มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทรงตรัสรู้




…ทรงตรัสรู้…




ต่อนั้นก็ทรงเจริญฌาน อันเป็นองค์ปัญญาชั้นสูงทั้งสามประการ ยังองค์พระโพธิญาณให้เกิดขึ้นเป็นลำดับ ตามระยะกาลแห่งยามสามอันเป็นส่วนราตรีนั้น คือ ในปฐมยาม ทรงบรรลุปุพเพนิวาสานุสสติญาณ สามารถระลึกอดีตชาติที่พระองค์ทรงบังเกิดมาแล้วทั้งสิ้นได้



ในมัชฌิมยาม ทรงบรรลุจุตูปปาตญาณบางแห่งเรียกว่า ทิพยจักษุสามารถหยั่งรู้การเกิดการตาย ตลอดจนการเวียนว่ายของสัตว์ทั้งหลายอื่นได้หมด



ในปัจฉิมยาม ทรงบรรลุอาสวักขยญาณ ทรงปรีชาสามารถทำอาสวกิเลสทั้งหลายให้หมดสิ้นไปด้วยพระปัญญา พิจารณาในปัจจยาการแห่งปฏิจจสมุปบาท โดยอนุโลมและปฏิโลม ก็ทรงบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระสัมพุทธเจ้าในเวลาปัจจุสมัย รุ่งอรุโณทัย ทรงเบิกบานพระหฤทัยอย่างสูงสุดในการตรัสรู้ อย่างที่ไม่เคยมีมาแต่ก่อนกาล



ถึงกับทรงอุทาน เย้ยตัณหาอันเป็นตัวการก่อให้เกิดสังสารวัฏฏทุกข์แก่พระองค์แต่อเนกชาติได้ว่า “อเนกชาติ สํสารํ” เป็นอาทิ ความว่า นับแต่ตถาคตท่องเที่ยวสืบเสาะหาตัวนายช่างผู้กระทำเรือน คือ ตัวตัณหา ตลอดชาติสงสารจะนับประมาณมิได้ ก็มิได้พานพบ ดูกรตัณหา นายช่างเรือน บัดนี้ตถาคตพบท่านแล้ว แต่นี้สืบไปท่านจะทำเรือนให้ตถาคตอีกไม่ได้แล้ว กลอนเรือน เราก็รื้อออกเสียแล้ว ช่อฟ้าเราก็ทำลายเสียแล้ว จิตของเราปราศจากสังขารเครื่องปรุงแต่งให้เกิดในภพอื่นเสียแล้ว ได้ถึงความดับสูญสิ้นไปแห่งตัณหา อันหาส่วนเหลือมิได้โดยแท้



ในขณะนั้นอัศจรรย์ก็บังเกิดมี พื้นมหาปฐพีอันกว้างใหญ่ก็หวั่นไหว พฤกษชาติทั้งหลายก็ผลิดอกออกช่องามตระการ เทพเจ้าทุกชั้นฟ้าก็แซ่ซ้องสาธุการ โปรยปรายบุบผามาลัยทำการสักการะ เปล่งวาจาว่า พระสัมพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นแล้วในโลก ! ด้วยปีติยินดี เป็นอัศจรรย์ที่ไม่เคยมีมาในกาลก่อน



…เสวยวิมุตติสุข…




เมื่อพระสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ก็ทรงประทับเสวยวิมุตติสุขบนรัตนบัลลังก์นั้นสิ้น ๗ วัน ครั้นล่วง ๗ วันแล้ว จึงเสด็จลงจากรัตนบัลลังก์ไปประทับอยู่ในทิศอีสานแห่งไม้มหาโพธิ จ้องพระเนตรดูไม้มหาโพธิถึง ๗ วัน สถานที่นั้น เรียกว่า “อนิมิสเจดีย์”



ต่อนั้นทรงนิรมิตรัตนจงกรมเจดีย์ เสด็จจงกรมในทิศอุดรแห่งไม้มหาโพธิ และทรงจงกรมอยู่ที่นี้อีก ๗ วัน ต่อนั้นก็เสด็จไปประทับนั่งอยู่รัตนฆรเจดีย์ เรือนแก้วในทิศปัจจิมหรือทิศพายัพแห่งไม้มหาโพธิ ซึ่งเทพยดานิรมิตถวาย ทรงพิจารณาพระอภิธรรมปิฎกตลอด ๗ วัน ต่อนั้นจึงเสด็จไปประทับยังร่มไทร ซึ่งเป็นที่อาศัยพักร่มของคนเลี้ยงแพะ อันมีนามว่า อชปาลนิโครธ



..…ยังมีต่อค่ะ..…


จาก…พุทธประวัติทัศนศึกษา…โดย พระธรรมโกศาจารย์

โดย เบญจพร : นำเสนอ [27 พ.ย. 2545 , 10:19:50 น.] ( IP = 203.144.181.245 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

มาติดตามอ่านต่อค่ะ
ขอบคุณมากค่ะอาจารย์เบญจพร

โดย น้องกิ๊ฟ [27 พ.ย. 2545 , 12:58:53 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

สวัสดีครับคุณเบญจพร

วันนี้เรื่องได้ดำเนินมาถึงช่วงที่ทำให้คิดถึงที่เคยไปอินเดียจังเลยครับ ภูมิใจมี่เกิดมาเป็นพุทธศาสนิกชนมากๆเลยครับ...ขอบคุณครับ

โดย เทพธรรม [27 พ.ย. 2545 , 14:57:46 น.] ( IP = 203.170.131.230 : : )


  สลักธรรม 3


ขออนุโมทนาค่ะ อาจารย์เบญจพร

โดย ปราณี [27 พ.ย. 2545 , 17:54:22 น.] ( IP = 203.148.162.88 : : )


  สลักธรรม 4



ขอบคุณและอนุโมทนาค่ะ อ.เบญจพร

อ่านแล้วเกิดภาพทางใจของพุทธคยาขึ้นมา นึกตามไปด้วยเลย และได้ทบทวนชื่อสถานที่สำคัญทั้ง ๗ สัปดาห์ด้วยค่ะ

โดย ทวีพร [27 พ.ย. 2545 , 21:38:40 น.] ( IP = 203.144.181.245 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบคุณและอนุโมทนาค่ะ อาจารย์เบญจพร
อ่านแล้วเกิดความรู้สึกปีติมากเลยค่ะ

โดย ป้าจ๋า [27 พ.ย. 2545 , 22:06:15 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.159.220 )


  สลักธรรม 6

อนุโมทนาอาจารย์เบญจพรค่ะ

อ่านถึงตอนที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ ตอนที่กล่าวถึงยามสามทีไร
นึกถึงคำพูดที่ว่า การเวียนว่ายตายเกิดเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา
เพราะเป็นลำดับขั้นตอนเลยว่า
ทรงระลึกอดีตชาติที่พระองค์ทรงบังเกิดมาแล้วทั้งสิ้นได้
แล้วทรงหยั่งรู้การเกิด ตาย และการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์ทั้งหลาย
แล้วจึงทรงสามารถทำลายอาสวะกิเลสทั้งหลาย



ทำให้นึกถึงการสอนที่มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ ของท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร
ที่เริ่มต้นมาด้วยการพิสูจน์ต่างๆ เพื่อให้คนเชื่อเรื่องภพภูมิ เชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด
แล้วจะได้เรียนพระอภิธรรมเพื่อให้รู้ว่า ชีวิตคืออะไร เกิดมาได้อย่างไร และจะหมดจากการมีชีวิตได้อย่างไร

ซาบซึ้งและเห็นคุณค่าที่ท่านอาจารย์บุญมีได้ต่อสู้ฟันฟ่าอุปสรรคมา ก็เพื่อให้พวกเราได้เดินตามทางที่พระพุทธองค์ทรงพบแล้ว นั่นเอง

ขอบคุณค่ะ

โดย วยุรี [28 พ.ย. 2545 , 07:56:14 น.] ( IP = 203.113.38.12 : : )


  สลักธรรม 7

อนุโมทนาอาจารย์เบญจพรมากค่ะ
คิดถึงพุทธคยาขึ้นมาชัดเจน
และนึกถึงกุศลที่ได้เคยกระทำไว้
ขอบพระคุณมากๆค่ะ

โดย มด [28 พ.ย. 2545 , 12:00:24 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org