มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คนตายแล้วไปเกิดได้อย่างไร...ตอนจบ




คนตายแล้วไปเกิดได้อย่างไร...ตอนจบ




พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่า
การที่คนจะเกิดนั้นอาศัยเหตุ ๓ ประการคือ

…๑. หญิงชายสมสู่อยู่ด้วยกัน
…๒. หญิงนั้นมีโลหิตประจำเดือนกำลังงาม (ไม่ใช่มองเห็นแล้ว)
…๓. ขณะนั้นมีสัตว์ตายมาปฏิสนธิ

หลัก ๓ ประการนี้
ถ้าขาดอันใดเสียแล้ว การปฏิสนธิก็จะตั้งขึ้นไม่ได้

ในขณะแรกของการปฏิสนธิ คือ
ในปฏิสนธิกาลนั้นเรียกว่า กลละ (กะละละ)
เป็นน้ำใสที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตา หรือส่องกล้องดูได้
ซึ่งท่านเปรียบไว้ว่าเอาขนจามรีจุ่มในน้ำมันงาใส แล้วสลัดเสีย ๗ ครั้ง

สัปดาห์ที่ ๑ กลละ = น้ำใส
สัปดาห์ที่ ๒ อัมพุทะ = ขุ่น (ค่อยๆ ขุ่นเข้า)
สัปดาห์ที่ ๓ เปสิ = แดงอ่อน (เหมือนน้ำล้างเนื้อ แต่ยังไม่แข็ง)
สัปดาห์ที่ ๔ ฆนะ = ก้อน (เริ่มแข็งแล้ว)
สัปดาห์ที่ ๕ ปัญจสาขา = มีปุ่มขึ้น ๕ ปุ่ม ปุ่มเหล่านั้นจะเป็นศีรษะ ๑
แขน ๒ ขา ๒ แต่ไม่มีใครบอกได้ว่าปุ่มไหน
เป็นอะไร
สัปดาห์ที่ ๖ - ๑๐ ปริปาก = การขยายตัว
สัปดาห์ที่ ๑๑ จกฺขาทิ = เริ่มมี ตา, หู, จมูก, ลิ้น แล้วเจริญขึ้น



โดย พี่ดา...นำเสนอ [25 พ.ย. 2545 , 08:58:20 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1

แสดงปัญจสาขาค่ะ

โดย พี่ดา...นำเสนอ [25 พ.ย. 2545 , 09:02:36 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : )


  สลักธรรม 2




ต่อไปนี้ข้าพเจ้าขอแสดงความเป็นไปของรูปอีกสักเล็กน้อย
ขอท่านได้โปรดดูวิถีในตารางตามไปด้วย

ในช่วงตารางที่ ๑ แล้วต่ำลงไปข้างล่าง

ท่านจะเห็นจุดตั้งต้นเป็นขณะ
ปฏิสนธิ


ช่องต่อๆ ไป จิตเป็น
ภวังค์ ไปจนถึงเลข ๑๔ (จะมากกว่านี้ก็ได้ไม่รู้สึกตัวเลย)

ต่อไปจนถึง
ภวังคจลนะ จิตไหวขึ้นรับอารมณ์

จากนั้นก็เป็น
ภวังคุปัจเฉทะ ตัดกระแสภวังค์เดิม เพื่อรับอารมณ์ใหม่ต่อไปอีก

มโนทวาราวัชชนะ

ชวนะ
คือเสพอารมณ์ตามลำดับลงไปอีก ๕ ขณะ



ตั้งแต่ปฏิสนธิเป็นต้นไป ทั้งๆ ที่ไม่สามารถมองเห็นหรือส่องกล้องดูได้
เพราะยังเป็นน้ำใส คือ กลละ อยู่
แต่สัตว์นั้นก็มีจิต เจตสิก รูป อยู่พร้อมเพรียงอารมณ์ก็เกิดได้
แต่เป็นอารมณ์อ่อนมาก
เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเพิ่งจะได้ตั้งต้นรูปที่เกิดขึ้นด้วยพลังงานของกรรม
เพิ่งเริ่มวางรากฐาน

เหตุนี้อารมณ์ที่เกิดขึ้นจึงเหมือนกับเราหลับๆ ตื่นๆ
หรือ ฝันไปดีบ้างร้ายบ้าง
ไปตามอำนาจของกรรมที่ได้สั่งสมติดตามมา
ตื่นขึ้นก็เล่าความฝันไม่ค่อยถูก
เวลานี้ผู้ใดได้ประหารเด็กในครรภ์ ก็ได้ชื่อว่าฆ่ามนุษย์แล้วโดยสมบูรณ์


ขอท่านดูในตารางช่อง ๒ ต่อไป กรรมชกลาป
คือ รูปที่ผลิตสร้างขึ้นจากกรรม
ข้างหน้าตัวเลขมีวงกลมใหญ่ได้แก่จิตดวงหนึ่ง
จิตแต่ละดวง ย่อมมีขนาดเล็กๆ ๓ ขณะ ได้แก่วงกลมเล็กๆ
…ดวงที่ ๑ คือ อุปาทะ = เกิดขึ้น
…ดวงที่ ๒ ฐีติ = ตั้งอยู่
…ดวงที่ ๓ ภังคะ = ดับไป

เมื่อถึงภังคะ จิตก็ดับแล้ว ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดดวงต่อไปอีก

ขณะนี้ท่านจะเห็นมีเลข ๓ ที่อุปาทะ

เลข ๓ นี้ ก็คือกลุ่มของรูปทั้ง ๓ รูปที่กรรมได้สร้างขึ้นเอง
คือ … กายทสกะ ๑
….ภาวทสกะ ๑
….วัตถุทสกะ ๑
รวม ๓ ทสกะ หรือ ๓๐ รูป

ต่อมาฐีติขณะ รูปนี้ก็เกิดขึ้นอีก ๓ รวมเป็น ๖

ที่ภังคขณะเกิดอีก ๓ จึงเป็น ๙

กรรมชรูปเกิดทุกๆขณะเล็กของจิต
แต่รูปดับช้ากว่าจิตมาก
กรรมชรูปย่อมมีอายุยืนเท่าของจิต ๑๗ ดวง หรือ ๕๑ ขณะเล็ก จึงดับครั้งหนึ่ง

กรรมชรูปจะเกิดและดับไปตามลำดับ

ถ้าข้าพเจ้าจะแสดงการเกิด-ดับของรูปต่อๆ ไปอีกจะยุ่งยากมาก
ตารางนี้ก็มีอีกมากมาย



จึงขอต่อไปถึงช่องที่ ๓ เลย ได้แก่ จิตตชกลาป
กลุ่มรูปที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจของจิต
ในขณะปฏิสนธิรูปนี้ยังไม่เกิด ไปเกิดเอา ๑ ภ. (ปฐมภวังค์)


ในช่องที่ ๔ กัมมปัจจยอุตุชกลาป
ข้อนี้ได้แก่กรรมเป็นปัจจัยให้เกิดกลุ่มของอุตุ
อุตุนี่คือความร้อนหนาว
กลุ่มของความร้อนหนาวนี้
ได้มาจากรูปที่ถูกสร้างขึ้นด้วยกรรม ในช่องที่ ๒ นั่นเอง

ซึ่งก็แปลว่า กรรมที่ทำให้รูปเกิดขึ้นมาแล้วรูปนั้นก็เกิดให้เกิดกำลังงานขึ้นมาอีก



ในช่องที่ ๕ จิตตปัจจยอุตุชกลาป กลุ่มของความร้อนหนาวที่เกิดจากรูปซึ่งจิตได้สร้างขึ้น คือรูปที่เกิดจากจิตตชกลาป



ในช่องที่ ๖ อุตุปัจจยอุตุชกลาป กลุ่มของความร้อนได้อาศัยกรรมปัจจยอุตุชกลาป และจิตปัจจยอุตุชกลาป



ในช่องที่ ๗ อาหารชกลาป คือ รูปที่เกิดขึ้นจากอาหาร แต่ตลอดเวลาเริ่มแรกนี้เด็กที่เริ่มเกิดยังมิได้อาศัยอาหาร คือโลหิตของมารดาเลี้ยงเลย ดังนั้นทุกๆ ช่องจึงได้กากบาทไว้ทั้งหมด (ในที่นี้ภาพที่แสดงใส่เลข ๐ แทนกากบาท)



ในช่องที่ ๘ เป็นช่องรวมกลาปที่เกิดขึ้นทั้งหมดของจิตทุกดวงทุกขณะเล็ก


โดย พี่ดา...นำเสนอ [25 พ.ย. 2545 , 09:08:05 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : )


  สลักธรรม 3


ท่านที่ยังไม่ได้ศึกษาพระอภิธรรม
แล้วย่อมจะเข้าใจยาก

ข้าพเจ้าก็มิได้เจตนาจะให้ท่านเข้าใจ
ประสงค์แต่เพียงจะแสดงให้ท่านได้เห็นความวิจิตรพิสดารของพระอภิธรรม

และเพื่อให้ท่านได้เห็นว่า ไม่มีบุคคลใดเลย
ไม่ว่าในโลกนี้หรือในโลกไหน
ก็ไม่สามารถเข้าถึงความล้ำลึกนี้ด้วยตนเองได้

นอกจากพระสัพพัญญุตญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น
ซึ่งมิใช่พระองค์ค้นคว้าหามาได้ด้วยการทดลอง สืบสวน แยกธาตุ ผสมธาตุ

หากแต่ต้องอาศัยการบำเพ็ญปัญญาบารมีมามากมาย



ท่านคิดว่าเรื่องของชีวิตอันพิสดารนี้ไม่น่าศึกษาบ้างดอกหรือ ?



ธรรมดาต้นมะม่วง เมื่อเติบโตเต็มที่ และแก่ลงแล้วก็ตายไป
ต้นของมันไม่สามารถไปเกิดเป็นต้นใหม่ได้อีกต่อไป
แต่พันธุ์ของมะม่วงสืบต่อไปให้เราได้ลิ้มรสกันอย่างหวานคอมาจนถึงบัดนี้ได้

ก็เพราะอาศัยเมล็ดของมันปลูกเพาะให้เติบโตขึ้นมาแทนต้นเดิม
เหตุนี้จึงเห็นได้ว่าต้นมะม่วงที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้
มันก็ไม่ใช่ต้นเก่า และไม่ใช่ต้นใหม่ ทั้ง ๒ ประการ

หากแต่เป็นต้นที่สืบต่อๆ กันมาเท่านั้นเอง

สัตว์ทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน
เมื่อเจริญเติบโตขึ้นจนแก่เฒ่าแล้วก็ตายลง
สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นก็ไม่สามารถที่จะเกิดมีชีวิต
ขึ้นมาอีกได้
แต่สัตว์ทั้งหลายก็ได้มีพืชเชื้ออันได้แก่จิต เจตสิก รูป สืบต่อไป

โดยอาศัยลังของตัณหาเป็นผู้ส่ง
และสัตว์ทั้งหลาย (จิต เจตสิก รูป) เหล่านี้ก็มิใช่ตัวเก่า
และมิใช่ตัวใหม่ทั้ง ๒ ประการ

หากแต่เป็นตัวที่สืบต่อกันมาเช่นเดียวกันต้นมะม่วงทั้งหลาย

ย่อมสั่งสม รูป, สี, กลิ่น, รส ทั้งดีหรือไม่ดีลงไว้ในเมล็ดของมันอยู่เสมอ
เมื่อเมล็ดของมันได้ถูกนำไปเพาะปลูก
และเจริญเติบโตขึ้นจนมีผลแล้ว
รูป, สี, กลิ่น, รส, อันพ่อแม่ของมันสั่งสมให้นั้น
รวมกันกับตัวของมันเองสั่งสมขึ้นมาจากพื้นดิน
ได้แก่ น้ำ และดินฟ้าอากาศรอบตัวของมันในปัจจุบัน

เมื่อได้เหตุได้ปัจจัยแล้วก็จะ
แสดงออกมาให้เราได้รู้ ได้เห็นใน รูป, สี, กลิ่น, รส นั้น



สัตว์ทั้งหลาย ก็ย่อมสั่งสมกรรม สั่งสมกิเลสเอาไว้
ทั้งที่ดี และที่ไม่ดีลงในจิตใจ
เมื่อไปเกิดใหม่สืบต่อไปอีกก็แสดงออกซึ่งผลของกรรมที่สั่งสมเอาไว้
รวมกับกรรมใหม่ในปัจจุบันต่อไปอีก
สัตว์ทั้งหลายจึงแสดงอุปนิสัยใจคอและสัญชาตญาณไปต่างๆ กัน

โดย พี่ดา...นำเสนอ [25 พ.ย. 2545 , 09:13:39 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : )


  สลักธรรม 4


ต้นมะม่วงทั้งหลายย่อมกำหนด
ย่อมสั่งสมลักษณะสีสรร วรรณะของต้น,
ใบ, ดอก, ผล
ของมะม่วงลงไว้กับเมล็ดที่จะสืบต่อกันไป

ทั้งๆ ที่เราไม่ทราบ มองไม่เห็นว่า ต้น, ใบ, ดอก, ผล นั้น
มันอยู่ตรงส่วนใดของเมล็ด
แต่เมื่อเราปลูกมันจนเติบโตพอสมควรแล้วมันก็จะแสดง ต้น,
ใบ, ดอก, ผล นั้นให้ปรากฏขึ้นตามพ่อแม่
คือเป็นต้นมะม่วงเหมือนต้นเดิมของมัน

ดังนี้ เมื่อเราปลูกมะม่วงจึงได้กินมะม่วง ไม่ใช่ทุเรียน



สัตว์ทั้งหลายกระทำกรรม คือ

เจตนาหรือความปรารถนาสั่งสมไว้ในจิตอยู่ทุกวัน

เมื่อสัตว์นั้นได้ตายลง จิต เจตสิก รูป ก็จะสืบต่อไปเกิดอีก

กำลังของเจตนาหรือความปรารถนานั้น
ก็จะไปสร้างร่างขึ้นมาในภพชาติใหม่
(รวมกับเซลล์ที่เกิดจากพ่อและแม่)

ให้เป็นไปตามกำลังของเจตนา
หรือความปรารถนาอันรุนแรง
และยาวนานในอดีต

โดยที่เราหาทราบไม่ว่า

ร่างที่เรากำลังครองอยู่นี้

เราได้กำหนด

เราได้สั่งสมของเราขึ้นมาเองจากชาติที่แล้วๆ มา



ท่านผู้เจริญทั้งหลาย
ขอให้กำลังของมหากุศลทั้งของท่าน
และของข้าพเจ้าทีได้ประกอบร่วมกันในวันนี้
จงมีอำนาจชักนำให้ท่านจงเจริญผาสุก
และเป็นปัจจัยที่จะนำให้ชีวิตของท่านสืบต่อไปในอนาคตด้วยดีตามที่ปรารถนาทุกประการ.



จบปาฐกถา



โดย พี่ดา...นำเสนอ [25 พ.ย. 2545 , 09:15:21 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : )


  สลักธรรม 5


..…นำเสนอด้วยความปรารถนาดีต่อทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ธรรม
จากบอร์ดของอภิธรรมมูลนิธิออนไลน์นี้

ขอจงเป็นพลวปัจจัยส่งผลกุศลกรรมนี้

เป็นเครื่องบูชาพระคุณของ
ท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร

ประทีปดวงเอก ผู้ก่อตั้งมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิแห่งนี้
ที่ซึ่งเป็นสถานที่ที่ให้ข้าพเจ้าได้พบทางแห่งแสงสว่างของชีวิต

ขอท่านจงปีติปราโมทย์
และร่วมอนุโมทนาในการเผยแผ่ธรรมะ
อันที่ท่านปรารถนาแล้วตั้งใจเทอญ…


พี่ดาค่ะ…

โดย พี่ดา...นำเสนอ [25 พ.ย. 2545 , 09:20:31 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : )


  สลักธรรม 6


สาธุ อนุโมทามิ
ความปิติวิ่งพล่านซาบซ่านแสน
ดวงใจแม้นดูได้คงจะเห็น
สีสมพูแห่งรักตระหนักเป็น
กุหลาบทองช่อเด่นเป็นหลักใจ

ขออำนาจวาสนาบารมี
ที่พี่ดาขวัญชีวีเพียรทำให้
จงลิขิตขีดเส้นสู่แดนชัย
พระนิพพานก้าวไปสะดวกเทอญ.


โดย วิชิต ธรรมรังษี - [25 พ.ย. 2545 , 13:07:47 น.] ( IP = 203.170.129.77 : : )


  สลักธรรม 7

อนุโมทนาค่ะพี่ดา
ได้มีโอกาสติดตามอ่านมาจนจบ
ได้รับความเข้าใจเพิ่มเติมมากขึ้น
โดยเฉพาะเรื่องของรูป และวิถี
ขอบคุณมากค่ะที่นำผลงานอันมีค่านี้ออกมาเผยแพร่

โดย น้องกิ๊ฟ [25 พ.ย. 2545 , 17:02:03 น.] ( IP = 203.170.146.224 : : )


  สลักธรรม 8

ขออนุโมทนาค่ะพี่ดา
สิ่งที่ได้รับนับได้ว่าเกิดประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง และ ยังช่วยให้เข้าใจเรื่องราวของชีวิตที่ประกอบด้วยความเห็นถูกเป็นอย่างมาก
จึงขอกล่าว สาธุ สาธุ สาธุ มา ณที่นี้ค่ะ

โดย นัองอุ๊ [26 พ.ย. 2545 , 00:16:04 น.] ( IP = 202.57.179.251 : : )


  สลักธรรม 9

อนุโมทนากับ"คุณดา" เป็นอย่างยิ่งค่ะ

เข้ามาอีกครั้ง ก็เป็นตอนจบพอดี ยิ่งได้เห็นตารางความเป็นไปแห่งรูปวิถีด้วยแล้ว รู้สึกตื้นตันใจ

ยิ่งเห็นวันที่ที่นำเสนอ คือ ๒๕ พฤศจิกายน ยิ่งทำให้นึกถึง ท่านพระอาจารย์บุญมี ..เพราะวันนี้เมื่อ ๑๑ ปีที่แล้ว ก็ได้รับทราบข่าวการมรณภาพของท่านในตอนเช้ามืด

แต่วันนี้ก็ได้ทราบเรื่องเกี่ยวกับการตายเช่นกัน แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับปัญญาที่ทำให้รู้ว่า ตายแล้วไปเกิดได้อย่างไร ที่นำเสนอโดยคุณดา

ขอบคุณมากๆ ค่ะ
เชื่อมั่นว่า พระอาจารย์บุญมีท่านคงปีติ และยินดีที่มีลูกศิษย์เช่นนี้ช่วยกันจรรโลงในสิ่งที่ท่านรักมาก คือ พระอภิธรรม


และขอกุศลอันยิ่งใหญ่ที่คุณดาตั้งใจนำเสนอครั้งนี้ จงได้เป็นพลวปัจจัยคุ้มครองเจตนาของคุณดาที่มีอยู่ให้มั่นคงตลอดไปนะคะ

โดย วยุรี [26 พ.ย. 2545 , 07:41:01 น.] ( IP = 203.113.38.8 : : )


  สลักธรรม 10

อนุโมทนาด้วยค่ะ...พึ่งเข้ามา อ่านรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ...แต่ก็ดีใจจังที่มีที่พักพิงทางใจอีกแห่งหนึ่งแล้วณที่นี้ค่ะ

โดย ผู้มาเยือน [26 พ.ย. 2545 , 18:03:17 น.] ( IP = 203.144.173.253 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org