มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทรงขับนางมาร




…ทรงขับนางมาร…




ครั้งนั้นพญาวัสวดีมารมีความน้อยใจที่ต้องปราชัยพ่ายแพ้พระสัมพุทธเจ้า อับอายแก่เทพเจ้าทั้งหลาย ที่ต้องยอมให้พระสิทธัตถะล่วงพ้นจากวิสัยของตนไปได้ มีใจโทมนัส จึงหนีออกจากเทวโลก ลงมานั่งในทางใหญ่แห่งหนึ่ง


ขณะนั้นนางมารธิดาทั้ง ๓ คือ นางตัณหา นางราคา นางอรดี มิได้เห็นพญาวัสวดีมารผู้เป็นบิดา อยู่ในเทวโลก ครั้นแลลงมาด้วยทิพจักษุก็เห็นพระบิดาไปนั่งอยู่ที่ทางใหญ่ในโลกมนุษย์ นางทั้ง๓ จึงพากันมาหาพญาวัสวดีมาร แล้วทูลถามว่า พระบิดาทรงทุกข์โทมนัสด้วยเหตุประการใด พญามารก็แจ้งความจริงให้แก่ธิดาทั้ง๓ นั้น นางมารธิดาทั้ง๓ นั้นจึงทูลว่าพระบิดาอย่าทรงทุกข์ร้อนไปเลย ข้าพเจ้าทั้ง๓ จะรับอาสาไปทำพระสิทธัตถะให้อยู่ในอำนาจ แล้วจะนำถวายพระองค์ให้จงได้


พญามารจึงตรัสว่า “ลูกเอ๋ย แต่นี้ไปไม่มีผู้ใดจะสามารถทำพระสิทธัตถะให้อยู่ในอำนาจเสียแล้ว”
นางมารธิดาก็แย้งว่า “ข้าพเจ้าทั้ง๓ คงจะพันธนาการพระสิทธัตถะด้วยบ่วง มีราคะเป็นต้น ให้อยู่ได้ เพราะข้าพเจ้าเป็นสตรี จะพยายามไปผูกพระสิทธัตถะมาให้จงได้ ในกาลบัดนี้ พระองค์อย่าทรงวิตกไปเลย” แล้วนางมารธิดาทั้ง ๓ ก็ทูลลาพระบิดามาสู่สำนักพระสัมพุทธเจ้า ซึ่งประทับนั่งอยู่ที่ร่มไม้อชปาลนิโครธ แล้วกราบทูลว่า “ข้าแต่พระมหาสมณะ หม่อมฉันจะบำเรอพระยุคลบาทของพระองค์ถวาย”



ครั้งนั้นพระสัมพุทธเจ้ามิได้ทรงเอาพระทัยใส่ในถ้อยคำของนางมารธิดาทั้ง๓ นั้น ทั้งมิได้ทรงลืมพระเนตรขึ้นทัศนาการดูทีท่าของธิดามารทั้ง๓ ทรงดุษณีภาพนิ่งอยู่เป็นปกติ


นางมารก็ดำริว่า ธรรมดาบุรุษย่อมมีอัธยาศัยเสน่หาในสตรีที่มีสรีระรูปผิวพรรณสัณฐานต่างๆกัน แล้วต่างก็นิรมิตเป็นนางงามต่างๆ แสดงท่าทางโดยมุ่งหมายจะให้เป็นที่ต้องพระทัยปรารถนา เข้าทูลเล้าโลมดุจกาลก่อน ครั้นเห็นพระสัมพุทธเจ้ามิได้ทรงตรัสประการใด ก็แสดงมายาหญิงโดยอาการพิลาศ ชำเลืองเนตร ฟ้อนรำขับร้อง มีประการต่างๆ ทุกวิธีที่เห็นว่าจะคล้องน้ำพระทัยพระสัมพุทธเจ้าได้ แต่ก็ไม่สามารถจะทำให้น้ำพระทัยของพระองค์ผิดปกติ


ลำดับนั้นพระสัมพุทธเจ้าจึงออกพระโอษฐ์ขับมารธิดาว่า “มารธิดาเอย เจ้าจงออกไปเสียให้พ้นจากที่นี้ เจ้าจะได้ประโยชน์อะไรในการที่มาพยายามเล้าโลมตถาคต ด้วยทุกสิ่งที่เจ้ามุ่งหมายนั้นตถาคตได้ทำลายเสียแล้ว เจ้าควรจะไปประเล้าประโลมบุรุษผู้มีราคะบริบูรณ์ เมื่อตถาคตไม่มีร่องรอยอะไรเลย แลัวจะนำตถาคตไปด้วยร่องรอยอะไร ไม่เป็นผลที่มุ่งหมายอันใดแก่เจ้าดอก จงออกไปเสีย”


ในทันใดนั้นเอง ด้วยอานุภาพของพระสัมพุทธเจ้า บันดาลให้ร่างกายอันงามของมารธิดาทั้ง๓ นาง ซึ่งไม่เชื่อฟังพระโอวาท พยายามออดอ้อนอิดเอื้อนอยู่อีก ได้กลับกลายร่างเป็นหญิงชรา น่าสังเวช นางทั้ง๓ เมื่อได้เห็นร่างกายของตนเปลี่ยนแปลงไปเช่นนั้นก็ตกใจ พากันหนีออกจากที่นั้นโดยเร็ว และกล่าวกันว่า เป็นความจริงดังพระบิดาของเราได้เตือนแล้วแต่แรกว่า ไม่มีใครที่จะทำพระสิทธัตถะให้อยู่ในอำนาจได้ แล้วก็อันตรธานไปจากที่นั้น


ต่อมามีพราหมณ์ผู้หนึ่ง มีนิสัยเป็นหุหุกชาติ ชอบตวาดข่มขู่ผู้อื่นด้วยวาจาว่า หึ!หึ! มายังที่นั้น ได้ทูลถามถึงพราหมณ์และธรรมอันทำบุคคลให้เป็นพราหมณ์ว่า “บุคคลชื่อว่า เป็นพราหมณ์ด้วยเหตุเพียงเท่าไร ? และธรรมอะไร ทำบุคคลให้เป็นพราหมณ์ ?”


พระองค์ตรัสตอบว่า “พราหมณ์ ผู้ใดมีบาปธรรมอันลอยเสียแล้ว ไม่มีกิเลสเป็นเครื่องขู่ผู้อื่นว่า หึ หึ เป็นคำหยาบ และไม่มีกิเลสอันย้อมจิตให้ติดแน่นดุจน้ำฝาด มีตนสำรวมแล้ว ถึงที่สุดแห่งเวทแล้ว มีพรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว ผู้นั้นไม่มีกิเลสเครื่องฟูในโลกแม้น้อยหนึ่ง ควรกล่าวได้ว่า ตนเป็นพราหมณ์โดยธรรม”


พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงสมณะว่าเป็นพราหมณ์ และธรรมอันทำบุคคลให้เป็นสมณะว่า เป็นธรรมอันทำบุคคลให้เป็นพราหมณ์ในพระพุทธศาสนา โดยโวหารพราหมณ์ด้วยพระวาจานี้




..…ยังมีต่อค่ะ..…


จาก…พุทธประวัติทัศนศึกษา…โดย พระธรรมโกศาจารย์

โดย เบญจพร : นำเสนอ [28 พ.ย. 2545 , 08:08:59 น.] ( IP = 203.144.181.245 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


องค์ใดพระสัมพุทธ สุวิสุทธสันดาน
ตัดมูลเกลศมาร บ มิหม่นมิหมองมัว
หนึ่งในพระทัยท่าน ก็เบิกบานคือดอกบัว
ราคี บ พันพัว สุวคนธกำจร
องค์ใดประกอบด้วย พระกรุณาดังสาคร
โปรดหมู่ประชากร มละโอฆกันดาร
ชี้ทางบรรเทาทุกข์ และชี้สุขเกษมสานต์
ชี้ทางพระนฤพาน อันพ้นโศกวิโยคภัย
พร้อมเบญจพิธจัก- ษุจรัสวิมลใส
เห็นเหตุที่ใกล้ไกล ก็เจนจบประจักษ์จริง
กำจัดน้ำใจหยาบ สันดานบาปแห่งชายหญิง
สัตว์โลกได้พึ่งพิง มละบาปบำเพ็ญบุญ
ข้าขอประณตน้อม ศิรเกล้าบังคมคุณ
สัมพุทธการุญ- ญภาพนั้นนิรันดร


ธรรมะคือคุณากร ส่วนชอบสาธร
ดุจดวงประทีปชัชวาล
แห่งองค์พระศาสดาจารย์ ส่องสัตว์สันดาน
สว่างกระจ่างใจมล
ธรรมใดนับโดยมรรคผล เป็นแปดพึงยล
และเก้านับทั้งนฤพาน
สมญาโลกอุดรพิสดาร อันลึกโอฬาร
พิสุทธิ์พิเศษสุกใส
อีกธรรมต้นทางครรไล นามขนานขานไข
ปฏิบัติปริยัติเป็นสอง
คือทางดำเนินดุจครอง ให้ล่วงลุปอง
ยังโลกอุดรโดยตรง
ข้าขอโอนอ่อนอุตมงค์ นบธรรมจำนง
ด้วยจิตและกายวาจาฯ


สงฆ์ใดสาวกศาสดา รับปฏิบัติมา
แต่องค์สมเด็จภควันต์
เห็นแจ้งจตุสัจเสร็จบรร- ลุทางที่อัน
ระงับและดับทุกข์ภัย
โดยเสด็จพระผู้ตรัสไดร ปัญญาผ่องใส
สะอาดและปราศมัวหมอง
เหินห่างทางข้าศึกปอง บ มิลำพอง
ด้วยกายและวาจาใจ
เป็นเนื้อนาบุญอันไพ- ศาลแด่โลกัย
และเกิดพิบูลย์พูนผล
สมญาเอารสทศพล มีคุณอนนต์
อเนกจะนับเหลือตรา
ข้าขอนพหมู่พระศรา- พกทรงคุณา-
นุคุณประดุจรำพัน
ด้วยเดชบุญข้าอภิวันท์ พระไตรรัตน์อัน
อุดมดิเรกนิรัติศัย
จงช่วยขจัดโพยภัย อันตรายใดใด
จงดับและกลับเสื่อมสูญ



ขอบคุณค่ะที่นำความเป็นมงคลมาสู่ชีวิต

ขออานุภาพแห่งคุณพระรัตนตรัย จงคุ้มครองท่าน และพวกข้าพเจ้าทั้งหลาย ผู้มีความยินดีในธรรม จงได้รับผลอันจะเป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์โดยเร็วเทอญ .


โดย พี่ต้อยค่ะ [28 พ.ย. 2545 , 10:29:37 น.] ( IP = 202.47.238.32 : : )


  สลักธรรม 2

อ่านแล้วก็นึกถึงครั้งที่ได้เดินทางไปนมัสการสังเวชนียสถานร่วมกับอาจารย์บุษกรนะคะ

จำได้ว่า ณ สถานที่ตรัสรู้นี้ พวกเราได้ร่วมกันกระทำการบูชาพระบรมศาสดาอย่างยิ่งยวด และแต่ละท่านก็ได้กระทำกุศลตามที่เห็นสมควร โดยเฉพาะการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน

ขอบคุณอาจารย์เบญจพรมากค่ะ
ที่ทำให้ได้มีโอกาสระลึกถึงกุศลกรรมที่ได้เคยกระทำไว้


โดย น้องกิ๊ฟ [28 พ.ย. 2545 , 11:17:16 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

ขอบพระคุณและอนุโมทนาอาจารย์เบญจพรมากค่ะ

โดย มด [28 พ.ย. 2545 , 11:43:32 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )


  สลักธรรม 4

นำสิ่งดี ๆ มาให้อีกแล้วนะค่ะ
ขออนุโมทนากุศลค่ะ
เป็นข้อเตือนใจในการทำกุศลละบาปต่าง ๆ
ขอบพระคุณค่ะ

โดย MASHIMA [28 พ.ย. 2545 , 16:09:02 น.] ( IP = 210.1.12.130 : : )


  สลักธรรม 5

ขอขอบคุณและอนุโมทนากุศล ที่นำสิ่งดีๆมาฝาก อ่านแล้วได้ความรู้สึกซาบซึ้งในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากค่ะ จะคอยติดตามอ่านตอนต่อไปนะคะ

โดย ป้าจ๋า [28 พ.ย. 2545 , 20:07:47 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.157.244 )


  สลักธรรม 6

ขออนุโมทนากันอาจารย์เบญจพรด้วยค่ะ

เมื่อก่อน อ่านถึงนางมารทั้งสามทีไร เกิดความข้องใจทุกที
เพราะดูชื่อแล้วน่าจะหมายถึงพวก ตัณหา ราคะ จึงไปเปิดพจนานุกรมดู พบว่า อรดี หรือ อรติ แปลว่า ความไม่ยินดี ความไม่พอใจ


ตอนหลังๆ เมื่ออ่านแล้วจะนึกถึง การปฏิบัติวิปัสสนา ที่สามารถทำลายอภิชฌา และโทมนัสได้ ซึ่งเป็นกรรมฐานที่พบในพุทธศาสนาโดยองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น

ทำให้ภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นพุทธศาสนิกชน และเกิดความปีติใจในทุกครั้งที่ได้อ่าน...ขอบคุณมากค่ะ

โดย วยุรี [29 พ.ย. 2545 , 07:13:44 น.] ( IP = 203.113.38.6 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org