณา [27 พ.ย. 2545 , 10:09:09 น.] ( IP = 203.146.82.10 : : 192.168.1.42 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |